Blackism

Column : Big Five Of World Cup 2010




Big Five Of World Cup 2010


ฟุตบอลโลก 2010 ได้ปิดฉากไปแล้วเรียบร้อยแล้วนะครับ กับแชมป์หน้า

ใหม่อย่างทีมชาติสเปน ซึ่งมองในแง่มุมไหนก็ต้องถือว่าเหมาะสมทุกประการ

เพราะด้วยประสบการณ์จากแชมป์จากยูโร 2008 และบทเรียนราคาแพงใน

คอนเฟดเดอเรชั่นคัพ ได้หล่อหลอมให้สเปน เป็นทีมที่มีความลงตัวมากๆทีม

หนึ่ง และสิ่งที่สำคัญอันจะขาดไม่ได้เลยคือสปิริตของทีมและการขึ้นมา

ท๊อปฟอร์มพร้อมๆกันของผู้เล่นหลายคน


ฟุตบอลโลกแต่ละครั้งไม่ว่าจะถูกจัด ณ ที่ใดในโลก ย่อมมีเรื่องราวให้เล่า

ขานกันอยู่เสมอในหมู่คอบอล ไม่ว่าจะเป็น ใบแดงของเดวิด เบ๊คแฮม ใน

ฟุตบอลโลก 1998 หรือ เฮตบัตบรรลือโลกของเพลย์เมคเกอร์ระดับตำนาน

อย่าง ซีเนอดีน ซีดาน ในเยอรมัน 2006 หรือจะให้ย้อนไปถึงแฮน ออฟ ก๊อ

ด ของดิเอโก มาราโดน่า นู่นเลยในปี 1986 บนแผ่นดินเม็กซิโก ซึ่งล้วนแต่

เป็นเหตุการณ์สำคัญๆที่ทุกคนยังจำกันได้อยู่เสมอ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนาน

เพียงใด


ฟุตบอลโลกเวอร์ชั่นแอฟริกาใต้ครั้งล่าสุดก็เช่นเดียวกันครับ มีหลากหลาย

เหตุการณ์เหลือเกินที่เมื่อได้พูดถึงแล้วเชื่อว่าทุกคนคงต้องนึกถึงเวิร์ลคัพหน

นี้อย่างแน่นอน เมื่อทวีปแอฟริกามี Big Five หรือเจ้าป่าทั้ง 5 อันได้แก่ เสือ

ดาว สิงโต ควายป่า แรด และช้าง ผู้เขียนขอรวบรวมเหตุการณ์สำคัญๆใน

การแข่งขันครั้งนี้ 5 เหตุการณ์มาให้ทุกท่านได้อ่านกันครับ


1. วูวูเซล่า...แตรมหันภัย

หลายๆท่านคงเคยได้ยินกับเสียงเจ้าแตรนี่มาบ้างในทัวนาเม้นท์ ฟีฟ่า คอน

เฟดเดอเรชั่นคัพ ซึ่งฟังยังไง มันก็ไม่ต่างจากเสียงฝูงผึ้งขนาดมหึมายังไงยัง

งั้น ซึ่งอุปกรณ์เชียร์หลากสีเจ้าของความยาว 1 เมตรนี้นอกจากจะเป็นที่รำ

คานสำหรับแฟนบอลที่ไม่คุ้นเคยแล้ว มันก็ได้สร้างปัญหาสำหรับนักฟุตบอล

และผู้ตัดสินในสนามเช่นกัน เพราะผู้เล่นเองก็มักจะมีปัญหาในการสื่อสาร

และการได้ยินเสียงนกหวีดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ดังที่ ลิโอเนล เมสซี่ แข้ง

อัจฉริยะของอาเจนติน่า เคยได้ออกมาตำหนิบ้างแล้ว


2. เสน่ห์...ที่ไม่น่าหลงใหล

กลายเป็นอีกคู่ที่เจอกันเร็วเกินควรสำหรับอังกฤษในการปะทะกับเยอรมัน

และชัยชนะถล่มทลาย 4-1 ของอินทรีเหล็ก ก็พ่วงมาด้วยประเด็นที่นำมาถก

กันแล้วถกกันเล่ามิรู้เบื่อว่าสมควรหรือยังที่ต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ในการ

แข่งขันฟุตบอล


มองในมุมคนกลางก็ต้องบอกว่าหากลูกยิงของแฟรงค์ แลมพาร์ด ซึ่งข้าม

เส้นประตูไปแล้วอย่างชัดเจนไม่ถูกปฏิเสธจากผู้ตัดสินนั้น เกมในครึ่งหลัง

เหล่าขุนพลทรีไลออน คงไม่ดาหน้าบุกจนเสียรูปกระบวนในแนวรับจนโดนที

เด็ดจากเกมสวนกลับ อันส่งผลให้แพ้ยับเยินขนาดนี้ แต่ในมุมมองของฝั่ง

เยอรมันชนนั้น นี่อาจเป็นการแก้แค้นที่เหมาะสมหลังจากที่พวกเขาต้องเจ็บ

ปวดกับลูกยิงของ เจฟ เฮิร์ส มาแล้วในเกมชิงดำปี 1966 ซึ่งภายหลังเฮิร์ส

ได้ออกมายอมรับเองเลยว่า ลูกบอลยังไม่ข้ามเส้นประตู


คำถามที่ซ้ำซากเกี่ยวกับเทคโนโลยีจะถูกนำมาพูดอยู่เสมอครั้งแล้วครั้งเล่า

หากฟีฟ่ายังคงเมินเฉยและเรียกเอาอย่างปัดความรับผิดชอบว่ามันเป็น เสน่ห์

ของฟุตบอล


3. ความภาคภูมิใจของ...เอเชีย

ลืมภาพฟุตบอลเกาหลีที่เก่งแต่ในบ้านหรือดีแต่วิ่งสู้ฟัดไปได้เลย เพราะทีม

เกาหลีใต้ในทัวนาเม้นท์นี้ ผสมผสานไปด้วยความฟิต ความเข้าใจในเกม

และที่สำคัญคือเทคนิคในด้านความสามารถเฉพาะตัว ซึ่งทำให้ต่อกรกับทีม

คู่แข่งได้อย่างสนุกเลยทีเดียว ผลงานการเข้ารอบน๊อคเอาท์นอกแผ่นดิน

ของตัวเองด้วยฝีมือโค้ชสัญชาติตนเอง ทำให้ทุกวันนี้ชาวเกาหลีใต้สามารถ

สวมเสื้อทีมชาติของตนได้อย่างภาคภูมิใจ และกล้าที่จะบอกกับใครๆว่า พวก

เขาไม่ใช่ทีมไม้ประดับอีกต่อไปแล้ว


เฉกเช่นเดียวกันกับทีมชาติญี่ปุ่น ทีมเวิร์คอันยอดเยี่ยมภายใต้การคอนโทรล

ของแข้งเชิงสูงอย่าง ไคสึเกะ ฮอนดะ ก็สามารถพาทีมทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีม

สุดท้ายได้อย่างน่าประทับใจซึ่งเป็นผลมาจากความเป็นมืออาชีพของทีม

งาน และวินัยของเหล่าขุนพลซามูไร ที่ทำให้มีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ได้


และนี่คือการเริ่มต้นของฟุตบอลเอเชียเท่านั้น



4. แฮนด์ออฟ...ซัวเรส

นายทวารจำเป็นผู้ซึ่งทำลายความหวังหนึ่งเดียวของทวีปแอฟริกาอย่างกาน่า

ด้วยมือคู่นั้น แต่ไม่ว่าใครจะวิจารณ์ด่ากล่าวว่าไร้สปิริตอย่างไร ก็ต้องบอกว่า

หากอซาโมอาร์ กียานยิงลูกจุดโทษจากแฮนด์บอลลูกนั้นเข้าไป ประเด็นดัง

กล่าวคงไม่ร้อนแรงเสียขนาดนี้


เมื่อผู้คนพูดถึงแฮนด์ ออฟ ก๊อด นับต่อจากนี้ หลายๆคนอาจไม่นึกถึงกรณี

หัตถ์พระเจ้าของมาราโดน่าอย่างเดียวอีกต่อไป ในเมื่อเขามีคู่ท้าชิงตัวแสบ

อย่างซัวเรสเสียแล้ว


5. ปลาหมึกมหัศจรรย์...พอล

ช่วงนี้ปลาหมึกอาจจะขายดีเป็นพิเศษในบางแห่ง หรืออาจจะมีการสงวนหวง

กั้นอย่างแน่นหนาในบางพื้นที่ และผู้จุดกระแสก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ก็เป็นปลา

หมึกชื่อดัง ผู้สั่นสะท้านวงการพยากรณ์อย่างปลาหมึกพอลนั่นเอง


พอลเป็นปลาหมึกสัญชาติอังกฤษที่ปัจจุบันมีที่พำนักอยู่ที่ซีไลฟ์อควาเรียม

ในเมืองโอเบอร์เฮาเซน ในเยอรมนี ความสามารถพิเศษของพอลคือ

สามารถทำนายการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ด้วยสถิติสุดหรูในความแม่นยำ

ถึง 100% เต็ม ซึ่งหมึกชื่อดังตัวนี้มีวิธีการทำนายโดยจะเลือกกินหอยแมลง

ภู่ที่อยู่ในกล่องที่มีภาพธงชาติของทีมที่จะชนะติดอยู่บนหน้ากล่องใส


เป็นที่น่าสงสัยเหลือเกินว่าหากปลาหมึกพอลอยากจะทำนายผลเสมอ มันจะ

แสดงการทำนายด้วยวิธีใด ?


Putt_Hub^^









 

Create Date : 13 กรกฎาคม 2553   
Last Update : 13 กรกฎาคม 2553 19:53:06 น.   
Counter : 273 Pageviews.  

คอลัมภ์ : หมูบัลลงดอร์





หมูบัลลงดอร์


รูดม่านกันไปเรียบร้อยแล้วนะครับ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลของ

ประเทศต่างๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่มหกรรมการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่อย่างศึกฟุตบอล

โลก 2010 ที่แอฟริกาใต้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ผู้เขียนเองก็อยากให้แฟนผีทุก

ท่านเชียร์ฟุตบอลอย่างสนุกสนาน ดูเอาสนุก หลีกเลี่ยงอบายมุขทั้งปวงนะครับ

จะได้ไม่ต้องเจ็บกระเป๋ากัน ฮา (ยืมคำเขามาใช้หน่อย)


ในส่วนของฟุตบอลอังกฤษนั้น ดับเบิ้ลแชมป์ของเชลซี อาจทำให้

แฟนปิศาจอย่างเราๆ ต้องเจ็บช้ำน้ำใจอยู่บ้าง แต่หากมองในแง่ดี การปราศจาก

คริสเตียโน่ โรนัลโด ในช่วงก่อนเริ่มฤดูกาลนั้น ผู้เขียนเคยคาดการณ์ไว้ว่า แมนยู

ไนเต็ดอาจจะต้องโดนทิ้งห่างไปหลายช่วงคะแนนแน่ๆ กรอปกับการเสริมทัพที่

เหมือนจะไม่ได้สนองความต้องการของมิตรรักแฟนผีเท่าที่ ควร แต่การตามหลัง

เพียงแต้มเดียวเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล มันจึงแสดงถึงสปิริตนักสู้ของเหล่าบรรดานัก

เตะอสูรแดงและทีมงานภายใต้การกุม บังเหียนของ เซอร์ เฟอร์กี้ ว่าพวกเขาไม่

ใช่ทีมที่จะยอมศิโรราบง่ายๆ จนกระทั่งวินาทีสุดท้าย


และยังไม่ทันสิ้นฤดูกาลดี ท่านเซอร์ก็ออกมาประกาศทันควัน ว่า

ฤดูกาลหน้าจะต้องเอาแชมป์ลีกคืนให้ได้ อันชี้ให้เห็นถึงความกระหายของชาย

คนนี้ที่มันน่านับถือเสียจริงๆ และไม่ว่าแมนยูไนเต็ดในวังวนตลาดการซื้อขายนัก

เตะจะมีรูปร่างหน้าตาเป็น อย่างไร ซีซั่น 2010 - 2011 ก็จะเป็นอีกปีที่น่าจับตา

มองของแมนยูไนเต็ด กับภารกิจทวงความยิ่งใหญ่ในการกระชากแชมป์พรีเมียร์

ลีกคืนมาจากเชลซี


และ ทีมที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยสำหรับซีซั่นนี้ก็คือ อินเตอร์ มิ

ลาน ภายใต้การคอนโทรลของ(อดีต)โค้ช อย่างโจเซ มูริญโญ่ ซึ่งทำผลงาน

อหังการผงาดคว้าทริปเปิ้ลแชมป์สุดยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในถ้วยยุโรปต้องบอกว่า

หากปราศจากจ่ามูแล้วล่ะก็ บางทีริบบิ้นประดับถ้วยใบเขื่องนี้อาจจะต้องเปลี่ยนสี

ก็เป็นได้


เช็กสภาพผู้เล่นในแมตท์ชิงความเป็นหนึ่งของยุโรป แม้บาเยิร์น มิ

วนิคจะขาดฟรองค์ ริเบอรี่ เพลย์เมคเกอร์หน้าบากชาวฝรั่งเศสเนื่องจากติดโทษ

แบน แต่ก็ต้องถือว่าฝีเท้าและชั้นของอินเตอร์และบาเยิร์นมีความสูสีกันในทุกๆ

มุม มอง ดังนั้นสิ่งที่จะใช้ขีดเขียนประวัติศาสตร์ นอกจากชั้นของนักเตะแล้ว มัน

ก็ต้องพึ่งกึ๋นและแทคติกของโค้ชนั่นล่ะ และมูริญโญ่ก็แสดงออกมาให้เห็นได้

แบบนั้นจริงๆ เพราะยิ่งเล่นยิ่งเห็นความห่างชั้นอย่างชัดเจน


แม้ดูผิวเผินสองประตู ของดิเอโก มิลิโต้ จะเป็นหัวข้อให้ผู้คนพูด

ถึงไปอีกยาวนานสำหรับนัดชิงปีนี้ แต่ระเบียบวินัยและการเล่นของผู้เล่นอินเตอร์

เป็นสิ่งที่ต้องให้ความยกย่อง ไม่แพ้กัน แทคติกรับแล้วโต้ เล่นบอลน้อยจังหวะ

ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี ซึ่งเป็นแทคติกเดียวกับที่กำราบแชมป์เก่าอย่างบาเซโล

น่ามาแล้ว แม้จะแตกต่างอยู่บ้างเล็กน้อยในรายละเอียดก็ตาม


มูริญโญ่สร้าง คัมบิอัสโซ่ ให้เป็น The Great Wall โดยรับ

หน้าที่เป็นกำแพงชั้นแรกที่ป้องกันเกมบุกของยอดทีมจากมิวนิค ด้วยการอ่าน

เกมรอดักแย่งบอลจากฝ่ายตรงข้ามอย่างใจเย็น รวมถึงจังหวะบล๊อคสำคัญๆ

หลายครั้ง น่าเสียดายที่นักเตะอย่างเขา จะไม่ได้โลดแล่นอยู่ในแอฟริกาต้น

เดือนหน้านี้


หากปีนี้ไม่ใช่ฤดูกาล ของฟุตบอลโลกล่ะก็ บางทีเราอาจได้ผู้

เล่นเจ้าของตำแหน่งบัลลงดอร์เป็นชาวอาเจนไตน์อย่าง มิลิโต้ แล้วล่ะครับ

เพราะหัวหอกหน้าแรมโบ้มีส่วนสำคัญกับทริปเปิ้ลแชมป์ของงูใหญ่อย่างแท้จริง

ประตูชัยดับเซียน่าคว้าแชมป์ลีกในนัดปิดฤดูกาล ไหนจะลูกยิงโรม่าในศึกโคปา

อิตาเลียนัดชิงชนะเลิศ และสองประตูที่แสดงถึงคลาสในแมตท์ที่แฟนบอลเสือ

ใต้ลืมไม่ลงอีกต่างหาก


แม้ มิลิโต้เองจะมีภาษีดีที่สุดในวินาทีนี้ และหากทีมชาติอา

เจนติน่าของเขาทำผลงานได้ดีในฟุตบอลโลกแล้วล่ะก็ เขาอาจได้ลูกบอล

ทองคำไปนอนกอดอย่างไร้คู่แข่ง แต่มันไม่ง่ายแบบนั้นน่ะซี้ เพราะประวัติ

ศาสตร์มันก็เคยมีให้ปรากฏมาแล้ว


ใครยังจำกันได้ ในปี 2006 โรนัลดิญโญ่ร่ายมนต์พาบาเซ

โลน่าซิวดับเบิ้ลแชมป์ ในแพ๊คเกจลาลีก้าควบยูซีแอล แต่ฟอร์มการเล่นที่หลุด

หายไปในฟุตบอลโลก และผลงานระดับมาสเตอร์ พีซ 7 นัด ของฟาบิโอ

คันนาวาโรในเยอรมัน ก็เพียงพอที่จะส่งให้ปราการหลังกัปตันทีมชาติอิตาลีผู้นี้

คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ไปครอง เพราะฉะนั้นทัวนาเม้นท์ที่มีระดับการแข่งขันสูงอ

ย่าง เวิร์ล คัพ มักได้รับความสนใจและถูกจับตามองในวงกว้าง กล่าวคือ ใครทำ

ผลงานได้ดีในเวิร์ลคัพ ย่อมมีสิทธิมากกว่าใครๆ


นอกเหนือจากมิลิ โต้แล้ว เช็กรายนามผู้เล่นอย่างเวสลี่ย์

ชไนเดอร์ อาเยน ร๊อบเบน ลิโอเนล เมสซี่ ดิดิเย่ร์ ดร๊อกบ้า พวกเขาเหล่านี้มี

โอกาสอย่างมากกับบัลลงดอร์อันต้องผันแปรไปกับผลงานในทีม ชาติของพวก

เขา และหนึ่งในความหวังของแฟนผีอย่างเวย์ รูนีย์ ซึ่งเราต้องยอมรับสภาพว่า

ลำพังแชมป์ลีกคัพ กับผลงาน 26 ประตูในพรีเมียร์ลีก ยังไม่เพียงพอที่จะนำเขา

ไปสู่รางวัลอันทรงเกียรตินี้ได้


โอกาสสำ หรับเจ้าว๊าสซ่า ถูกจำกัดค่อนข้างมาก ถ้า

ไม่ถึงกับขนาดพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยมแล้วล่ะก็

โอกาสเป็นไปได้ยากแน่ๆ แต่อังกฤษในการควบคุมของฟาบิโอ คาเปลโล่ ก็ถูก

คาดหวังไว้อยู่มากเหมือนกัน ว่าจะสามารถพาทีมอังกฤษเข้าสู่รอบลึกๆได้ เพราะ

โปรไฟล์เดอะ ดอน นั้นใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ คุมทีมไหน การันตีโทรฟี่ได้เลย


หากแฟนผีคนไหนยังเซ็งกับการชวดแชมป์ไม่หาย แนะนำว่า

ให้มาช่วยกันเชียร์ให้ตาอยู่อย่างเวย์ รูนีย์ เนรมิตรผลงานดีๆ คว้าลูกบอลทองคำ

กันดีกว่าครับ


Putt_Hub^^




 

Create Date : 10 มิถุนายน 2553   
Last Update : 10 มิถุนายน 2553 18:02:27 น.   
Counter : 199 Pageviews.  


Valentine's Month


 
BLACKISM
Location :
พิษณุโลก Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Blackism Is My Real Name
[Add BLACKISM's blog to your web]