ดิวิเอ สโคป
 
บทที่ 2 ก่อนจะถอนสมอ

บทที่ 2 ก่อนจะถอนสมอ

อกเอ๋ย ขอลาก่อน เมื่อเรือถอนสมอ ของปองใหว้
กราบลาแผ่นดินไทย อยู่ไหนใจยังห่วง หวงไม่เลือน
แต่นี้ เช้าเย็นค่ำ ข้าคงเห็นแต่น้ำ ฟ้าเป็นเพื่อน
จ้องดู แต่ดาวเดือนไม่เหมือนรักที่เตือน ของเพื่อนใจ
ลอยเรือเหนือลูกคลื่น ที่คลั่งคอยกลืนชิวิตไป
ชีพนี้ เหมือนเช่นใย ที่ภัยทะเลจ้องปองหมาย
คลื่นลมโหนกระหน่ำ สู้กับฟ้าและน้ำ มิยอมหน่าย
นี่เราก็เป็นชาย ไม่ตายคงได้คืนพื้นแผ่น"ดิน"

เพลงนี้ครูของผม ท่านให้ร้องเป็นประจำสมัยเป็นนักเรียนคือเช้าวิ่งเย็นวิ่ง ต้องมีเพลงนี้ทุกครั้งไป ความเป็นมาคือในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นักรบไทยจำต้องออกไปเพื่อร่วมรบในนามของสหประชาติ สมัยนั้นการเดินทางไกลๆนั้นใช้เรือเป็นหลัก บริเวณท่าเรือจึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ทั้งญาติพี่น้องเพื่อนฝูง และคนรัก ซึ่งบางทีก็มีมากกว่าหนึ่ง ก็เลยได้ตบตีกันเป็นที่สนุกสนานบรรเทิงใจแก่ผู้พบเห็นเป็นยิ่งนัก แต่เมื่อได้ชักธงปาป้า หรือธง "P" พร้อมชักหวูดยาว เสียงอันอื้ออึง ก็เงียบลง นักรบต่างยืนเรียงรายเต็มกราบเรือ ญาติๆ และคนรักไม่สามารขึ้นบนเรือได้อีกแล้ว ต่างคนต่างส่งเส้นด้ายดิบ ม้วนใหญ่ลงมาเพื่อให้คนรักข้างล่างได้ถือไว้ เปรียบเสมือนได้เกาะกุมมือซึ่งกันและกัน เพลงนี้จะค่อยๆดังขึ้นพร้อมกับเรือที่ค่อยๆเคลื่อนเดินหน้าไป แล้วด้ายดิบจากม้วนใหญ่ๆ ก็ค่อยๆ เล็กลงจนหลุดจากมือไป บางคนก็ได้กลับบ้าน บางคนก็กลับมาแต่เหรียนตราเท่านั้น

จุดที่เปลี่ยนผมจากเด็กไม่เอาใหนจนมารู้จักเพลงนี้ที่โรงเรียนเดินเรือ ซึ่งไม่ว่าครูฝึกจะตะโกนด่าทอสั่งสก๊อตจั๊มบั๊มพื้น แทงปลาใหลกางมุ้งแบกโลก กลิ้งไปมาบนพื้นทราย ไม่ว่าจะกี่อ้วกมองดูเพื่อนสลบกี่คนก็ตาม ผมก็ยังมีมุมที่สงบเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่และอบอุ่นเพียงพอที่จะกลบความหนาว และบรรเทาความอ่อนล้าตอนตีสองกว่าๆ ในท่ามกลางบททดสอบ และความกดดันต่างๆนาๆของครูฝึกทั้งหลายไม่ว่าจะล้มซักกี่ครั้งเพียงแค่นึกถึงก็มีแรงลุกขึ้นมาฝึกต่อ

"ดา"คือชื่อของผู้หญิงตัวเล็กๆที่มีความหมายยิ่งใหญ่ เธอเขียนจดหมายถึงผมทุกวัน และในทุกถ้อยคำนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนหวาน ปลอบโยนให้ชุ่มชื่นใจ หายเหนื่อยทุกครั้งที่ได้อ่าน หรือแม้แต่ยังไม่ได้อ่านแต่ได้ยินเสียงขานชื่อให้ออกไปรับจดหมายหน้า ก็เป็นอันปลื้มตื่นเต้นรายงานตัวรับจดหมายหน้าแถวผิดๆถูกๆให้ฮาเฮทุกครั้งไป ยึดพื้นสิบคือราคาต่อฉบับที่ต้องจ่ายทุกครั้งเมื่อมีจดหมายมาถึงใครก็ตาม แต่ผมไม่ยอมแพ้จนต้องลาออกแบบเพื่อนอีกหลายคน ไม่ยอมทำผิดใดๆ ไม่หนีเที่ยว เพราะ คำที่ลงท้ายในจดหมายทุกฉบับว่า "จะรออยู่ที่วันศุกร์นะ" ผมจึงไม่ยอมที่จะโดนกักบริเวณ หรือแม้แต่ยืดวันไปหดวันกลับ โดยเด็จขาดถึงแม้ว่าโดยสันดานแล้วอยากท้าต่อยกับครูฝึกก็ตาม(SEAL'S ก็เถอะ) ถึงจะต้องนั่งท่องรหัสมอส ธงประมวลประดามี ฝึกการตีธงสัณญาณท่าสองมือ อันเป็นกฎเหล็กสำหรับใครก็ตามที่อยากจะได้ขึ้นบก(กลับบ้าน) ก่อนชาวบ้านหนึ่งชั่วโมง(สี่โมง ใครไม่ได้ดั่งใจครูกลับห้าโมง ไม่ได้เลยแถมมีคดีก็กลับพรุ่งนี้) จนผมได้เลื่อนเป็นนายตอน และหัวหน้าชุดฝึกภาคทะเลในเวลาต่อมา (แต่ที่ไม่ได้เป็นประธานนักเรียนเพราะก่อนจะรักดี ผมก่อคดีไว้เยอะ)

ทุกวันศุกร์ นั่งรถจากปากน้ำข้ามที่เดียวสามจังหวัด สมุทรปราการ กรุงเทพ นนทบุรี เพราะเธอเรียนอยู่แถวๆปากเกร็ด รอจนถึงสองทุ่ม ทั้งสองคนก็นั่งรถย้อนกลับมาที่ฝั่งธน ชั่วโมงกว่าๆ ที่ได้นั่งคุยกันทำให้ความหฤโหดของการฝึกมลายหายไป ผมแทบไม่อยากให้รถถึงบ้านเลย แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ก็ได้แต่ภาวนาว่าให้ติดไฟแดงนานๆ รถเยอะๆ จนการจราจรมีอันเป็นไป แต่คนขับก็พามาถึงโรงเรียนเซนต์คาเบรียนจนได้ แต่นั้นก็เป็นการนั่งรถ ปอ. ที่ทั้งคนนั่งและคนยืนต้องอิจจา พอเธอลงรถผมก็นั่งต่อไปอีกสองป้ายนั่งเรือข้ามฟากกลับบ้าน วันเสาร์เป็นวันที่งานมอบประดามีที่ต้องให้จบ ภายใน 24 ชั่วโมง นอนสามชั่วโมงเก็บรายละเอียด จนงานแต่ละชิ้นบรรลุในตอนเช้า เพื่อในช่วงบ่ายจะได้มีเวลาอยู่กับ คนที่ผมต้องฝ่านรก เพื่อมาทวงถามความรักอันอบอุ่นอ่อนหวาน อบไอรักอย่างนุ่มนวล ที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของความคิดถึงที่โหยหาอย่างสุดหัวใจ





Create Date : 05 ธันวาคม 2549
Last Update : 5 ธันวาคม 2549 23:52:39 น. 16 comments
Counter : 375 Pageviews.  
 
 
 
 
ทุ่มทุนสร้างเพื่อจดหมายเชียวเหรอจ๊ะ น่าอิจฉาจัง
 
 

โดย: แวะมาเยี่ยม IP: 58.10.198.87 วันที่: 6 ธันวาคม 2549 เวลา:19:22:13 น.  

 
 
 
ความรักนั้นช่วยสร้างแรงใจให้มากมาย
ช่วยให้เราทำได้ในหลายๆสิ่ง

**พี่เราเขียนหวานก็ซาบซึ้งกินใจยิ่งนัก**อิจจาจริงๆเลย
 
 

โดย: ชีพชีวิน (ชีพชีวิน ) วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:10:07:19 น.  

 
 
 
จริงๆ แล้วผมเป็นคนหวานๆนะ ส่วนน้องสาวผมขานั้นเค้าอ่อนหวาน(หนักเค็ม55) ยืมตังก็ให้ยากส์ แถมทวงเก่งไม่มีลืม อยูส์
 
 

โดย: หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง วันที่: 7 ธันวาคม 2549 เวลา:11:51:26 น.  

 
 
 
อานุภาพ ของความรักนั้นมากมาย อิๆ
 
 

โดย: ปลายฟากฟ้า วันที่: 9 ธันวาคม 2549 เวลา:9:36:53 น.  

 
 
 
ปลายฟากฟ้า ครับถ้าอยากเห็นหน้าของ ดา หละก้อ ส่องกระจกดูได้ครับ คุณเหมือนมากผมเห็นทีแรกยังตกใจเลยโดยเฉพาะภาพที่อยู่ในกล่องหมุนๆ อะนะ

ผมเองก็เกือบเคลิ้มไปเหมือนกันนะเนี่ย ฮี่ๆ ดีนะที่ผ่านมาสิบกว่าปีแล้ว ม่ายง้านได้มีตามอ้อนกันเป็นแน่แท้
 
 

โดย: หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง วันที่: 13 ธันวาคม 2549 เวลา:10:47:22 น.  

 
 
 
ว้าย..ตายแย้ว..จริงเหรอคะ ทั่นกัปตัน
เอ...เรื่องเกิดปีไหนหว่า เราเองก็จำ ไม่ได้ด้วยจิ..ตอนนั้นมีแฟนหลายคนด้วย..อ้าว...ฮิๆๆ ล้อเล่นค่ะ...ว่าแต่เหมือนจริงเหรอ....นะ..อยากเห็นรูปแล้วซิ ส่งให้ดูบ้างได้ป่าวคะ
 
 

โดย: ปลายฟากฟ้า IP: 24.14.97.179 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:10:57:33 น.  

 
 
 
รูปอะยังอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเก็บไว้ใหนอะดิ่ ก็ตั้งกะปี 36 นานมาก แถมย้ายบ้านด้วยถ้าเจอแล้วจะเอามาให้ดูนะ ตอนนี้ส่องกระจกไปพลางๆก่อนนะครับ
 
 

โดย: หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง IP: 61.7.252.251 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:16:07:35 น.  

 
 
 
รูปอะยังอยู่ แต่ไม่รู้ว่าเก็บไว้ใหนอะดิ่ ก็ตั้งกะปี 36 นานมาก แถมย้ายบ้านด้วยถ้าเจอแล้วจะเอามาให้ดูนะ ตอนนี้ส่องกระจกไปพลางๆก่อนนะครับ
 
 

โดย: หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง IP: 61.7.252.251 วันที่: 15 ธันวาคม 2549 เวลา:16:07:46 น.  

 
 
 
555 ตายจริง เราหน้าโหลจริงนิ มองหน้าตัวเองในกระจกมา 30 กว่าปีแย้ววว มองไปก็เบื่อหน้าตัวเองไป เฮ้อ..เบื่อแล้วหล่ะ 555555

โห..ทั่นอย่าส่งระเบิดมาลงบ้านนะคะ ...แก้แค้นผิดคนนะ
 
 

โดย: ปลายฟากฟ้า วันที่: 16 ธันวาคม 2549 เวลา:3:31:24 น.  

 
 
 
เชื่อแล้ว ความรักทำให้คนเราทำได้ทุกอย่างจริงๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเขียนเรื่องหวานๆเป็นด้วย
 
 

โดย: ตีนหมี IP: 203.146.63.187 วันที่: 17 ธันวาคม 2549 เวลา:23:46:01 น.  

 
 
 
หมดเรื่องหวานๆ แล้ว จะเอาเรื่องหื่นๆ มาลงนะครับ ย้อเย่นน่า

ติดตามกันเรื่อยๆนะครับ มีอีกสามภาค พอใส่ชุดขาวแล้วแล้วจะขึ้น เรื่องใหม่ เมื่อช้านเป็นรองผู้การเรือ

ถ้าโหวดกันน้อย อด แหะๆ เอาจริงนะเนี้ย
 
 

โดย: หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง วันที่: 29 ธันวาคม 2549 เวลา:12:11:45 น.  

 
 
 
ผมชื่อ ? ครับกว่าขอบคุณคนสร้างเว็ป
 
 

โดย: My_World IP: 118.172.203.22 วันที่: 21 มกราคม 2551 เวลา:23:04:06 น.  

 
 
 
ผมเคยเป็นทหารเรือประจำการอยู่ศูนย์ฝึกทหารใหม่(โรงเรียนพลทหาร)อยู่ 2 ปีเต็มๆ เมื่อปี 2518 เป็นทหารเรือผลัดที่ 3 ปี 2518 เพื่อนรุ่นเดียวกันตอนนี้มียศเรือเอกแล้ว อีก 6 ปีเกษียณ ก็มาจากทหารสมัครต่อ ดีใจและภูมิใจครั้งหนึ่งได้เป็นทหารเรือครับ
 
 

โดย: สุพิทย์ ทองเกิด IP: 222.123.1.98 วันที่: 19 มีนาคม 2551 เวลา:22:48:42 น.  

 
 
 
อกเอ๋ย ขอลาก่อน เมื่อเรือถอนสมอ ของปองใหว้
กราบลาแผ่นดินไทย อยู่ไหนใจยังห่วง หวงไม่เลือน
แต่นี้ เช้าเย็นค่ำ ข้าคงเห็นแต่น้ำ ฟ้าเป็นเพื่อน
จ้องดู แต่ดาวเดือนไม่เหมือนรักที่เตือน ของเพื่อนใจ
ลอยเรือเหนือลูกคลื่น ที่คลั่งคอยกลืนชิวิตไป
ชีพนี้ เหมือนเช่นใย ที่ภัยทะเลจ้องปองหมาย
คลื่นลมโหนกระหน่ำ สู้กับฟ้าและน้ำ มิยอมหน่าย
นี่เราก็เป็นชาย ไม่ตายคงได้คืนพื้นแผ่น"ดิน"
 
 

โดย: สุพิทย์ ทองเกิด IP: 118.172.240.67 วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:14:41:34 น.  

 
 
 
อกเอ๋ย ขอลาก่อน เมื่อเรือถอนสมอ ของปองใหว้
กราบลาแผ่นดินไทย อยู่ไหนใจยังห่วง หวงไม่เลือน
แต่นี้ เช้าเย็นค่ำ ข้าคงเห็นแต่น้ำ ฟ้าเป็นเพื่อน
จ้องดู แต่ดาวเดือนไม่เหมือนรักที่เตือน ของเพื่อนใจ
ลอยเรือเหนือลูกคลื่น ที่คลั่งคอยกลืนชิวิตไป
ชีพนี้ เหมือนเช่นใย ที่ภัยทะเลจ้องปองหมาย
คลื่นลมโหนกระหน่ำ สู้กับฟ้าและน้ำ มิยอมหน่าย
นี่เราก็เป็นชาย ไม่ตายคงได้คืนพื้นแผ่น"ดิน"
 
 

โดย: สุพิทย์ ทองเกิด IP: 118.172.240.67 วันที่: 16 ธันวาคม 2551 เวลา:14:41:35 น.  

 
 
 
ผมรักทหารเรือ
 
 

โดย: มด IP: 125.25.5.79 วันที่: 19 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:04:14 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง
 
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




เป็นนักเดินเรือรุ่นกลางๆคือไม่อยากแก่ (ฮา)แม้จะ 32 แล้วก็ตาม ไม่ใช่เรือประมง ไม่ไปต่อตีกับใครเพราะไม่ใช่เรือรบ แต่เป็นเรือสินค้าวิ่งปุเลงๆ รับส่งอยู่แถวๆ เอเชียตะวันออกนี่เอง

4ปีนายท้าย 6ปีต้นหน รวม10ปีที่อยู่เรือ ไม่ได้เป็นต้นเรือซะทีเฮ้อ
[Add หน้าไม้ใจเย็นยิ่ง's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com