♥CrEAtE mY Own mIrAcLE....ArOUnD thE wOrLd ♥
Group Blog
 
All blogs
 

ตั้งครรภ์ในแดนแกะ - หาMidwife ครั้งที่ 6



  14 กันยายน 2561


รอบนี้Midwife นัดเราตอนเที่ยงตรง เรามาถึงก่อนเวลาเพื่อตรวจปัสสาวะและชั่งน้ำหนักสักหน่อย ตอนนี้น้ำหนักขึ้นไปเป็น 60 กิโลกรัมแล้ว ถือว่าขึ้นมาเหยียบเลข 6 ในรอบสิบปีได้เลยทีเดียว

หลังจากวัดความดัน ถามผลปัสสาวะ น้ำหนัก และอาการตามปกติแล้ว ก็ขึ้นฟังเสียงหัวใจเบบี๋กัน Intern คนสวยก็จับพุงคลำดูเบบี๋แล้วก็บอกว่าตรงนี้คือเข่า สรุปก็คือเบบี๋เอาหัวลงแล้วแต่หันหน้าออกด้านเดียวกับแม่ midwife ก็ดูจะไม่ซีเรียสอะไรเรื่องนี้ เราก็เลยไม่ถามว่าต้องทำอะไรบ้าง จากนั้นเราก็เลยถามเรื่องผลตรวจน้ำตาลในเลือด และผลตรวจชื้นเนื้อตั้งแต่รอบเดือนมิ.ย. เนื่องจากเราเข้าร่วมโครงการGEMS ผลก็จะไม่ส่งมาหาMidwife โดยตรง แต่Midwifeบอกว่าเขาอีเมล์มาแจ้งว่าผลน้ำตาลในเลือดปกติดี ส่วนผลตรวจชิ้นเนื้อก็ไม่มีปัญหาอะไร ผลตรวจSmear ต้องตรวจใหม่เพราะว่ามีเลือดปน ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นออกมาจากติ่งเนื้อชิ้นนั้นรึเปล่า เดี๋ยวจะต้องตรวจอีกครั้งหลังคลอด 6-8 สัปดาห์ ซึ่งจะส่งไปให้ GP ของเราเป็นคนตามเรื่องต่อ 

ถัดมาเรื่องผลUltra Sound เนื่องจากเบบี๋ตัวใหญ่ ก็เลยให้นัดตรวจการเจริญเติบโตอีกครั้งตอน 36 สัปดาห์ Midwifeบอกว่าถือว่าตัวใหญ่เพราะแม่ตัวเล็ก แต่ว่ายังไม่ถือว่าใหญ่จนคลอดเองไม่ได้ เพราะถ้าขนาดนั้นจะต้องสูงกว่าในchart อีกเยอะ เราก็สบายใจไปได้เปราะนึง 

เราแจ้งว่าเมื่อวานเบบี๋ไม่ค่อยยอมขยับจนเรากังวล แต่เมื่อเช้าก็กลับมาขยับดีเหมือนเดิม เขาบอกว่าอาจจะเป็นเพราะตัวใหญ่ เริ่มไม่ค่อยมีที่เท่าไร เลยทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกเหมือนเดิม

สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดคือคอยดูว่าเบบี๋ขยับน้อยลงหรือไม่ หรือขยับไม่ถึง 10 ครั้งในสองชั่วโมงหรือไม่ 

นัดครั้งถัดไปคือ 3 สัปดาห์ เนื่องจาก midwife ลายาว 5 สัปดาห์ ก็เลยจะได้เจอเพื่อนร่วมงานของmidwife อีกคนแทน 




 

Create Date : 15 กันยายน 2561    
Last Update : 15 กันยายน 2561 12:03:22 น.
Counter : 120 Pageviews.  

ตั้งครรภ์ในแดนแกะ - ตรวจUltra Sound ครั้งที่สี่ (Anatomy Scan)



12 กันยายน 2561


หลังจากที่ไปหา Midwife เมื่อสองสัปดาห์ก่อน Midwifeก็บอกว่าต้องไปตรวจUltraSound เมื่ออายุครรภ์ครบ 32 สัปดาห์อย่างน้อยสองวันก่อนที่จะนัดเจอกับMidwife อีกรอบ พอเราโทรไปจองคิวที่ที่เราตรวจเป็นประจำ เจ้าหน้าที่แจ้งว่าที่คิวเต็มจ้า เราก็เลยโทรไปจองอีกที่หนึ่งซึ่งเป็นที่ที่ใกล้บ้านมากกว่าเนื่องจากMidwife บอกว่าไปที่นี่ก็ได้เหมือนกัน โชคดีที่ยังเหลือคิวว่างให้เราอยู่ที่พอดี

วันก่อนที่จะถึงวันนัด เราก็ได้รับข้อความเตือนเรื่องการนัดอีกครั้ง ซึ่งเราชอบระบบนี้มากๆ จะแจ้งว่าเรามีนัดที่ไหนเวลากี่โมง แล้วถ้าไม่สามารถมาได้ต้องติดต่อเบอร์อะไร ในข้อความแจ้งให้ไปถึงก่อนเวลาประมาณ 10 นาที เราก็เลยไปถึงประมาณ 11:50 น.

เมื่อไปถึงที่ก็ยื่นใบส่งตัวที่Midwifeเป็นคนให้มา จากนั้นก็นั่งรอเรียกชื่อ ปกติจะสามารถพาผู้ติดตามไปได้ไม่เกิน 2 คน แต่เราก็มีแค่แฟนเราไปด้วยเท่านั้น 

เรารออยู่ไม่ถึง 10 นาที เจ้าหน้าที่ชื่อแมรี่ก็เดินมาเรียกชื่อ พยายามเรียกชื่อเราที่ยาวมาก แล้วเราก็ตามเข้าห้องไป แมรี่ให้เราขึ้นนอนบนเตียง สอบถามชื่อ วันเดือนปีเกิด แล้วก็วันที่กำหนดคลอดเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนอีกครั้ง แล้วก็เอาผ้ามารองที่พุงพร้อมเอาเครื่องมือที่ทาเจลแล้วมาลง

รอบนี้ดูรูปค่อนข้างยาก เนื่องจากเบบี๋ตัวใหญ่มาก แมรี่บอกว่ายิ่งอายุครรภ์เยอะก็จะยิ่งดูยากเป็นปกติ แมรี่ก็ทำการเช็คเส้นรอบวงเพื่อดูความกว้างของศีรษะ ต่อด้วยพุง แล้วก็หัวใจ อวัยวะภายใน กระดูกสันหลัง รวมถึงเช็คเพศให้อีกรอบตามที่เราขอ พอดูจะจบเราขอไฟล์ภาพ แมรี่พยายามจะถ่ายรูปมือและเท้าให้ แต่เบบี๋ถีบลูกเดียว ก็เลยยอมแพ้ เอาแค่รูปตามที่ตรวจAnatomy ไปดู

ตอนนี้ Low lying placenta ไม่แสดงปัญหาแล้ว ถือว่าสบายใจได้เลย แต่ขนาดตัวเด็ก Technician บอกว่าเป็นที่น่าพอใจสำหรับเขา แต่สำหรับแม่ที่ต้องอุ้มท้อง เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน เราเอาchart ที่ midwife กับ technician ของอีกที่ให้ไว้มาให้เขา เขาก็เขียนเพิ่มว่าตอนนี้เบบี๋ขนาดเท่าไรแล้ว เพื่อให้เห็นการเจริญเติบโตของเบบี๋

วันนี้ถือว่าตรวจเร็วมาก ไม่เกิน 30 นาทีก็เสร็จสิ้นทุกอย่าง ชำระเงิน 50 NZD ส่วน Thumb Drive ที่ได้มาเป็นบริการฟรีของที่นี่ ถึงมีThumb Drive ของที่นี่อันเดิมก็เอามาใช้ไม่ได้ ถ้าเทียบกับอีกที่ก็คือ 40 NZD ถ้ามีThumb Drive ของที่นั่นอยู่แล้วก็นำมาใช้อีกได้ แต่ถ้ายังไม่มีก็เสีย 10 NZD เช่นกัน




 

Create Date : 15 กันยายน 2561    
Last Update : 15 กันยายน 2561 11:47:08 น.
Counter : 295 Pageviews.  

ตั้งครรภ์ในแดนแกะ - หาMidwife ครั้งที่ 5



31 สิงหาคม 2561 10:00 น.


วันนี้กลับไปหาMidwife มาอีกรอบ รอบนี้มีลิสต์คำถามมากมายเกี่ยวกับการคลอด เพราะคิดว่าถ้าได้เจอเดือนละครั้งควรเตรียมคำถามไปเยอะๆ เผื่อต้องซื้อ ต้องหาอะไรเพิ่ม จะได้ทำทันก่อนที่จะท้องแก่ไปมากกว่านี้

ไปถึงก็ทำตามเดิมทุกครั้งคือ เข้าห้องน้ำ เพื่อเอาเทสเตอร์ตรวจปัสสาวะซึ่งผลที่ได้ก็ยังเป็นNegativeเหมือนเดิม ต่อด้วยชั่งน้ำหนัก แต่กลายเป็นว่าน้ำหนักดูแปลกไป ตราชั่งก็ทำท่าแปลกๆ คราวนี้เราก็เลยชั่งใหม่ ปรากฎว่าชั่งไปสามครั้ง น้ำหนักที่ได้แต่ละครั้งไม่เท่ากันเลย 555 

พอออกมานั่งรอMidwife รอบนี้เด็กฝึกงานคนสวยคนเดิมจากAUTก็มารับเรา ตามด้วยตรวจความดัน จากนั้นก็ถามน้ำหนักและผลเทสเตอร์ แล้วก็ให้ขึ้นบนเตียงเพื่อวัดขนาดพุง และอัตราการเต้นของหัวใจเด็กในครรภ์ พอตรวจเสร็จ Midwife ก็ให้กราฟที่บอกอัตราการเติบโตของเด็กซึ่งเน้นว่าอันนี้จะเป็นของเราเอง ไม่เหมือนอันที่เคยให้ ที่เอาของคนทุกชนชาติมารวมกัน จะได้รู้ว่าขนาดของลูกเราเทียบกับคนเอเชียด้วยกันเป็นอย่างไร

จากนั้นก็เป็นการถามตอบเรื่องต่างๆที่เราอยากรู้ หรือเล่าอาการของลูก ข้อกังวลใจ ซึ่งพอเราถามก็ดูเหมือนจะเกี่ยวกับการคลอดมากขึ้น Midwife เลยบอกว่า อีกสองสัปดาห์เราต้องมาเจอกันอยู่แล้ว เดี๋ยวพอใกล้ๆคลอด เราจะต้องนัดคุยกันเรื่องคลอดมากขึ้น เราก็เลยสบายใจ ลากลับบ้านได้เลย

สัปดาห์นี้ไม่มีอะไรมากนอกจาก
- ลูกดิ้นเยอะมาก ทั้งวันทั้งคืน ->Midwife บอกว่า เด็กแข็งแรงดี เราต้องสบายใจ
- Back Pain -> ก็ให้เอาน้ำอุ่นประคบ หรือ อาบน้ำอุ่น
- Braxton Hicks Contraction -> ก็เป็นเรื่องปกติ คือบางคนเริ่มเป็นตั้งแต่ 28 สัปดาห์ (เหมือนเรา)
แล้วก็ถามเกี่ยวกับ
- TENS Machine -> เป็นการใช้กระแสไฟฟ้ากระตุ้นที่ผิวเพื่อให้ร่างกายไม่ไปรู้สึกเจ็บปวดแต่ตอนคลอด
- Delayed Cord Clamping -> การที่ตัดสายสะดือเด็กช้าหน่อย โดยรอให้รกสูบฉีดเลือดเลีี้ยงให้เด็กให้หมดก่อน ซึ่งค่อนข้างดีกับสุขภาพเด็ก
- เรียนโยคะสำหรับคนท้อง  ->Midwife สนับสนุนเต็มที่เพราะจะทำให้คลอดได้ง่ายขึ้น

ข้อแนะนำที่ได้เพิ่มวันนี้คือ
- เดินออกกำลังกายในได้ทุกวัน วันละ 30 นาที
- พยายามอย่าเครียด ทำใจให้สบายๆ




 

Create Date : 06 กันยายน 2561    
Last Update : 6 กันยายน 2561 11:58:40 น.
Counter : 118 Pageviews.  

ตั้งครรภ์ในแดนแกะ - หาMidwife ครั้งที่ 4



27 กรกฎาคม 2561 10:00 น.

เนื่องจากคุณแฟนไม่อยู่ วันนี้เลยต้องไปหาMidwife คนเดียว คราวนี้มีinternมาช่วยMidwife จำชื่อไม่ได้ แต่มาจาก AUT คุยสนุก แต่พูดค่อนข้างเร็วเลย 
เริ่มต้นจากวัดความดัน ซึ่งก็ต้องบอกว่าต่ำเป็นปกติ เพราะว่าเขาจะตกใจนิดนึง จากนั้นก็บอกน้ำหนักและผลเทสเตอร์ แล้วก็ให้ขึ้นบนเตียงเพื่อฟังเสียงหัวใจเด็กในครรภ์ 
รอบนี้Midwife ก็ถามว่ามีปัญหาอะไรไหม มีอะไรอยากถามรึเปล่า ซึ่งรอบนี้เนื่องจากยังไม่ครบกำหนดตรวจ Ultra Sound ที่ 20 สัปดาห์ รอบนี้ก็เลยไม่ได้เอกสารอะไรกลับบ้าน ทั้งตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะ

สัปดาห์นี้ไม่มีอะไรมากนอกจาก
- ลูกดิ้นและถีบแรงมาก ->Midwife บอกว่า เด็กแข็งแรงดี ถ้าไม่ดิ้นเลยต้องโทรบอกเขา
- ลูกสะอึกวันละหลายๆรอบ ครั้งละค่อนข้างนาน ->Midwife บอกว่า แสดงว่าเด็กมีพัฒนาการดี 

ข้อแนะนำที่ได้เพิ่มวันนี้คือ
- ดื่มน้ำเยอะๆ
- ออกกำลังกายบ้าง




 

Create Date : 06 กันยายน 2561    
Last Update : 6 กันยายน 2561 12:06:44 น.
Counter : 302 Pageviews.  

การตั้งครรภ์ในแดนแกะ - ตรวจUltra Sound และตรวจเลือดที่Labtestครั้งแรก



คราวที่แล้วเราเล่าเรื่องที่ไปเจอคุณหมอGPไปแล้ว สิ่งที่ต้องทำหลังจากการพบคุณหมอก็คือจองคิวตรวจอัลตร้าซาวด์ และตรวจเลือด ก่อนจากคุณหมอ แฟนสอบถามว่าไปตรวจตรงไหนได้บ้าง คุณหมอก็เลยแนะนำให้ไปตรวจที่ Auckland Radiology Group ที่อยู่ในเมือง เดินจากคลินิคคุณหมอไปไม่ถึง 3 นาทีก็ถึงแล้ว ก่อนขับรถกลับบ้าน เราก็เลยแวะไปเพื่อนัดตรวจสักหน่อย โชคดีที่วันรุ่งขึ้นตอนเช้ามีคนยกเลิกนัดพอดี เราก็เลยไม่ต้องรอนานเพื่อลุ้นมากนัก


ขอคั่นด้วยระบบแพทย์ของที่นิวซีแลนด์นิดนึงค่ะ อย่างที่พูดไว้ในการหาหมอในแดนแกะแล้วว่าที่นี่จะต้องลงชื่อที่คลินิกหรือศูนย์แพทย์ที่ไม่ไกลจากบ้าน ถ้ามีปัญหาอะไรก็นัดเวลาช่วงจันทร์ถึงศุกร์เพื่อหาหมอ แล้วถ้าคุณหมอตรวจแล้วคิดว่าต้องส่งต่อก็จะส่งเรื่องไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ รวมถึงพวกการตรวจเลือด ตรวจอัลตร้าซาวด์ด้วยค่ะ เนื่องจากที่นี่คนไม่ได้เยอะเหมือนที่ไทย รวมถึงระบบการจัดการที่เป็นรัฐสวัสดิการจึงทำให้ในเมืองใหญ่ๆ เช่นอ็อคแลนด์ก็มีโรงพยาบาลใหญ่ๆอยู่ไม่กี่แห่งค่ะ ถ้าต้องการการตรวจเฉพาะทางเราก็ต้องไปที่ศูนย์เฉพาะทางอีกทีค่ะ จะหน้าตาคล้ายๆ คลินิกที่บ้านเราค่ะ


ปกติการนัดหมายตรวจอัลตร้าซาวด์ คุณหมอจะมีใบส่งตัวให้ค่ะ จะเดินไปขออัลตร้าซาวด์เองไม่ได้ ซึ่งปกติจะมีแค่ชื่อกับวันเดือนปีเกิด เราจะต้องกรอกข้อมูลที่เหลือในใบส่งตัวให้เรียบร้อยค่ะ อาจจะเป็นที่อยู่ อีเมล เบอร์ติดต่อ พอยื่นใบส่งตัวให้เจ้าหน้าที่แล้วตามปกติแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องให้เราบอกชื่อนามสกุล(และอาจจะมีถามวันเดือนปีเกิด แต่ไม่ทุกที่)อีกครั้ง เพื่อเป็นการเช็คว่าเราเป็นคนๆที่อยู่ในใบแจ้งชื่อจริงๆ หรือคุณหมอไม่ได้ยื่นใบผิดให้อะไรประมาณนั้น ข้อมูลเพิ่มเติมที่เขาจะขอคือวันครบกำหนดคลอด(Due Date) เพื่อจะใช้พิจารณาในการนัดค่ะ


คำถามที่มักจะเจอก็คือ

- May I know your surname? 

- What is your date of birth? / When is your birthday?

- When is your due date? หรือ Do you know your due date? 


พอขับรถกลับถึงบ้านสักพัก คุณหมอก็โทรศัพท์เข้าที่เบอร์บ้านบอกว่าเบอร์มือถือที่เราให้ไว้ติดต่อไม่ได้ คุณหมอลืมเอาใบส่งตัวสำหรับตรวจเลือดมาให้ ถ้าเราสะดวกให้เราแวะกลับมาเอาแล้วก็ไปตรวจเลือดทิ้งเอาไว้ก่อนที่จะไปเจอ Midwife เราก็เลยขับรถไปรับใบส่งตัวแล้วก็เลยไปตรวจเลือดด้วยเลย 


เราไปตรวจที่ Labtest เพราะว่าใกล้บ้านค่ะ มีสาขาอยู่เยอะมากทั่วAuckland เราไม่แน่ใจว่าเมืองอื่นๆจะมีเหมือนกันรึเปล่านะคะ ที่Labtest ก็จะมีการตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ ถ้าเราไม่เข้าใจหรือทำไม่เป็นก็ถามได้ค่ะ พนักงานใจดีมากๆ เวลาที่เข้าไปถึงที่ตรวจแล้ว ให้เดินเข้าไปที่counter แล้วหยิบบัตรคิวที่มีหมายเลข จะเบอร์ไหนก็ได้ค่ะ จากนั้นเราเอาบัตรคิวหงายด้านที่มีบาร์โค้ดขึ้นแล้วก็ยิงเข้าเครื่องแสกน (หน้าตามันคล้ายๆกับที่พนักงานเก็บเงินในซุปเปอร์มาร์เก็ตใช้ยิงสินค้านั้นแหล่ะค่ะ) พอยิงเสร็จจะมีเสียงติ๊ด ดูที่หน้าจอจะมีเบอร์ที่เราเลือกขึ้นแล้ว เท่านี้เราก็ไปนั่งรอเรียกเบอร์ค่ะ ซึ่งจะเป็นพนักงานใส่ชุดกาวน์ผลัดกันออกมาเรียก ซึ่งเขาจะถามว่าวันนี้มาทำอะไร เราก็แค่ยื่นใบให้เขาดูค่ะ อีกอย่างธรรมเนียมที่นี่ก็จะทักทายกันว่า How are you? เราอย่าลืมตอบกลับนะคะจะได้ไม่เสียมารยาท (บางทีเราเครียดๆก็ลืมตอบกลับค่ะ >_< ) แล้วเขาก็จะพาเราเข้าห้องเล็กๆที่ว่างอยู่ค่ะ


มาถึงก็จะยิงคำถามเพื่อตรวจดูว่าเราคือคนตามใบส่งตัวไหม คำถามที่มักจะเจอก็คือ

- May I know your surname? หรือ Can you spell your name for me? เพราะว่าเขาออกเสียงชื่อเราไม่ได้ 555

- What is your first name?

- What is your date of birth? / When is your birthday?(เจอน้อยกว่าอันแรกค่ะ)


ในห้องก็จะมีเก้าอี้นั่งอยู่ นั่งได้เลยค่ะ เราแนะนำว่าไม่ต้องเอาของไปเยอะเพราะไม่ค่อยมีที่วางของ แล้วก็ปกติเราจะถอดเสื้อตัวนอกออกตั้งแต่ก่อนเข้าห้องเพื่อที่พนักงานจะได้ไม่ต้องรอเราถอดออกให้เสียเวลาเขาค่ะ พอดูใบส่งตัวเราแล้วก็จะอธิบายว่าวันนี้จะทำอะไรบ้าง ถามว่ากลัวรึเปล่า ถ้ากลัวก็บอกเขาได้นะคะ ปกติแล้วพนักงานจะชวนเราคุยเพื่อให้เราไม่เครียดค่ะ ของเราก็ถามว่าแฟนมารอหรอ เราก็บอกว่าใช่ เขาก็ถามว่าต้องให้แฟนเข้ามาด้วยไหม เราก็ว่าไม่เป็นไร เขาก็ถามว่านี่ถามได้ไหม มาตรวจเพราะตั้งครรภ์รึเปล่า เราก็ว่าใช่ แล้วก็คุยกันสักพัก ระหว่างคุยก็จะตรวจความดันเลือดด้วย  แล้วก็จะถามว่าอยากให้เจาะข้างไหน ถนัดมือไหน ปกติเราเลือกด้านซ้าย เพราะว่าเราถนัดขวาค่ะ แต่ที่นี่เรายื่นแขนให้เขาเลือก ด้านขวาเห็นเส้นเลือดชัดแล้วก็มีรอยเข็มจากการบริจาคเลือดหลายรู เขาก็เลยบอกว่าเจาะด้านขวาแล้วกันนะ ถ้าต้องเอาหลายหลอดเขาก็จะคาเข็มไว้แต่เปลี่ยนหลอดเหมือนที่ไทยค่ะ ที่นี่เจาะไม่เจ็บจริงๆ น่าจะเป็นเพราะว่าพนักงานที่นี่เจาะกันวันๆนึงหลายคนค่ะ พอเจาะเสร็จเขาจะไปปริ๊นท์ป้ายชื่อนามสกุลและวันเดือนปีเกิดเราแปะทุกหลอด ให้เราอ่านเช็คอีกทีค่ะ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ ออกมาแล้วพนักงานก็ให้เรากลับบ้านได้เลยค่ะ ไม่เสียค่าใช้จ่ายเพราะตัวเราอยู่ในข้อยกเว้นค่ะ


วันรุ่งขึ้น 15 มีนาคม เราก็ตื่นแต่เช้ามาตรวจอัลตร้าซาวด์ตื่นเต้นมากๆ เพราะว่าจะได้รู้แล้วว่าท้องจริงรึเปล่า มาถึงก็ยื่นใบส่งตัวให้พนักงานค่ะ บางครั้งพนักงานก็อาจจะให้ชำระเงินเลย เพราะว่าตอนเราตรวจเสร็จเขาอาจจะยุ่งค่ะ ปกติที่นิวซีแลนด์จะมีพนักงานไม่เยอะในแต่ละคลินิก พนักงานจะเป็นทั้งคนต้อนรับ รับโทรศัพท์เพื่อจองคิว รวมถึง เก็บเงินด้วยค่ะ  เมื่อวานตอนที่มาจองคิวเอาไว้เจ้าหน้าที่แจ้งไว้แล้วว่าต้องการกระเพาะปัสสาวะมีปัสสาวะเต็ม คือให้ปัสสาวะก่อนล่วงหน้าไปสักชั่วโมงนิดๆ แล้วดื่มน้ำ 750 ml. หนึ่งชั่วโมงก่อนตรวจค่ะ (แล้วก็ห้ามเข้าห้องน้ำแล้วนะคะ) อั้นไว้จนมาตรวจค่ะ

เรานั่งรออยู่ที่ตรงแผนกต้อนรับสักพัก เพราะเรามาก่อนเวลาประมาณ 15 นาที เจ้าหน้าที่ก็ออกมาเรียกชื่อ พอเข้าห้องตรวจ เจ้าหน้าที่ก็จะสอบถามชื่อเราอีกครั้งนึง จากนั้นก็ให้เรานอนลงบนเตียง ส่วนแฟนเราก็มีเก้าอี้จัดไว้ให้นั่งข้างๆค่ะ เจ้าหน้าที่เอาผ้าขนหนูผืนเล็กให้เหน็บตรงขอบกางเกงด้านหน้าเพื่อกันกางเกงหรือกระโปรงของเราเลอะ ก่อนที่จะบีบเจลลองบนหน้าท้อง เจ้าหน้าที่ก็จะชวนคุยนิดหน่อย เนื่องจากแฟนทำท่าจะถ่ายภาพ เจ้าหน้าที่ก็บอกว่านั่งเถอะ เดี๋ยวsaveให้ในThumb drive เลยไม่ต้องห่วง แล้วก็บอกให้แฟนดูจอใหญ่เหนือศีรษะ จะได้เห็นชัดๆ จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็คอยถามว่าเจ็บรึเปล่า ถ้ารู้สึกไม่ดีให้รีบบอกนะ ตอนที่เห็นถุงตั้งครรภ์ (Gestational sac: GS) เขาก็บอกว่าเล็กๆที่กระพริบๆอยู่คือหัวใจ แล้วก็เปิดลำโพงให้ฟัง แฟนเราก็ถามอีกทีว่าท้องแน่แล้วนะ เจ้าหน้าที่บอกว่าใช่เลย ยินดีด้วยนะ จากนั้นก็จะวัดขนาดของตัวอ่อน แล้วก็มีrecord เป็นclip สั้นๆให้เราด้วย พอตรวจทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็ให้thumb drive กับ รูปที่เด็กมา 3 รูป แล้วเราก็ออกมาจ่ายค่าตรวจ 40$ พร้อมกลับบ้านได้ 




ไฟล์ที่มีอยู่ในthumb drive ซึ่งเราเปิดมานั่งดูว่ามีข้อมูลอะไรอีกบ้าง

ไฟล์ข้อมูลที่มีในthumb drive จากการUltrasound


ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวันที่ตื่นเต้นที่สุดในชีวิตเลยตอนที่ได้เห็นหัวใจเล็กๆกับเสียงหัวใจเต้นรัว :) 


สิ่งที่เราได้จากการตรวจครั้งนี้ คือ

1. รู้ว่าเราท้องโดยที่ยังมีตัวอ่อน มีการเจริญเติบโตของตัวอ่อนเพราะมีหัวใจเต้น ไม่ใช่ท้องลม ท้องหลอก (blighted ovum)แบบที่เห็นเป็นถุง แต่ข้างในไม่มีอะไร

2. รู้ว่าอายุครรภ์ของเราคือเท่าไร กำหนดคลอดเมื่อไร จากการวัดขนาดของตัวอ่อน

3. มีตัวอ่อนกี่ตัว จะมีแฝดรึเปล่า 

4. ดูว่ามีอะไรผิดปกติรึเปล่า


ตัวย่อที่พบบ่อยในการตรวจอัลตร้าซาวด์:
CRL มาจาก Crown-rump length คือ ความยาวตัวอ่อนจากหัวถึงก้น
GA มาจาก Gestational age from คือ อายุครรภ์(กี่สัปดาห์กี่วัน)
LMP มาจาก Last menstrual period คือ วันแรกของประจำเดือนครั้งสุดท้าย
AUA มาจาก Actual ultrasound age คือ อายุครรภ์ที่คำนวณได้จากการตรวจอัลตร้าซาวด์
EDD มาจาก Estimated date of delivery คือ วันครบกำหนดคลอดที่อายุครรภ์ 40 สัปดาห์
Fetuses Count คือ จำนวนทารกในครรภ์





 

Create Date : 01 กรกฎาคม 2561    
Last Update : 3 กรกฎาคม 2561 10:28:10 น.
Counter : 287 Pageviews.  

1  2  

avadar
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Welcome all of you to my Bloggang! It has been a long time since I didnt update my Blog. Time flies... now the wind blows me to this SHEEP country.
Friends' blogs
[Add avadar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.