space
space
space
space

2019 ปักกิ่ง (ตอนที่ 1) ชิมของแปลก Wangfujing / พระราชวังฤดูร้อน / พาชิมเป็ดปักกิ่ง Liqun Roast Duck
มาแว้ววว ทริปปักกิ่ง 9 วัน จากโปร China Southern Airline เราออกเดินทางกันวันที่ 3 พ.ค. (ต่อเครื่องที่กวางโจว 2 ชม.) 

ประเดิมด้วยภาพถ่ายฝีมือคุณลูกชายคนโตก่อนออกเดินทางเวลา 8.40 น. พวกเราพร้อมละค้าบบ


Day I (ศ. 3 พ.ค. 62) : กรุงเทพฯ-กวางโจว-ปักกิ่ง / ถนนหวังฟู่จิง (Wangfujing)

จากกรุงเทพฯไปกวางโจว เดิมทีเราได้บินเครื่อง Boeing 737 Max 8 (เครื่องรุ่นที่ตกมาสองลำก่อนหน้านี้แหละ 58) แอบลุ้นว่าเค้าจะเปลี่ยนเครื่องเป็นรุ่นอะไร ปรากฎว่าได้ 737 ตัวเก่า (ก่อน Max 8) ที่นั่ง 3-3 

จากกวางโจวไปปักกิ่ง เป็นเครื่องลำใหญ่ Airbus 330 ที่นั่ง 2-4-2 ดูหนังกันเพลินเลย มี Aqua man แล้วด้วย ถึงปักกิ่งดูหนังจบพอดี

ที่จีนเมฆหนามาก เหมือนนั่งอยู่บนปุยเมฆ28 ตอนจังหวะจะ landing ต้องฝ่าฝูงเมฆกันไป


มาถึงปักกิ่ง 18.05 น. ที่นี่หน้าร้อนจะสว่างตั้งแต่ตีสี่ตีห้า ตอนเย็นก็มืดช้า หนึ่งทุ่มนี่ยังสว่างอยู่เลย จากสนามบิน เรานั่ง Airport Express ไปลงที่สถานี Dongzhimen ค่าตั๋ว AE คนละ 25 หยวน ตอนขามาเราซื้อสี่ใบ แต่เห็นเด็กหลายคนเดินเข้าพร้อมพ่อแม่ ขากลับเลยลองสอบถามเจ้าหน้าที่ดูว่าเด็กเสียยังไง เค้าดูความสูง สรุปว่าของเราเค้าคิดแค่คนโตคนเดียว (คนโตสูง 125 ซม. คนเล็ก 120 ซม)

จาก Dongzhimen เราสามารถต่อขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินเข้าเมืองได้เลย ที่นี่เราซื้อบัตรอี้ข่าถ่งเพื่อใช้ในการเดินทาง บัตรจะมีค่ามัดจำ 20 หยวน เราซื้อไป 100 หยวน ก็ใช้เงินในบัตรได้ 80 หยวน

จะบอกว่าค่ารถไฟฟ้าในจีนถูกมากมาย เริ่มต้น 3 หยวน แพงสุด 7 หยวน แต่ใช้บัตรอี้ข่าถ่งไม่ได้ลดนะ ได้ความสะดวกที่ไม่ต้องคอยหยอดเหรียญ (แต่มีข้อเสียของการใช้บัตรอี้ข่าถ่งด้วย เด๋วเล่าให้ฟังวันสุดท้าย)

ถึงละค้าบ ที่พักของเราที่ปักกิ่ง Novotel Xinqiao Hotel ข้อดีมากๆของรร.นี้คือ ติดรถไฟฟ้า สถานี Chongwenmen (ที่จีนเดินแต่ละที่ไกลมาก แม้แต่ช่วงเปลี่ยนสายรถไฟฟ้า ยังเดินพอสมควรเลย) การได้ที่พักติดสถานีรถไฟเลย น่าจะเป็นคำตอบที่เหนื่อยน้อยหน่อย 555 

ช่วงอยู่ปักกิ่ง เราพักที่นี่ทุกวัน (ระะหว่าที่ไปนอกเมือง ก็ฝากกระเป๋าไว้ได้ ไม่มีค่าใช้จ่าย) แม้รร.จะเก่าไปหน่อย แต่ก็ได้มาตรฐาน Accor อยู่ ตอนพักเราได้พักห้อง 2 แบบ คือ Premier room กับห้อง Superior room ความแตกต่างคือห้องน้ำ premier มีอ่างอาบน้ำ (แต่แอบเก่า) แต่ superior เป็นฝักบัว ส่วนขนาดห้อง เราว่า Premier ใหญ่กว่านิดนึงนะ


สถานีรถไฟฟ้าในปักกิ่งหลายๆสถานียังไม่มีลิฟท์ ส่วนบันไดเลื่อนมีไม่ครบทุกทางออก ดังนั้นเตรียมตัวแบบกระเป๋าเดินทางกันด้วยนะจ๊ะ (บันไดไม่ชันมาก พอให้เรายกกระเป๋าได้แบบไม่เหนื่อยเกินไป)


ก่อนออกจากสถานี ดูทางออกกันดีๆ ออกทางออกผิดนี่ เดินอย่างไกล อย่างสถานี Chongwenmen ถ้าเราจะมาที่รร. เราต้องออกทางออก A2 ถ้าออกทางออก E,F,G,H นี่เดินไกลเลย (แม้สถานีนี้จะเป็นสถานีเชื่อมต่อรถไฟ 2 สายคือสีน้ำเงินและสีม่วง แต่ถ้ามาที่รร.เรา เดินจากรถไฟสีน้ำเงินจะใกล้กว่า ดังนั้นถ้ามีทางเลือกว่าจะขึ้นสายสีน้ำเงินหรือสีม่วงมาที่รร.ดี แนะนำให้ขึ้นสายสีน้ำเงินดีกว่า)


หลังจากเก็บกระเป๋ากันแล้ว เราก็ตรงไปหาของแปลกกินที่ถนน Wangfujing กันเลย 

นี่เป็น Beijing Subway Map เวลาจะไปต้องหาแผนที่ฉบับล่าสุดนะ เพราะที่ปักกิ่งมีการสร้างรถไฟฟ้าสายใหม่เพิ่มเรื่อยๆ จะเห็นว่าจุดศูนย์กลางของเมืองปักกิ่งคือพระราชวังต้องห้าม 

จากที่พัก เราขึ้นรถไฟสายสีน้ำเงินไปต่อสีแดง เพื่อไปลงสถานี Wangfujing (ชอบการตั้งชื่อสถานีที่นี่ ตั้งชื่อตามสถานที่สำคัญ เห็นแล้วรู้เลยว่าที่สถานีนี้มีอะไร เช่น สถานี Olympic Sports Center ก็คือตึกโอลิมปิก, สถานี Beijing Zoo ก็ไปสวนสัตว์ เป็นต้น)

ถนน Wangfujing จะมีตรอกอยู่ตรอกนึง ขึ้นชื่อเรื่องของกินแปลกๆ มีทั้งแมงป่องเป็นๆเสียบไม้ ตะขาบ ปลาดาว ม้าน้ำ เรียกได้ว่า Everything You can Eat วิธีไปไม่อยาก เดินตามฝูงชนไปเลย จะเห็นคนต่อแถวกันยาวๆเพื่อเข้าไปในตรอกนี้



หลังจากที่เราเห็นสรรพสัตว์ทั้งหลายเสียบไม้ ความหิวมันก็มลายหายไปทันที เกิดอาการกินอะไรไม่ลง อยากกินมังสวิรัติขึ้นมา เลยจบที่เต้าหู้ทอดละกัน 555 (อร่อยนะเออ ขอบอก)


ส่วนเด็กๆ เราก็ play safe หาของที่คิดว่าปลอดภัยที่สุด 555 นั่นไงกุ้งชุบแป้งทอด เนื่องจากอ่านภาษาจีนไม่ออก เห็นป้ายเขียนมีตัวเลขเขียนว่า 25 แล้วก็ภาษาจีน ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คุณแฟนสั่งไป 12 ตัว (กะว่า 4 คนกินคนละ 3) ระหว่างที่เค้าเอาไปทอด แฟนเราก็ถามว่าเท่าไหร่ คนขายบอกให้รอก่อน (คนขายที่นี่ภาษาอังกฤษพอได้บ้าง เพราะเป็นแหล่ง tourist) พอทำเสร็จ คนขายบอก 300 หยวน พวกเรานี่ถึงกับตาค้าง หา 1,500 บาท!! เราหันไปดูป้ายใหม่ มันน่าจะคือ 25 หยวน ต่อกุ้งชุบแป้งทอด 1 ตัว นั่นคือตัวละ 125 บาท!! กินเท็มปุระบ้านเรายังได้ตั้ง 3-4 ตัวราคานี้ มันคือ street food ที่ราคาแพงที่สุดเท่าที่เคยกินมา (ร้องไห้แปบบบ) 


คืนแรกจบไปแบบคาใจว่า ค่าอาหารเมืองจีนมันแพงขนาดนี้เลย หรือเราถูกหลอก?

Day II (ส. 4 พ.ค. 62) : พระราชวังฤดูร้อน (Summer Palace) / เป็ดปักกิ่ง Liqun Roast Duck

จริงๆโปรแกรมวันนี้ เราตั้งใจจะไปจตุรัสเทียนอันเหมิน + พระราชวังต้องห้าม แต่ตอนนั่งรถไฟจะไป รถไฟข้ามสถานีรอบเทียนอันเหมินไปหมดเลย พยายามเปลี่ยนสายอื่นก็เป็นเหมือนกัน เสิร์ชหาข้อมูล ปรากฏว่าวันที่ 4 พ.ค. ครบรอบ 30 ปีเหตุการณ์นองเลือดจตุรัสเทียนอันเหมิน เค้าเลยมีพิธีสวนสนาม เป็นอันว่าโปรแกรมนี้เลยต้องยกเลิก เปลี่ยนไปพระราชวังฤดูร้อนอี้เหอหยวนกันแทน 

พระราชวังฤดูร้อน เราขึ้นรถไฟสาย 4 ไปลงสถานี Beigonmen และเหมือนเดิม เมื่อถึงทางออกก็เดินตามฝูงชนไป (คนจีนมาเที่ยวกันเองเยอะ) ก่อนถึงทางเข้าพระราชวัง จะมีร้านอาหารขาย เรากลัวข้างในจะไม่มีอะไรก้น เลยซื้อข้าวกล่องกินกันข้างหน้าก่อน กล่องละ 30 หยวน อืมม ราคาอาหารที่นี่ไม่ถูกจริงๆ กล่องละ 150 บาท (เอ๊ะหรือนี่ราคานักท่องเที่ยว???) 


ค่าเข้าพระราชวังฤดูร้อนคนละ 60 หยวน (เด็ก 30 หยวน) คือสามารถเข้าชมได้ทุกจุด แบบไม่ต้องไปเสียเพิ่มด้านใน จุดแรกเราเข้าไปชมตลาดน้ำซูโจว (Suzhou Street) ก่อนเลย ถนนนี้สร้างในสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง เนื่องจากพระองค์อยากให้จำลองชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านมาไว้ในวัง (ที่เราเห็นอยู่นี้คือมีการบูรณะใหม่แล้ว เพราะของเดิมถูกอังกฤษและฝรั่งเศสเผาทำลายไป)


ที่ถนนซูโจว มีร้านให้เช่าชุดฮ่องเต้ถ่ายรูปด้วย (มีหลายร้านเลยนะค่อยๆดูไป) เราเห็นร้านแรกรีบเข้าไปเลย ค่าเช่าชุดละ 30 หยวน (เช่าเฉพาะชุดแบบไม่เอารูป) แต่เค้าอนุญาตให้เราถ่ายด้วยกล้องตัวเองนะ 

น่ารักไหมฮ่องเต้น้อยของเรา 28 (ก่อนมาเราเล่าประวัติศาสตร์จีนให้เด็กๆฟัง จนเด็กๆสนใจ แล้วก็ให้ดูหนังจีน ปูยี จักรพรรดิ โลกไม่ลืม เด็กๆชอบตอนปูยี 3 ขวบขึ้นเป็นจักรพรรดิมาก แล้ววันนี้ฝันของพวกเธอเป็นจริงแล้ว 51)


จริงๆเราก็อยากใส่ชุดฮองเฮาสักครั้งนะ แต่คุณแฟนไม่เล่นด้วยบอกว่าชุดเยินมาก อดเบยยย 52 เอาธีมแดงให้เข้ากับบรรยากาศไปแทนก็ละกัน


จากถนนซูโจว เราก็เดินแวะตามจุดต่างๆไป และด้วยความที่ไม่ยอมซื้อแผนที่ (บอกจุดต่างๆในพระราชวังต้องห้าม) กะว่าเดินไปเรื่อยๆก็ได้ ปรากฏว่าเราพลาดจุดเข้าชมไปตั้งหลายจุด เนื่องจากข้างในนี้ใหญ่มาก และมันไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงเข้าไปอย่างเดียว บางจุดต้องไปทางซ้าย บางจุดต้องไปทางขวา ขึ้นเนินบ้าง ทแยงบ้าง ส่วนเราเดินตรงๆเข้าไปเพื่อไปยังทะเลสาปคุนหมิงและเจดีย์แปดเหลี่ยม ซึ่งแอบเมื่อยอยู่ ไกลไม่ว่าแต่มันต้องขึ้นเนิน 31

ในที่สุดเราก็ได้มาเห็นทะเลสาปคุนหมิงแล้ว เย้!! ทะเลสาปนี้ไม่ใช่ทะเลสาปธรรมชาตินะ แต่มันถูกสร้างขึ้นจากมนุษย์!!


ด้วยพระประสงค์ของพระนางซูสีไทเฮาที่ทรงโปรดที่นี่มา สั่งให้คนขุดดินขึ้นมาเพื่อทำเป็นทะเลสาป จากนั้นนำดินไปถมเป็นภูเขาแล้วสร้างวังบนภูเขา ให้ชื่อว่า “ว่านโซวซ่าน”(ภูเขาหมื่นปี) พร้อมตำหนักน้อยใหญ่หลายหลัง สวนดอกไม้กว่า 300 แห่ง มีระเบียงทางเดินริมทะเลสาบ ที่มีชื่อเรียกว่าระเบียงกตัญญู (ฉางหลาง) ซึ่งถือเป็นระเบียงที่มีความยาวมากที่สุดในโลก 


นอกจากทะเลสาปที่ขุดด้วยน้ำมือมนุษย์และระเบียงที่ยาวที่สุดในโลกแล้ว พระนางซูสีไทเฮายังได้สั่งให้นำงบประมาณของกองทัพมาสร้างเรือหินอ่อน หรือ เรือ Shi Fang (สร้างด้วยหินอ่อนทั้งลำ) เพื่อใช้นั่งจิบน้ำชาชมทิวทัศน์ของทะเลสาบ เรือนี้จึงถูกเรียกอีกชื่อว่า “เรือของคนโง่” (แร๊งงง)


ภายในพระราชวังฤดูร้อนมีร้านขายอาหาร เครื่องดื่มด้วย แต่ราคาแพงกว่าข้างนอกหน่อย อย่างน้ำเปล่าขวดเล็กขวดละ 6 หยวน (ข้างนอก 3-4 หยวน) หลังจากที่นั่งพักกันที่ริมทะเลสาปแล้ว เราก็พร้อมออกเดินทางในพระราชวังกันต่อ หนทางยังอีกยาวไกล สู้ต่อไปทาเคชิ 


เป้าหมายต่อไปของเราคือเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของที่นี่


จากจุดนี้ มาดูในตั๋วเรายังเหลือจุดที่เรายังไม่ได้เข้าชมอีก 2-3 จุด ก็พยายามเดินหา (ข้างๆทะเลสาปคุนหมิงมีแผนที่ภายในพระราชวังฤดูร้อน ถ้าใครที่ไม่ได้ซื้อแผนที่ตอนทางเข้า ก็มาดูที่นี่ได้) จากแผนที่ จะเห็นว่าจุดที่เรายังไม่ได้เข้าชมนั้น อยู่ห่างกันคนละทิศ เราเลยเลือกเดินฝั่งเดียว เพราะเริ่มหมดแรงละ

ระหว่างเดินอยู่ในพระราชวัง ได้เห็นการเกงมีรูด้วย 29 ขนาดอยู่ในยุคแพมเพิสแล้ว คนที่นี่ก็ยังใส่กางเกงมีรูอยู่


เป็นอันจบโปรแกรมเที่ยวพระราชวังฤดูร้อนแต่เพียงเท่านี้ (ใช้เวลา 3-4 ชม.) ตอนแรกกะจะไปตลาดรัสเซียต่อ แต่ดูเวลาห้าโมงเย็นแล้ว ไปถึงที่นั่นคงมีเวลาเดินแปบเดียว เลยกลับไปตั้งหลักที่รร.กันก่อน

พอถึงรร.ชักเริ่มเมื่อย งั้นหาอะไรอร่อยๆกินแถวนี้แทนก็ละกัน (โปรแกรมปรับตามใจฉัน52) เฮ้ย เราเจอร้านเป็ดปักกิ่งแสนอร่อยอยู่ไม่ไกลจากรร.แหละ (1.5 ก.ม.) สู้!! ทั้งวันเกือบ 10 โลเดินมาแล้ว อีก 1.5 โลจะเป็นไร 52 

ว่าแล้วก็เดินจากรร.ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยบ้านคนแถวนั้น  


นี่ไงถึงแล้ว ร้านอยู่ในตรอก เป็นร้านเล็กๆ แต่จะเห็นคนนั่งรอบนเก้าอี้พลาสติกหน้าร้านเต็มเลย เราเดินเข้าไปในร้าน แจ้งจำนวนคน แล้วก็ออกมานั่งรอที่เก้าอี้พลาสติกหน้าร้าน พอถึงคิวเราได้นั่งแชร์โต๊ะกับคนจีนอีกกลุ่มหนึ่ง


ไม่รอช้ารีบจัดเมนูเป็ดปักกิ่งมาก่อนเลย เค้าทำเป็นเซ็ตเอาไว้ให้ เราสั่งเซ็ตสำหรับสองคน แล้วเพิ่มไก่ผัดอะไรสักอย่าง กับข้าวผัดไข่ มาให้เด็ก 


ค่าเสียหายมื้อนี้ 484 หยวน ก็ประมาณ 2,400 บาท ไม่แพงนะ แต่ถ้าถามถึงรสชาติเราชอบเป็ดปักกิ่งเมืองไทยมากกว่าแฮะ ที่ไทยจะแร่ให้มีแต่หนังกรอบๆ แล้วเอาเนื้อไปทำอาหารอย่างอื่น ที่นี่แร่หนังติดเนื้อ (อ้อ เป็ดเมืองจีนไขมันเยอะด้วย ดูมันที่ติดที่หนังสิ) 

ตอนออกมาได้มีโอกาสดูรูปที่เค้าติดไว้ที่ฝาผนัง มีคนดังระดับโลกมาทานที่นี่หลายคนเลย ดาราดังฮ่องกงทั้งเจ็ท ลี, โจเหวินฟระ, หงจินเป่า (ในเรื่องยิปมัน 2) และที่สำคัญสมเด็จพระเทพฯก็เคยเสด็จมาที่ร้านนี้ด้วย


และจบการเดินทางวันที่สองแต่เพียงเท่านี้...



Create Date : 19 พฤษภาคม 2562
Last Update : 19 พฤษภาคม 2562 22:22:10 น. 5 comments
Counter : 234 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณ**mp5**, คุณnewyorknurse, คุณKavanich96


 
ตามมาเที่ยวค่ะ


โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 20 พฤษภาคม 2562 เวลา:15:15:47 น.  

 
เป็นเมืองที่น่าเที่ยว แต่ให้กินแมงป่อง มะอาวครับ 555


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 21 พฤษภาคม 2562 เวลา:13:22:35 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ


โดย: **mp5** วันที่: 23 พฤษภาคม 2562 เวลา:16:08:00 น.  

 

มาเที่ยวด้วยค่ะ


โดย: newyorknurse วันที่: 24 พฤษภาคม 2562 เวลา:2:07:23 น.  

 
ขอบคุณที่แบ่งปัน


โดย: Kavanich96 วันที่: 25 พฤษภาคม 2562 เวลา:11:39:44 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#15


 
ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]






space
space
[Add ด้วยรักและผูกพัน's blog to your web]
space
space
space
space
space