ความพยายามและไม่ล้มเลิก จะนำไปสู่เป้าหมายและจะได้รับรางวัลคือความสำเร็จ---การเดินทางสู่การเป็นนายตัวเองและเจ้าของธุรกิจ---

คำเพ้อเจ้อของคนที่ไม่สร้างสรรค์

ได้เข้าร่วมสมาชิกกลุ่มไลน์กลุ่มหนึ่ง ซึ่งในนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรวบรวมแบ่งปันแนวคิดในการที่จะเป็นนายตัวเองหรือเป็นเจ้าของกิจการ  มีหัวหน้ากลุ่มไลน์ท่านหนึ่งเสนอแนวความคิดน่าจะเป็นการส่งต่อๆ กันมาในโลกออนไลน์ เพราะอ่านเจอแนวนี้มาบ้างว่า......


"น่าเสียดาย ที่หลายคน "ลาออก" เพราะ "อารมณ์" พาไป
น่าเสียดาย ที่เราได้อ่าน "หนังสือ" ที่บอกว่า "ลาออก" แล้วดีอย่างไร
แต่ทำไมไม่มีใคร...บอกกู ว่า "ลาออก" แล้วชีวิตมันลำบากขนาดไหน

มีสถิติ คนออกมาทำธุรกิจ บอกว่า จะอยู่รอดแค่ 10%
ก็มีแต่พวก "โลกสวย" หละครับที่บอกว่า ตัวเองจะโชคดีเป็น 10% นั้น

ข่าวร้ายคือ คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ต้อง "ลาออก" จากนายตัวเอง
กลับไปเป็น "ลูกจ้าง" กินเงืนเดือนต่อดีกว่า !

อย่าเชื่อผม...
"ลาออก" มาดูสิ มาพิสูจน์เอง
ว่า "นายตัวเอง" กับ "ลูกจ้าง"
อย่างไหน "ลำบาก" กว่ากัน

#‎บันทึกสุดท้ายจากเจ้านายถึงลูกจ้าง"

นี่คือแนวความคิดของเจ้าของธุรกิจท่านหนึ่งที่พยายามเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่คิดจะผันตัวเองมาเป็นเจ้าของธุรกิจในอนาคต  อ่านดูแล้วรู้สึกยังไงกันบ้าง  

ถ้าอ่านเฉยๆ ไม่ตีความคงคิดว่า คนคนนี้หวังดีจังเอาแรวคิดดีๆมาเตือน
แต่เมื่อได้พิจารณาดูแล้ว เจตนาของท่าผู้นี้ดูจะเป็นการข่มขู่ ปิดกั้น ความคิด ความฝันของคนที่กำลังจะผันตัวเองออกมาเป็นเจ้านาย

ทำไมถึงคิดแบบนั้นนะหรอ ผู้ตั้งกลุ่มนี้เป็นเจ้าของกิจการ มีคนเข้ามาร่วมกลุ่มไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกมากมาย สมาชิกหลายท่านพยายามนำเสนอวิธีทางเพื่อที่จะให้ผู้ที่จะเตรียมตัวเป็นเจ้านาย เจ้าของกิจการ แต่ละอย่างนั้นเป็นเรื่องที่มีประโยชน์  

แต่ท่านนี้หลายครั้งที่ชอบยกคำพูดที่เกี่ยวกับการเป็นนายจ้างยากกว่าเป็นลูกจ้างมานำเสนอต่างๆ นาๆ ฟังดูแล้วมันไม่สร้างสรรค์เลย การเป็นนายจ้างไม่ใช่เรื่องง่ายจริง อันนี้ใครๆก็รู้ ที่บอกพวกโลกสวยคิดว่าตัวเองจะเป็น 10 % ที่รอด อันนี้มันดูเป็นพวกตัดความฝันของคนกลุ่มนึงไปเลยทีเดียว ทุกคนย่อมมีความฝันของตนเอง อยากที่จะประสบความสำเร็จ อยากที่จะอยู่รอด แรงบันดาลใจที่จะทำให้ประสบความสำเร็จส่วนหนึ่งเพราะเค้าเชื่อว่าเค้าจะทำได้ จะอยู่รอด เค้าจะเกิดความพยายามไขว่ขว้ามันมาให้ได้

แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรไปดูถูกความคิดคนที่เค้าจะเป็น10% ที่จะต้องรอดให้ได้ คนเป็นเจ้าของกิจการจะมานั่งบ่นให้คนอื่นเค้าฟังกันไหมว่ายากนะ อย่าออกมาเลย แกไม่รอดหรอก แกโลกสวย ที่คุณตราหน้าและเอาแนวความคิดของคุณใส่ไปให้คนที่กำลังจะก้าวขาออกไปสู่โลกใหม่เกิดการหยุดชงักลังแล แม่งบาปกรรมจริงๆ หรือว่าจริงๆแล้วคุณแม่งเป็นพวกอีโก้สูง พวกที่จะทำธุรกิจเองแล้วเริ่มจะไม่รอด แต่แม่งมีหน้าชูคอว่ากูรวย กูเก่ง ถ้าเป็นแบบนี้คุณนั่นแหละที่ควรจะก้าวออกมาจากการเป็นเจ้าของกิจการ แล้วกลับไปนั่งทำงานประจำเถอะ อย่าฝืน อย่ามาพล่ามให้คนอื่นเค้ารู้สึกไม่ดีถึงเจตนาของคุณเลย




 

Create Date : 24 มีนาคม 2558   
Last Update : 24 มีนาคม 2558 20:43:55 น.   
Counter : 501 Pageviews.  

เจ้าของกิจการ VS ลูกจ้างประจำ

ระยะเวลาอีกไม่กี่เดือนจะครบ 1 ปี ที่ก้าวออกมาจากชีวิตลูกจ้างพนักงานบริษัท ที่ได้มาลองเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองแบบจริงจัง แล้วพบว่า คงไม่สามารถหวนกลับไปทำงานเป็นลูกจ้างได้อีก.....

ทำไมถึงกล้าพูดแบบนี้??

หลายคนที่ไม่เคยลิ้มรสการเป็นนายตัวเองนั้น อาจไม่เข้าใจ หรือบางคนที่ก้าวออกมาเป็นนายตัวเองแล้วคิดอยู่ทุกวันว่าคงเลือกผิดทาง ชั้นต้องกลับไปทำงานประจำดีกว่า อาจจะไม่เข้าใจหรือมีเหตุบางอย่างที่ทำให้คิดแบบนั้น 

การเป็นนายตัวเองสำหรับเราแม้จะยังไม่ถึง 1 ปี มันทำให้เรารู้สึกว่า มันให้อะไรมากกว่าการเป็นแค่ลูกจ้างธรรมดาทั่วไปซึ่งตอนนั้น เราคิดแค่ทำงานไปวันๆ เพราะวันนึงเราก็ต้องออกจากงานอยู่ดี อาจจะเปลี่ยนงาน หรือโดนไล่ออกตอนแก่ และที่สำคัญทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทุ่มเท กลับเป็นการสร้างผลกำไรและความมั่งคั่งให้แก่เจ้านาย แต่เมื่อเราได้ก้าวออกมาสู่การเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ ที่เริ่มสร้างด้วยต้นทุน 0 บาท 1 สมองและ 2 มือของเราค่อยๆ สร้างสิ่งที่กลายเป็นธุรกิจที่ทำให้เรามีรายได้หล่อเลี้ยงชีวิต เราต้องพัฒนาตัวเองในหลายๆ ด้าน ต้องการวิธีทำอย่างไรให้กิจการอยู่รอด และมีกำไร 

มันทำให้เรารู้สึกเติบโตเปลี่ยนเป็นคนใหม่ ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ โลกใหม่ ที่ไม่ได้เป็นโลกในมุมของพนักงานประจำ มีอิสระทางความคิดมากขึ้น มีอิสระในการทำสิ่งต่างๆ เพราะไม่มีเจ้านายมาคอยสั่งให้คุณต้องทำอะไร เพราะตอนนี้เราต้องสั่งตัวเอง บังคับตัวเองทั้งสิ้น ถ้าคุณไม่สามารถบังคับตัวเองได้ อย่าออกมาเป็นเจ้าของกิจการ เพราะคุณต้องวางแผนการทำงาน ตารางชีวิตของคุณ ไม่มีทำงานวันจันทร์ - ศุกร์ แต่เป็นทุกวันคือการทำงาน 

บางคนอาจคิดขึ้นมาว่า แล้วถ้าเป็นเจ้าของกิจการกลายเป็นว่าทุกวันต้องทำงาน แบบนี้ลาออกมาทำไมกลับไปเป็นพนักงานประจำเถอะ!!  คุณอาจไม่เข้าใจคำว่าทุกวันคือการทำงานในโลกของเจ้าของกิจการดีพอ  วันนึงมี24 ชั่วโมงเท่ากัน หากคุณเป็นเจ้าของกิจการ คุณสามารถจัดสรรเวลาต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง ในช่วงแรกบางครั้งต้องทำงานมากกว่าวันละ12 ชั่วโมง ทำงาน 7 วัน แต่เมื่อคุณทำงานเพื่อตัวเองมาสักระยะ คุณจะสามารถจัดสรรเวลาต่างๆ ได้ดีขึ้น เมื่อกิจการของคุณขยายคุณสร้างระบบการทำงานและมีคนมาช่วยคุณทำงาน คุณก็ค่อยๆออกมาคุมเกมส์แทนและให้พวกเขาเหล่านั้นทำงานแทนคุณ โดยมีคุณคอยดูภาพรวมและวางแผนทั้งหมด

สำหรับบางคนที่อยากออกมาเป็นเจ้าของกิจการหรือนายตัวเอง มีเรื่องที่คุณต้องเตรียมตัวดังนี้

1. มีการวางแผนว่าจะทำธุรกิจอะไร และได้ศึกษามาอย่างดีแล้ว

2. มีความรู้ในธุรกิจที่จะทำ ถ้าคุณไม่รู้ ไม่ถนัด ไม่ชอบ อย่าออกมาทำเดี๋ยวตายเปล่าๆ

3. เงินเก็บสำหรับค่าใช้จ่ายประจำอย่างน้อย 6 เดือน ถ้ากิจการของคุณไม่มีรายได้

4. เงินลงทุน สำหรับลงทุนในกิจการ

5. เตรียมตัวเหนื่อยกว่าเดิม 3 เท่า อย่าคิดว่าออกมาแล้วสบาย เพราะการเริ่มธุรกิจในช่วงแรก ทุกอย่างคุณต้องทำเองคนเดียวทั้งหมด มันยากและเหนื่อยมากถ้าคิดว่าทนไม่ได้ อย่าออกมาเราเตือนคุณแล้ว

6. จิตใจที่เข้มแข็ง คุณต้องมีจิตใจที่แน่วแน่ เข้มแข็งเวลาเจออุปสรรค เวลาเจอเรื่องไม่คาดฝัน เช่น รายได้เดือนนี้น้อยมาก เดือนนี้ขาดทุน โดนโกง ท้อได้แต่อย่าถอย เจอปัญหาต้องหาวิธีแก้ ไม่ใช่เอาแต่ฟูมฟาย มันไม่ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลย


ทั้งนี้การตัดสินใจออกมาทำธุรกิจ ต้องไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่ววูบ คุณต้องมีการคิดไตร่ตรองอย่างละเอียดถี่ถ้วนหลายครั้ง และในการคิดว่าจะออกมาทำธุรกิจ คุณได้มีการพยามยามสร้างมันขึ้นมาในระหว่างที่ทำงานประจำอยู่ มีความแน่วแน่ที่จะทำอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไป แบบนี้แสดงว่าคุณมีความจริงจัง ไม่เป้าหมายในการสร้างอนาคต แบบนี้มีโอกาสสร้างฝันให้เป็นจริงได้




 

Create Date : 23 มีนาคม 2558   
Last Update : 23 มีนาคม 2558 20:23:48 น.   
Counter : 867 Pageviews.  

จุดเริ่มต้น

ช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ มีลูกค้าหลายรายติดต่อเข้ามา

ทั้งงานออกแบบและร้านขายของ รู้สึกตื่นเต้นเหมือนกับว่าสิ่งที่เราโปรโมทไปเริ่มได้ผลบ้างแล้ว
ไม่คิดเลยว่ากับการเสี่ยงลงทุนไปซื้อของที่คล้ายกันแต่ดันหมดสต็อก
นับว่าครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ถูก ลูกค้าตอบตกลงซื้อของที่ซื้อมาและเสนอแทนไปให้
รู้สึกดีใจมาก มีกำลังใจขึ้นเยอะ หลังจากที่เริ่มห่อเหี่ยวเพราะไม่มีลูกค้ามาระยะนึง

งานทางด้านออกแบบก็มีลูกค้าติดต่อเข้ามาด้วยหลายราย
บางรายก็เหมือนจะได้งานแต่กลับไม่ได้ บางรายดูไม่มีวี่แววว่าเราจะได้กลับได้ซะงั้น
มันก็แปลกดีนะ แต่เราก็ไม่ย่อท้อ และสู้ต่อไปเพื่อให้เราสามารถมีรายได้มากกว่างานปะจำให้ได้
ถึงแม้ตอนนี้ราได้มันจะน้อยกว่าหลายเท่ามาก แต่เราคิดว่าสักวันมันต้องมากกว่าแน่นอน
เราเชื่ออย่างนั้น เพราะนี่เพิ่งเป็นจุดเริ่มต้นระยะสั้นๆ ต้องดูระยะยาวว่าหากเราทำไปปีหรือ2ปี
แล้วยังไม่มากกว่างานประจำ คงต้องพิจารณาตัวเองยกเครื่องเลยมั้ง




 

Create Date : 15 สิงหาคม 2557   
Last Update : 15 สิงหาคม 2557 22:50:16 น.   
Counter : 426 Pageviews.  

เริ่มบันทึกการเดินทางของชีวิต

ตัดสินใจแล้วว่าจะเริ่มเขียนบล็อกอีกครั้ง เพื่อเป็นการบันทึกเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตและแบ่งปันประสบการณ์ความรู้ต่างๆ ที่เราพอจะมีอยู่บ้าง จะได้เก็บเอาไว้เป็นความทรงจำหากเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี หากวันไหนได้กลับมานั่งดูบันทึกหรือเรื่องราวต่างๆที่แบ่งปันไว้ อาจทำให้เรามีกำลังใจและเห็นว่าเราเดินทางมาได้แค่ไหนแล้ว


เมื่อประมาณปลายเดือนพ.ค 57 เป็นการตัดสินใจสิ้นสุดชีวิตมนุษย์เงินเดือนที่แสนน่าเบื่อและรู้สึกว่าไม่สามารถตอบสนองความต้องการของชีวิตได้จริง เราได้รวบรวมความกล้าและบ้าออกมาลุยเอาดาบหน้า
คิดเพียงว่าทำไมชั้นจะทำไม่ได้ คนที่เค้าด้อยกว่าเรา เค้าต่อสู้จนพลิกชีวิตกลายเป็นคนร่ำรวย แล้วเราละจะทำไม่ได้หรอ?? เราไม่รู้หรอกว่าข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่เรามีเป้าหมายคือต้องการเป็นนายตัวเองและมีกิจการของตัวเองที่สามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้ เรียกได้ว่าพยายามยกฐานะทางบ้านให้ดีขึ้น

ทั้งๆที่ปัจจุบันที่บ้านก็มีกินมีใช้ฐานะปานกลางไม่ได้เดือดร้อนอะไร แต่ด้วยว่าเรามองถึงอนาคตว่าถ้าคนในครอบครัวแก่ลงทุกวันๆ เราจะมีปัญญาเลี้ยงพวกเค้าอย่างดีหรือไม่ หากเป็นแค่มนุษย์เงินเดือนธรรมดาซึ่งมองแล้วว่าอาชีพเราคงไม่เติบโตเท่าไหร่ และอาจมีรายได้สูงสุดในชีวิตแค่เดือนละ 35000-40000 บาท แล้วเงินเพียงเท่านี้จะเพียงพอต่อหลายๆ คนในครอบครัวที่เราจะต้องดูแลพวกเค้าได้อย่างไร 

วันนี้เราได้เริ่มก้าวเล็กๆโดยการเป็น Freelance Graphic Designer เริ่มหาลูกค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ต
ซึ่งก็พอจะมีลูกค้าบ้าง ไม่มีลูกค้าบ้าง บางวันหาลูกค้าไม่ได้เลย เงินก็ลดลงไปจากเดิมมาก เพราะรายได้ไม่แน่นอน เราก็พยายามที่จะหาวิธีฝึกฝนเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการหาลูกค้าไปเรื่อยๆ คิดว่าสักวันนึงเราต้องประสบความสำเร็จให้ได้ 
และนี่คือเว็บไซต์ของเรา //dcreativeidea.wix.com/dcreativeidea  ที่เราพยายามจัดทำขึ้นในขั้นต้นเพื่อเป็นช่องทางในการนำเสนอความเป็นตัวเราให้ลูกค้าได้ทราบ ซึ่งในอนาคตหากกิจการไปได้ดีเราก็เตรียมที่จะทำเว็บไซต์อย่างเป็นทางการอีกครั้งเพื่อรองรับลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

เราบ้าได้อีก ตอนนี้เราก็เปิดเว็บไซต์ขายของไปด้วยเพื่อหารายได้อีกทาง แต่เปิดมาจะเดือนนึงละยังขายไม่ออกสักชิ้น แต่ก็เพิ่งเริ่มโปรโมททางเฟซบุ๊คไปไม่นาน แหม่ มีคนเห็นแคมเปญโฆษณาเรา 4พันกว่าคน ยอดกดไลท์ร้อยนิดๆ แต่เพจมีคนกดไลค์ไม่ถึงหลักร้อย หุหุ ชิวิตมันช่างสนุกจริงๆ ขายของไม่ออก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ต้องมีเทคนิคอะไรที่เราต้องเรียนรู้เพื่อนำมาปรับปรุง คงต้องสู้กันต่อไปสักวันเราต้องสำเร็จ และนีคือหน้าตาเว็บไซต์ขายสินค้า www.ideainhouse.com  สินค้าอาจจะยังไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เราจะพยายามต่อไป 

เป้าหมายปลายทางคือรายได้หลักแสนต่อเดือน จาก2กิจการนี้ ไม่รู้อีกนานเท่าไหร่แต่เราจะต้องทำให้ได้ ถ้าทำได้เมื่อไหร่ชีวิตนี้คงตายตาหลับ เหมือนเกิดมาไม่เสียชาติเกิด ที่จะได้เลี้ยงดูในครอบครัวได้อย่างเต็มที่และทุกคนมีความสุข มีเวลาให้กัน อยากไปเที่ยวไหนเราจะพาไป หากจะมีรายได้เป็นหลักล้านนั่นเราถือว่าเกินความคาดหมายและเป็นกำไรของชีวิตซึ่งถ้ามีโอกาสเราก็อยากจะมีรายได้หลักล้านต่อเดือนเหมือนกัน แต่นั่นเป็นเรื่องอนาคตที่ยังอีกไกล ขอตอนนี้ตั้งเป้าไว้ที่หลักแสนต่อเดือนแล้วทำได้จริง แค่นี้ชีวิตแม่งโคตรคุ้มแล้วอ่ะ





 

Create Date : 06 สิงหาคม 2557   
Last Update : 6 สิงหาคม 2557 23:51:29 น.   
Counter : 322 Pageviews.  


cyber_lomogirl
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add cyber_lomogirl's blog to your web]