space
space
space
space

2019 ปักกิ่ง (ตอนที่ 4) เทียนจิน..แอมอินเลิฟ
เดิมที "เทียนจิน" เป็นแค่เมืองนอกสายตา เนื่องจากเรามาปักกิ่ง 7 วัน ครั้นจะอยู่ปักกิ่งอย่างเดียว 7 วันเลยก็ดูจะเยอะไป เลยแบ่ง 2 วันมาเที่ยวเมืองใกล้ๆอย่างเทียนจิน

แต่เชื่อไหมว่าแค่ 2 วัน กลับทำให้เรารักเมืองนี้เข้าอย่างจัง 102

Day VI (อ. 8 พ.ค. 62) : เทียนจิน / ถนนคนเดิน Guwenhua Jie / Tianjin Eye

เราขึ้นรถไฟความเร็วสูงจากปักกิ่งไปเทียนจิน ใช้เวลาแค่ครึ่งชม. รถไฟมีหลายรอบมาก เราแนะนำให้จองไปก่อน จาก trip.com (เราเคยมีประสบการณ์รถไฟความเร็วสูงกวางโจว-ฮ่องกง ที่ไม่ได้จองไปก่อน เพราะเห็นว่ารถมีทุกชม. ปรากฎว่าตั๋วทุกเที่ยวทุกที่นั่ง) คนจีนเดี๋ยวนี้โดยสารด้วยรถไฟความเร็วสูงกันเยอะมากจริงๆ

เจ้าหัวจรวดขบวนนี้วิ่งด้วยความเร็ว 350 กม. ต่อชม. มี free wifi แถมสัญญาณเน็ตก็ไม่มีหลุดด้วย 100


เริ่มต้นจากที่พัก เรานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินมาลงสถานี Beijing South Station ซึ่งเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง จากนั้น เราตรงไปช่องขายตั๋ว High Speed Train แล้วยื่นพาสปอร์ต + โค๊ดที่ได้จากการจองให้เจ้าหน้าที่ เพียงเท่านี้ เราก็ได้ตั๋วมาละ ในตั๋วเป็นภาษาจีนล้วนจ้า แต่เดาได้ไม่ยาก อย่างของเรานี่คือ ขึ้นที่ชานชาลาที่ 18 ตู้ 2 ที่นั่ง 2D (ที่นั่งเป็นแบบ 3-2 ตอนจอง เราระบุตำแหน่งเก้าที่ต้องการได้เลย)


นั่งเพียงแค่ 30 นาที เราก็มาถึงเมืองเทียนจินละ ที่เทียนจินสถานีรถไฟความเร็วสูงก็เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเช่นกัน แต่ก่อนจะเข้าเมืองเราแวะกันข้าวกลางวันร้าน Mr.Lee กันก่อน เป็นอาหารฟาสฟู้ดแบบจีนๆกินง่ายดี 

มาเมืองจีนแล้วก็ต้องไม่พลาด ข้าวมันไก่ หน้าตาดูดี รสชาติโอเค เสียแต่กินยากไปหน่อยเพราะเค้าสับไก่แบบติดกระดูกมาด้วย


เริ่มต้นการเดินทางในเทียนจินด้วยการเอาของไปเก็บที่รร.ก่อน ที่นี่..เราจอง Marriott Courtyard ซึ่งถ้าดูจากรูปโรงแรมด้านล่างเนี่ย มันไม่น่าจะหายากเลยใช่ไหม แต่ปรากฎว่า..เราเดินหารร.กันอยู่เกือบชม. นั่นเพราะ Google Map มาร์กตำแหน่งผิด!! 35


ถ้ามาตาม Google Map จะให้เราลงสถานี Xinanjiao แล้วเดินขึ้นไปอีกไม่กี่ร้อยเมตร ปรากฏว่าเราเดินเท่าไหร่ก็หารร.ไม่เจอ ลองเข้าซอยนั้นออกซอยนี้ ก็ไม่เจอ ถามคนแถวนั้น บางคนก็ชี้ให้เราเดินขึ้นไปอีก บางคนก็ไม่รู้ (น่าแปลกว่าคนที่เทียนจินที่เราเจอพูดภาษาอังกฤษได้ดีกว่าคนที่ปักกิ่งอีกแฮะ) 

เดินหาเกือบชม. วนไปวนมาอยู่แถวนั้นแหละ จนเริ่มท้อใจ สุดท้ายเราเข้าไปในเว็บจองรร.สักที่ แล้วไปอ่านข้อมูลว่ารร.นี้อยู่ใกล้สถานี Xibeijiao ไม่ใช่ Xinanjiao (ชื่อสถานีก็ดันคล้ายกันเหลือเกิน) แล้วแผนที่ของเว็บนั้น (ถ้าจำไม่ผิด เป็น booking.com) ชี้ไปที่จุดเขียวบนรูปด้านล่าง ซึ่งปรากฏว่าถูก!! เดินไปเห็นป้าย Marriott Courtyard อยู่ตรงหน้า น้ำตาแทบไหล 555 อยากจะไปตีมือคนมาร์กจุดใน Google Map จริงๆ
ตำแหน่งที่วงสีแดงเอาไว้คิดตำแหน่งที่ผิด จุดสีเขียวคือตำแหน่งที่ถูก

โรงแรมนี้จะบอกว่าทำเลดีมาก จากสถานีรถไฟ Xibeijiao มีทางเชื่อมเดินเข้าห้าง แล้วรร.ก็อยู่ใกล้ๆห้างเลย (เดินไม่กี่ 10 เมตรจากห้าง) แต่ตัวโรงแรมไม่ติดถนนใหญ่นะ เข้ามาด้านในนิดหนึ่ง 

ห้องพักที่นี่ใหญ่ สะอาด เตียงนุ่ม นอนสบาย (เด็กๆงี้ถึงกับไม่อยากกลับไปนอนโนโวเทล ปักกิ่งเลย 52)


พนักงานที่นี่ พอรู้ว่าเราเป็นคนไทย ก็มาคุยด้วยใหญ่เลย บอกว่าเค้าชอบเมืองไทยมาก ตอนนี้กำลังหัดเรียนภาษาไทยอยู่ด้วย (ปลื้มมม) เรามาที่นี่ถึงได้รู้ว่าคนจีนนี่ชอบสินค้าไทยมากนะ ใน supermarket มีขนม/อาหารไทยเต็มเลย


หลังจากเก็บของที่รร.แล้ว เป้าหมายต่อไปของเราคือ "ถนนโบราณ Guwenhua Jie" ซึ่งอยู่บนถนนไป๋หม่า (Beima) ถนนเดียวกับรร.เรานี่แหละ เดินไปไม่ไกล ระหว่างทางเดิน เราก็เริ่มหลงรักเมืองนี้แล้ว มันเป็นเมืองที่ไม่วุ่นวาย บ้านเมืองสะอาด  คนส่วนใหญ่ใช้จักรยานกัน เป็นเมืองที่เจริญ แต่กลับดูสงบ


เดินไม่กี่ร้อยเมตร เราก็มาถึง ถนนโบราณ Guwenhua Jie ของที่นี่ถูกจริงๆ อย่างขนมเกลียวของฝากนี้นะ ที่เทียนจินขายกล่องละ 10 หยวน ปักกิ่งขาย 50 หยวน แล้วขนมเกลียวนะ อย่าไปกินที่ปักกิ่ง จืดสนิท ต้องที่นี่เลย อร๊อย อร่อย มันกรุบกรอบกำลังดี หอมงาด้วย ถั่วก็อร่อยนะ ถั่วตัดเอย งาดำเอย ซื้อกินไปเถอะ อร่อยจริง 555 


ถนนคนเดินแห่งนี้ แม้หลายๆอย่างจะเป็นการสร้างขึ้นมาใหม่ แต่ก็ให้บรรยากาศความเป็นจีนโบราณได้ดี ซึ่งถ้าเรามองทะลุถนนนี้ออกไป จะเห็นสิ่งปลูกสร้างสไตล์ตะวันตก ให้บรรยากาศของสองวัฒนธรรมในเมืองเดียวกัน100


บนถนนแห่งนี้มีเรื่องราวเกี่ยวกบไซอิ๋วเยอะมาก ทั้งของเล่น รูปปั้น กระบอง ชุดเห้งเจีย ซึ่งเด็กๆอยากได้มานาน หาซื้อที่ไทยไม่มีเลย ในที่สุด..เราก็ได้มาเจอที่นี่ เย้ๆ เดาว่าตำนานเรื่องไซอิ๋ว คงมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างกับเมืองเทียนจินแห่งนี้ 51 


ถ้าเทียบกับถนนเฉียนเหมินที่ปักกิ่งแล้ว เราชอบที่นี่มากกว่า มันได้กลิ่นอายพื้นบ้านมากกว่า ที่นี่มีของแบกะดินมาขายด้วย ให้ความรู้สึกเหมือนเดินคลองถมบ้านเรา แต่ไม่ร้อนเหมือนบ้านเรา 555


นอกจากนี้ ยังมีของพื้นบ้านอย่างพวกหินขัด ที่เอามาทำเป็นเครื่องประดับ ซึ่งส่วนใหญ่จะออกมาหน้าตาคล้ายๆกัน เป็นหินประดับสีแดง สีเหลือง เดินดูแล้วก็เพลินดี


ส่วนนี่ก็ดอกเหมยที่ตามหามานาน หลังจากตามหามาทั่วปักกิ่งแล้วไม่เจอ 555 ถ้าเปรียบดอกซากุระ เป็นดอกไม้คู่เมืองญี่ปุ่น ดอกเหมยก็เป็นดอกไม้คู่เมืองจีน (แม้ที่เราเห็นมันจะเป็นของปลอมก็เถอะ 5252  )


เมื่อเดินไปสุดถนนโบราณ เราก็จะเจอแม่น้ำไห่เหอ (Haihe River) เมื่อมองข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง จะเจอสถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตก เราใช้เวลานั่งริมแม่น้ำสักพักใหญ่เลย นั่งดูคนที่มานั่งพักผ่อนกัน บ้างก็มาเป็นคู่ บ้างก็มากับครอบครัว 


เราสามารถเดินเลาะริมแม่น้ำนี้ไปถึง Tianjin Eye ได้ ซึ่งทางเดินใหญ่ ร่มรื่น ไม่มีเสียงรถวุ่นวาย เดินๆไปเจอคนนั่งตกปลา เราก็แวะดู บางคนตกได้ตัวใหญ่ คนก็แห่มามุงดู ส่งเสียงเชียร์กัน 28


ระหว่างทางเดินไป Tianjin Eye ได้ทันเห็นพระอาทิตย์ตกในซอกตึกเมืองเทียนจิน ไปพร้อมๆกับ Tianjin Eye ที่ตั้งสูงตะหง่านกลางแม่น้ำไห่เเหอพอดี สวยจัง 28


จากบรรยากาศสงบๆที่เราเดินมา พอถึง Tianjin Eye บรรยากาศก็คึกคักมีความเป็น tourist ขึ้นมาทันที ช่วงเย็นๆคนต่อคิวขึ้น Tianjin Eye ยังไม่ค่อยเยอะ แต่พอมืดหน่อยนี่ คิวยาวเลย ส่วนเรา..ผู้กลัวความสูงเป็นชีวิต ขอยืนชมวิวอยู่ข้างล่างนี้แทนละกันนะ 52


Day VII (พ. 9 พ.ค. 62) : Italian Style Town / Nanshi Grocery Street / Five Great Avenue / ถนน Bingjiangdao

เช้านี้เราไปกินอาหารเช้าที่ KFC มีทั้งโจ๊ก น้ำเต้าหู้ และปาท่องโก๋ยักษ์ จากนั้นเราก็ขึ้นรถไฟฟ้ามุ่งหน้าไปยัง Italian Style Town 

ที่นี่เป็นอีกหนึ่ง Tourist Spot ที่ทัวร์มักจะนิยมมา วันที่เราไป เจอนักท่องเที่ยวจีนเยอะเลย ต่อคิวถ่ายรูปกันทุกที่ เราเลยใช้เวลาอยู่ที่นี่แปบเดียวแล้วรีบออก 


เป้าหมายต่อไปคือ "ตลาดสด Nanshi" ได้ข่าวว่ามีอาหารชื่อดังคือ Goubuli หน้าตาเหมือนเสี่ยวหลงเปา ที่ว่ากันว่าอร่อย 

เรานั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานี Drum Tower แล้วเดินไปอีกประมาณ 600 เมตร ก็จะเห็นตลาดสด Nanshi (เวลาไปจีน พยายามเซฟรูปภาพสถานที่ๆเราจะไปไว้ เพราะป้ายมีแต่ภาษาจีน เราไม่มีทางรู้เลยว่านี่คือตลาดสด Nanshi จนกว่าเราจะเอารูปที่เราเซฟไว้มาเทียบกับของจริงดู และเป็นการ double check ว่า Google Map พาเรามาถูกที่หรือเปล่า 5555) 


ภายในตลาด มีร้านขายของฝาก ร้านอาหาร แผงขายขนม แนะนำว่าใครที่จะซื้อของฝากให้มาซื้อที่นี่เลย ราคาถูกและของมีให้เลือกหลากหลาย  

มื้อกลางวันเรามาฝากท้องไว้กับร้านอาหารชื่อ Tianjin Restaurant ในตลาด Nanshi สั่งมาทั้งหอยลายผัดพริก ข้าวต้มกุ้ง ไก่ทอด และไม่พลาด Goubuli (อาหารขึ้นชื่อ) ซึ่่งเรากินแล้วกลับเฉยๆแฮะ แต่ผู้ชนะประจำมื้อนี้คือ เจ้าหอยลายผัดพริกจานนี้แหละ เด็ด! 


หลังจากท้องอิ่ม เราก็เดินซื้อของฝากกันในตลาด แล้วเอากลับไปเก็บที่รร. ก่อนจะเดินทางไปยังเป้าหมายต่อไปคือ Five Great Avenue ซึ่งมันก็คือจุดรวมของถนน 5 สาย แต่ละสายมีสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน และจะมารวมกันที่ Minyuan Stadium
(แหล่งข้อมูล : https://www.topchinatravel.com/china-attractions/five-great-avenues.htm)

ซึ่งในความเป็นจริง การเดินหา Five Great Avenue นั้น หายากมากกก ไม่มีป้ายอะไรเลยที่เขียนว่า Five Great Avenue ถามคนที่นั่นเค้าก็ไม่รู้จักว่า Five Great Avenue คืออะไร (คนที่นั่นเรียกว่า Wu Da Dao ดังนั้นถ้าจะหาป้ายไป ให้หาป้ายที่เขียนว่า Wu Da Dao)

วิธีการมาคือ ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงสถานี Xiaobailou แล้วเดิน (เดินพอสมควรเลยแหละ) ในที่สุด..เราก็ได้มาเจอ Five Great Avenue หรือ Wudadao Historical Culture Area) 117


จุดศูนย์รวมของถนน 5 สายนี้คือ Minyuan Stadium ภายในสเตเดี่ยม มีสนามซึ่งเป็นที่นั่งเล่นพักผ่อนหย่อนใจของคนที่นี่ มีนักศึกษามาถ่ายรูปรับปริญญากันด้วย และที่นี่เอง..เราได้เจอคนไทยกลุ่มแรก ตั้งแต่เรามาเหยียบเทียนจิน 117 เราจึงได้รูปรวมหมู่ครอบครัวแบบไม่ต้องหน้าชิดจอจากความช่วยเหลือของน้องๆ (ขอบคุณน้าา54)


ถัดจากสเตเดี่ยมไปหน่อย จะมีรถม้าขี่รอบเมืองไว้บริการด้วย ค่าบริการคนละ 80 หยวน (เด็ก/ผู้ใหญ่คิดเท่ากัน) แอบแพงอยู่ แต่เราก็ขึ้น บอกว่าอยากนั่งม้าชมเมือง แต่จริงๆแล้วอยากนั่งพักกินลม หลังจากที่เดินหลงกันเป็นชม. 31 

ตอนอยู่บนรถม้า เค้าจะมีบรรยายถึงความสำคัญของสถานที่ต่างๆที่เราผ่าน แต่อย่าหวังว่าจะเข้าใจ เพราะเค้าบรรยายเป็นภาษาจีน 52 


นั่งวนรอบเมืองไปน่าจะครึ่งชม. เด็กๆหลับกันได้มันส์มาก 555 นี่รถม้าแบบเต็มๆคันเป็นแบบนี้


ช่วงเย็น แถวนี้จะยิ่งคึกคักมาก เพราะนักเรียนเลิกเรียน ผู้ปกครองหลายคนก็จะพาเด็กๆมาวิ่งเล่นที่นี่ นอกจากนี้ตามข้างทาง ยังมีร้านเล็กๆฮิปๆน่านั่งหลายร้าน เราเข้าไปกินไอติม home made ร้านนึง แต่งร้านสวยดี แถมไอติมอร่อยด้วย

หลังจากที่พักเอาแรงกันพอสมควรแล้ว เราก็เดินต่อไปยังถนน Bingjiangdao (ทริปนี้เดินเฉลี่ยวันละ 10-14 โล และวันนี้แหละที่เราทำลายสถิติทุกวัน เดิน 14.2 กก.52

อ้อ ที่เมืองจีนไม่ว่าจะเป็นปักกิ่งหรือเทียนจิน มีห้องน้ำสาธารณะอยู่ข้างทางเป็นระยะ ซึ่งดูภายนอกแล้วหน้าตาดูดี มีคนมาทำความสะอาดเรื่อยๆ แต่ข้างในเป็นยังไงนั้นไม่รู้ เพราะเรายังไม่กล้าลองเข้า 52


และในที่สุด..เราก็มาถึงเป้าหมายสุดท้ายของวันนี้ ถนน Bingjiangdao ซึ่งเป็นถนนคนเดินแนวโมเดิร์น มีร้านแบรนด์ต่างๆ เช่น Zara และ Starbucks ที่กำลังจะเปิด อารมณ์เหมือนเดินสยามสแควร์บ้านเรา แต่เป็นเวอร์ชั่นภาษาจีน 555


กลางคืนที่นี่ก็สวยไปอีกแบบ มีการเล่นแสงไฟตามป้ายร้านต่างๆ ที่แม้จะเป็นคนละร้านกันแต่ก็คุมโทนการเล่นแสงไฟให้เหมือนกันได้ตลอดสาย


การเดินทางในเมืองเทียนจินของพวกเราก็จบ พร้อมกับความประทับใจแต่เพียงเท่านี้99



Create Date : 24 กรกฎาคม 2562
Last Update : 8 สิงหาคม 2562 10:45:35 น. 0 comments
Counter : 132 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#15


 
ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]






space
space
[Add ด้วยรักและผูกพัน's blog to your web]
space
space
space
space
space