Group Blog
พฤษภาคม 2569

 
 
 
 
 
5
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
21
22
24
25
26
28
30
31
 
 
3 พฤษภาคม 2569
Douglas Kelley


Freedom 250 Video challange - Douglas Kelly 

บุคคลสำคัญที่จะส่งเข้าประกวดในวันนี้มาจากรัฐแคลิฟอเนียร์ Douglas Kelley (จิตแพทย์ที่ศึกษาพวกนาซี)  

ปกติแล้วทรายเป็นคนรักสงบ  ไม่ค่อยสนใจเรื่องสงครามเท่าไหร่  สนใจแต่เรื่องท่องเที่ยว

แต่คุณปู่ของทราย  ท่านเคยเป็นทหารในสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วเมื่อท่านกลับมาจากสงคราม  ท่านมีอาการ PTSD ตลอดมา จนทรายอายุประมาณ 5 - 6  ขวบ  ทรายได้ไปอยู่กับคุณปู่ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน  คุณปู่รักทรายมากเพราะทรายจะนั่งฟังคุณปู่เล่าเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 ไปเรื่อยๆ และคุณปู่ของทรายนี่แหละ ที่เป็นคนสอนทรายว่า ถ้ามีโอกาสได้ไปเมืองนอก เวลาเกิดอาชญากรรมใดๆ ที่เกินกำลังของเราแล้วโดนคุกความโดยที่เจ้าหน้าที่รัฐไม่ช่วยเหลือ  ให้ไปที่ที่มีทหาร  UN  เพราะประเทศเราเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก่อน  (แล้วทรายก็ได้ใช้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้  แล้วจะมาเล่าให้ฟัง)  และหนึ่งในรายชื่อที่ขึ้นอยู่ทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ คนๆ นั้นคือคุณปู่ของทรายเอง  ก็คงไม่ต้องถามว่าทรายรักชาติ รักประเทศของตนเองแค่ไหน  แต่ก็น่าเศร้าใจที่ท่านป่วยแล้วต้องมาตายอย่างไม่สมเกียรติ  เพราะคนยุคหลังเมินเฉย เพราะคิดว่าสงครามมันผ่านไปนานแล้ว

ประวัติของ Douglas Kelly จิตแพทย์สงครามในสงครามโลกครั้งที่ 2

ดักลาส เคลลีย์ (Douglas Kelley, 1912-1958) เป็นจิตแพทย์ทหารอเมริกันที่มีชื่อเสียงจากการทำหน้าที่หัวหน้าจิตแพทย์ประจำเรือนจำนูเรมเบิร์กช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เขาประเมินความสามารถทางจิตของผู้นำนาซี 22 คน เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมในการขึ้นศาล และเป็นผู้ศึกษาความน่ากลัวของแนวคิดแบบนาซี [1, 2, 3]
ประวัติและความสำเร็จที่สำคัญ
  • ช่วงชีวิต: เกิดที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี 1912 เรียนจบด้านการแพทย์จาก UC Berkeley และ UC San Francisco
  • ภารกิจนูเรมเบิร์ก: ในปี 1945 เขาได้รับภารกิจสำคัญในการประเมินสุขภาพจิตของจำเลยนาซี เช่น เฮอร์มานน์ เกอริง (Hermann Göring) เพื่อดูว่าพวกเขาสามารถเข้าใจข้อกล่าวหาและร่วมในการสู้คดีได้หรือไม่
  • การศึกษาจิตวิทยาของปีศาจ: เคลลีย์ใช้แบบทดสอบ Rorschach Inkblot (แบบทดสอบภาพหยดหมึก) และการสัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจจิตใจของอาชญากรสงคราม
  • การค้นพบ: เขาพบว่าความชั่วร้ายไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในคนทั่วไปภายใต้สถานการณ์และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ซึ่งเป็นข้อสรุปที่ไม่เป็นที่นิยมในช่วงหลังสงคราม
  • บทบาทหลังสงคราม: เขาทำงานเป็นจิตแพทย์และเขียนหนังสือเกี่ยวกับประสบการณ์การประเมินอาชญากรสงคราม
  • การเสียชีวิต: เคลลีย์เสียชีวิตในปี 1958 โดยการฆ่าตัวตายโดยใช้โพแทสเซียมไซยาไนด์ ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่เฮอร์มานน์ เกอริง ผู้นำนาซีที่เขาเคยสัมภาษณ์ใช้จบชีวิตตัวเอง [1, 2, 3, 4]

เรื่องราวของเขาถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และเป็นที่กล่าวถึงในฐานะจิตแพทย์ที่เข้าใกล้ความมืดมิดในจิตใจมนุษย์มากที่สุด


สิ่งที่ได้เรียนรู้ในเรื่องราวของ Douglas Kelly  ก็คือ 
1.  เขาเป็นคนเก่งมาก  เพราะอาชีพจิตแพทย์ทหาร ไม่ได้ทำงานนี้ง่ายๆ และพอรู้ว่าต้องไปทำงานเกี่ยวกับนาซี  ในสงครามโลกครั้งที่ 2  เพื่อประเมินสุขภาพจิตของนาซีว่าผิดปกติไหม   เพื่อไปขึ้นศาลทหารให้ตัดสิน  ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

 2. ทหารในสงครามต่างๆ  ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่  เมื่อกลับมาจากสงครามหรือเหตุการณ์ปะทะกันรนแรงควรได้รับการตรวจประเมินสุขภาพจิตหรือไม่  โดยไม่ต้องรอให้เขาป่วย เพราะมันควรเป็นสวัสดิการของทหาร ก่อนกลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ ซึ่งคุณปู่ของทรายน่าจะไม่ได้รับการตรวจประเมิน เพราะการแพทย์ทหารไทยสมัยนั้นยังไม่ก้าวหน้ามาจนถึงยุคนี้ ทำให้ท่านทรมานจากโรค PTSD ตลอดระยะเวลา 60 ปีและเสียชีวิตตอนอายุ  80 ปี  ทรายจึงนำเรื่องนี้มาเขียนถึงความเกี่ยวเนื่องกับ  Douglas Kelly เพื่อให้กองทัพทหารไทยยุคใหม่  ได้เข้าใจว่าการประเมินสุขภาพจิตของทหารหลังสงครามเป็นสิ่งสำคัญ  เพื่อให้น้องๆ ทหารรุ่นใหม่ที่เขาสละชีวิตเพื่อชาติ  หลังจากจบสงครามแล้ว  ได้กลับไปใช้ชีวิตปกติ  ไม่ต้องทรมานเหมือนคุณปู่ของทราย  และฝากไปยังนายพลไทยประมาณหลายร้อยคนว่า หากคุณมีเหรียญตราครบ  แต่ตอนไปรบส่งคนอื่นไปแทน  ก็ควรเห็นใจทหารผู้น้อยเหล่านั้น

3. การเสียชีวิตของเคลลี่เนื่องจากการฆ่าตัวตาย ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการดูแลบุคลากรทางการแพทย์เช่นกัน  โดยปัจจุบัน ในประเทศไทย บุคลลากรทางการแพทย์ก็มีความเจ็บป่วยทั้งร่างกายและจิตใจอันเนื่องมาจาก  อยู่เวรเยอะ นอนน้อย คนไข้ก่อกวนทั้ง OPD และ IPD เราจึงควรมีการประเมินสุขภาพจิตของบุคลากรทางการแพทย์บ้าง  และเป็นตัวอย่างให้กับประชาชนทั่วไปเข้าใจได้ว่า  คนปกติธรรมดาก็สามารถเดินไปพบจิตแพทย์ได้  ไม่ต้องรอให้เกิดความเครียดจนทำให้มีปัญหาสุขภาพจิต  ควรมีการดูแลสุขภาพจิตแบบกันไว้ก่อน  ดีกว่าแก้

4. ถ้าย้อนเวลากลับไปได้แล้วทรายเป็นคุณปู่  แล้วมีโอกาศได้พบกับ Douglas Kelley อยากถามเขาว่า  ในอเมริกามีการวิจัยเรื่อง  "การประเมินสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวชและการเปรียบเทียบ  เด็กที่เกิดก่อนและหลังจากพ่อหรือแม่ที่กลับมาจากสงครามแล้วเป็นโรค  PTSD รวมไปถึงเด็กที่เกิดหลังจากพ่อหรือแม่ที่กลับมาจากสงครามแล้วเป็นโรค PTSD นั้น สามารถมีพันธุกรรมผิดปกติทางสุขภาพจิตในกลุ่มโรคใดบ้าง  มีแนวโน้มจะป่วยในกลุ่มโรคสุขภาพจิต  ได้กี่เปอร์เซนต์  และหากพ่อหรือแม่ที่กลับมาจากสงครามแล้วป่วยเป็นโรค PTSD  ก่อนมีบุตรควรมีการประเมินสุขภาพจิตเพื่อประเมินความเสี่ยงในบุตรที่จะเกิดมามีความผิดปกติทางจิตอย่างไร"

เพราะหลังจากที่คุณปู่ของทรายกลับมาจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ท่านเป็นโรค PTSD ลูกหลานในครอบครัวก็มีความผิดปกติในกลุ่ม Anxiety และ Stroke ซึ่งพวกเราจึงสงสัยว่าอาจจะมีความผิดปกติมาจากพันธุกรรมที่ได้จากคุณปู่

 5. Douglas Kelly จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย  มันเป็นเรื่องน่าเศร้าที่บุคคลสำคัญที่ทำภารกิจสำคัญระดับโลกต้องมีจุดจบแบบนี้  ถ้าทรายตายแล้วไปเจอกับ Douglas Kelly ที่ทางช้างเผือก ทรายจะพาเขาไปนั่งในสวนดอกไม้  ตบไหล่เขาเบาๆ แล้วบอกว่า "คุณทำดีที่สุดแล้ว" 

มันมีเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆ กันมาในสังคมไทย  ว่า  คนที่ฆ่าตัวตาย จิตจะไม่ไปไหน แล้วจะวนเวียนกลับมาฆ่าตัวตายในเวลาเดิมทุกวัน  ถ้าจิตหาทางออกไม่ได้  ดังนั้นถ้าเป็นแบบนั้นจริง  เขาคงทรมานมาก การไปตบไหล่เบาๆ แล้วบอกว่า "คุณทำดีที่สุดแล้ว" จะช่วยให้จิตปล่อยวางและไปเกิดใหม่ในที่ที่ดี



ย้อนกลับ สารบัญ



Create Date : 03 พฤษภาคม 2569
Last Update : 3 พฤษภาคม 2569 6:55:57 น.
Counter : 493 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณ**mp5**, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณกะริโตะคุง, คุณpeaceplay, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณหอมกร, คุณhaiku, คุณnewyorknurse, คุณtanjira

ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

cyberlifenlearn
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 46 คน [?]



tiktok : Cyberlifenlearn
Instagram : cyberlifenlearn

บทความ บทกลอน รวมถึงภาพถ่าย หากต้องการเอาไปใช้ต้องขออนุญาติก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาลิขสิทธิ์ตามมาภายหลัง

free counters  
W e l c o m e 
 
 
 
New Comments