Ortho knowledge for all @ Do no harm patient and myself @ สุขภาพดี ไม่มีขาย ถ้าอยากได้ ต้องสร้างเอง

Admin เฟสรักษ์กำแพง ขอชี้แจง เรื่อง การแสดงความคิดเห็น โต้ตอบ และ พรบ.คอม






เรียนสมาชิกเฟสรักษ์กำแพง และ ผู้ใช้โซเชี่ยวมีเดียทุกท่าน

เกี่ยวกับ ประเด็นเฟสรักษ์กำแพง ที่มีสมาชิกแสดงความเห็นว่า บางโพส ที่อาจเข้าข่ายหมิ่นประมาท ด้วย ภาพ หรือ ข้อความ เช่น มีภาพรถโดยไม่เซ็นเซอร์ทะเบียน เป็นต้น ซึ่งสมาชิกหลายท่าน ได้แสดงความคิดเห็นว่า ไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่า จะเป็นความจริงตามภาพว่า เป็นการกระทำที่น่าจะผิดระเบียบกฏหมาย.. แต่ ผู้โพส ก็ไม่มีสิทธิ์โพสภาพแบบนั้น หรือ ข้อความที่อาจทำให้รู้สึกไม่พึงพอใจ จนเกิดการตอบโต้กันไปมา 

ก่อนอื่น ต้องขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะสมาชิกที่เสนอแนวคิดแนวทางแก้ไขปัญหาหลากหลายแนวทาง นับถึงตอนนี้ ก็ใช้เวลากันพอสมควร ความร้อนแรงเริ่มลดลงบ้างแล้ว (น่าจะพอรับฟังความเห็นที่อาจแตกต่างกันได้โดยไม่ใช้อารมณ์มากเกินไปนัก)

ผมขอแสดงความคิดเห็นส่วนตัวและแอดมินเฟส "รักษ์กำแพง"  ซึ่งพอมีประสบการณ์ ทำหน้าที่แอดมินเวบบอร์ดมาบ้าง เคยเป็นสมาชิกบอร์ด สิบกว่าปี (ตั้งแต่เวบพันทิบยังไม่แยกเป็นห้อง) ถือว่า พูดคุยเล่าสู่กันฟัง ปนบ่นบ้างนิดหน่อย ตามประสา ผู้เริ่มสูงวัย พอจะแยกเป็นประเด็นได้ ๙ ข้อ ดังนี้ ...

๑. โพสแบบนั้น ก็มีประโยชน์ ในส่วนที่ทำให้ สมาชิกได้ทราบว่า เป็นการกระทำที่ทำผิด และ มีสมาชิกหลายท่านชื่นชอบ มีการกดไลก์ แต่ก็เห็นด้วย ที่ผู้โพส อาจใช้ข้อความ ที่ไม่ถูกใจ หรือ ภาพ ที่อาจทำให้เกิดการเสื่อมเสียชื่อเสียงของบุคคลในภาพ
............. ประเด็นนี้ ผมคิดว่า น่าจะปล่อยให้เป็นกรณีที่ผู้เกี่ยวข้อง (ผู้เสียหายกับผู้โพส) จัดการกันเอง ซึ่งถ้าผมจะเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ในฐานะแอดมิน ก็ยอมรับครับ

๒. ถ้าภาพหรือข้อความ ไม่รุนแรง มากนัก ไม่ผิดกฏหมาย พรบ.คอมพิวเตอร์โดยตรง ..  ผมก็จะปล่อยไปครับ เพราะมันก็คือ ความจริงอย่างที่โพส 
...........  ในฐานะปัจเจกบุคคล ผมก็รู้สึกไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ข้อความในโพส หรือ ข้อความโต้ตอบ ผมจึงไม่เข้าไปร่วมแสดงความคิดเห็นโต้ตอบ หรือ คลิ๊กแสดงความรู้สึก ในโพสนั้น อ่านแล้วก็ปล่อยผ่านไป (แต่จะให้ลบโพส ในฐานะแอดมิน ผมก็ยังนึกไม่ออกว่าจะใช้เหตุผลอะไร? โดยเฉพาะ พรบ.คอมฯ ที่มักอ้างกัน ผมก็คิดว่า ไม่ผิด พรบ.คอมฯ เพราะ เป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ ไม่มีข้อความเท็จ หรือให้ร้าย )
........... ส่วนเรื่องการลบความเห็นในโพส เจ้าของโพส มีสิทธิ์ลบความเห็นของคนอื่น ในโพสนั้นได้เลย แต่ลบความเห็นในโพสคนอื่นไม่ได้ ( ผมลบความเห็น ลบโพส น้อยมาก )
........... สำหรับท่านที่ อาจยังไม่ทราบ การคลิ๊กแสดงความรู้สึก (กดไลก์) หรือ การโพสข้อความโต้ตอบ ระบบเฟสบุ๊กจะถือว่าเป็น การแชร์ และ ยิ่งจำนวนความเห็น ยิ่งมีคนแสดงความรู้สึกมาก ระบบจะถือว่า ได้รับความสนใจ ก็จะเพิ่มโอกาสโพสนั้น ได้แสดงในหน้า feed ของเฟส นะครับ
........... ดังนั้น ถ้าไม่ชอบ ก็ให้อยู่นิ่ง ๆ อ่านแล้ว ปล่อยผ่านไป หรือ กดรายงานโพส เพราะ ถ้าไม่ชอบแล้วเข้าไปตอบสนอง ยิ่งตอบโต้ ก็จะทำให้ โพสที่ไม่ชอบ ยิ่งได้รับความนิยม กลายเป็นการสนับสนุนส่งเสริมโพสที่ไม่ชอบ ( ไม่ชอบ แต่ไปส่งเสริม ?) คำที่ใช้กันบ่อย ๆ ในกรณีแบบนี้ ก็คือ don't feed the troll

๓.  การลบโพส หรือ แบนสมาชิก ไม่ช่วยแก้ปัญหา เพราะ
............. ลบโพสไป ก็โพสใหม่ได้  และ มีข้อเสียอย่างมากของการลบโพส คือ หลักฐานทางกฏหมาย ถ้ามีการฟ้องร้องของผู้เสียหายจากโพสนั้น ก็จะสูญหายไปด้วย และ ในบางโพส ก็มีคนกดไลก์ (ชื่นชอบ) การลบโพส ก็ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบรู้สึกว่า แอดมินไม่เป็นกลาง แสดงความเห็นก็ถูกแอดมินลบ ( แอดมิน ลบก็โดน ไม่ลบก็โดน )
............. การแบนสมาชิกก็เช่นกัน แบนก็สมัครเฟสใหม่ เปลี่ยนชื่อใหม่ก็เข้ามาได้อยู่ดี จะให้มาตรวจสอบ ตัวตนที่แท้จริงว่าเป็นใคร (ตรวจสอบหลักฐาน บัตรประชาชน เหมือนเวบพันทิป) แบบนั้น ผมคิดว่า จะเป็นภาระกับแอดมินมากไปนะครับ

๔. ประเด็นข้อเสนอ ตั้งค่าสมาชิกโพส ต้องให้แอดมิน อนุญาตก่อน จึงจะโพสได้
............. ผมเคยลองทำอยู่ช่วงหนึ่ง แต่ก็ติดปัญหาว่า ผมไม่ค่อยได้เข้ามาดู อาจมาดูหลังสองสามทุ่ม ก็มีสมาชิก บ่นว่า โพสไปตั้งนานแล้ว ทำไมถึงโพสไม่ได้ และ โพสเกือบทั้งหมด ก็ไม่ได้ผิดกฏหมาย ก็อนุมัติให้โพสได้อยู่ดี การกลั่นกรองก่อนโพส จึงอาจไม่ค่อยได้ประโยชน์นัก แต่ก็จะทดลองดูนะครับ
............. ผมจึงใช้วิธีให้สมาชิกโพสได้อิสระ แต่ จะมาพิจารณาว่าจะ ลบโพส และ แบนสมาชิก หลังจากที่โพสไปแล้วแทน ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นการขายสินค้า รับสมัครสมาชิกขายตรงหรือทำงานผ่านเนต แบบนี้ลบและแบนสมาชิกไปเลย

๕. บางท่านบอกว่า เรื่องดี ๆ มีเยอะแยะทำไม ไม่โพส
............ ประเด็นนี้ก็เห็นด้วย บางส่วน แต่สิ่งที่น่าคิดคือ ในเมื่อ คนอื่นไม่โพสเรื่องดี ๆ ทำไม เราไม่เอาเรื่องดีนั้นมาโพสเองละครับ ที่ผมตั้งเฟสรักษ์กำแพง ขึ้นมาก็ด้วยเหตุผลว่า เวลาหาข่าวสารกิจกรรมดี ๆ หาไม่ค่อยได้ กว่าจะรู้ก็ตอนงานเสร็จแล้ว ผมจึงโพสประชาสัมพันธ์ก่อนที่จะมีกิจกรรม (เผื่อใครอยากจะไป) แต่หลังจากงานเสร็จ ก็มีผู้สื่อข่าว นำมารายงานข่าวอยู่แล้ว) เวลาจะแสดงความคิดเห็นพูดคุยเรื่องที่ไม่ชอบมาพากล ก็ไม่รู้จะไปแสดงความคิดเห็นที่ไหน อยากจะหาข้อมูลบางอย่างก็หาไม่ได้ ในเมื่อไม่มีใครทำ ผมก็ทำเอง ( ผมเริ่มเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว จุดเริ่มคือการแลกเปลี่ยนข้อมูลเรื่องเกาะกลางน้ำ แต่ตอนนี้เฟสกรุ๊ปทั้้งจำนวนและความหลากหลาย เพิ่มขึ้นมาก สามารถเลือกได้ตามความชอบใจ )
ถ้าอยากให้มีเรื่องดี เราก็มาช่วยกัน โพสเรื่องดี ๆ โพสแนวคิดที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหา ช่วยกันทำบ้านเราให้ดีขึ้น

๖. มีหลายท่านเสนอให้ แอดมิน ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
............ ผมก็ทำอยู่ครับ ทั้งส่งลิงค์ แชร์ข้อความ หลายเรื่องหลายหน่วยงานก็แก้ไขปรับปรุง แต่ก็มีเรื่องอีกเยอะกว่า ที่ เงียบหาย ซึ่งผมก็ไม่มีอำนาจ ที่จะไปบังคับให้ใครทำอะไร ผมเสนอได้ แต่ เขาจะสนองหรือเปล่า ไม่รู้เหมือนกัน
............ สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ ถ้าเราทุกคน ช่วยกัน (ช่วยคิด ช่วยทำ ช่วยหาช่องทาง ฯลฯ) น่าจะมีพลังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมากกว่ารอแอดมิน หรือ รอใครบางคน(บางหน่วยงาน) มาทำให้มาแก้ปัญหาให้เรา

๗. เรื่องราวในเนต ในสังคมออนไลน์ (Social media) ก็มีทั้งเรื่องที่เราชอบและไม่ชอบ เรื่องที่เราชอบแต่คนอื่นไม่ชอบ เรื่องที่เราไม่ชอบแต่คนอื่นกลับชอบ เป็นปกติธรรมดา (เหมือนสังคมชีวิตจริง) จะให้ถูกใจถูกต้องตามความต้องการของเราทั้งหมด คงเป็นไปไม่ได้ และ ไม่มีประโยชน์อะไรที่เราจะไปทะเลาะกัน ด้วยเรื่องของคนอื่น (เดือดร้อนเป็นห่วงแทนเขา ทั้งที่บางที เขาอาจไม่รู้สึกอะไร?)
............. สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งในเนต และ ชีวิตจริง เราจะได้เห็น วิธีคิด ตรรกะ แปลก ๆ เช่น ถ้าคุณทำไม่ดี ผมก็ทำไม่ดีกับคุณได้ (ฆ่าคอมมิวนิสต์ ไม่ผิด? คุณฆ่าคน ผมก็ฆ่าคุณได้? คุณทำเลว ผมก็ทำเลวได้?  หรือ ถ้าคุณเคยทำไม่ดี สิ่งที่พูดที่คิดก็ต้องไม่ดีไปทั้งหมด (คนเลว ก็ต้องคิดเลวทำเลว?) เป็นต้น  แทนที่จะมองตัวบุคคล (ดี-เลว มีผลประโยชน์ ฯลฯ) เราน่าจะมองไปที่การกระทำ แนวคิด ว่า เป็นสิ่งดี เหมาะสม หรือเปล่า เพราะ ในดีมีเลว ในเลวก็มีดี เช่นกัน

๘. แทนที่เราจะรอให้คนอื่นเปลี่ยน เราเปลี่ยนตัวเราเอง น่าจะง่ายกว่า
............. ถ้าอยากจะเปลี่ยนอะไร ที่เราคิดว่าเป็นสิ่งดี เราก็เริ่มทำก่อนได้เลย ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องไปบอกให้คนอื่นมาทำตามที่เราคิด  ลุยไปเลยครับ ส่วนว่า ทำแล้วจะได้ผลอย่างที่เราหวังไว้หรือเปล่า ก็ค่อยว่ากัน ลองทำแล้วไม่ได้ผล เราก็เปลี่ยนวิธีการ หรือ เปลี่ยนไปทำเรื่องอื่น มีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำได้ ผมเชื่อว่า มีคนที่คิดเหมือนกันกับเรา เพียงแต่เขาไม่แสดงตัว ไม่กล้าที่จะเป็นคนเริ่ม แต่ถ้ามีใครเริ่ม เขาก็จะออกมาช่วยทำ
............. ส่วนตัวผม ๕-๖ ปีที่ผ่านมา มีหลายเรื่องที่ผมพยายามผลักดันแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยน บางเรื่องกว่าจะเริ่มเปลี่ยนใช้เวลาเป็นปีหรือหลายปี มีจำนวนน้อยมากที่ทำแล้วเห็นผลเร็วและชัดเจน น้อยมากจริง ๆ แต่ผมก็คิดว่า พอจะมีประโยชน์กับส่วนรวมบ้าง ดีกว่านั่งนิ่ง ๆ หายใจทิ้งไปวัน ๆ 

๙. บทสรุปส่งท้าย
............. การบ่นก่นด่า อาจทำให้รู้สึกสบายใจได้ระบาย ได้บ่น แต่ถ้าทำแค่นั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนอะไรได้ ทุกอย่างก็เหมือนเดิม สิ่งที่น่าจะทำเพิ่มเติมคือ ส่งต่อข้อมูลไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง (ราชการ-รัฐวิสาหกิจ-เทศบาล-อบต.-อบจ.)  หรือร้องเรียนไปยังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน (ศูนย์ดำรงธรรม ปปช. ปปง. สายด่วนฯ ) ส่งทางเฟส ทางไลน์ ก็ได้ สะดวก ถ้าต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตามที่เราต้องการ ก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น
............. หลายเรื่องในเนต หรือในชีวิตจริง อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา เราไม่ชอบแต่ก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนหรือแก้ไข แต่สิ่งหนึ่งที่เราทำได้ ก็คือ ตัดสินใจว่า ตัวเรา จะทำอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น (นิ่งเฉย บ่นด่า ตอบโต้ทะเลาะ เสนอความเห็น ลงมือทำ ) เพราะคนที่จะได้รับผลที่ตามมาจากการตัดสินใจนั้นก็คือ ตัวเราเอง คนที่จะสุขจะทุกข์ก็ตัวเราเอง

อะไรที่ดีมีประโยชน์ก็เก็บไว้ อะไรที่ไม่ชอบ ไม่มีประโยชน์ก็ทิ้งไป (พ่อผมกล่าวไว้)

นพ.พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ (หมอหมู)
แอดมินเฟส รักษ์กำแพง และ โน่นนี่นั่น
๒๕ธันวาคม๒๕๖๐
https://www.facebook.com/groups/254314207990910/permalink/1581203421968642/


ช่วยกันคนละนิดละหน่อย เท่าที่ทำได้ เพื่อบ้านของพวกเรา ^_^
กรุ๊ป https://www.facebook.com/groups/254314207990910/
เพจ https://www.facebook.com/rakkamphaeng


ปล. ลองอ่านความเห็นของคุณ @จรรยงค์ วิเศษ ด้วยก็ดีนะครับ
https://www.facebook.com/groups/254314207990910/permalink/1579256088830042/

""""""""""""""""""""""""""""
แถม อีกประเด็น เรื่อง ถ่ายภาพแล้วเห็นป้ายทะเบียนรถ
๑. อ้าง พรบ.คอม .. อาจไม่ตรงเท่าไหร่ เพราะ เป็นภาพจริง ไม่ได้ตัดต่อ ไม่มีข้อความเท็จ ไม่มีข้อความให้ร้ายดูหมิ่น ?
๒. ถ้าจะฟ้องร้อง แนะนำฟ้องเรื่อง หมิ่นประมาท ทำให้เสียชี่อเสียง จะตรงกว่า นะครับ ... ส่วนว่า ผลจะออกมาอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับหลักฐาน  ผมจึงคิดว่า ไม่ควรลบกระทู้ ครับ

อ่านตามลิงค์ที่คุณ วัชรกิจ โพธิ์พุทธ ก็ได้ หรือจะโหลดฉบับเต็ม เลยก็ดีครับ
14 พฤติกรรมทำไม่ได้ ผิดกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพ์ (ฉบับ 2) พ.ศ.2560
https://thumbsup.in.th/2017/05/14-activities-against-thai-cybercrime-act-2560/

การทำลาย แก้ไข ไม่่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนของข้อมูลคอมพิวเตอร์ผู้อื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท (มาตรา 9)
การโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน หรือปลอม จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท

การโพสต์ภาพของผู้อื่นที่เกิดจากการสร้าง ตัดต่อ หรือดัดแปลง ที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นเกลียดชัง มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF
https://today.line.me/th/pc/article/พ+ร+บ+คอม+ฉบับปรับปรุงแก้ไข+พ+ศ+2560+มีผลบังคับใช้แล้ว+ฝากร้านโดยไม่ได้รับอนุญาติถือว่าผิด+มาดูสรุป+พ+ร+บ+กัน-0e6438bf01b3bd8aa71f688f4fe4e879351c4abbe583588df337cdb40166929e


............................................

ปัญหาจราจร จอดรถซ้อนกัน จอดในที่ห้ามจอด วางสิ่งของกีดขวางทางจราจร ฯลฯ  ในเขตเทศบาล แจ้งได้เลยครับ
https://www.facebook.com/Kamphaengphettrafficpolice/

ปล.ส่วนทางเท้า แจ้งเทศบาลเมืองกำแพงเพชร
https://www.facebook.com/pr.kppmu






 ที่มาภาพ :  https://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/010/24.PDF







Create Date : 26 ธันวาคม 2560
Last Update : 26 ธันวาคม 2560 14:39:59 น. 0 comments
Counter : 272 Pageviews.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Valentine's Month


 
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 712 คน [?]




ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ

ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ )

หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น

สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป )

นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ

ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ

นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู )

ปล.

ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com

ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..




New Comments
[Add หมอหมู's blog to your web]