สาวบ้านไร่ The Farm Girl
 

สวนปาล์มน้ำมัน

เมื่อวันก่อน (8 ต.ค. 51) สาวบ้านไร่ได้มีโอกาสต้อนรับคณะนักศึกษาดูงานจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งผู้ใหญ่จากส่วนราชการอีก 2-3 ท่าน ซึ่งเข้ามาดูงาน
สวนปาล์มน้ำมันของเรา น้องๆ นักศึกษากำลังเรียนอยู่ชั้นปี 2 คณะเศรษฐศาสตร์-เกษตร และต้องการเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการสวนปาล์มน้ำมัน ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจตัวหนึ่งที่มี demand ค่อนข้างสูงในตลาดบ้านเราและต่างประเทศ เนื่องจากเป็นพืชพลังงานทดแทนอีกตัวหนึ่งที่ให้ปริมาณน้ำมันสูงกว่าพืชชนิดอื่น ซึ่งประโยชน์ที่นอกเหนือจากการใช้เพื่อบริโภคนี้ ทำให้เกษตรกรทั้งรายเล็กรายใหญ่หันมาปลูกปาล์มน้ำมันกันมากขึ้น

ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่มาเยี่ยมชมสวนได้ให้คำแนะนำสาวบ้านไร่ ถึงการสร้างเครือข่ายเพื่อชุมชนในการร่วมมือกันจัดตั้งกลุ่มโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยที่มีที่ดินจำกัด 5-10 ไร่และเงินทุนน้อย ให้สามารถปลูกปาล์มน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกับเป็นตลาดรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรรายย่อยด้วย เนื่องจากท่านเห็นว่า สวนของเราปลูกปาล์มน้ำมันอยู่ค่อนข้างมาก จริงๆ แล้วทางบ้านของสาวบ้านไร่ก็มีโครงการจะจัดตั้งโรงหีบน้ำมันปาล์มขนาดย่อมอยู่แล้ว เพียงแต่ในท้องถิ่นยังมีวัตถุดิบน้อยเกินไป จึงต้องทำการเก็บข้อมูลให้ดีก่อนจะลงทุนค่ะ

ท่านยังถามสาวบ้านไร่อีกว่า ถ้าเกษตรกรมีพื้นที่อยู่ 5 ไร่คุณจะแนะนำให้เขาปลูกอะไรดีระหว่างปาล์มน้ำมันกับยูคาลิปตัส? สาวบ้านไร่ได้ให้ความเห็นตามมุมมองของตัวเองไปว่า ถ้าเป็นการเลือกระหว่างพืชสองตัวนี้ สาวบ้านไร่ต้องเลือกปาล์มน้ำมันอยู่แล้วค่ะ

สำหรับการปลูกยูคาลิปตัสนั้น จากประสบการณ์ที่เห็นคุณพ่อปลูกมานานเกือบ 30 ปีนั้น คิดว่ามีข้อดีคือ ปลูกแล้วก็ปล่อยให้มันโตได้โดยไม่ต้องไปเอาใจใส่ดูแลมากเท่าไร และสามารถปลูกได้ทุกสภาพพื้นดิน โดยเฉพาะที่ดินไม่ดี แร่ธาตุน้อย ซึ่งจะใช้ปลูกพืชอื่นก็ไม่ดี ก็สามารถปลูกยูคาลิปตัสได้ และพืนที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำก็ปลูกได้ เพราะยูคาลิปตัสเป็นพืชที่ทนแล้งได้ดี สำหรับระยะเก็บเกี่ยวก็คือ จะใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน ตั้งแต่ปลูกจนตัดขายได้อย่างเร็วก็ 3-4 ปีสำหรับตอแรก และจะตัดได้ในตอถัดไปอีกเพียง 2 ตอซึ่งต้องใช้เวลาต่อไปอีก 3-4 ปีเป็นอย่างน้อย จากนั้นตอก็จะเสื่อมสภาพต้องขุดทิ้งไป สำหรับราคาไม้ยูคาฯ ในปัจจุบันก็ยังถือว่าไม่สูงมาก เมื่อนำผลตอบแทนที่ได้เทียบกับระยะเวลาที่ใช้ไป เฉลี่ยออกมาแล้ว รายได้ต่อปีก็ไม่คุ้มสักเท่าไร หากทำเป็นอาชีพหลัก อีกอย่าง ไม้ยุคาฯ สามารถนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านได้ และประโยชน์หลักๆก็มีเพียงไม่กี่อย่าง คือ ทำกระดาษ ทำไม้ค้ำยัน(ก่อสร้าง) ลังไม้ เชื้อเพลิง และน้ำมันยูคาลิปตัส

เมื่อเทียบกับปาล์มน้ำมัน การปลูกใช้ระยะเวลานานเท่ากัน แต่สามารถเก็บเกี่ยวได้ยาวนาน คือ 15-20 ปี นอกจากนี้ ในพื้นที่ส่วนที่ว่างระหว่างต้นยังสามารถปลูกพืชล้มลุกอื่นแซมได้อีกด้วย ประโยชน์ของปาล์มน้ำมันก็มีมากกว่า ทั้งด้านการบริโภคและอุปโภค โดยเฉพาะการทำไบโอดีเซล ตลาดมีความต้องการสูง และการนำเข้าก็ถูกจำกัด ถึงแม้จะต้องใช้เงินทุนเยอะกว่ายูคาฯ แต่ในระยะยาว สาวบ้านไร่ก็ยังเห็นว่า คุ้มกว่านะคะ อย่างไรก็ตาม จุดคุ้มทุนของปาล์มน้ำมันก็ค่อนข้างจะนานค่ะ คือ อย่างเร็ว 7 ปี และมีข้อจำกัดคือ ต้องมีการจัดการระบบน้ำและปุ๋ยที่ดี จึงจะให้ผลผลิตที่ดีได้ นอกจากนี้ ตลาดที่รับซื้อในท้องถิ่นก็เป็นปัจจัยสำคัญ เพราะหากตลาดรับซื้ออยุ่ไกลมาก การขนส่งทางไกลก็จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายสูงและระยะเวลานานเกินกว่า 24 ชม. ซึ่งปาล์มน้ำมันที่ตัดทะลายออกมาแล้ว ควรจะรีบส่งถึงโรงหีบน้ำมันภายใน 24 ชม. เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำมันและน้ำหนักที่อาจจะหายไปหากทิ้งไว้นานเกินไป

การเข้ามาเยี่ยมชมและดูงานสวนปาล์มฯของเราในครั้งนี้ ถือว่า สาวบ้านไร่ก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใหญ่ในวงราชการและน้องๆนศ. ด้วยค่ะ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ และแรงสนับสนุนที่ทำให้เกษตรกรน้อยๆ อย่างสาวบ้านไร่ มีกำลังใจจะทำงานด้านการเกษตรต่อไปค่ะ

คุณพ่อของสาวบ้านไร่เป็นเกษตรกรมาเกือบทั้งชีวิต ประสบความสำเร็จในการทำงานมากมาย และเมื่อถึงเวลาที่เราจะต้องเดินตามรอยของท่าน บางครั้งก็รู้สึกท้อแท้ เพราะรุ้สึกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดเอาเสียเลย แต่ก็พยายามจะรักในสิ่งที่ทำให้ได้ จนวันนี้...สาวบ้านไร่คงได้ซึมซับอะไรหลายอย่างจากการเป็นลูกชาวไร่ชาวสวน ถึงแม้จะไปจบจากเมืองนอกเมืองนามา แต่สุดท้ายก็ค้นพบว่า ไร่และสวนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปซะแล้วค่ะ

สมัยเด็กๆ คุณพ่อเคยบอกเสมอว่า เวลาเราหลับ ต้นไม้มันก็ยังเติบโต ออกลูก ออกผลให้เราเก็บเกี่ยวเอาไปขายได้ แต่ถ้าเราทำงานอย่างอื่น พอเราหลับ เราก็จะต้องหยุดทำ แล้วจะมีของออกมาขายได้ยังไง....




 

Create Date : 10 ตุลาคม 2551    
Last Update : 10 ตุลาคม 2551 2:39:07 น.
Counter : 1103 Pageviews.  

ปุ๋ย : อาหารสำหรับพืช

การให้อาหารพืชไร่ในสวน นอกจากน้ำ แสงแดด และแร่ธาตุในดินแล้ว อาหารจำเป็นที่พืชต้องการก็คือ ปุ๋ย ค่ะ
วันนี้ได้คุยกับหมอดินของอำเภอท่านหนึ่ง จึงได้รับความรู้เพิ่มเติมเรื่องปุ๋ย การใช้ปุ๋ยมีหลักการอยู่ 3 ช้อ คือ

1. การใช้ปุ๋ยหมักเพื่อปรับปรุงสภาพดิน ซึ่งเกษตรกรควรจะทำปุ๋ยหมักใช้เอง เพื่อลดต้นทุน หมอดินท่านว่า ถ้าแม้แต่ปุ๋ยหมัก ยังทำใช้เองไม่ได้ ปุ๋ยอื่นก็อย่าได้คิดทำเลย และถ้าขนาดปุ๋ยหมักยังต้องไปเสียเงินซื้อเค้า ก็เท่ากับต้นทุนก็จะยิ่งมากขึ้นไปอีก ฉะนั้น ปุ๋ยหมักจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปรับปรุงสภาพดิน

2. การใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อให้ธาตุอาหารหลักที่จำเป็นแก่พืช ถึงแม้จะมีการรณรงค์ให้เกษตรกรหันมาใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากขึ้น แต่ปุ๋ยเคมีก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดมิได้สำหรับพืชไร่ที่ทำในเชิงการค้า (พาณิชย์) หมอดินท่านว่า ถ้าจะทำมาค้าขาย ก็ควรใช้ปุ๋ยเคมีควบคู่กับปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ผลผลิตดียิ่งขึ้น แต่ถ้าจะทำแค่ทำมาหากิน ก็ควรทำแบบทุนต่ำโดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี แต่ผลผลิตที่ได้ก็จะพอประมาณเท่านั้น อย่างไรก็ตาม การใช้ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียวถือว่าเป็นการหวังผลในระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการที่ไม่ควร

3. การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อเป็นธาตุอาหารเสริมแก่พืช
ปัจจุบันทางภาครัฐได้สนับสนุนให้เกิดโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งโรงปุ๋ยขึ้น ทำให้เกษตรกรในแต่ละท้องถิ่นสามารถหาซื้อปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพใช้ได้ในราคาประหยัด และมีประสิทธิภาพ สามารถอ้างอิงแหล่งผลิตปุ๋ยที่น่าเชื่อถือได้ ปุ๋ยชนิดนี้จะให้ธาตุอาหารเสริมทุกชนิดแก่พืช ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้ปุ๋ยเคมีเลยค่ะ

ดังนั้น เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยทั้ง 3 ชนิดนี้ร่วมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อการเพิ่มผลผลิตในเชิงการค้ามากที่สุด




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2551    
Last Update : 2 ตุลาคม 2551 2:17:34 น.
Counter : 121 Pageviews.  

ไร่มันสำปะหลัง

มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัวหนึ่งซึ่งช่วงหลังนี้มีราคาค่อนข้างสูง เพราะนอกจากจะใช้ประโยชน์เพื่อเป็นวัตถุดิบในการแปรรูปเป็นแป้งมัน และผลิตอาหารสัตว์แล้ว ปัจจุบันยังเป็นที่ต้องการในแง่ของพลังงานทดแทนอีกด้วย คือ สามารถนำไปผลิตไบโอดีเซลและเอทานอลได้ ราคาที่สูงขึ้นจึงเป็นแรงจูงใจให้ชาวไร่ชาวสวนในแถบนี้หันมาปลูกมันสำปะหลังกันเยอะมากๆค่ะ บางรายถึงกับยอมขุดรื้อพืชไร่พืชสวนที่ทำอยู่ทิ้งอย่างน่าเสียดาย เพื่อใช้พื้นที่เดิมปลูกมันสำปะหลังแทน สำหรับไร่ของที่บ้านสาวบ้านไร่ก็เป็นพื้นที่ว่างพอดี จึงตัดสินใจลองปลูกมันสำปะหลังดู เนื่องจากเป็นพืชล้มลุก สามารถทำได้ในระยะ 1 ปี หากได้ผลผลิตไม่น่าพอใจ เราก็ยังสามารถเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นแทนได้ในปีถัดไป ซึ่งก็จะต่างจากการปลูกไม้ยืนต้น ที่ต้องใช้เวลานาน จึงต้องพิจารณาตัดสินใจอย่างถี่ถ้วนก่อนจะลงทุนลงแรงปลูก

จากที่ได้คุยกับคนงานผู้ชำนาญ ทำให้สาวบ้านไร่ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ เช่น การปักต้นพันธุ์ลงปลูกต้องดูส่วนโคนและปลายให้ดี หากเอาหัวทิ่มลงมันฯก็จะไม่ขึ้นค่ะ ซึ่งดูๆไปก็คล้ายกับการปลูกต้นสบู่ดำค่ะ นอกจากนี้ การเว้นระยะห่างของต้นก็มีผลต่อการให้ผลผลิตด้วยค่ะ ชาวไร่บางคนก็ชอบให้ปลูกถี่ๆ เพื่อจะได้จำนวนต้นมาก แต่หัวมันฯ ที่ออกก็จะไม่ใหญ่มาก น้ำหนักน้อยแต่ได้ปริมาณเยอะ ส่วนของเราชอบแบบหัวใหญ่ๆ น้ำหนักมาก เลยให้ปลูกโดยเว้นระยะห่างของต้น 60-70 cm. กว่าจะได้เก็บเกี่ยวก็อีก 10-12 เดือนค่ะ เอาไว้คงได้เห็นว่า หัวมันฯ จะใหญ่แค่ไหน
แต่ก็แอบหวังอยู่ว่า ตอนนั้นราคาก็จะดีขึ้นไปอีกนะคะ




 

Create Date : 02 ตุลาคม 2551    
Last Update : 2 ตุลาคม 2551 1:46:10 น.
Counter : 124 Pageviews.  

เกษตรชีวภาพ

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2551 เกษตรจังหวัดและอำเภอเข้ามาเยี่ยมชมไร่และให้คำแนะนำการทำเกษตรชีวภาพ โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรทำไร่โดยไม่ใช้สารเคมี และหันมาใช้สารสกัดชีวภาพและอินทรียวัตถุที่ได้จากธรรมชาติ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการทำไร่ และได้ผลผลิตที่ดีโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมทั้งดิน น้ำ และอากาศ ...

การเยี่ยมชมครั้งนี้ทำให้เราได้รับคำแนะนำที่ดีหลายอย่างที่จะนำมาพัฒนาการทำไร่และสวนได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังได้รับคำชมในการที่สาวบ้านไร่ได้เริ่มต้นทำเกษตรเชิงชีวภาพไปบ้างแล้ว เช่น การผลิตปุ๋ยชีวภาพจากมูลสัตว์และน้ำสกัดชีวภาพ EM สำหรับใส่บำรุงต้นไม้ในไร่ ทั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ดีค่ะ สำหรับผลลัพธ์ที่ได้คงต้องรอดูอีกสักระยะค่ะ เพราะเพิ่งเริ่มต้นใช้ค่ะ :)

สำหรับสูตรปุ๋ยชีวภาพที่สาวบ้านไร่ทำใช้อยุ่ขณะนี้ ก็ได้รับการแนะนำจากเกษตรอำเภอ ซึ่งได้ทดลองนำไปใส่ในพืชผักสวนครัวที่ปลูกโดยไร้สารเคมีแล้ว ปรากฏว่าได้ถั่วฝักยาวที่ยาวสมชื่อจริงๆค่ะ รวมทั้งเหล่าบรรดาผักกวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้าก็พากันทั้งอวบอั๋นและสุงยาวเข่าดีไปกันถ้วนหน้าค่ะ ก็เลยนำไปเข้าครัวบ้านไร่หม่ำกันอย่างเอร็ดอร่อยเพราะมั่นใจว่าปลอดภัยไร้สารเคมี100%ค่ะ สำหรับสูตรปุ๋ยชีวภาพที่ได้มาก็จะนำมาเผยแพร่ต่อไปค่ะ




 

Create Date : 03 กันยายน 2551    
Last Update : 3 กันยายน 2551 1:03:54 น.
Counter : 291 Pageviews.  

 
 

Valentine's Month


 
สาวบ้านไร่
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตบ้านไร่อาจไม่สุขสบายเหมือนเมืองกรุง...แต่สีเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้าในไร่และสวนก็ทำให้เราสุขใจเกินพอ...
[Add สาวบ้านไร่'s blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com