เรื่องเล่าจากเกาหลี .. ๖๐ ปี ผ่านไป ..
ภาพ: เปรียบเทียบพื้นที่โครงการฟ ื้นฟูป่าเพื่อรักษาหน้าดินท ี่ยองอิลปี 1973 (บน) และปี 1977 (ล่าง) .................. https://www.facebook.com/sunshine.sketcher/photos/a.121194994596727.13457.119055914810635/654879477894940/?type=1&theaterเรื่องเล่าจากเกาหลี ศาสตราจารย์แชยอง ชอย จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติชุงน ัม ดูเหมือนนักธุรกิจเกาหลีทุก กระเบียดนิ้ว พูดน้อย แต่งตัวเนี้ยบ ดูสุภาพเรียบร้อยมากกว่าจะเ ป็นนักวิจัยป่าไม้ อาจารย์แชยองมาเป็นตัวแทนกร มป่าไม้ของสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เพื่อนำเสนอประสบการณ์ในการ ฟื้นฟูป่าที่ว่ากันว่าประสบ ความสำเร็จที่สุดแห่งหนึ่งใ นโลก สถิติอันน่าทึ่งก็คือเกาหลี ใต้สามารถเพิ่มพื้นที่ป่าไม ้ที่เหลืออยู่ประมาณ 35% หลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็น 64% ได้ภายในระยะเวลา 60 ปี (1952-2012) ทั้งยังเพิ่มความหนาแน่นของ ต้นไม้ต่อพื้นที่ได้ถึง 14เท่า ในช่วงเวลาเดียวกันเกาหลีใต ้มีประชากรเพิ่มขึ้นสองเท่า ในขณะที่เศรษฐกิจเติบโตขึ้น ถึง 300 เท่า จาก GDP 67 เหรียญสหรัฐ เป็น 23,837 เหรียญสหรัฐ อาจารย์แชยองย้ำว่า ประเทศของเขาไม่ได้รวยแล้วถ ึงมาฟื้นฟูป่า ย้อนกลับไปเมื่อ50-60ปีที่แ ล้ว เกาหลีใต้ยังมีฐานะยากจนมาก สาเหตุหลักของการตัดไม้ทำลา ยป่าในสมัยนั้นคือความต้องก ารไม้ฟืนมาเป็นเชื้อเพลิงใน การให้ความอบอุ่น และการขยายพื้นที่เพื่อการเ กษตร ตอนนั้นประชากรส่วนใหญ่ยังเ ป็นเกษตรกรที่ทำไร่แบบเก็บร ิบสุมเผา เปิดถางพื้นที่ใหม่ไปเรื่อย ๆ หน่วยงานที่ดูแลป่าไม้ในสมั ยนั้นก็ยังมีบทบาทไม่ชัดเจน อ่อนปวกเปียก จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือความม ุ่งมั่นของผู้นำประเทศได้แก ่ประธานาธิบดีปาร์ค ชุงฮี ตอนนั้นเกาหลีใต้กำลังประสบ กับวิกฤติการณ์หลายด้าน ประเทศเพิ่งผ่านพ้นจากสงครา มกลางเมือง การพัฒนาอุตสาหกรรมเพิ่งจะเ ริ่มต้น แต่ก็ต้องประสบกับปัญหาภัยธ รรมชาติหลายครั้ง ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง ดินถล่ม มีปัญหาการกัดเซาะหน้าดินอย ่างรุนแรง ไม้ฟืนที่เป็นเชื้อเพลิงก็เ ริ่มขาดแคลน ประธานาธิบดีชุงฮี ตระหนักว่าการตัดไม้ทำลายป่ าเป็นปัญหาใหญ่ของชาติ จึงตัดสินใจว่าต้องเริ่มฟื้ นฟูป่าไม้อย่างจริงจังตั้งแ ต่เดี๋ยวนั้นไม่เช่นนั้นต่อ ไปลูกหลานชาวเกาหลีคงจะลำบา กแน่ๆ จากนั้นก็เขาเดินหน้ารณรงค์ ฟื้นฟูป่าอย่างจริงจัง โดยลงไปติดตามความก้าวหน้าใ นการฟื้นฟูเขาหัวโล้นหลายๆแ ห่งด้วยตัวเอง อาจารย์แชยอง นำเอาวีดีโอเก่าๆที่บันทึกก ารฟื้นฟูป่าของเกาหลีใต้มาใ ห้ดู ภูเขาหลายแห่งที่ได้รับการฟ ื้นฟูนั้นไม่ใช่เป็นแค่เขาห ัวโล้นธรรมดา แต่เป็นภูเขาที่แทบไม่เหลือ หน้าดินอยู่เลย การฟื้นฟูจึงต้องเริ่มตั้งแ ต่การปรับพื้นที่ดินใหม่ ขนดินขึ้นไปบนภูเขา ปลูกหญ้าเพื่อช่วยยึดเกาะดิ น ก่อนแล้วจึงค่อยนำต้นไม้ไปล งและ ต้องดูแลชนิดประคบประหงม คอยขนดินขึ้นไปเติมเป็นระยะ ๆ ภาพเคลื่อนไหวเก่าๆที่ฉายให ้เห็นคนเกาหลีแบกจอบแบกเสีย ม ขนดินขึ้นไปปลูกต้นไม้บนเขา ที่ไม่มีพืชพันธุ์อะไรเหลือ อยู่เลย เป็นความพยายามอันน่าเหลือเ ชื่อ และทั้งหมดนี้มีคนระดับประธ านาธิบดีไปกำกับด้วยตัวเอง ประธานาธิบดีปาร์ค ชุงฮีต้องการแสดงให้เห็นว่า การฟื้นฟูป่าในพื้นที่ที่ยา กสุดๆนั้นเป็นไปได้ และภายในเวลาแค่ 4 ปี โครงการฟื้นฟูป่าเพื่อรักษา หน้าดินที่เมืองยองอิลก็เริ ่มเห็นผลสำเร็จ ต้นไม้กลับมาขึ้นคลุมภูเขาอีกครั้ง ภูมิทัศน์โดยรอบเริ่มกลายเป ็นสีเขียว หลังจากนั้นโครงการฟื้นฟูป่ าก็ขยายพื้นที่ไปทั่วประเทศ จนพลิกฟื้นผืนดินได้อย่างเห ลือเชื่อ ปัจจัยเสริมที่เอื้อให้การฟ ื้นฟูป่าในเกาหลีใต้ก้าวหน้ าตามลำดับก็คือการเปลี่ยนผ่ านเชื้อเพลิงจากไม้ฟืนไปเป็ นถ่านหินและแก๊ส และสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนจ ากระบบเกษตรไปเป็นประเทศอุต สาหกรรมที่ทำให้ความต้องการ ในการใช้ที่ดินลดลง อาจารย์แชยองสรุปให้ฟังว่าป ัจจัยสี่ประการที่ทำให้ประเ ทศเกาหลีใต้ประสบความสำเร็จ ในการฟื้นฟูป่าไม้ก็คือ 1) มีผู้นำที่เข้มแข็งและมีประ สิทธิภาพ 2) สร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ ามามีส่วนร่วม 3) กำหนดนโยบายที่ชัดเจนและเสร ิมสร้างความเข้มแข็งให้กรมป ่าไม้จนเป็นมืออาชีพ และ 4) บูรณาการนโยบายและเน้นการปร ะสานงานทั้งระหว่างหน่วยงาน ของภาครัฐด้วยกันเองและภาคเ อกชน ก่อนจบอาจารย์แชยอง ย้ำอีกครั้งว่าประเทศของเขา ไม่ได้ฟื้นฟูป่าตอนที่พัฒนา แล้ว ตอนนั้นเกาหลีใต้ยังยากจนมา กแต่ก็ยังทำกันมาได้ บทเรียนสำคัญจากเรื่องจริงเ รื่องนี้ก็คือการฟื้นฟูป่าห รือการทำงานอนุรักษ์ให้ประส บความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่ก ับเงินอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความตั้งใจ 'The best time to plant a tree was 20 years ago. The next best time is now'
- Chinese proverb
================== เก็บตกมาเล่าตอนที่ 1 จากการประชุม Capacity-building workshop for Southeast Asia on ecosystem conservation and restoration to support achievement of Aichi Biodiversity Targets 28 April - 2 May 2014, Jambi, Indonesia ............................... อ่านแล้วนึกถึงคำกล่าวที่ว่า " นักการเมือง มองถึงกการเลือกตั้งครั้งหน้า วีรบุรุษ มองถึงคนรุ่นต่อไป " เกาหลี สามารถสร้าง เกาะนามิ จากยอดเขา ที่ถูกน้ำท่วมจากการสร้างเขื่อน ไม่มีอะไรเลย ผ่านไป สี่สิบปี กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ ใคร ๆ ก็ต้องไป .. สี่สิบปี หกสิบปี นาน แต่ถ้าเอาจริง ก็ทำได้ .. ว่าแต่ จะมีใครเอาจริงหรือเปล่า ??? ........... ยังฝัน เรื่อง เกาะนามิ ที่กำแพงเพชร อยู่นะครับ//www.bloggang.com/viewblog.php?id=cmu2807&date=04-10-2012&group=20&gblog=7
Create Date : 03 พฤษภาคม 2557
Last Update : 3 พฤษภาคม 2557 20:57:36 น.
0 comments
Counter : 3210 Pageviews.
BlogGang Popular Award#21
หมอหมู
Location :
กำแพงเพชร Thailand
[Profile ทั้งหมด]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember ผู้ติดตามบล็อก : 763 คน [? ]
ผมเป็น ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ หรือ อาจเรียกว่า หมอกระดูกและข้อ หมอกระดูก หมอข้อ หมอออร์โธ หมอผ่าตัดกระดูก ฯลฯ สะดวกจะเรียกแบบไหน ก็ได้ครับ ศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ เป็นแพทย์เฉพาะทางสาขาหนึ่ง ซึ่งเมื่อเรียนจบแพทย์ทั่วไป 6 ปี ( เรียกว่า แพทย์ทั่วไป ) แล้ว ก็ต้องเรียนต่อเฉพาะทาง ออร์โธปิดิกส์ อีก 4 ปี เมื่อสอบผ่านแล้วจึงจะถือว่าเป็น แพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยสมบูรณ์ ( รวมเวลาเรียนก็ ๑๐ ปี นานเหมือนกันนะครับ ) หน้าที่ของหมอกระดูกและข้อ จะเกี่ยวข้องกับความเจ็บป่วย ของ กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูก ข้อ และ เส้นประสาท โรคที่พบได้บ่อย ๆ เช่น กระดูกหัก ข้อเคล็ด กล้ามเนื้อฉีกขาด กระดูกสันหลังเสื่อม ข้อเข่าเสื่อม กระดูกพรุน เป็นต้น สำหรับกระดูกก็จะเกี่ยวข้องกับกระดูกต้นคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน กระดูกข้อไหล่ จนถึงปลายนิ้วมือ กระดูกข้อสะโพกจนถึงปลายนิ้วเท้า ( ถ้าเป็นกระดูกศีรษะ กระดูกหน้า และ กระดูกทรวงอก จะเป็นหน้าที่ของศัลยแพทย์ทั่วไป ) นอกจากรักษาด้วยการให้คำแนะนำ และ ยา แล้วยังรักษาด้วย วิธีผ่าตัด รวมไปถึง การทำกายภาพบำบัด บริหารกล้ามเนื้อ อีกด้วย นะครับ ตอนนี้ผม ลาออกจากราชการ มาเปิด คลินิกส่วนตัว อยู่ที่ จังหวัดกำแพงเพชร .. ใช้เวลาว่าง มาเป็นหมอทางเนต ตอบปัญหาสุขภาพ และ เขียนบทความลงเวบ บ้าง ถ้ามีอะไรที่อยากจะแนะนำ หรือ อยากจะปรึกษา สอบถาม ก็ยินดี ครับ นพ. พนมกร ดิษฐสุวรรณ์ ( หมอหมู ) ปล. ถ้าอยากจะถามปัญหาสุขภาพ แนะนำตั้งกระทู้ถามที่ .. เวบไทยคลินิก ... ห้องสวนลุม พันทิบ ... เวบราชวิทยาลัยออร์โธปิดิกส์ หรือ ทางอีเมล์ ... phanomgon@yahoo.com ไม่แนะนำ ให้ถามที่หน้าบล๊อก เพราะอาจไม่เห็น นะครับ ..