เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
มกราคม 2569
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
31 มกราคม 2569
 

.. วรรคตอนแห่งรัก .. บทที่ 10 ..

.
.. วรรคตอนแห่งรัก ..
.. บทที่ 10 ..
.. นายตี๋อีกคน ..
.
 
สติผมดับไปประเดี๋ยวหนึ่ง ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร ลืมตาอีกทีนอนอยู่บนฟุตปาท ชายคนหนึ่งชะโงกออกมาจากรถมองผม คนบนถนนทั้งสองฝั่งพุ่งสายตามา บางคนเดินตรงเข้ามา
 
               “เป็นอะไรหรือเปล่าน้อง..” ชายคนบนรถจะพูดต่อแต่คนขับที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดึงเขาเข้ารถเพราะรถคันหลังบีบแตรไล่ “มีอะไรโทรฯ ไปนะ” เขาร่อนนามบัตรมาขณะรถเคลื่อนจากไป
 
               “เป็นอะไรหรือเปล่า?” ชายที่เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง “ผมเห็นคุณกระเด็นจากถนนหัวกระแทกขอบฟุตปาท”
 
               “ไม่เป็นอะไรครับ” ผมตอบไป..เริ่มมึน และรู้สึกแสบที่ต้นแขน..สุดท้ายผมลงนั่งพิงกำแพงวัดนึกอะไรไม่ออก ไม่รู้จะไปไหนทำอะไรต่อ
 
               “อย่างน้อยไปห้องโรงหมอของเราก่อน..” โรงหมอ โรงพยาบาลหรือ? ผมว่าผมไม่ได้เป็นอะไรนะแค่มึนหัว “โรงหมออยู่อีกด้านของที่ทำงานตี๋เดินไหวไหม?” ชาย..หนุ่มคนนั้นประคองผมขึ้นยืน
 
               “ตี๋ !” หนุ่มคนหนึ่งวิ่งออกมาจากสถานที่ทำงานถัดถนนเข้าไป “เพื่อนพนักงานเล่าว่าเห็นตี๋ถูกรถชน       ..” หนุ่มคนที่สองถามคนที่หนึ่ง “คุณพันเห็นเหตุการณ์ไหม”
 
               “เห็นครับ..ผมอยู่ฝั่งโน้นหน้าร้านข้าวมันไก่ตามมาช่วยไม่ทัน รถที่ชนหนีไปไม่รับผิดชอบอะไรทิ้งแต่นามบัตรไว้ให้ ดูสิต้นแขนเป็นแผลเลือดออกเยอะ คงไถกับพื้นถนน เสื้อยังขาดเลย”
 
หนุ่มสองคนช่วยกันประคองผมเดินไปที่โรงหมอให้พยาบาลทำความสะอาด ใส่ยาและเย็บแผลให้
 
               “คุณแม่รู้หรือยังคะ?” คุณพยาบาลถาม..ผมไม่ตอบ ไม่รู้จะตอบอะไร
 
               “พี่ยังไม่รู้ครับว่าลูกชายถูกรถชน..” หนุ่มคนหนึ่งตอบ “เดี๋ยวคงทราบพร้อมกับเจอเจ้าตัว” อีกคนหนึ่งเสริม
 
ผมถูกพาไปที่ตึกใหญ่ ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 3
 
               “ตี๋เป็นอย่างไรบ้างลูก?” สาวใหญ่คนหนึ่งเข้ามากอดผม
 
               “โอ้ย !” สาวคนนั้นกอดโดนต้นแขนที่มีแผลอยู่ “คุณอย่ากอดผมแรงนักสิครับ”
 
               “ตี๋ !” สองหนุ่มและสาวใหญ่ร้องออกมาเกือบจะพร้อมกัน
 
               “ตี๋จำแม่ไม่ได้หรือ?”
 
               “จำเราสองคนได้ไหม?”
 
               “ผมงง ผมปวดหัว” ผมพูดไปตามความเป็นจริง
 
               “ผมว่า..” ชายสูงอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาร่วมวงด้วย “ตี๋คงทำงานไม่ได้สักพักแล้วละ ผมจะทำเรื่องขอลาป่วยให้สักสองสามวันแล้วคอยดูผลว่าจะดีขึ้นไหม”
 
               “ผมวิ่งไปถามคุณหมอที่โรงหมอมา..” หนุ่มคนที่สามพูดขึ้น “คุณหมอว่าตี๋อาจจำอะไรไม่ได้สักพักเพราะสมองกระทบกระเทือน แต่คงไม่มากอะไร สองสามวันคงเป็นปกติ”
 
               “แล้วจะกลับบ้านถูกไหม จะเลี้ยงลูกหมา จะทำงานบ้านทั้งหลายได้หรือเปล่า” สาวใหญ่พูด
 
               “พวกเราสามคนคงต้องช่วยดูแล แนะนำ และช่วยฟื้นความทรงจำให้ตี๋” คนสามพูดขึ้นบ้าง
 
              “ลุงคิดว่าคนที่สนิทกับตี๋ที่สุดคือบรรจบ ลุงจะทำเรื่องลาป่วยให้อีกคนแล้วกันจะได้คอยประกบตี๋ เดี๋ยวจะทำอะไรวุ่นวายมากไปอีก สัธนะคอยช่วยพิมพ์บิลส่วนของตี๋และบรรจบ..เท่ากับช่วยตี๋ด้วยเหมือนกัน”
 
               “ผมจะช่วยอะไรได้บ้างล่ะ?” หนุ่มคนที่หนึ่งถาม
 
               “เฉพาะวันนี้ขับรถพาตี๋กลับบ้านก็พอแล้ว” ชายสูงอายุตอบ
 
               “ฝากทุกคนด้วยนะคะ” สาวใหญ่ยกมือไหว้
 
อันที่จริงไม่ใช่ผมจะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งหมด แค่ปวดหัวหนึบ ๆ งง และคลับคล้ายคลับคลากับทุก ๆ อย่าง
 
               “ผมชื่อนายพัน..” หนุ่มคนขับรถหันมาบอกผม
 
               “ผมชื่อจบ บรรจบ..” หนุ่มหน้าตาดีอีกคนที่นั่งรถมาด้วยกล่าวเสริม “ผมเป็นเพื่อนตี๋ เพื่อนร่วมงานในห้องทำงานเมื่อกี้นี้กับแม่ของคุณ ผู้หญิงที่กอดคุณแรง ๆ นั่นไง”
 
               “นายพัน นายจบ” ผมทวนชื่อของหนุ่มทั้งสอง
 
               “เรียกจบเฉย ๆ เหอะ..นายจบนี่ไม่คุ้นเลย นะตี๋”
 
               “ขนหมาผมก็ไม่คุ้น..ส่งคุณสองคนเข้าบ้านแล้วผมขอตัวกลับเลยนะ”
 
               “ช่วยแวะเซเว่นให้หน่อยแล้วกัน ไม่รู้ที่บ้านจะมีอะไรกินหรือเปล่า เดี๋ยวต้องกินเนื้อกระป๋องของหมาหรอก ฮะ ๆ”
 
               “ฮะ ๆ” ผมหัวเราะบ้าง..ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับผมอีก..นายตี๋คนนี้ !
 
.

 
 


Create Date : 31 มกราคม 2569
Last Update : 31 มกราคม 2569 7:46:01 น. 0 comments
Counter : 297 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com