
|
.. วรรคตอนแห่งรัก .. บทที่ 10 ..
. .. วรรคตอนแห่งรัก .. .. บทที่ 10 .. .. นายตี๋อีกคน .. . สติผมดับไปประเดี๋ยวหนึ่ง ไม่รู้สึกเจ็บปวดอะไร ลืมตาอีกทีนอนอยู่บนฟุตปาท ชายคนหนึ่งชะโงกออกมาจากรถมองผม คนบนถนนทั้งสองฝั่งพุ่งสายตามา บางคนเดินตรงเข้ามา “เป็นอะไรหรือเปล่าน้อง..” ชายคนบนรถจะพูดต่อแต่คนขับที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ดึงเขาเข้ารถเพราะรถคันหลังบีบแตรไล่ “มีอะไรโทรฯ ไปนะ” เขาร่อนนามบัตรมาขณะรถเคลื่อนจากไป “เป็นอะไรหรือเปล่า?” ชายที่เดินมาถามด้วยความเป็นห่วง “ผมเห็นคุณกระเด็นจากถนนหัวกระแทกขอบฟุตปาท” “ไม่เป็นอะไรครับ” ผมตอบไป..เริ่มมึน และรู้สึกแสบที่ต้นแขน..สุดท้ายผมลงนั่งพิงกำแพงวัดนึกอะไรไม่ออก ไม่รู้จะไปไหนทำอะไรต่อ “อย่างน้อยไปห้องโรงหมอของเราก่อน..” โรงหมอ โรงพยาบาลหรือ? ผมว่าผมไม่ได้เป็นอะไรนะแค่มึนหัว “โรงหมออยู่อีกด้านของที่ทำงานตี๋เดินไหวไหม?” ชาย..หนุ่มคนนั้นประคองผมขึ้นยืน “ตี๋ !” หนุ่มคนหนึ่งวิ่งออกมาจากสถานที่ทำงานถัดถนนเข้าไป “เพื่อนพนักงานเล่าว่าเห็นตี๋ถูกรถชน ..” หนุ่มคนที่สองถามคนที่หนึ่ง “คุณพันเห็นเหตุการณ์ไหม” “เห็นครับ..ผมอยู่ฝั่งโน้นหน้าร้านข้าวมันไก่ตามมาช่วยไม่ทัน รถที่ชนหนีไปไม่รับผิดชอบอะไรทิ้งแต่นามบัตรไว้ให้ ดูสิต้นแขนเป็นแผลเลือดออกเยอะ คงไถกับพื้นถนน เสื้อยังขาดเลย” หนุ่มสองคนช่วยกันประคองผมเดินไปที่โรงหมอให้พยาบาลทำความสะอาด ใส่ยาและเย็บแผลให้ “คุณแม่รู้หรือยังคะ?” คุณพยาบาลถาม..ผมไม่ตอบ ไม่รู้จะตอบอะไร “พี่ยังไม่รู้ครับว่าลูกชายถูกรถชน..” หนุ่มคนหนึ่งตอบ “เดี๋ยวคงทราบพร้อมกับเจอเจ้าตัว” อีกคนหนึ่งเสริม ผมถูกพาไปที่ตึกใหญ่ ขึ้นลิฟท์ไปชั้น 3 “ตี๋เป็นอย่างไรบ้างลูก?” สาวใหญ่คนหนึ่งเข้ามากอดผม “โอ้ย !” สาวคนนั้นกอดโดนต้นแขนที่มีแผลอยู่ “คุณอย่ากอดผมแรงนักสิครับ” “ตี๋ !” สองหนุ่มและสาวใหญ่ร้องออกมาเกือบจะพร้อมกัน “ตี๋จำแม่ไม่ได้หรือ?” “จำเราสองคนได้ไหม?” “ผมงง ผมปวดหัว” ผมพูดไปตามความเป็นจริง “ผมว่า..” ชายสูงอายุคนหนึ่งเดินเข้ามาร่วมวงด้วย “ตี๋คงทำงานไม่ได้สักพักแล้วละ ผมจะทำเรื่องขอลาป่วยให้สักสองสามวันแล้วคอยดูผลว่าจะดีขึ้นไหม” “ผมวิ่งไปถามคุณหมอที่โรงหมอมา..” หนุ่มคนที่สามพูดขึ้น “คุณหมอว่าตี๋อาจจำอะไรไม่ได้สักพักเพราะสมองกระทบกระเทือน แต่คงไม่มากอะไร สองสามวันคงเป็นปกติ” “แล้วจะกลับบ้านถูกไหม จะเลี้ยงลูกหมา จะทำงานบ้านทั้งหลายได้หรือเปล่า” สาวใหญ่พูด “พวกเราสามคนคงต้องช่วยดูแล แนะนำ และช่วยฟื้นความทรงจำให้ตี๋” คนสามพูดขึ้นบ้าง “ลุงคิดว่าคนที่สนิทกับตี๋ที่สุดคือบรรจบ ลุงจะทำเรื่องลาป่วยให้อีกคนแล้วกันจะได้คอยประกบตี๋ เดี๋ยวจะทำอะไรวุ่นวายมากไปอีก สัธนะคอยช่วยพิมพ์บิลส่วนของตี๋และบรรจบ..เท่ากับช่วยตี๋ด้วยเหมือนกัน” “ผมจะช่วยอะไรได้บ้างล่ะ?” หนุ่มคนที่หนึ่งถาม “เฉพาะวันนี้ขับรถพาตี๋กลับบ้านก็พอแล้ว” ชายสูงอายุตอบ “ฝากทุกคนด้วยนะคะ” สาวใหญ่ยกมือไหว้ อันที่จริงไม่ใช่ผมจะไม่รู้เรื่องอะไรทั้งหมด แค่ปวดหัวหนึบ ๆ งง และคลับคล้ายคลับคลากับทุก ๆ อย่าง “ผมชื่อนายพัน..” หนุ่มคนขับรถหันมาบอกผม “ผมชื่อจบ บรรจบ..” หนุ่มหน้าตาดีอีกคนที่นั่งรถมาด้วยกล่าวเสริม “ผมเป็นเพื่อนตี๋ เพื่อนร่วมงานในห้องทำงานเมื่อกี้นี้กับแม่ของคุณ ผู้หญิงที่กอดคุณแรง ๆ นั่นไง” “นายพัน นายจบ” ผมทวนชื่อของหนุ่มทั้งสอง “เรียกจบเฉย ๆ เหอะ..นายจบนี่ไม่คุ้นเลย นะตี๋” “ขนหมาผมก็ไม่คุ้น..ส่งคุณสองคนเข้าบ้านแล้วผมขอตัวกลับเลยนะ” “ช่วยแวะเซเว่นให้หน่อยแล้วกัน ไม่รู้ที่บ้านจะมีอะไรกินหรือเปล่า เดี๋ยวต้องกินเนื้อกระป๋องของหมาหรอก ฮะ ๆ” “ฮะ ๆ” ผมหัวเราะบ้าง..ไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นกับผมอีก..นายตี๋คนนี้ ! .

| Create Date : 31 มกราคม 2569 |
| Last Update : 31 มกราคม 2569 7:46:01 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 297 Pageviews. |
|
 |
|
|
| |
|
| สมาชิกหมายเลข 2607062 |
 |
|
|
 |
|