epilouge_gm@hotmail.com
Group Blog
 
All blogs
 

ต้องการขายรถยนต์ NISSAN CEFIRO 1991ด่วน ๆ เลยค่ะ ราคาไม่แพง

ยี่ห้อ-รุ่น : NISSAN, CEFIRO 2.0
ปี : 1991 (สค)
ราคาเงินสด : 250,000 บาท ลดเหลือ 230,000 บาท ค่ะ


สีภายนอก : เทา-ดำ
ระบบเกียร์ : ออโต้
ระบบกระจกไฟฟ้า และ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า
เลขทะเบียน : กรุงเทพฯ
ติดแก๊ส : LPG
รายละเอียด : ขาย NISSAN CEFIRO A31 ปี1991สีเทาดำ เกียร์ออโต้ แต่งเป็นโฉม24V แอร์ดิจิตอล สภาพสวยพร้อมใช้ภายในสะอาดเรียบร้อย เครื่องเดิม แอร์เย็น ระบบต่างๆใช้งานได้ครบทุกฟังก์ชั่น ล้อแม็กLENSOขอบ 17"
จุดนัดดูรถ : กรุงเทพฯ,


ผู้ขาย : คุณโบ๊ท
โทร : 089-687-3007














 

Create Date : 30 สิงหาคม 2551    
Last Update : 30 สิงหาคม 2551 11:13:39 น.
Counter : 690 Pageviews.  

เรามาดูหน้า WEB MASTER ผู้ทำบล๊อกกันดีกว่า 555+




 

Create Date : 19 กันยายน 2550    
Last Update : 19 กันยายน 2550 17:57:27 น.
Counter : 295 Pageviews.  

เรื่องน่ารู้ สำหรับคนรักสุขภาพ เป็นนาฬิกาชีวิต ((เม้นกันด้วยนะค๊า))

NANO CLOCK นาฬิกาชีวิต มหัศจรรย์แห่งเวลา การผิดเวลากับเจ้านายมีโทษร้ายแรงที่สุด คือถูกไล่ออกจากงาน แต่การผิดเวลากับนาฬิกาชีวิต จะทำให้มนุษย์ต้องชะตาขาด ปลิดลมหายใจก่อนวัยอันควร

เริ่มตั้งแต่ 1.00 - 3.00 น.

พลังคลื่นผ่านตับ ควรนอนหลับพักผ่อน เพราะ เป็นช่วงเวลาที่ตับจะหลั่งสาร เอ็นโดรฟิน (endorphin) และนี่ไม่ใช่เวลากินอาหาร ใครฝ่าฝืนกินเข้าไป ตับจะเสื่อมเร็ว เพราะตับมีหน้าที่ขจัดสารพิษออกจากร่างกาย มีหน้าที่รอง ได้แก่ ดูแลความงามให้ผม ขน เล็บ และหลั่งน้ำย่อยให้กระเพาะ ถ้ากินบ่อย ตับจะทำงานหนัก ทำให้หน้าที่หลักบกพร่องไป เป็นเหตุให้สารพิษตกค้างในตับ

3.00 - 5.00น.

เป็นช่วงเวลาที่พลังงานไหลผ่านปอด จึงควรตื่นนอนเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์และเตรียมตัวรับแสงแดดยามเช้า ผู้ที่ตื่นนอนในช่วงนี้เป็นประจำ ปอดจะดี ผิวจะดี และเป็นคนที่มีอำนาจในตัว ด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน ทำให้การสื่อสารมีอำนาจขึ้นเยอะแต่เวลานี้มนุษย์ทั้งหลายกำลัง“หลับใหล“จึงไม่แปลกหรอกที่คนสุขภาพแย่มีมากเท่าขนโค ส่วนคนสุขภาพดี มีจำนวนแค่เขาโค
พระสงฆ์เลือกที่จะจำวัดแต่หัวค่ำ แล้วตื่นมาทำวัตรเช้าในเวลาตีสาม เวลาที่เข้านอนที่เหมาะสมคือ สามทุ่ม แต่ถ้าต้องการนอน 7 ชั่วโมง ก็เข้านอนตอนสองทุ่ม แล้วตื่นตีสี่ ก็เลือกเอา แต่ประมวลการณ์ดูรอบด้านแล้ว กิจกรรมใดที่เกิดขึ้นตอนหลังพลบค่ำมักไม่ก่อประโยชนที่คุ้มค่ามากไปกว่าการนอนหลับ

05.00 - 07.00น.

เป็นช่วงเวลาของการขับถ่ายโดยผ่าน ลำไส้ใหญ่ เราควรขับถ่ายให้เป็นนิสัยทุกเช้า มิฉะนั้นของเสียจะถูกระบายออกทางผิวหนัง กลิ่นเหม็นบูดจะระบายออกทางลมหายใจ

07.00 - 09.00น.

เป็นช่วงเวลาของ กระเพาะอาหาร ถ้าเรากินอาหารเช้าในช่วงเวลานี้ได้ทุกวัน กระเพาะก็จะแข็งแรง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเชื่อที่ว่า”ร้องเพลงในครัวแล้วจะมีผัวแก่” ก็เพราะถ้าสามีเกิดได้ยินเสียงเพลงของภรรยาแล้วกินอะไรไม่ลง จะทำให้กระเพาะอาหารอ่อนแอ และส่งผลให้เป็นคนตัดสินใจช้า ขี้กังวล ปวดเข่า ขาไม่ค่อยมีแรง ที่สำคัญการอดอาหารมื้อเช้านั้นจะทำให้”หน้าแก่ก่อนวัย”

09.00 - 11.00น.

เป็นช่วงเวลาของ ม้าม ห้ามนอนเด็ดขาด เพราะม้ามจะอ่อนแอ ม้ามมีหน้าที่ควบคุมเม็ดเลือด สร้างน้ำเหลือง ควบคุมไขมัน ผู้ที่นอนหลับในช่วงนี้ จะปวดศีรษะเจ็บชายโครง เหนื่อยง่าย ผอมเหลือง ตาเหลือง ม้ามสร้างเม็ดเลือดขาวได้น้อย ถ้าม้ามชื้น อาหารและน้ำที่กินเข้าไปจะแปรสภาพเป็นไขมัน จะทำให้อ้วน

11.00 - 13.00น.

พลังปราณผ่าน หัวใจ หัวใจจะทำงานหนัก จึงควรหลีกเลี่ยงเหตุแห่งความเครียด และการใช้ความคิดหนัก ต้องระงับความรู้สึกตื่นเต้นตกใจให้ได้

13.00 - 15.00น.

เป็นช่วงเวลาของ ลำไส้เล็ก เราควรงดกินอาหาร ทุกประเภท เพื่อเปิดโอกาสให้สำไส้ได้ทำงาน ลำไส้เล็กมีหน้าที่ดูดซึมอาหารที่เป็นน้ำทุกชนิด เช่น วิตามินซี , บี , โปรตีน เพื่อนำกรดอะมิโนไปสร้างเซลล์สมอง ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างไข่สำหรับผู้หญิง ถ้ากรดอะมิโนน้อย ไข่จะมาไม่ครบทุกเดือน ซึ่งผู้หญิงต้องใช้กรดอะมิโนมากกว่าผู้ชาย จึงมีลำไส้ยาวเพื่อดูดซึมกรดอะมิโนนานกว่า จากการสาวไส้กันเองของพวกผู้หญิง พบว่าเธอมีลำไส้ยาวกว่าผู้ชาย 11 ฟุต จึงทำให้ผู้หญิงมีกระดูกซี่โครงมากกว่าผู้ชาย 1 ซี่

15.00 – 17.00น.

เป็นช่วงเวลาของ กระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบความจำ การอั้นปัสสาวะเอาไว้นั้น ปัสสาวะจะดูดซึมเข้ากระแสเลือด ทำให้เหงื่อออกมามีกลิ่นเหม็น ในช่วงนี้เราควรขับเหงื่อด้วยการออกกำลังกาย กระเพาะปัสสาวะจะได้แข็งแรง ... ว่าแต่ ตอน4โมงเย็น คุณเลิกงานหรือยัง ??

17.00 – 19.00น.

เป็นเวลาของไต ควรที่จะทำตัวให้สดชื่น ผู้ที่ง่วงเหงาหาวนอนในเวลานี้ แสดงว่ามีปัญหา เรื่องไตเสื่อม ถ้าอาการหนักมากจะนอนหลับแล้วเพ้อ ไตซ้ายจะควบคุมสมองด้านขวา คือส่วนที่เป็นความคิดสร้างสรรค์ อารมณ์สุนทรี รักสวยรักงาม ถ้าไตซ้ายมีปัญหาแล้วจะเป็นคนไม่ดูแลตัวเองและจะขี้ร้อน ส่วนไตขวาควบคุมสมองด้านซ้าย ควบคุมด้านความจำ และถ้าไตด้านขวามีปัญหา ความจำจะเสื่อม เป็นคนขี้หนาว ถ้าไตแข็งแรง จะเป็นคนกล้าและอายุยืน แต่ถ้าไตวาย จะตายไวค่ะ

19.00-21.00น.

เป็นช่วงเวลาของ เยื่อหุ้มหัวใจ กิจกรรมที่ควรทำช่วงนี้ คือ สวดมนต์ ทำสมาธิ ระวังเรื่องตื่นเต้นดีใจ หัวเราะ ที่จริงควรจะควบคุมอารมณ์ให้เป็นกลางๆไปตลอดทั้งวัน เจริญสมาธิทุกขณะจิตไปพร้อมกับการทำงาน คนที่มีเส้นเลือดขอด ต้องดูแลเยื่อหุ้มหัวใจให้แข็งแรง ควรใส่เสื้อผ้าสำดำ สีเทา

21.00 – 23.00น.

เป็นช่วงเวลาแห่งการเก็บพลังงาน ต้องทำร่างกายให้อบอุ่น ห้ามอาบน้ำเย็นหรือตากลม เพราะช่วงนี้ลมเป็นพิษ ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย

23.00 – 01.00น.

เป็นช่วงเวลาของถุงน้ำดี ซึ่งเป็นถุงสำรองน้ำย่อยที่หลั่งออกมาจากตับ และเมื่ออวัยวะในร่างกายขาดน้ำ ก็จะดึงน้ำไปจากถุงดี ทำให้น้ำดีขัน เป็นผลทำให้อารมณ์ฉุนเฉียว สายตาเสื่อมลง เหงือกจะบวม ปวดฟัน นอนไม่หลับ จามตอนเช้า เพราะถุงน้ำดีโยงไปถึงปอด ปวดศีรษะโดยไม่ทราบสาเหตุควรดื่มน้ำเยอะๆด้วย และควรนอนก่อน 23.00น.




 

Create Date : 30 เมษายน 2550    
Last Update : 30 เมษายน 2550 10:21:40 น.
Counter : 309 Pageviews.  

ภาษาญี่ปุ่นค่ะ ลองคลิกเข้ามาดูกันนะคะ เม้นด้วยก้อดีค่ะ

เรียนภาษาญี่ปุ่นแบบง่าย ๆ

บทที่ 1 รูป ... wa … desu
รูปแบบนี้ก็มีความหมายว่า ... คือ เป็นประโยคบอกเล่าค่ะ
รูปแบบประโยคพื้นฐานในภาษาญี่ปุ่นเป็นยังงี้ค่ะ
ประธาน --> กรรม --> กริยา
ไม่เหมือนของไทย
ถ้าจะแยกรูปประโยคข้างต้นออกมาก็เป็นยังงี้ค่ะ
wa
คำว่า wa นี่เป็นคำขยายประธานค่ะ เป็นการชี้ว่า ประธานของประโยคคืออะไร
ตำแหน่งของคำๆนี้จะอยู่ข้างหลังของประธานเสมอค่ะ

Desu
เป็นคำกริยา อยู่ท้ายสุดของประโยคเสมอค่ะ คำว่า desu หมายความว่า เป็น อยู่ คือ
เหมือน verb to be ในภาษาอังกฤษ

การนำไปใช้ก็เป็นยังงี้ค่ะ
แต่ก่อนอื่นมาทบทวนเรื่องคำศัพท์กันก่อนนะ
これ = kore = นี่
それ = sore = นั่น
あれ = are = โน้น
の = no = ของ (แสดงความเป็นเจ้าของ)
私 = わたし = watashi = ผม ฉัน
新しい = あたらしい = atarashii = ใหม่ (คุณศัพท์)
本 = ほん = hon = หนังสือ
もの = mono = ของ
かばん = kaban = กระเป๋า


สมมุติเราจะบอกว่า นี่คือหนังสือ ก็ยังงี้ค่ะ
これは本です。
Kore wa hon desu.
นี่ + wa + หนังสือ + คือ
= นี่คือหนังสือ
จากประโยคนี้จะเห็นว่า คำว่า kore (นี่) เป็นประธาน เพราะมี wa ตามท้ายนะค่ะ
Hon เป็นกรรมค่ะ

私はテントです。
Watashi wa tento desu.
ผม + wa + เต้นท์ + คือ
= ผมคือเต้นท์ , ผมชื่อเต้นท์

これは新しいの(もの)です。
Kore wa atarashii no (mono) desu.
นี่ + wa +ใหม่ + ของ (แสดงความเป็นเจ้าของ)+ (ของ) + คือ
= นี่คือของใหม่

それは私のかばんです。
Sore wa watashi no kaban desu.
นั่น + wa + ผม + ของ (แสดงความเป็นเจ้าของ) + กระเป๋า + คือ
= นั่นคือกระเป๋าของผม

• สำหรับคำว่า の no นี่อยากฝากเป็นพิเศษถึงเรื่องตำแหน่งในการวางค่ะ
คือ สมมุติว่าจะบอกว่า กระเป๋าของผม ในภาษาญี่ปุ่นบอกยังงี้ค่ะ
Watashi no kaban
ผม + ของ + กระเป๋า
ไม่ใช่
Kaban no watashi นะครับ อันนี้ผิดค่ะ
ในบางคำ เมื่อวางตำแหน่ง no สลับกันก็ยังมีความหมาย เช่น
Sensei no nihongo = ภาษาญี่ปุ่นของอาจารย์ เช่นเวลาจะบอกว่า อาจารย์เก่งภาษาญี่ปุ่นยังงี้น่ะค่ะ
กับ
Nihongo no sensei = อาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่น
ยังงี้น่ะค่ะ
* nihongo = ภาษาญี่ปุ่น

คำกริยา
คำกิริยาที่ควรรู้
Imasu = มี (สิ่งมีชีวิต) มี (สิ่งของ) aru
Desu = เป็น , อยู่ , คือ คล้ายกับ Verb to be ในภาษาอังกฤษ แต่ จะอยู่ท้ายสุดของประโยคเสมอ
Wasuremasu = ลืม wasureru
Ikimasu = ไป iku
Tabemasu = กิน taberu
Mimasu = ดู , มอง miru
Hanashimasu = พูด hanasu
Iimasu = พูด , บอก iu
Aimasu = พบ au
Shimasu = ทำ suru
Benkyo shimasu = เรียน benkyo suru
Utaimasu = ร้องเพลง utau
Kaimasu = ซื้อ kau
Kaerimasu = กลับบ้าน kaeru
Kakimasu = เขียน kaku
Wakarimasu = เข้าใจ wakaru
Nomimasu = ดื่ม nomu
Machimasu = รอ matsu
Yomimasu = อ่าน yomu
Kikimasu = ฟัง kaku
Hatarakimasu = ทำงาน hataraku
Hajimarimasu = เริ่มต้น hajimaru
Owarimasu = เลิก owaru
Arukimasu = เดิน aruku
Kaburimasu = สวมหมวก kaburu
Nakimasu = ร้องไห้ naku
Naraimasu = เรียน narau
Tachimasu = ยืน tatsu
Shinimasu = ตาย shinu
Suwarimasu = นั่ง suwaru
Demasu = ออก deru
Oshierimasu = สอน oshieru
Okimasu = ตื่น okiru
Nemasu = นอน neru
Tomemasu = จอด tomeru
Oboemasu = จำ oboeru
Ai shimasu = รัก ai suru
Ryokou shimasu = เที่ยว ryokou suru


กิริยาที่ได้สอนไปบ้างแล้วนั้นอยู่ในรูปสุภาพนะค่ะ
–masu (ด้านซ้าย) ส่วนด้านขวาคือรูปธรรมดาค่ะ
ภาษาญี่ปุ่นนั้นก็มีทั้งรูปสุภาพและไม่สุภาพค่ะเหมือนบ้านเรานี่แหละแต่ของเขาจะใช้ยากกว่าเราค่ะ
ทำเอาสับสนได้ง่ายๆเลยล่ะค่ะ เช่น คำว่า tabemasu ที่แปลว่ากิน และ อยู่ในรูปสุภาพ จะเปลี่ยนเป็น
รูปธรรมดาคือคำว่า taberu ค่ะ เป็นการผันกิริยาชนิดหนึ่งในหลายชนิด ซึ่งการผันกิริยาบางชนิดยากมาก
ทำเอาเราสับสนเลยค่ะ เพราะมันขึ้นอยู่กับเวลา ผู้ฟัง ความรู้สึก การคาดคะเน ผู้ฟังรู้หรือไม่รู้ ความสะดวก
จะเห็นว่าญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการพูดมาก ทำให้คำๆเดียวผันได้เป็นสิบๆแบบ
สำหรับการทำคำกิริยาให้เป็นรูปปฏิเสธ ถ้ากิริยานั้นอยู่ในรูปสุภาพ ให้เปลี่ยน –masu เป็น –masen
ถ้าเป็นรูปธรรมดาให้เติม –anai หรือ –nai ไว้ท้ายกิริยานั้น
เช่น tabemasen หรือ tabenai
(กิริยากลุ่มที่2) -raremasu , (กิริยากลุ่มที่1) -aremasu ถ้าต่อท้ายคำกิริยา
จะแสดงว่าทำสิ่งนั้นได้ค่ะ แต่ก็มีอีกความหมายคือถูกกระทำค่ะ
อย่างเช่น taberu แปลว่ากิน taberaremasen จะแปลว่ากินไม่ได้ค่ะ
(กิริยากลุ่มที่2) -sasemasu , (กิริยากลุ่มที่1) -asemasu ถ้าต่อท้ายคำกิริยา
จะแสดงความอนุญาติให้ทำสิ่งนั้นได้ค่ะ

การแสดงความต้องการที่จะกระทำสิ่งนั้นๆ
ทำได้โดยเติม (กิริยากลุ่มที่ 2) -tai , (กิริยากลุ่มที่ 1) –itai ค่ะ
การแสดงออกว่าจะกระทำสิ่งนั้นๆ
ทำได้โดย (กิริยากลุ่มที่ 1) เปลี่ยนเสียง u เป็น oo (กิริยากลุ่มที่ 2 ) ตัด ru แล้วเติม yoo ค่ะ

การผันรูปกิริยาธรรมดาให้เป็นรูปสุภาพทำได้โดย

กิริยากลุ่มที่1
กิริยาธรรมดาจะลงท้ายด้วยเสียง “u” กริยาที่ลงท้ายด้วยเสียง “u” ในทุกกรณี ให้เปลี่ยนเสียง u เป็นเสียง iแล้วเติม masu เป็นรูปสุภาพ ในรูปปฏิเสธแบบสุภาพจะเป็น masen และแบบธรรมดาจะเป็น -anai

กิริยากลุ่มที่2
กริยาที่ลงท้ายด้วย “ru” เพียงตัวเดียว และหน้า “ru” ต้องเป็นเสียง “i” หรือ “e” เท่านั้น
ยกเว้น ikimasu ที่แปลว่า ไป ถือเป็นกริยากลุ่มหนึ่ง
การเปลี่ยนรูป ให้ตัด ru ออกก่อน แล้วจึงเติม masu ลงไป
ในรูปปฏิเสธแบบสุภาพจะเป็น masen และแบบธรรมดาจะเป็น -nai

กริยากลุ่มที่ 3
คือ กริยาที่ลงท้ายด้วย “suru” เท่านั้น ยกเว้น “kuru” = kimasu = มา ซึ่งอยู่ในกลุ่มสามนี้เอง
การเปลี่ยนจากรูปพจนานุกรมให้เป็นรูปสุภาพ โดย ตัด “suru” ออก แล้วเติม “shimasu” แทน


คงพอเข้าใจนะค่ะ ไปบทต่อไปกันเลย ในกลุ่มนี้เวลาผันจะเปลี่ยนรูปแบบคำว่า suru โดยทำเหมือนกิริยากลุ่มที่ 1 ค่ะ




คำเลียนเสียงธรรมชาติ
เนื่องจากเป็นคำที่คนญี่ปุ่นใช้กันมากในชีวิตประจำวัน เพราะจะช่วยประหยัดคำพูด ไม่ต้องอธิบายมากก็เข้าใจได้ จึงเป็นสิ่งที่คนที่คิดจะศึกษาภาษาญี่ปุ่นควรศึกษาไว้

Atsu atsu (あつあつ)
ใช้ในความหมายต่อไปนี้
1. กล่าวถึงสภาพที่ดูแล้วให้ความรู้สึกว่าร้อน เช่น
あつあつのコーヒーって、おいしいですね。
atsu atsu no koohiite oishii desu ne.
กาแฟที่ชงร้อนๆอร่อยนะคะ

2. ใช้กล่าวถึงชายหนุ่มและหญิงสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
หรือ กล่าวถึงความรักที่มีต่อกันอย่างดูดดื่ม
あの二人はあつあつだ。
Ano futari wa atsu atsu da.
ทั้งสองคนรักกันอย่างดูดดื่ม

อะทซึ อะทซึ あつあつ Atsu atsu ความร้อน เป็นคำนามมาจาก คำคุณศัพท์ อะทซึอิ あつい atsui ร้อน
โดยที่จะใช้กล่าวถึงความร้อนของสิ่งของประเภทต่างๆ เช่น กาแฟ อาหาร และความเร่าร้อนแห่งความรักของมนุษย์ที่มีต่อกัน

Romanji
ก่อนจะเริ่มขอให้ทำความเข้าใจกับตัวอักษรที่ชื่อว่า Romanji ก่อนนะคะ เป็นภาษาญี่ปุ่น ที่ดัดแปลงมาจากภาษาอังกฤษครับ วิธีอ่านก็ง่ายๆค่ะ คือ
A = อะ
I = อิ
U = อึ,อุ
E = เอะ
O = โอะ
Ka = คะ
Ki = คิ
Ku = คึ,คุ
Ke = เคะ
Ko = โคะ

อ่านตามตัวเลยครับแต่มีบางตัวพิเศษคือ
วรรค y ที่นอกจากจะมีแค่ 3ตัวคือ ya yu yo แล้วยังใช้ผสมคำได้ด้วยเช่น
Kyo = เคียว きょう เวลาเขียนจะเขียนเป็นตัวเล็กคค่ะ
แล้วก็ตัว อึ้น ん ค่ะเป็นตัวสะกดเพียงตัวเดียวในภาษาญี่ปุ่นก็ว่าได้ค่ะว่าเวลาออกเสียง
จะออกได้ 3แบบค่ะคือ เป็น แม่กน , กม , กง ค่ะ แล้วแต่กรณี
ทดลองอ่านดูนะคะ
Kaze = คะเซะ
Kase = คะเสะ
Namae = นะมะเอะ
Enpitsu = เองพิทสึ





 

Create Date : 29 เมษายน 2550    
Last Update : 29 เมษายน 2550 13:57:57 น.
Counter : 3305 Pageviews.  


epilouge
Location :
ชลบุรี Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




รัก...ยังไงมันก็คือรัก ฉันเองรู้จักคำนี้ ในวันที่มันสายเกินไป...
Google
; ");} แอดมาได้ที่ epilouge_gm@hotmail.com นะคะ
ฉันคิดถึง และยังคิดถึง ในคืนที่ฝนโปรย เราอยู่ด้วยกันตรงนี้ ฉันเหงาเธอรู้ไหม ฉันหนาวจนแทบขาดใจ ไม่มีอ้อมกอดจากเธอที่รู้ใจ รอคอยเธอกลับมาหา...เฝ้ารอจนฝนซา สุดท้ายก็ว่างเปล่า
---------
Friends' blogs
[Add epilouge's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.