space
space
space
space

2019 ปักกิ่ง (ตอนที่ 3) พระราชวังต้องห้าม / สนามกีฬาโอลิมปิก
Day 3 พระราชวังต้องห้าม / สนามกีฬาโอลิมปิก

วันนี้เราจะได้ไปพระราชวังต้องห้ามกันแล้ว เย้!! (หลังจากบิ้วท์ตัวเองดูซีรี่ย์จีน "เจินหวน จอมนางคู่แผ่นดิน" และ "ปูยี จักรพรรดิโลกไม่ลืม" ก่อนมา) อยากมาเห็นมาว่าแต่ละตำหนักของเหล่านางสนมเค้าอยู่กันยังไง ตำหนักฮ่องเต้อลังการงานสร้างแค่ไหน บัลลังค์ที่ฮ่องเต้น้อยปูยีในวัย 3ขวบรับตำแหน่ง หน้าตาเป็นอย่างไร

ภาพจาก..ปูยี จักรพรรดิโลกไม่ลืม

การเดินทาง
ถ้าเราดูแผนผังรถไฟฟ้าใต้ดินของกรุงปักกิ่ง จะเห็นว่าศูนย์กลางของเมืองคือพระราชวังต้องห้าม ซึ่งมีรถไฟฟ้าล้อมรอบ การเดินทางไปพระราชวังต้องห้ามสามารถลงได้หลายสถานี ไม่ว่าจะเป็นสถานี Tian' Anmen East, Tian' Anmen West หรือแม้แต่สถานี Qianmen


เดิมทีเรากะไปลงที่สถานี Qianmen เพื่อจะได้ดูจตุรัสเทียนอันเหมิน, ตึกรัฐสภา, พิพิธภัณฑ์แห่งชาติจีน แล้วค่อยเข้าพระราชวัง แต่เมื่อวานตอนเราไปเดินถนนเฉียนเหมิน (Qianmen) ได้เห็นสถานที่เหล่านี้แล้ว วันนี้เราเลยขอ skip สถานที่เหล่านั้นนั่งรถไฟฟ้าไปลงสถานี Tian' Anmen East เพื่อย่นเวลาการเดิน

ถึงละค้าบ เห็นรูปประธานเหมาบนพื้นกำแพงสีแดงไกลๆนี้แหละคือทางเข้า เด็กๆพร้อมมาก พกคู่มือการท่องเที่ยว "Plant vs Zombies 2 ตอนพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติ (กู้กง)" เพื่อมาประกอบการเข้าชมด้วย 29


นี่ขนาดไปวันธรรมดานะ มหาชนยังต้องไหลเข้าไปในพระราชวังกันเลย


การเดินนั้นเราจะเดินจากทิศใต้ขึ้นไปยังทิศเหนือ ซึ่งเนื้อที่ในพระราชวังนั้นกว้างใหญ่ถึง 720,000 ตร.ม. มีห้องอยู่ในพระราชวัง 9,999 ห้อง เราคุยกันเล่นๆกับเด็กๆว่า เป้าหมายวันนี้เราจะไปนับห้องในพระราชวังกันว่ามี 9,999 ห้องจริงไหม 29

แต่เอาจริงๆก็นับไม่ไหวหรอก แค่เดินเข้าออกแต่ละพระตำหนักยังมึนเลย หน้าตาเหมือนกันไปหมด ไม่รู้ว่าเดินเข้าซ้ำบ้างหรือเปล่า 555 อีกอย่างช่วงที่เราไปพระราชวังมีการซ่อมแซมเยอะมาก หลายๆส่วนถูกปิดไม่ให้เข้าชม ได้แต่แอบมองทางหน้าต่าง


ก่อนเข้าเราไปซื้อตั๋ว ค่าเข้าคนละ 60 หยวน แล้วก็เช่า Audio Guide คนละ 40 หยวน ซึ่งมีภาษาไทยด้วย เครื่องจะอธิบายตามจุดที่เราไปถึง โดยจะจับจาก GPS (เอาจริงๆบางจุดก็จับติดมั่ง ไม่ติดมั่ง) แต่ควรมีไว้ แนะนำ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ตามประวัติศาสตร์จีนอย่างจริงจัง เพราะไม่อย่างนั้น เราจะเห็นทุกพระตำหนักหน้าตาเหมือนกันหมด 555 แต่ถ้าได้ฟัง เราจะได้รู้ว่าแต่ละตำหนักมีความสำคัญยังไง มีเรื่องราวยังไง 

อย่างจำนวนสัตว์ตรงมุมหลังคา ก็มีความหมาย เป็นตัวบอกยศถาบรรดาศักดิ์ ยิ่งจำนวนสัตว์มากก็แสดงถึงฐานะที่สูง อย่างตำหนักของฮ่องเต้นี่จะมีจำนวนสัตว์มากที่สุดคือ 10 ตัว


หรืออย่างรูปปั้นสิงโตสำริด ถ้าอยู่พระราชวังด้านหน้าจะเป็นหูตั้ง แต่ถ้าอยู่ตรงพระราชฐานชั้นในจะหูตก ได้ยินอะไรข้างในให้ทำเสมือนว่าไม่ได้ยินซะ


ส่วนบันไดกลางนี่ก็เป็นแผ่นหินขนาดใหญ่ (เป็นหินชิ้นเดียวเลยนะ!!) หนักถึง 200 ตัน คิดดูว่าต้องใช้แรงงานคนและเวลามากแค่ไหน กว่าจะยกมาแล้วแกะสลักออกมาได้อย่างสวยงามเช่นนี้


ส่วนนี่คืออีกหนึ่งภูมิปัญญาของคนสมัยก่อน ที่เราชอบมาก มันคือนาฬิกา ที่อาศัยแสงเงาของดวงอาทิตย์มาเป็นเข็มบอกเวลา


ในพระราชวังมีร้านอาหารด้วย แต่คนเยอะมาก และไม่มีระบบการต่อคิว คือเราต้องไปยืนจ่อที่โต๊ะที่กินใกล้จะเสร็จเอง อาหารอร่อยใช้ได้ แต่จริงๆเตรียมข้าวกล่องเข้าไปก็ดีนะ เห็นหลายๆคนพกข้าวกล่องไปนั่งกินกัน สะดวกดี ไม่ต้องไปรอคิวกันที่ร้าน

จากพระราชฐาน เราเดินเข้าชมตำหนักใน เอาจริงๆแอบรู้สึกว่าเล็กกว่าในหนัง 555 พระตำหนักของสนมแต่ละนางนึกว่าจะใหญ่และอลังกว่านี้ 


ออกจากพระราชวังต้องห้าม จริงๆอยากเดินไปที่ Jingshan Park เพื่อขึ้นไปถ่ายรูปพระราชวังมุมสูง แต่เมื่อมองขึ้นไปเห็นระยะทางแล้ว เราก็เปลี่ยนใจไม่ขึ้นก็ละกัน 555

มองกลับมาที่พระราชวัง เห็นความสูงของกำแพงแล้ว ถ้าเราเป็นผู้บุกรุก แค่เห็นกำแพงสูงขนาดนี้เราคงถอดใจแล้วล่ะ 119


จากพระราชวังต้องห้าม เป้าหมายต่อไปคือสนามกีฬาโอลิมปิกกัน ซึ่งเราต้องไปขึ้น MRT ที่สถานี Nanluoguziang เพื่อไปลงสถานี Olympic Sport Center

จากพระราชวังต้องห้ามไปยังสถานี Nanluoguziang นั้นเดินเป็นกิโลอยู่ ระหว่างทางที่เดินไป เห็นเด็กจีนหลายคนแต่ชุดจีนโบราณ เข้ากับบรรยากาศบริเวณพระราชวัง และชุมุชน Hutong ดี ( Hutong เป็นบ้านคนจีนสมัยก่อน ที่มีประตูเล็กๆอยู่หน้าบ้าน โดยมีลานกว้างอยู่ตรงกลางด้านใน เป็นที่พักของพวกขุนนางสมัยก่อน) 


เดินมาสักพัก เริ่มเมื่อยสุดท้ายเลยพึ่งรถบัสสายอะไรจำไม่ได้ แหะๆ (Google Map นำทาง) นั่งไป 3 สถานี แล้วเดินอีกนิดนึง เราเลยได้ลองขึ้นรถบัสของกรุงปักกิ่งกัน รถบัสที่นี่โล่งขับดี ไม่เหมือนสาย 8 บ้านเรา 119 พอขึ้นไปเราจ่ายเงินด้วยบัตรอี้ข่าถงได้เลย คนละ 2 หยวน พอถึงป้ายที่ 3 เราก็ลง แล้วเดินไปขึ้น MRT

เมื่อมาถึงสถานี Olympic Sport Center เราก็เดินตามป้ายออกมา ถึงละค้าบสนามกีฬารังนก
 
ส่วนนี่ตึก IBM สร้างเป็นรูปมังกรด้วยนะเออ


ที่นี่ดูเหมือนไม่มีอะไรให้เราต้องใช้เวลานาน แต่เรากลับอยู่ที่นี่กันจนพลบค่ำเลย อากาศกำลังดี นั่งดูคนมาเดินเล่น มาออกกำลัง ที่ลานแห่งนี้ นั่งดูพี่รปภ.คนนึงยกไมค์กับลำโพงมาร้องงิ้วโชว์ เป็นผู้ชายที่สามารถดัดเสียงและขึ้นเสียงสูงได้เหมือนผู้หญิงมาก ส่วนเด็กๆก็สนุกกับการเล่นฟองสบู่ลูกโป่ง


นั่งกันไปแปบๆ ก็เริ่มได้เพื่อน ภาษาไม่เป็นอุปสรรคในการสื่อสารของเด็กๆกันเลย สามารถเล่นกันได้โดยไม่ต้องคุยภาษาเดียวกัน 28


สรุปโปรแกรมวันนี้เราเลยจบที่สนามกีฬาโอลิมปิกนี้แหละ ตอนหัวค่ำเดินไปกินพิซซ่าในห้างใกล้ๆกับสนามกีฬา แล้วก็ขึ้นรถไฟฟ้ากลับที่พัก (พอเริ่มมีอายุ โปรแกรมเที่ยวในแต่ละวันก็จะหลวมขึ้นตามอายุ 555)



Create Date : 15 มิถุนายน 2562
Last Update : 15 มิถุนายน 2562 21:53:03 น. 1 comments
Counter : 133 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

 
ดีเลยครับ ได้พาเด็กเที่ยว... เห็นสนามกีฬาที่ออกแบบทรง
ภายนอกแปลกด้วย


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 17 มิถุนายน 2562 เวลา:11:55:24 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

BlogGang Popular Award#15


 
ด้วยรักและผูกพัน
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]






space
space
[Add ด้วยรักและผูกพัน's blog to your web]
space
space
space
space
space