เล่าเรื่อง...เรื่องเล่า^^
 
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
8 กรกฏาคม 2554
 
 

เรื่องเล่าจากอินเดีย


12 บท

เรามีโอกาสได้ไปตรวจคนไทยที่เจ็บป่วยขณะไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถาน 4 แห่งที่อินเดียเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ มีเรื่องเล่าดีๆมาฝากและแบ่งปันประสบการณ์ค่ะ




บทที่ 1 บุญหล่นใส่ ได้ไปอินเดีย


...เมื่อกลางเดือนกันยายน 2553 มีหนังสือจากกระทรวงสาธารณสุขมาที่โรงพยาบาลเรา เรื่อง " กรมการแพทย์มีแผนดำเนินโครงการศึกษาภาวะเจ็บป่วยของคนไทยที่ไปแสวงบุญ ณ สังเวชนียสถานประเทศอินเดีย " และได้ขอความสนับสนุนจากโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขในการส่งทีมแพทย์และพยาบาลเพื่อเข้าร่วมปฏิบัติงานในโครงการนี้ ...ย้อนไปก่อนหน้านี้หนึ่งสัปดาห์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลได้รับแฟกซ์หนังสือนี้จากกระทรวงก่อนแล้วและได้แจ้งเรื่องนี้คร่าวๆกับที่ประชุมแพทย์ ขณะกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่ ผู้อำนวยการถามว่ามีใครอยากไปอินเดียบ้าง ?? กระทรวงมีโครงการจะส่งหมอไปออกหน่วยที่อินเดีย ทุกคนรวมทั้งเราเงียบกริบ... นึกในใจว่าเดี๋ยวนี้นอกจากออกหน่วยแพทย์รอบๆพื้นในเขตที่โรงพยาบาลรับผิดชอบและตามจังหวัดต่างๆแล้ว กระทรวงยังส่งเราไปออกหน่วยไกลถึงต่างประเทศด้วยหรือโกอินเตอร์เลย(วุ๊ย)นะเนี่ย

...เพื่อนที่นั่งข้างๆหันมาถามเราว่าอยากไปออกหน่วยแพทย์ที่อินเดียรึเปล่า)))) เราพยักหน้ารับ ส่วนตัวแล้วสนใจ (เพราะเคยอ่านหนังสือ"คู่มือมนุษย์"ของท่านพุทธทาสฯ ทำให้อินกับธรรมะในระดับหนึ่งและเคยคิดอยากไปอินเดียกับเค้าด้วยเหมือนกัน... ต้องขอบคุณหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้เราหูตาสว่างมากขึ้นเกี่ยวกับความจริงของชวิตมนุษย์หลังจากที่ศึกษามาแต่เรื่องชีวิตของคนที่ประกอบไปด้วยอวัยวะและระบบต่างๆ เรียกว่าเล่าเรียนมาแต่เรื่องของเปลือกนอก มาอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว เหมือนตัวเองได้ศึกษาคนทั้งเปลือกนอกและเปลือกภายในอย่างแท้จริง... ส๊าธุๆๆ)






สถานพยาบาลกุสินาราคลินิค ที่กุสินาราค่ะ


...แต่ก็ยังสงสัยถึงภารกิจนี้เพราะไม่เคยได้ยินเรื่องว่ามีแพทย์ไปออกหน่วยที่อินเดียมาก่อน จึงซักถามเพิ่มเติมว่าไปตรวจคนอินเดียเหรอ ? ไปตรวจที่ไหน ? นานเท่าใด ? แต่ก็ไม่ได้ข้อมูลเพิ่มเติมมากนัก หนังสือที่แฟ๊กซ์มามีรายละเอียดเพียงสั้นๆ และทุกๆคนก็เพิ่งรู้ว่ามีโครงการนี้ของกระทรวงสาธารณสุข รู้กันแค่ว่าออกหน่วยแพทย์ที่อินเดียไม่รู้ว่าต้องไปสถานที่ใดเหมือนกัน แต่.. ถึงแม้ว่าจะสนใจมากแค่ไหน ยังไงเสียเราก็ต้องขอค้นข้อมูลดูก่อนว่าโครงการมีความเป็นมาอย่างไร จะให้ไปตรวจแบบไหน การได้ยินว่าออกหน่วยแพทย์ที่อินเดีย ทำให้คิดไปว่าไปตรวจคนอินเดียยากจนตามพื้นที่ต่างๆรึเปล่า... ภาพสลัมบอมเบย์ในหนัง และภาพขอทานยากจนรุมรอบตัวจึงลอยมาในหัว




ดอกกุหลาบแสนสวยที่วัดไทยกุสินารา


และด้วยชื่อเสียงของการท่องเที่ยวอินเดียที่เราพอรู้ระแคะระคายอยู่บ้าง เพราะก้อขาเที่ยวมาเยอะพอตัวอยู่เหมือนกัน

ประมาณว่าไปอินเดียนี่อาจลำบากในแทบทุกๆเรื่องพอสมควรเชียวล่ะ... อันนี้ก็ทำให้เราหวั่นๆอยู่เหมือนกัน(เพราะไม่ใช่คนช่างลุยและออกแนวๆหนักไม่เอา เบาก้อไม่ค่อยจะสู้ เอาละซิ..ฉัน) ในเมื่อจะไปอินเดียทั้งทีก็ต้องหาข้อมูลดีๆก่อน เรื่องที่จะให้ไปตายเอาดาบหน้าคงไม่ไหวเจ้าค่ะ


เราเลยไม่ได้อาสาไปในทันที ขอกลับมาเปิดอินเตอร์เน็ตดูรายละเอียดของโครงการและรอดูหนังสือจากกระทรวงก่อน โชคดีที่ในอินเตอร์เน็ตมีเรื่องราวของโครงการนี้ให้อ่านพอสมควร... จึงรู้ว่าโครงการนี้เพิ่งเริ่มมาได้ไม่นาน โดยพระราชรัตนรังษีพระธรรมทูตสายอินเดียและเจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ได้มีดำริว่าควรมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุข คือแพทย์ พยาบาลจากประเทศไทยมาปฏิบัติงานที่สถานพยาบาลกุสินาราเพื่อตรวจรักษาคนไทยที่เจ็บป่วยขณะเดินทางไปแสวงบุญที่สังเวชนียสถานจึงได้ประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุข โครงการนี้จึงเกิดขึ้น....มีทีมสาธารณสุขไปออกตรวจแล้ว 1 รุ่น ครั้งนี้จะเป็นรุ่นที่ 2 ภารกิจ คือ ตรวจรักษาคนไทยที่เจ็บป่วยขณะเดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถาน 4 แห่ง โดยจะปฏิบัติงานอยู่ที่สถานพยาบาลกุสินาราคลินิกเป็นหลัก เราเริ่มตามค้นหาประวัติและความเป็นมาของกุสินาราคลินิกต่อด้วยความสนใจ ..



ด้านข้างของพระมหาธาตุเจดีย์


จึงทราบว่าสถานพยาบาลกุสินาราคลินิกเกิดจากการที่พระธรรมทูตสายอินเดียร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลีและองค์กรมูลนิธิการกุศลต่างๆได้ริเริ่มก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2539 วัตถุประสงค์เพื่อให้บริการสุขภาพแก่พุทธบริษัทชาวไทยและชาวพุทธทั่วโลกรวมถึงชาวอินเดียท้องถิ่นและเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับอินเดียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีทรงวางแผ่นศิลาฤกษ์เพื่อสร้างอาคารสถานพยาบาลแห่งใหม่ฝั่งตรงกันข้ามกับวัดไทยกุสินาราเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2548... จากข้อมูลที่ผ่านมาคนไทยเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดียปีละ 5-6 หมื่นคน และข้อมูลที่พระราชรัตนรังษีแจ้งกับกระทรวงสาธารณสุขว่ามีผู้ป่วยมารับบริการที่สถานพยาบาลกุสินาราทั้งสิ้นมากกว่า 500,000 ราย โดยเฉพาะในช่วงตุลาคมจนถึงมีนาคมจะมีผู้รับบริการจำนวนมากประมาณกว่า 3,000 ราย ปัจุบันมีผู้ป่วยทั้งชาวไทยและอินเดียมาตรวจรักษาถึงวันละ 200 กว่าราย...

...พอดูรายละเอียดแล้วเรารู้สึกแปลกใจมาก ที่รู้ว่าวัดไทยในอินเดียเปิดคลินิกรักษาคนด้วย และทำมานานแล้ว โดยมีพระธรรมทูตให้การดูแลสนับสนุนมีผู้สนใจเข้ารับบริการเป็นจำนวนมากเป็นเรื่องใหม่ที่ตัวเองเพิ่งรู้และคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เราเลยค้นหาประวัติชีวิตและผลงานของพระราชรัตนรังษีมาอ่านเพิ่มเติมเพราะถือว่าท่านคือผู้ที่จุดประกายให้มีโครงการนี้ของกระทรวงสาธารณสุขเกิดขึ้น



ลุมพินีวัน

พระราชรัตนรังษีเป็นรองหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล เป็นเจ้าอาวาสวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์และวัดไทยลุมพินี เป็นพระสงฆ์ไทยชุดแรกๆ ( คณะปัญจวรรค) ที่เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจยังวัดไทยในอินเดีย สำหรับพระธรรมทูตไทยในอินเดียซึ่งมีพระเทพโพธิวิเทศเป็นหัวหน้าพระธรรมทูตนั้นได้ปฏิบัติศาสนกิจด้านการประกาศพุทธศาสนาในดินแดนพระพุทธภูมิ โดยได้มีการดำเนินการสร้างวัดไทยในพุทธสถาน จัดสร้างคลินิกเพื่อดูแลพุทธบริษัท จัดตั้งโรงเรียนเพื่อเยาวชนชาวอินเดีย ดูแลพระนักศึกษาไทย ให้ความรู้แก่ผู้แสวงบุญเพื่อให้เข้าใจถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้ารวมทั้งการประกอบกิจทำบุญกุศลของญาติโยมและปฏิบัติศาสนกิจอื่นๆอีกนับไม่ถ้วน...

ในส่วนของโครงการดูแลสุขภาพคนไทยที่ไปแสวงบุญนี้จะช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยและมีปัญหาสุขภาพได้เป็นอย่างมาก ช่วยให้คนไทยที่เดินทางไปสักการะพุทธสถานที่อินเดียรู้สึกอุ่นใจ มั่นใจว่าจะมีความปลอดภัยถ้าเกิดไปเจ็บป่วยที่นั่นและได้รับการดูแลจากหมอและพยาบาลคนไทยสื่อสารอะไรกันก็ง่ายกว่า นับเป็นความเมตตาอย่างยิ่งของพระธรรมทูตไทยในอินเดียที่ดำริและผลักดันให้มีโครงการอันเป็นประโยชน์มากกับผู้ที่เจ็บป่วยและประชาชนทั่วไปแบบนี้




ดอกไม้แสนสวยภายในวัดกุสินาราตอนเช้า


พออ่านความเป็นมาของโครงการจบเรารู้สึกดีใจมากที่รู้ว่าถ้าไปอินเดียคราวนี้จะได้ไปปฏิบัติงานช่วยเหลือดูแลสุขภาพคนไทยที่เจ็บป่วยขณะเดินทางไปแสวงบุญยังสังเวชนียสถานซึ่งเป็นดั่งสถานที่ตัวแทนของพระพุทธองค์และเป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์เคยเสด็จประทับ การได้ไปช่วยเหลือคนที่เจ็บป่วยในดินแดนพระพุทธภูมิ ถือว่าเป็นโอกาสอันมีค่ายิ่งที่จะได้ทำกุศลครั้งใหญ่ในชีวิต...จึงตัดสินใจแน่วแน่ทันทีว่าจะต้องไปปฏิบัติงานที่อินเดียในครั้งนี้ คิดแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มที่มีเรื่องที่ดีที่สุดเข้ามาในชีวิตอีกครั้งหนึ่งเหมือนบุญหล่นใส่ดังโครม...ได้ไปอินเดียเร็วกว่าที่คาดไว้ เพราะเคยคิดไว้ว่ารออายุมากก่อนถึงค่อยไป ไม่ต้องรีบ..ถ้าไม่มีโครงการนี้สงสัยคงต้องรอกันอีกยาวไกล




เจดีย์พุทธคยา

...นึกแล้วอยากขอบพระคุณคุณพ่อ คุณแม่อีกหลายล้านครั้งที่ให้กำเนิดชีวิต ทำให้เราได้พบพระพุทธศาสนา ให้ร่างกายที่แข็งแรงสมบรูณ์ เลี้ยงดูให้การศึกษา ขอบคุณวิชาชีพและครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิประสาทวิชาความรู้ทำให้มีโอกาสได้ไปทำงานช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และเป็นส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่ได้รับใช้พระพุทธศาสนา...

พอบอกเรื่องที่จะขอไปปฏิบัติงานที่อินเดียกับครอบครัวทุกๆคนรู้สึกยินดีมากโดยเฉพาะคุณแม่ของข้าเจ้า ความห่วงกังวลเล็กๆเรื่องระยะเวลาที่ต้องไปเป็นระยะเวลา 3 สัปดาห์ซึ่งสำหรับเราแล้วค่อนข้างน๊านนาน..เรื่องภาระงานที่รับผิดชอบอยู่ ไหนยังจะเรื่องการเดินทางที่อาจลำบาก กลัวติดโรคต่างๆ สารพัดสารเพจางหายไปจากใจจนหมดคิดแต่ว่าเป็นไงเป็นกัน โอกาสอันมีค่ายิ่งมาถึงแล้วต้องทำให้ดีและเต็มที่ที่สุด...ความยากลำบากที่อาจต้องเจอไม่สำคัญอีกต่อไป ถ้าปล่อยให้ความกังวลและ “ห่วง” ต่างๆมาทำให้ลังเลและไม่คว้าเอาโอกาสอันมีค่านี้เอาไว้แล้ว คงเสียดายไปอีกนานคิดยังงี้แล้วก็รู้สึกสดใสใจเบิกบานขึ้นมาทันทีในที่สุดเราก็จะได้ไปอินเดียแล้ว...





อีกมุมหนึ่งของสถานพยาบาลกุสินาราคลินิก
เห็นรถพยาบาลสีขาวจอดอยู่





ตอนเช้าที่ถนนหน้าวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์








 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2554
17 comments
Last Update : 24 สิงหาคม 2557 16:19:06 น.
Counter : 2332 Pageviews.

 

อ่านยาว ๆ แล้วเมื่อยตาค่ะ หากจะแบ่งเป้นช่วง ๆ จะอ่านง่ายขึ้น เพราะเรื่องราวน่าสนใจ ขอโทษนะคะ เพราะสายตาไม่ค่อยดีค่ะ

 

โดย: Maeboon 19 กรกฎาคม 2554 18:49:23 น.  

 

สวัสดีค่าแม่บุญ
อ่านแล้วเมื่อยตาเหมือนกันค่ะ

เดี๋ยวจะแก้ไขค่ะ
ตอนนี้กำลังเขียนเล่าไปเรื่อยๆ ทิ้งไว้นานเดี๋ยวลืม^_^
ขอบคุณที่แวะมาอ่านและทักทายกันค่า ดีใจจัง

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 20 กรกฎาคม 2554 18:47:47 น.  

 

แม่บุญจะแวะเข้ามาอ่านเรื่อย ๆ ค่ะ เพราะชอบอินเดีย ไปผจญภัยมาหนึ่งเดือนในแถบที่ยากจน และเป้นพื้นที่สีแดง หมายถึง มีโรคภัยน่ากลัวที่สุดของอินเดียเราต้องฉีดวัคซีนกันสามชนิดก่อนเดินทาง ค่าวัคซีนแพงกว่าค่าตั๋วเครื่องบินค่ะ จบเรื่องพม่าแล้ว จะพาไปเที่ยวนะคะ ลองดูว่าจะมีประสบการณ์เหมือนกันหรือเปล่า

จด ๆ จ้อง ๆ หาตั๋วราคาไม่แพงเจอแล้วจะกลับไปอีกค่ะ...

 

โดย: Maeboon 20 กรกฎาคม 2554 22:14:57 น.  

 

มาชวนไปเที่ยวพม่าต่อค่ะ

 

โดย: Maeboon 21 กรกฎาคม 2554 11:24:59 น.  

 

ตอนที่ไปอินเดียเราก้อฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก่อนไปเหมือนกันค่ะแม่บุญ แต่ที่กลัวมากคือไข้เลือดออกเพราะยุงเยอะมากตัวอย่างเป้ง อะไรก้อป้องกันไม่อยู

แต่เราก้อรอดมาได้โชคดีไป

ตามไปอ่านแล้วนะคะ

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 21 กรกฎาคม 2554 20:43:50 น.  

 

มาชวนไปเที่ยวพม่าอีกแล้ว....

 

โดย: Maeboon 25 กรกฎาคม 2554 2:33:02 น.  

 

สวัสดีค่ะ จขกท.
กำลังเตรียมตัวที่จะไปอินเดีย นานหนึ่งเดือน แถวราชคฌ และ เดลลี ค่ะ
ขอคำแนะนำหน่อยนะคะเรื่องการฉีดวัคซีนค่ะ
ปลายเดือนสิงหาถึงต้นกันยา ควรจะฉีดให้เรียบร้อยและให้ร่างกายพักก่อน
1.เราเลือกให้หมอฉีดเองบางชนิดได้หรือไม่
2.จริงแล้ว อินเดียต้องการให้ฉีดชนิดใดบ้าง
3.ต้องมีเอกสารรับรองการฉีดวัคซีนต่าง ๆ หรือไม่ ให้โรงพยาบาลออกให้เหมือนเราเดินเข้าไปรักษาโรคแล้วขอหนังสือรับรองได้หรือไม่
4.แต่ละเข็มถ้าเป็นรพ.ของรัฐ คชจ.คงไม่มากเท่าใดกระมังคะ
รบกวนด้วยนะคะ ไม่ค่อยได้เข้าเว็บบ่อย ๆ หากจะกรุณาตอบที่เมล์เชิญที่
kesorn@yahoo.com นะคะ ขอบพระคุณค่ะ

 

โดย: thaisilk IP: 203.158.137.40 10 สิงหาคม 2554 18:13:48 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณ thaisilk

ตอนที่ไปเราแค่ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่รวม(2009+ไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล) เท่านั้นค่ะ ไม่มีอะไรพิเศษ

รู้สึกอินเดียไม่ได้มีข้อบ่งชี้ให้คนไทยต้องฉีดวัคซีนนะคะ
และถ้าสุขภาพแข็งแรงดีก็คงเดินทางได้ ไม่ต้องใช้ใบรับรองแพทย์ใดๆ

ที่โน่นต้องระวังเรื่องหวัดและโรคท้องเสียค่ะ
ต้องระวังเรื่องอาหารการกิน น้ำดื่มดีๆ ติดยาหวัด ยาแก้ท้องเสียไปด้วยก้อดีค่ะ อ้อ..ระวังยุงด้วย เยอะมากกก>

พอดีเราใช้พาสปอร์ตข้าราชการกระทรวงจัดการเรื่องให้
ทั้งหมดไม่ได้ดำเนินการเอง ไงก็ตอบเท่าที่พอจะทราบค่า

เที่ยวให้สนุกนะคะ

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 15 สิงหาคม 2554 19:54:00 น.  

 

อยากพาแม่ไปไหว้สังเวชนียสถานที่อินเดียเหมือนกัน
ตอนนี้กำลังสืบๆหาข้อมูลอยู่

 

โดย: milkway IP: 118.172.157.230 16 สิงหาคม 2554 10:54:43 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณ milkway
พาคุณแม่ไปอินเดีย อนุโมทนาค่ะ

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 17 สิงหาคม 2554 11:13:53 น.  

 

อ่านแล้วเหมือนอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เขียนได้น่าอ่านนะคะ โชคดีนะคะที่ได้ไปสะสมบุญมา คนที่จะได้ไปนั้นต้องมีบุญเก่าอยู่จ้า จึงได้ไปกราบยังสังเวชนียสถาน 4 แห่งนี้

 

โดย: jinni IP: 118.172.155.141 18 สิงหาคม 2554 1:15:42 น.  

 

ฮาโลววว...พี่ jinni คนสวยอ่านแล้วมรึนนน..มั้ย

ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ

ปลายปีนี้ไปไหว้พระที่อินเดียรึป่าววว

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 18 สิงหาคม 2554 14:05:12 น.  

 

ถ้าไม่ใช่หมอ พยาบาล จะสมัครไปได้รึไม่
ไปแบบอาสาสมัคร ไปช่วยวัด ช่วยพระน่ะครับ

 

โดย: tat_city IP: 192.168.1.107, 180.183.60.197 18 สิงหาคม 2554 14:33:47 น.  

 

รบกวนอีกรอบ
ไม่ทราบว่าการขอวีซ่าไปอินเดีย
ขอยากรึไม่ใช้เวลานานประมาณเท่าไร ยังไม่เคยไปอินเดีย

 

โดย: tat_city IP: 192.168.1.107, 180.183.60.197 18 สิงหาคม 2554 14:37:13 น.  

 

สวัสดีค่ะ คุณ tat_city

เรื่องอาสาสมัครไปช่วยทางวัดไทย เราไม่แน่ใจ ลองสอบถามไปที่มูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ดูค่ะ

คนไทยไปแสวงบุญที่อินเดียเยอะค่ะ
คนอินเดียก้อยินดีต้อนรับชาวไทย ไม่น่าจะขอวีซ่ายากนะคะ

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 20 สิงหาคม 2554 20:00:22 น.  

 

คุณแม่กำลังจะไปโครงการนี้ค่ะ ไม่ทราบว่าที่นู่นหนาวมั้ยคะ ต้องเตรียมอะไรบ้างค่ะ

 

โดย: กวาง IP: 180.180.124.36 21 ตุลาคม 2554 15:31:35 น.  

 

สวัสดีค่ะ น้องกวาง (ชื่อเล่นเหมือนเจ้าของบล๊อคเลย ^^)

ถ้าคุณแม่ไปช่วง พ.ย - ม.ค อากาศจะเย็นมากค่ะ 8-10 องศา

ถ้าไปช่วง ก.พ ถึง มี.ค จะเริ่มเข้าฤดูร้อน 15-23 องศา

อากาศก้อจะเย็นสบายหน่อย พี่ไปช่วง มี.ค แทบจะไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวเลยค่ะ เตรียมไปให้หนักกระเป๋าทำไมไม่รู้

 

โดย: ไขว่คว้าหาดาวดวงนั้น 27 ตุลาคม 2554 14:44:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

asoka200
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ตามรอยพระพุทธองค์.....
[Add asoka200's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com