<<
ตุลาคม 2553
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
10 ตุลาคม 2553
 

(500) Days of Summer - เป็นจะได๋ละหน๊อ....คว้ามฮัก

****บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของหนัง****

ความรัก เริ่มต้นเมื่อ เราพบใครคนหนึ่ง อาจเป็นโชคชะตา ฟ้าลิขิต หรือสิ่งใดก็แต่ที่เราเชื่อมั่น

เราหลงรักเค้าคนนั้น พอได้คุยกัน ได้มีความสัมพันธ์กัน ก็เริ่มคิดจินตนาการ ถึงอนาคตระหว่างเรากับเขา

เมื่อความสัมพันธ์เริ่มแน่นแฟ้น เราชอบทุกอย่างที่เป็นตัวเค้า คอยเฝ้าคิดถึง เชื่อว่าทุกสิ่งจะต้องเป็นไปได้ด้วยดี คิดอยู่ตลอดว่าเค้าคือคนที่ใช่

แต่เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังฝัน เราก็เกลียดทุกอย่างที่เป็นเค้า ไม่คอยเฝ้าคิดถึงเค้า มีแต่คำว่า "ไม่อยากเจอหน้า" อยู่ในหัว"

เป็นจะได๋ละหน๊อ....คว้ามฮัก

นี่คือความรักของมนุษย์ ที่ (500) Days of Summer ตีแผ่ออกมาได้โดนใจและตรงไปตรงมา หนังเล่าเรื่องสลับเหตุการณ์ระหว่างช่วงที่ความรักกำลังผลิบานกับความรักที่กำลังร่วงโรย โดยเป็นความสัมพันธ์ของ ทอม (โจเซฟ กอร์ดอน ลูอิส) เป็นนักเขียนคำอวยพรบนการ์ดอวยพรในบริษัทแห่งหนึ่ง ทอมมีคติคือ "ความรัก คือการตามหาคนที่ใช่ อาจเป็นโชคชะตา หรือฟ้าลิขิต ที่นำพาให้พบกัน" ทอมหลงรัก ซัมเมอร์ (ซูอี้ เดสชาเนล) พนักงานใหม่ที่มาในทำงานในบริษัทเดียวกัน ซัมเมอร์มีคติว่า "ความรัก คือความไม่ยั่งยืน เป็นสิ่งที่ทำให้ตนไม่มีอิสระ"


**************


แว่บแรกที่ทอมเห็นซัมเมอร์ เค้าก็นึกว่าเธอเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต

ทอมเริ่มอยากสร้างความสัมพันธ์ เค้าคิดไปต่างๆนานา ว่าเธอจะเป็นอย่างที่เค้าคาดไหม

แต่สิ่งที่ทำให้ทอมเริ่มมั่นใจ คือเมื่อเธอจูบกับเค้า ระหว่างทำงานถ่ายเอกสาร

โลกของทอมเริ่มสดใส ทั้งคู่เริ่มไปเที่ยวด้วยกัน ไปซื้อของด้วยกัน นอนด้วยกัน คุยกันในเรื่องส่วนตัว

แต่ทอมก็ยังเอะใจ ว่าความสัมพันธ์ของเค้า ใช่ "แฟน" รึเปล่า?

ทอมไปปรึกษาน้องสาว จึงมั่นใจว่าต้องถามซัมเมอร์ให้แน่นอน

แต่เมื่อถาม ซัมเมอร์ เธอบอกแค่ว่าเธอ"ชอบ"เขา ซัมเมอร์ไม่เคยเรียกทอมเป็นแฟนอย่างเต็มปาก และทอมก็ทึกทักเอาว่า "โตป่านนี้แล้ว ไม่จำเป็นต้องติดป้ายคำว่าแฟนหรอก"

โลกของทอมสดใสอยู่ไม่นานนัก จนเมื่อเธอมาบอกทอมว่า "เราควรจะเป็นเพื่อนกัน"

โลกของทอมเริ่มหมองหม่น ผลการทำงานตกลง ทอมอยากได้ซัมเมอร์กลับคืนมา เพื่อนของทอมบอกเสมอว่า "มีปลาอีกหลายตัวในทะเล" แต่ทอมก็ยังคิดเสมอว่าเธอคือคนที่ใช่ คือปลาที่ตัวใหญ่กว่าปลาตัวอื่น เป็นคนที่โชคชะตานำมาให้พบกัน

แต่ยิ่งทอมอยากจะได้เธอกลับมา เค้าก็ยิ่งเสียใจ จึงเริ่มเบื่อ เกลียดทุกอย่างที่เป็นซัมเมอร์ ไม่อยากเห็นหน้าหล่อนอีก แต่ลึกๆในใจ ก็ยังรัก

จนเค้ามาเจอเธอโดยบังเอิญบนรถไฟกำลังจะไปงานเลี้ยง เธอชวนทอมไปงานปาตี้ของเธอในวันถัดไป ทอมไปทั้งๆที่ยังเจ็บช้ำ ระหว่างปาตี้ทอมก็จินตนการ ว่าถ้ายังเป็นเหมือนเดิมอยู่ มันจะเป็นอย่างไร

แต่จินตนาการก็หยุดชะงัก เมื่อเค้าเห็นแหวนหมั้น....ที่นิ้วของเธอ

ทอมออกจากปาตี้ด้วยความโมโห เค้าลาออกจากงาน และเริ่มจะเกลียดคำว่า"โชคชะตา" ทอมเริ่มหางานสถาปัตย์ที่ตนเคยเรียนมา

ความบังเอิญเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อทอมเจอกับซัมเมอร์ที่สวนสาธารณะตอนที่ยังคบกันอยู่ ทั้งสองนั่งคุยกัน ทอมบอกว่าเรื่องโชคชะตาเป็นสิ่งที่ไร้สาระ น้ำเน่ามาตั้งแต่เด็กๆ แต่ซัมเมอร์กลับเริ่มหันมาเชื่อในคำว่าโชคชะตา เพราะเป็นการที่เธอได้พบกับสามีเธอ นับเป็นความบังเอิญและเป็นโชคชะตา

ทั้งสองคุยกันไม่นาน จนเธอต้องขอตัวลาไป

วันถัดมา ทอมไปสมัครงานในบริษัทแห่งหนึ่ง เค้าได้พบกับ สาวคนหนึ่งซึ่งมาสมัคงานเช่นเดียวกัน ทอมรู้สึกถูกชะตา จึงชวนเธอไปดื่มกาแฟหลังจากสมัครเสร็จ

และนั่นก็เป็นวันที่ 500.....วันสุดท้ายที่ทอม มีซัมเมอร์อยู่ในใจ


**************


ทำไมหนังเรื่องนี้ถึงโดนใจหลายๆคน? อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าหนังเรื่องนี้ตีแผ่ความรักของมนุษย์อย่างตรงไปตรงมา แต่ละคนคงมีประสบการณ์ไม่ต่างไปจากทอมมากนัก จึงรู้สึกอินไปกับตัวละครอย่างง่ายดาย ไม่ใช่แค่เป็นบุคคลที่ 3 แต่รู้สึกว่า ทอมก็คือเรา ความรักของทอม ก็เหมือนสิ่งที่เราเคยเจอมา

หนังเรื่องนี้ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักมากมาย โดยประเด็นที่ผมชอบมากที่สุดคือเรื่องของ "โชคชะตา" ซึ่งเป็นกันทุกคนละครับที่กำลังจะมีความรัก พอเจอเค้าก็นึกว่า พรหมลิขิตบันดาลชักพา..ดลให้มาพบกันทันใด คิดอยู่เสมอว่า "นี่แหละคนที่ใช่" "นี่ล่ะปลาตัวที่ใหญ่ที่สุดในทะเล" แต่พอความสัมพันธ์เริ่มไม่ดี เพื่อนก็จะบอกว่า "ยังมีปลาอีกหลายตัวในทะเล" แต่เราก็ไม่เชื่ออยู่ดี คิดเสมอว่านี่ละ คนที่ใช่ เราต้องได้ปลาตัวนี้มา

แต่มันก็ยังมีปลาตัวที่ใหญ่กว่าจริงๆ เพราะ "โชคชะตา" อาจไม่ได้ให้ในสิ่งที่เราคาดหวังเสมอไป

อีกข้อคิดหนึ่ง คือเมื่อเริ่มรู้จักกัน เมื่อเริ่มต้นความสัมพันธ์ จนทำให้เราคิดว่า "นี่แหละคนที่ใช่" มันเป็นยังงั้นจริงๆรึเปล่า?

หรือเพราะสิ่งนั้นทำให้เรามีความสุข เราจึงคิดว่าสิ่งนั้นคือสิ่งที่ใช่ เหมือนกับที่ทอมถามซัมเมอร์เรื่องความสัมพันธ์ของเรา ซัมเมอร์ถามว่า "แล้วคุณมีความสุขรึเปล่าล่ะ" ทอมมีความสุข เค้าจึงคิดเสมอว่านี่ละคือสิ่งที่ใช่ และทึกทักเอาว่าโตป่านนี้แล้ว ไม่ต้องติดป้ายว่าเป็นแฟนกันหรอก

หรือตอนเลิกคบกัน เรามักบอกเสมอว่าเค้าคือคนที่ใช่ ไม่อยากได้คนอื่น อยากได้เค้ากลับมา ที่เรารู้สึกอย่างนี้ เป็นเพราะการที่คิดถึงสิ่งดีๆในอดีต ที่เรากับเค้าเคยทำด้วยกันมา เหมือนที่น้องสาวของทอมบอกกับทอม

ทอมมัวแต่นึกสิ่งที่เคยทำด้วยกัน และหวังไว้ว่ามันจะเป็นเหมือนเดิม เค้าจึงยึดติดอยู่อย่างนี้ คนเรามักมองลงไปที่อดีต เพราะมันมีความสุขไม่ใช่โลกแห่งความจริงที่โหดร้าย แต่การทำแบบนี้ก็ทำให้เราไม่มองความเป็นจริงในปัจจุบัน และการก้าวต่อไปสักที

ในตอนท้าย ทอมจึงได้เรียนรู้และเลือกที่จะก้าวต่อไป โดยการลืมซัมเมอร์ และงานที่ทอมทำอยู่ตอนแรกคือเขียนการ์ดอวยพร ทอมทำงานนี้อย่างมีความสุข แต่มันเป็นสิ่งที่ใช่จริงๆรึเปล่า ในตอนท้ายทอมจึงลาออกและไปจับงานด้านสถาปัตย์ที่ตนเรียนมา ลืมอดีตในที่ทำงานเก่า ที่เค้ามักจะคอยนั่งมองซัมเมอร์ทำงานอยู่เสมอๆ

เพราะในทะเล...ยังมีปลาอีกหลายตัว

ในด้านการเล่าเรื่องสุดแนวนี้ผู้กำกับทำออกมาได้ดีมาก มีอารมณ์ Surreal ปน และการสลับไปมาที่ดูไม่งง และทำให้อารมณ์คนดู "หยุดชะงัก" เช่นวันแรกๆที่ดี กำลังมีความสุข ตัดไปวันหลังๆที่เลวร้ายในทันควัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้กำกับเน้นย้ำประเด็นของหนังได้อย่างดี เพราะเราชอบคิดถึงสิ่งดีๆในอดีต ไม่อยู่กับปัจจุบัน มันจึงทำให้เราไม่ออกไปจับปลาตัวที่ใหญ่กว่านี้สักที

การแสดงยกความดีความชอบให้กับ โจเซฟ กอร์ดอน ลูอิส ได้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะการแสดงและสไตล์เหมาะกับคนชีวิตแห้งเหี่ยวมากๆ แม้ฝีมือของซูอี้ เดสชาเนล จะไม่ได้ดีเด่นมากนัก แต่ผมก็แพ้ความน่ารักของเธอไปอย่างเต็มๆ

นอกจากจะเอาธรรมชาติในความรักมากล่าวถึง หนังยังนำเอาธรรมชาติมาใช้ในเชิงสัญลักษณ์ ชื่อนางเอก "ซัมเมอร์" =ฤดูร้อน ก็คิดในเชิงสัญญะได้เช่นกัน ฤดูร้อนเป็นฤดูที่สดใส เมื่อฤดูร้อนผ่านพ้นไป ถัดมาเป็นฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว และฤดูใบไม้ผลิ และฤดูร้อนก็หวนคืนกลับมาอีกครั้ง

แม้จะหมดสิ้นฤดูร้อนไปแล้ว แต่มันก็ยังกลับมาใหม่ ไม่ต่างอะไรกับโชคชะตาของคนเรา ถึงแม้คนที่เป็น "ซัมเมอร์" ของเราจะหายไป ความสดใสของเราหายไป ชีวิตของเราเศร้าและแห้งเหี่ยวเหมือนใบไม้ในฤดูใบไม้ร่วง หนาวเหน็บปล่าวเปลี่ยวเหมือนฤดูหนาว แต่ก็ยังมีคนอื่นที่เป็น "ซัมเมอร์" หวนคืนกลับมา

......สร้างความสดใสให้กับเราดังเดิม......






 

Create Date : 10 ตุลาคม 2553
3 comments
Last Update : 11 ตุลาคม 2553 3:42:56 น.
Counter : 1354 Pageviews.

 
 
 
 
เขียนได้ดีจัง ชอบเรื่องนี้เหมือนกันจ้า
 
 

โดย: kott IP: 192.168.0.22, 110.164.237.171 วันที่: 10 ตุลาคม 2553 เวลา:21:06:55 น.  

 
 
 
ชอบครับเรื่องนี้
 
 

โดย: คนขับช้า วันที่: 16 ตุลาคม 2553 เวลา:10:14:44 น.  

 
 
 
แนะนำเว็บดูหนังซีรีย์เกาหลีฟรี
 
 

โดย: koreaserie (loveyoupantip ) วันที่: 6 สิงหาคม 2554 เวลา:9:28:04 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Spirit of the west
 
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพิ่งลองหัดเขียนวิจารณ์หนังครับ
[Add Spirit of the west's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com