World of Health & Knowledge
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2550
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
8 ตุลาคม 2550
 
All Blogs
 
ซวยซ้ำซวยซ้อน สองวันติด

ไม่รู้เป็นอะไร ทำไมซวยซ้ำซวยซ้อนสองวันอย่างนี้

วันเสาร์ที่ผ่านมา (6 ตุลาคม 2550) ขับรถไปนครปฐม น้ำมันดูเหมือนจะหมด กระตุกๆ จะดับตั้งแต่ที่แยกรพ. มิชชัน นึกว่าจะไปไม่ถึง เลยดับเครื่องแล้วสตาร์ทใหม่ อ่ะ รถติด ไปได้ จนถึงทางขึ้นสะพานพระราม 8 เลยไปเติมน้ำมัน Gasohol 95 ด้วยความลืมตัว ว่าเอารถโบราณมาใช้ เครื่องเป็นคาบูเรเตอร์ ไม่ใช่หัวฉีด แต่กว่าจะรู้ตัวก็ปาเข้าไป 500 บาท เกือบครึ่งถัง อ่ะ ลองขับดู ก็กระตุกๆ ไปตลอดทางสะพานพระรามแปด

เอาหละสิ ทำไงดีหละ ดับๆ ติดๆ ไปตลอด จนถึงใกล้ๆ ทางแยกขึ้นสะพานยกระดับ ถึงรอด แต่พอไปจนถึงศาลายา เริ่มออกอาการอีก

เลยตัดสินใจเลี้ยวเข้าศาลายา กะว่าจะขับทะลุไปถึงนครชัยศรี จะได้ออกนครปฐมง่ายๆ แต่ในที่สุด มันก็ดับสนิท

จอดไว้สักพัก ดูน้ำมันเครื่องดูน้ำ ก็สมบูรณ์ดี แต่สตาร์ทได้นิดนึงก็ดับ เลยลองเปลี่ยนเป็นแก๊ส แต่ก็วิ่งแทบไม่ออก

ค่อยๆ กระดึ๊บๆ ไป จนถึงปั๊มปตท. กะว่าจะเติม Super 95 ก็ดันไม่มี เอาวะ เป็นไงเป็นกัน 91 ก็ได้ ยังดีกว่า Gasohol

เติมไปอีกสองร้อย ก็ยังไปต่อไม่ได้ เลยใช้ Gas วิ่งไป แต่.....มัีนดันเหลือแค่ 10% หรือน้อยกว่า

ซวยไม่จบ เลยหาทางไปเติมปั๊มแก๊ส เติมไปสามร้อย แล้วกลับบ้านเลยแล้วกันไม่ไปไหนแม่มแระ แง่มมมม

ดันหลงทาง หาทางออกไม่ได้ จะเอาของไปให้เพื่อนก็ไม่ได้ไป โว้ยยยยยยย อยากตาย

แต่ยังครับ มันยังไม่จบ หลงอยู่นานมาก จนออกมาได้ รถก็คลานมาได้ 30-40 ตลอดทางด้วยแก๊สที่เติมไป

จนกระทั่งเข้าเขตกทม. รถเริ่มติด ต้องใช้คลัชมากๆ ความซวยจึงมาเยือนอีกรอบ
พอถึงหน้าลานพระบรมรูปทรงมา หน้าองค์ร. 5 เลย จะเข้าเกียร์ แต่เข้าไม่ได้ แล้วก็มีเสียงดังลั่น....เกียร์หลุดครับ

คันแรกของไฟแดง อายก็อาย แต่ทำไรไม่ได้ เลยโทร 191 มีพี่ตำรวจจากสน. ดุสิตมา แล้วก็ช่วยเข็นรถ กับพี่แท็กซี่ วิ่งลงมาช่วยเข็นแอบไป แล้วพี่ตำรวจก็บอกว่า ให้เรียกรถไป มีอู่อยู่แถวถนนสุโขทัย

แต่หันซ้ายหันขวา พี่เค้าก็บอกว่า เดี๋ยวผมไปส่งดีกว่า เดี๋ยวมีขบวนเสด็จ จะไม่ทัน ว้าวววว ได้นั่งมอไซค์ตำรวจ เท่ๆๆๆ

พอถึงอู่ พี่เค้าเรียกช่างให้ แล้วก็บอกว่า ผมกลับก่อนนะครับ โดยที่ผมไม่ได้ถามไถ่อะไรไว้เลย

อยากขอบคุณพี่ตำรวจและพี่แท็กซี่ใจดีไว้ตรงนี้ด้วยครับ คนดีมีอยู่ทุกที่

พอช่างซ่อมเสร็จ ก็ให้เงินไป สรุปวันนั้นเสียเงินค่าซ่อมไป 200 ค่าแท็กซี่ขามา 40 ขากลับให้เงินช่างกลับเอง 60

เสียไป 1,300 บาทโดยที่ไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง

เซ็งว้อย



แต่ความซวยไม่ได้มีเพียง 1 วัน

วันอาทิตย์ ผมกำลังนั่งๆ ทำงานอยู่ ด้วยความที่ notebook มันครางมาหลายวันแล้ว ก็คิดๆ อยู่ว่าเสียงอะไร แต่ก็รู้ตอนคืนวันเสาร์ว่ามันคือเสียงพัดลม แต่มันเงียบไปก็นึกว่าปลอดภัยดี ที่ไหนได้

พัดลม Notebook ที่เป่า CPU มันดับครับ

ความสยองจึงเกิดขึ้น ในวันอาทิตย์ เพราะอยู่บ้านผมใช้พัดลมเป่าช่วยกะแอร์ ไงๆ มันก็เย็นจัด พอที่จะไม่ให้พัดลม notebook ต้องทำงานหนัก

แต่ที่ร้าน มีแค่แอร์ พัดลมไม่มี ผลคือ Notebook มันร้อนจัด จน Overheat และดับครับ

ซวยสุดๆ เลยรีบเหยียบรถไปฟอร์จูน เพื่อซื้อ แผ่นรอง แต่ความซวยก็ยังไม่จบ เพราะผมรีบ เลยซื้อมาในราคา 650 แต่ขากลับเดินหาทางออก วนไปเจออีกร้าน...

390 ครับ

สรุป สองวันเสียเงินที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ไป 1,300 กับ 260 เป็น 1,560 บาท ที่ไม่ได้อะไรเลย

เหมือนทำเงินหายซะงั้น

เฮ้อ!!!!


Create Date : 08 ตุลาคม 2550
Last Update : 8 ตุลาคม 2550 9:27:50 น. 2 comments
Counter : 702 Pageviews.

 
ยังงี้ต้องรีบไปทำบุญล้างซวยแล้วค่ะ

เป็นเรานะกรี๊ดกลางทางแน่ๆเลย


โดย: Albumin วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:9:58:05 น.  

 
ไปรดน้ำมนต์ซะหน่อยก็ดีนะ


โดย: RuNg IP: 161.246.1.35 วันที่: 8 ตุลาคม 2550 เวลา:14:20:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Epinephrine
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




เมื่อไหร่ที่สุขภาพ วิชาการ และธุรกิจจะไปด้วยกันได้ดีซะที




Friends' blogs
[Add Epinephrine's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.