เขียนไว้อ่านเรื่อยๆ ครับ

<<
ตุลาคม 2563
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
27 ตุลาคม 2563
 

... ขัตติยมานพ ...( บทที่ 13 )




บทที่ 13







“คุณชายราชศักดิ์เกษม!..คุณชายราชศักดิ์เกษม!..” เสียงฝูงชนขานชื่อชายหนุ่มในชุดเครื่องแต่งกายโบราณที่อยู่บนหลังม้าในขบวนพิธีสถาปนาผู้สืบทอด


“ท่านชายราชศักดิ์เกษม..ท่านชายราชศักดิ์เกษม..” ผมคือชายหนุ่มบนหลังม้านั้น..หัวใจเบ่งพองภูมิใจในวาสนาและการตัดสินใจของตัวเอง


“Titee..Titee..” เสียงหนึ่งแหวกฝูงชนขึ้นมา..ผมหันขวับหาที่มาของเสียงใครนะช่างกล้าฝืนคำสั่ง

“Titee..”

“ตุ้บ!..” ผมหล่นจากโซฟา



“Titee..” แม่ยืนค้ำอยู่เหนือหัว “ตื่นเถอะเย็นมากแล้ว”

“โธ่แม่!..ฮะฮะ ผมตกหลังม้าเลย ฮะฮะ” ตลกแก้เขิน

“ทำงานวันเดียวลูกฉันเป็นอะไรไปแล้ว..” แม่เดินพึมพำเข้าครัว “ท่านอนุชาทำอะไร Titee บ้างนะ” เหมือนแม่จะรู้สึกอย่างที่ผมรู้สึก



คืนนั้น..หลังจากเสร็จภารกิจประจำวัน


“เพิ่งกลับจากทำงานครับ”

ผมเริ่มส่งข้อความถึงนนท์

“ทุกคนเอาจริงกับผม..คุมเข้ม ทำงานทันที..”

“ชื่อของผม..ผมเคยเอ่ยชื่อนี้หลายครั้งแต่นนท์คงไม่คิดว่าเป็นชื่อของผม "Tee".."ตี๋" ไงคับ..ชื่อจริงยาวปื๊ด “ราชศักดิ์เกษม” ผู้ใหญ่ตั้งให้”

“ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็มีใครไม่รู้มารักนนท์หรอกนะครับ..มันมีสาเหตุ”

“เหตุใหญ่ต้นเรื่องคือผม ไม่อยากกลับบ้านเกิดเมืองนอน..ประเทศศิลา..ผมไม่อยากถูกจับแต่งงานมีครอบครัว เพราะอะไรก็รู้ๆ กันอยู่ใช่ไหมครับ”

“จากเหตุแรก ผมจึงอยากมีใครสักคนอยู่เป็นเพื่อนที่เมืองไทย ไม่ใช่เกาะใครกินนะครับ ผมอยู่ได้ด้วยตัวเองแต่คงต้องมีเพื่อน..ทั้งหมดแค่ความคิด..โครงการ”

“จนเมื่อผมมาพบโปรไฟล์ของนนท์ที่กำลังอุ้มลูกสุนัข..ผมกดเข้าไปดู และจากนั้นผมแน่ใจว่าผมชอบหนุ่มคนนี้ อยากอยู่กับเขา อย่างน้อยในฐานะเพื่อนก็ยังดี”

“สะดุดใจอีกภาพที่นนท์ถ่ายกับเพื่อนๆ หน้าโบราณสถานแห่งหนึ่ง นนท์ใส่ขาสั้นหน้าเหวอๆ..ต่อมารูปนั่งหลับที่ร้านอาหารพร้อมคำบรรยายล้อเลียนกึ่งเผาของเพื่อนๆ..อีกรูปนั่งโน้มเข่าก้มหน้าเมาหลับ..ผมชอบรูปจะหลับมิหลับทั้งหลายของนนท์..นึกเล่นๆ ว่า ดีสินอนเก่งอย่างนี้ถ้าอยู่ด้วยกันจะได้ไม่ไปไหน หลับอย่างเดียว 555”

“ความรัก..บางครั้งเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีเหตุผล..กับนนท์ผมอ่านโพสต์ต่างๆ บนกระดานเฟส รวมทั้งของเพื่อนๆ ที่เกี่ยวกับนนท์..ผมหลงรักทั้งๆ รู้ว่านนท์มีคนรักแล้วและจะไม่มีวันเปลี่ยนใจจากเขา”

“ที่นนท์บอกให้ผมเปิดใจกับคนอื่นผมปวดใจนะครับ แสดงว่านนท์หาหนทางให้ผมห่างออกจากตัว..เมื่อสักครู่เพื่อนสนิทคนหนึ่งของนนท์แอดขอเป็นเพื่อนแต่ผมไม่รับ..นนท์แนะนำให้เขาสมัครเป็นเพื่อนผมหรือเปล่า?..ถ้าใช่ผมคงยิ่งกว่าเสียใจ....ชั่งเถอะครับ”

“อีกคำแนะนำของนนท์ก็ดี..คืนนี้ผมจะเปิดใจกับสองคน..อึ่งน้อยและพ่อผม..ผมจะบอกเขาทั้งสองว่าแท้จริงแล้วผมเป็นอย่างไร..ดูสิจะเกิดอะไรขึ้น การสร้างครอบครัวของผมจะเกิดขึ้นไหม?”

“พรุ่งนี้ผมจะเขียนมาบอกว่าโลกแตกหรือไม่..ขอร้อง ถ้าไม่รักก็อย่าผลักไสผมไปไหนเลยนะ..สงสารไอ้ตี๋มันด้วย”

“และอย่าสงสัยเลยว่าทำไมผมถึงรักนนท์..คิดถึงทุกนาทีคับ..”

“ราชศักดิ์เกษม”


ดึกแล้วเหมือนกันเมื่อส่งข้อความเสร็จ..ผมอาบน้ำแปรงฟันเตรียมตัวเข้านอน

นนท์ตอบมา..สิบนาทีหลังจากผมส่งข้อความ

“อะนะ ตี๋น้อย อิอิ..”

“ผมป่าวแนะนำใครให้นะคับ และก็ไม่ได้ว่าให้หาใครสะหน่อย แล้วเรื่องบอกความจริง ผมว่าลองคิดก่อนไหมคับ กลัวเขารับกันไม่ได้นะคับ เป็นห่วงคับ”


“นอนแล้วครับ..bye..”

ผมตอบนนท์แล้วออกจากเฟสโดยไม่รอคำตอบ..กลัวว่าจะเขียนกันไป เขียนกันมาถึงเช้า


สองข้อความสุดท้ายจากนนท์ทำให้ผมลืมเรื่องวิตกทั้งหมด..กำลังใจที่จะต่อสู้เพื่อชีวิตกลับคืนมา..ทั้งๆ ยังคิดไม่ออกว่าต่อสู้อย่างไรให้ผลออกมาเป็นที่พอใจของศิลา แต่จะไม่ฝืน และไม่ถึงกับทำร้าย ทำลายจิตวิญญาณของตัวเอง..



ภาระผูกพันของหัวใจเริ่มขึ้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ


ภายใต้สูทสีเทาเข้มมีดวงใจสดใสซ่อนอยู่

เพิ่งเจ็ดโมงเช้า..ผมเตรียมตัวเรียบร้อยพร้อมที่จะไปทำงาน งานอะไรก็ได้ผมพร้อมเสมอ

แม่มองอย่างสงสัยจากเทอร์เรสหน้าบ้าน..ผมเดินเล่นอยู่ในสวน แวะนั่งพักในศาลาที่มีไว้สวยๆ มากกว่าใช้งานจริง


“ไปทำงานแล้วครับ..Love you..”

ผมส่งข้อความลงเฟสของนนท์จากไอโฟนรุ่นล่าสุดที่มาพร้อมเสื้อผ้า..เมื่อวานนี้

น้ำค้างบนใบไม้ส่งประกายล้อเลียนรอยยิ้มของผม ดอกไม้แย้มกลีบหัวเราะต่อกระซิก ผีเสื้อบินว่อน กระดกหนวดสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ..555..นะ..ราชศักดิ์เกษม

“ติ้ง..ติ้ง..”

สัญญาณดังขึ้น..นนท์ตอบกลับมา!

แป่ววว ว..โฆษณาอะไรไม่รู้แต่เช้า..ฮึ!




แปลกๆ เหมือนกัน..ชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งตัวโก้เหมือนจะออกงานเดินอยู่คนเดียวในบ้าน..วังที่ใหญ่โตสวยงามเหมือนภาพถ่ายในแมกกาซีน

“BonJour” ท่านอนุชาโทรฯ มา

“สวัสดีครับ” ผมไม่กล้า bonjour ตอบ

“เมื่อวานฉันไม่ได้ติดต่อมา อยากให้ราชศักดิ์เกษมทำความคุ้นเคยกับงาน ที่ทำงาน..วัง..ที่อีกไม่นานต้องเข้ามาอยู่..”

เงียบไปพร้อมกับมีเสียงสนทนาเครียดนอกสาย

“เผอิญวันนี้ไม่ว่างอีกแล้ว ราชศักดิ์เกษมศึกษางานด้วยตัวเองไปก่อน..ที่อยากเน้นคือสาระต่างๆ ของประเทศเรา กฎหมาย ระเบียบการปกครอง และความสัมพันธ์กับนาๆ ประเทศแค่นั้นก่อน”

ท่านอนุชาวางสาย..แค่นั้นน่ะนะ..และอีกต่อๆ ไปล่ะ! ตายๆๆ ตายแน่นายราชศักดิ์เกษม



ผมว่าให้เสร็จมื้อกลางวันแล้วค่อยเข้าเฟส..ทนไม่ไหว


“ความจริงเขียนที่ๆ ทำงานนี้สะดวกกว่า..แต่พิมพ์ๆ อยู่อาจมีใครยื่นหน้าเข้ามาดูเสียงั้น คงห้ามไม่ได้ด้วย งานอะไรไม่รู้แปลกๆ เลขาก็ไม่ใช่ เสมียนก็ไม่เชิง ที่ปรึกษายังห่าง แต่ก็ทุกอย่างปนกันนั่นละ..”

ผมอธิบายลักษณะงานคร่าวๆ บิดเบือนเล็กน้อย..จะให้บอกนนท์ตามจริงหรือว่าผมกำลังฝึกงานเป็นผู้ปกครองประเทศ..เขาคงตกเก้าอี้ หรือหัวเราะจนฟันหักแน่ๆ

“ผมจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏแห่งหนึ่งที่จังหวัดชายแดนของไทยคณะมนุษยศาสตร์และสังคม ก็สมกับงานที่ทำ..รู้สึกสองสามวันนี้ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้น คงไม่ใช่ตี๋น้อยแล้ว (น่ารักดีคับ)..”

“ประเทศของผมกำลังจะปฏิรูปเป็นระบบสังคมนิยมโดยกลุ่มบุคคลหนึ่ง แต่การปกครองแบบมีเจ้าครองนครก็ยังดำเนินอยู่ เผอิญงานของผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จึงต้องอยู่อย่างระวังตัว”

“ระบบอินเตอร์เนตยังมีน้อยและเข้มงวดกับการเซ็นเซอร์ ถ้าจะให้อิสระต้องข้ามไปฝั่งไทย..ผมยังใช้บัตรนักศีกษาได้อยู่”

“คิดๆ ดูแล้วชีวิตอย่างผมก็ตื่นเต้นดี แต่ต้องมีกำลังใจในการต่อสู้ดิ้นรนเอาตัวรอด..คนที่อ่านอยู่นี้ไงคับคือกำลังใจ..”

“นนท์อาจสงสัยว่าไหนๆ ผมและครอบครัวมีที่พักในเมืองไทย ทำไมไม่พากันย้ายมาอยู่..ไม่รู้สิ ไม่มีใครอยากมานอกจากผม คนอกตัญญูต่อประทศชาติ..กระมัง?”

“อยากเล่าอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่และประเทศของผมแต่กลัวถูกเซ็นเซอร์และเพ่งเล็ง..ไว้คืนนี้จะมาเล่าเรื่องการเปิดใจของผม และผลลัพธ์แปลกๆ ที่ตามมา..ผมมีแต่ได้และได้ในสายตาคนอื่น แต่เสียและเพลียมากหากเป็นอย่างนั้น..ทำอย่างไรดี อย่างไรดี..”

“ทานข้าวหรือยัง..ผมไปทานก่อนนะ..คืนนี้พบกัน..รักนะครับ..”

“ตี๋ไม่น้อย (เยอะอยู่นะ 555).. bye..”


ระหว่างที่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะไปทางไหนดี ผมต้องศึกษา พิจารณาทั้งสองทาง..แต่ละทางไม่ใช่ง่ายๆ เลย


วันนี้..นอกจากคนรับใช้ชายหญิงสองคน..คนขับรถที่ประจำอยู่ไม่ใช่เฉพาะเวลารับหรือส่ง..มีอีกคนหนึ่งอยู่ในห้องทำงานร่วมกับผม เขาทำงานอยู่หน้าคอมพ์และกองเอกสาร..ชำเลืองมาที่ผมเป็นพักๆ คนนี้ไงที่ว่าเดินโฉบมาดูหน้าคอมพ์ที่ผมกำลังพิมพ์อยู่ ดีที่ไม่ใช่ตอนกำลังเข้าเฟสบุ๊ค




ในที่สุดก็ได้กลับบ้าน..บ้านที่กลายเป็นวังน้อยๆ ขึ้นมาทุกที ไม่รู้เพราะอะไรและส่วนไหนแน่

ค่ำแล้วที่ผมเข้าเฟส

นนท์เขียนมาตั้งแต่ห้าโมงเย็น

“อะนะ ชีวิตก็ต้องดูแลและระวังตัวเองเป็นพิเศษนะคับเรื่องใหนพูดไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดคับห่วงความปลอดภัยของตี๋น้อยก่อน ไกล้เลิกงานยังคับ วันนี้ผมมาทำเรื่องจบ รอลุ่นผลการเรียนอีกตัวหนึ่ง เห่อเสียวคับงั้นไม่จบแน่ ไกลเลิกงานยางละคับ ชีวิตวัยทำงานสนุกไหมอิอิ”

“พิมผิดพิมถูก 55 พิมในมือถืออะคับลำบากนิด”


ป่านนี้นนท์จะรอคำตอบของผมอยู่หรือเปล่า!


“ขอโทษนนท์ด้วยครับที่ตอบช้า..และจะบอกว่าคืนนี้ผมต้องไปงานสร้างครอบครัวใหม่ของเพื่อน (แต่งงาน)..ทำไมต้องแต่งตอนนี้..ตอกย้ำผมกับครอบครัว”

“คืนนี้คงต้องเต้นบัดดี้..เต้นรำหมู่อะคับ..คนรูปหล่อ (อะนะ) อย่างผมคงเหนื่อยแน่ จะถูกมอมเหล้าป่าวน้า ยังไงก็ไม่สำเร็จ..ใจอยู่ที่นนท์ครับ..”

“คิดถึงครับ..พรุ่งนี้พบกัน love..love..love..”

“ราชศักดิ์เกษม..”

นนท์ตอบมาทันที

“โดนมอมเหล้าแน่เลย คงมีแต่คนหมายตาๆ แน่ๆ”

ผมพิมพ์ไปยิ้มไป

“ไม่มีทาง..รักนนท์คนเดียวครับ..ไปนะ จะรีบกลับ”


ทำไมจะไม่ยิ้มในเมื่อรู้สึกตัวว่าเป็นที่ห่วงหวงของใครคนหนึ่ง..


แต่ที่ผมไม่รู้คือ..การออกนอกกรอบที่ท่านอนุชาวางไว้คืนนี้ มีหลายคนหลายฝ่ายจับตาจับอิริยาบถของผมไว้ทุกช๊อต



โดยเฉพาะช็อตเด็ดของชายราชศักดิ์เกษม!!



 



Create Date : 27 ตุลาคม 2563
Last Update : 27 ตุลาคม 2563 12:16:00 น. 0 comments
Counter : 97 Pageviews.  
(โหวต blog นี้) 
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

BlogGang Popular Award#16


 
สมาชิกหมายเลข 2607062
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add สมาชิกหมายเลข 2607062's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com