Group Blog
สิงหาคม 2565

 
1
2
3
4
5
6
7
8
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ทนายอ้วนพาเที่ยวเมืองกรุง - วัดคฤหบดี บางพลัด กรุงเทพฯ
สถานที่ท่องเที่ยว : วัดคฤหบดี บางพลัด กรุงเทพฯ, กรุงเทพมหานคร บางพลัด Thailand
พิกัด GPS : 13° 46' 19.85" N 100° 29' 45.57" E


 





บล็อก  “ท่องเที่ยวไทย”  ในบล็อกนี้เจ้าของบล็อกยังคงขอกลับไปคง  concept  การท่องเที่ยวแบบเดิมๆนะครับ  คือ  การไปเที่ยวชม  วัดเก่าๆ  โบราณสถานต่างๆ  ครับ



 
 
วันก่อนหลานสาวของเจ้าของบล็อกมาถามว่า 
“ศิลปะพระราชนิยมในรัชกาลที่  3”  คืออะไร


 
 
อธิบายให้หลานสาวฟังว่าศิลปะในสมัยรัชกาลที่  3  มีอิทธิพลของศิลปะจีนอยู่มาก  อย่างวัดวาอารามถึงจะมีแบบแผนหลักๆเป็นไทย  แต่การตกแต่งจะมีศิลปะจีนเข้ามามีอิทธิพลเป็นอันมาก  อย่างช่น  ไม่มีช่อฟ้า  ใบระกา  หางหงส์  แบบไทยประเพณี  ลวดลายประดับต่างๆก็มีลายที่เป็นศิลปะจีน  เพราในสมัยรัชกาลที่  3  มีการค้าขายกับประเทศจีนมาก  มีทั้งกองเรือที่เป็นของหลวงและกองเรือสินค้าที่เป็นของรัชกาลที่  3  เอง 
 
 




เคยพาหลานสาวไปเที่ยว  วัดเฉลิมพระเกียรติ  นนทบุรี  ซึ่งอยู่ใกล้ๆบ้าน  พยายามให้หลานสาวนึกนางก็นึกไม่ออกว่าหน้าตาเป็นแบบไหน  เลยมาเป็นดูรูปวัดที่สร้างในสมัยรัชกาลที่  3  ในคลังรูปที่เคยถ่ายเก็บไว้หลายๆวัด  เผอิญเจอวัดที่จะพาไปเที่ยวใน  entry  นี้  ลอง  search  ดูเนื้อหาเห็นว่าไม่เยอะมาก  ก็เลยเอามาโพสเลยครับ 
 
 




คาดผิดไปนิดนึงครับ  ข้อมูลที่ได้มาสับสนบางส่วน  และมีข้อมูลมากพอสมควรที่ต้องกรอง  จัดลำดับความสำคัญ  เมื่อวานเลยใช้เวลาทำ  script  ทั้งวันเลยครับ






 

วัดคฤหบดี  บางพลัด  กรุงเทพฯ
                                  



 
 

วัดคฤหบดี  เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี  ชนิดสามัญ  ตั้งอยู่เลขที่  952  ซอยจรัญสนิทวงศ์ 44  ถ.จรัญสนิทวงศ์  แขวงบางยี่ขัน  เขตบางพลัด  กรุงเทพมหานคร  มีเนื้อที่ 15 ไร่  หน้าวัดติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา  เหมือนกับวัดโบราณอีกหลายๆวัด



 
 
อย่าถามทางไปวัดกับเจ้าของบล็อกเด็ดขาดนะครับ  เจ้าของบล็อกเดินทางไป 
วัดคฤหบดี  บางพลัด  กรุงเทพฯ  โดยขึ้นเรือข้ามฟากที่ท่าเทเวศร์ครับ  พอขึ้นที่ท่าน้ำก็ถึงวัดเลยครับ
 
 




วัดคฤหบดี  บางพลัด  กรุงเทพฯ  สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2367  โดย  พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่)  ต้นสกุลภมรมนตรี
 



 
แต่เดิมนั้น
พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่)  มีบ้านอยู่ริมฝั่งตะวันตกแม่น้ำเจ้าพระยา  เหนือบ้านปูน  (แขวงบางยี่ขัน  เขตบางพลัด  ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ วัดคฤหบดี  บางพลัด  กรุงเทพฯ บริเวณติดกับสะพานพระราม 8  ในปัจจุบัน)  

 
 
 

นายภู่  (พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่))  ได้ถวายตัวเข้ารับราชการตั้งแต่ในสมัยรัชกาลที่ 2  เมื่อครั้งสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  ยังทรงกรมเป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์
 
 



ครั้นเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ  ได้โปรดฯ  ตั้ง 
นายภู่จางวาง  เป็น  พระยาราชมนตรีบริรักษ์  จางวางมหาดเล็ก  และได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นว่าการพระคลังมหาสมบัติ  ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  พระราชทานบ้านที่พระศรีสุนทรโวหาร (สุนทรภู่)  เคยอาศัยอยู่ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของท่าพระ (ท่าช้างวังหลัง)  ให้พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่) ได้อยู่อาศัย  (คิดว่าตอนนั้นสุนทรภู่ได้ลาออกจากราชการและออกบวชแล้ว)
 



 

พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่)  จึงได้ยกบ้านเดิมของท่านให้สร้างเป็นวัด  และนำความกราบบังคมทูล  น้อมเกล้าฯ  ถวาย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ  พระองค์ได้ทรงรับไว้เป็นพระอารามหลวง พร้อมกับพระราชทานนามว่า  "วัดคฤหบดีอาวาส"   และได้พระราชทาน  พระแซกคำ ไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถด้วย
 
 



ในสมัยรัชกาลที่ 5 โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดคฤหบดีครั้งใหญ่ ทำให้อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มีสภาพถาวรมั่นคงเป็นที่พอพระราชหฤทัย และได้พระราชทานตราประจำรัชกาลพระองค์ประดิษฐานไว้จนกระทั่งบัดนี้
 
 
 











บริเวณด้านหน้าวัดเป็นที่ตั้งของ 
วิหารจตุรมุข  ภายในมีมี  พระพุทธแซกคำองค์จำลอง  ประดิษฐานอยู่  พระพุทธแซกคำ  เป็นพระพุทธรูปสำคัญที่เป็นพระประธานในอุโบสถ  วัดคฤหบดี  บางพลัด  กรุงเทพฯ  ครับ  อีกสักครู่เราจะได้ไปกราบ  พระพุทธแซกคำ  กันครับ
 















 
จุดเด่นของวัดนี้คือ 
พระอุโบสถ  ที่มีสถาปัตยกรรมตามแบบพระราชนิยมสมัยรัชกาลที่ 3   ทรงจีน หลังคาลด 2  ชั้น  ด้านสกัดหน้า - หลังชักปีกนกยื่นออกมาบรรจบกับตับหลังคาด้านข้างคลุมโดยรอบอาคาร มีปูนตั้งรับชายคาเป็นระยะ ไม่มีช่อฟ้า  ใบระกา  หางหงส์  ตามแบบไทยประเพณี  หน้าบันประดับด้วยปูนปั้นรูปดอกพุดตาน
 


 
มีประตูทางเข้าทั้งด้านหน้าและด้านหลังด้านละ  2  ประตู  กรอบประตูและหน้าต่างประดับลวดลายปูนปั้นรูปดอกพุดตานในลักษณะเดียวกัน
 
























 
ภายในพระอุโบสถ ประดิษฐาน  
พระพุทธแซกคำ  พระประธานประจำพระอุโบสถ  เป็นพระพุทธรูปเนื้อทองคำโบราณ ปางมารวิชัยสมัยเชียงแสนยุคปลาย  ขัดสมาธิราบ  หน้าตักกว้าง 18 นิ้ว  สูง 65 เซนติเมตร  มีพุทธลักษณ์งดงาม เป็นพระพุทธรูปคู่ศักดิ์สิทธิ์ที่อัญเชิญมาจากเวียงจันทร์เมื่อ  พ.ศ.2369    ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ 9  องค์  ประดิษฐานบนบัลลังก์ดูเด่นสง่างามด้านซ้ายและด้านขวาคือองค์พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตร
 
 




พระพุทธแซกคำ  เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีความสำคัญมาก  เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองในสมัยอาณาจักรล้านนาคู่กับพระแก้วมรกต 
 




 
ในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ล้านนา 
พระเจ้าไชยเชษฐา  กษัตริย์ล้านช้าง  (ลาว)  ได้มาปกครองล้านนาเป็นช่วงสั้นๆ  (เนื่องจากล้านนาไม่มีกษัตริย์ปกครอง  พระเจ้าไชยเชษฐา  ในฐานะที่มีพระมารดาเป็นเจ้าหญิงจากเชียงใหม่  จึงมาปกครองล้านนา  -  อธิบายแบบสั้นๆ  นะครับ  ถ้าให้อธิบายยาวๆเดี๋ยวจะออกนอกเรื่องมากเกินไป) 
 



 

พระเจ้าไชยเชษฐา ปกครองล้านนาอยู่ไม่นานก็ได้ข่าวศึกจากพม่าจะยกทัพมารบกับอยุธยา  จึงเสด็จกลับล้านช้าง  พร้อมกับอัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญไปล้านช้างด้วยหลายองค์  อาทิ  พระแก้วมรกต  พระบาง  และ  พระแซกคำ  ทรงประดิษฐานพระแก้วมรกตไว้คู่กับพระแซกคำ
 



ต่อมาเมื่อพุทธศักราช 2100  
พระเจ้าไชยเชษฐา  ทรงย้ายพระราชธานีจากหลวงพระบางลงมายังเวียงจันทน์  ก็โปรดให้เชิญพระแก้วมรกต  พระบางและ  พระแซกคำ ลงไปประดิษฐาน ณ ราชธานีใหม่ด้วย  พระแซกคำ  ได้ประดิษฐานอยู่ที่นครเวียงจันทน์นานถึง  269  ปี
 



 
ในรัชกาลที่ 3  เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)  เป็นแม่ทัพไปปราบกบฏเวียงจันทน์ ได้จับกุมเจ้าอนุกษัตริย์นำตัวมากรุงเทพฯ  พร้อมได้อัญเชิญ 
พระพุทธแซกคำ  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสำคัญที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในล้านช้าง  (พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  ซึ่งในขณะที่ดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก  ได้อัญเชิญ  พระแก้วมรกต  กับ  พระบาง  กลับมาแล้วเมื่อครั้งยกทัพไปทำศึกกับเขมรและลาวในปลายสมัยกรุงธนบุรีก่อที่จะปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี  และตั้งกรุงเทพมหานคร  เป็นราชธานีแห่งใหม่แทนกรุงธนบุรี)  ได้อัญเชิญ  พระแซกคำ  กลับมาถวายสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว  จึงได้โปรดฯ ให้ประดิษฐานไว้ที่ฐานชุกชีที่วัดอรุณราชวราราม ต่อมา  พระยาราชมนตรีบริรักษ์ (ภู่)  ต้นสกุลภมรมนตรี  ซึ่งเป็นข้าราชบริพารเก่าแก่มาตั้งแต่ครั้งยังทรงกรม  สร้างวัดคฤหบดี  ขึ้นน้อมถวายเป็นพระอารามหลวง  พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ จึงได้พระราชทานพระแซกคำไว้เป็นพระประธานในพระอุโบสถ
 
 



เชื่อกันว่าผู้ใดมีความทุกร้อนก็มักไปกราบไหว้บนบาน ของที่นิยมถวาย ได้แก่ ข้าวเหนียว ลาบเนื้อ ปลาร้า ไข่เป็ด  100  ฟอง  พวงมาลัยและทองคำเปลว  ส่วนมหรสพที่ถวายมักเป็นละครชาตรี  หมอลำ  หรือแอ่วลาว
















 
 
ที่อยู่คู่กับพระอุโบสถคือ 
พระวิหาร  มีลักษณะคล้ายกับพระอุโบสถ  ต่างกันที่การตกแต่งหน้าบัน  เป็นลายพรรณไม้ที่เป็นแบบไทยๆ  แต่ตกแต่งด้วยภาวนะกระเบื้องเคลือบจีน
 















 
 
ที่หน้าพระวิหารมี 
อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี


 
 

“เมื่อประมาณปี 2500 พระญาณรังสี  หรือหลวงปู่ตุ๊ พรหฺมโชตะเถระ อดีตเจ้าอาวาสวัดคฤหบดีรูปที่ 9   ได้ปรารภถึงหลวงพ่อแซกคำว่าผู้ใดเป็นผู้สร้างกันแน่  ด้วยพระพุทธรูปมาจากเวียงจันทน์ มีอายุราว 900 ปี ในสมัยสุโขทัยตอนปลายถึงสมัยพระนางจามเทวีสร้างเมืองหริภุญชัย ทั้งนี้ พระนางจามเทวี พระธิดาของกษัตริย์แห่งอาณาจักรลาวปุระ ได้ไปเป็นนางกษัตริย์ครองเมืองหริภุญชัย จากการที่ห่างบ้านเมืองมาทำให้พระนางรำลึกถึงพระคุณแม่พระชนกชนนี พระนางจึงมีพระราชประสงค์จะสร้างพระพุทธรูป 3 องค์ คือ พระเสริม พระสุก พระใส รุ่งขึ้นเช้า พระนางเสด็จพระราชดำเนินมายังมณฑลพิธี เพื่อทรงเปิดงานสมโภช ขณะกำลังนมัสการพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์อยู่นั้น พลันปรากฏพระพุทธรูปทององค์หนึ่งลอยมาจากอากาศ ลงมายังบริเวณมณฑลพิธีเข้าประดิษฐานแทรกอยู่ท่ามกลางพระพุทธรูปทั้ง 3 พระองค์ พระพุทธรูปทององค์นี้ถูกต้องตามตำรามหาปุริสลักษณะและสวยงามมาก เมื่อมาแสดงปาฏิหาริย์ปรากฏต่อพระพักตร์พระนางจามเทวีและชนทั้งหลาย ณ มหาสโมสรนั้น พระนางก็ทรงโสมนัส ให้มีพิธีสมโภชพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์ด้วยเหตุที่พระพุทธรูปที่ลอยมาจากเบื้องนภากาศ และเข้าประดิษฐานแทรกอยู่กลางพระพุทธรูปอีก 3 องค์ จึงพระราชทานนามว่า "พระแซก" แต่เนื่องจากเป็นทองจึงมีชื่อต่อว่า คำ เป็นนามว่า พระแซกคำ ซึ่งเป็นชื่อเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ตลอดมา”
 
 
 
 
 

เพ็ญสุภา สุขคตะ  ได้ให้ความเห็นไว้ใน  ‘พระแซกคำ’ ไยจึงโยงตำนานให้ไกล ถึงพระนางจามเทวี?  ในมติชนสุดสัปดาห์ว่า
 




 
“เมื่อพินิจพิเคราะห์พุทธศิลป์ของ “พระแซกคำ” แล้ว พบว่า “ไม่ใช่รูปแบบศิลปะสมัยหริภุญไชยตอนต้นที่สร้างโดยพระนางจามเทวีอย่างแน่นอน  เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปที่มีพระพักตร์กลม พระวรกายสั้น พระมังสาเป็นมัดๆ มองมุมหนึ่งคล้ายกับ “พระขนมต้มสกุลช่างนครศรีธรรมราช”  ท่านั่งแปลกพิเศษ  ไม่ใช่ทั้งขัดสมาธิเพชร และไม่ใช่ทั้งขัดสมาธิราบ  มีการหักพระชงฆ์เป็นเส้นโค้งงอตอนกลาง  ไม่มีลักษณะใดเลยที่สะท้อนให้เห็นถึงกลิ่นอายของศิลปะแบบหริภุญไชย ไม่ว่าเนื้อวัสดุ ด้วยยุคหริภุญไชยไม่ได้รุ่มรวยทองคำ หากจะมีการหล่อพระสำริดอยู่บ้างเนื้อสำริดของหริภุญไชยก็สีเข้มอมดำ อีกทั้งพระพักตร์พระพุทธรูปหริภุญไชยก็ออกเหลี่ยมมากกว่ากลม แบนมากกว่านูน ซ้ำต้องมีไรพระมัสสุอีกด้วย  พระหริภุญไชยวรกายบอบบาง แขนกางออกโก่งๆ ชายสังฆาฏิก็ไม่ได้พาดเป็นเส้นเรียวยาวแบบนี้ ลีลาท่านั่ง การกระดกนิ้วพระหัตถ์ ไม่มีเค้าของพุทธศิลป์หริภุญไชยแม้แต่น้อยนิด
 
 


ศาสตราจารย์ ดร.พิริยะ ไกรฤกษ์ กำหนดอายุพระแซกคำไว้ในหนังสือ “ลักษณะไทย : พระพุทธปฏิมา” ว่าอยู่ในช่วงครึ่งหลังของพุทธศตวรรษที่ 21 (ระหว่าง พ.ศ.2050-2100) โดยอาจารย์พิริยะมองว่า ช่วงนั้นเป็นห้วงเวลาที่บางสกุลช่างของล้านนาและสุโขทัยได้รับอิทธิพลพระขนมต้มของนครศรีธรรมราชผ่านขึ้นมาทางอาณาจักรอยุธยา  จึงได้ข้อสรุปว่า พระแซกคำน่าจะสร้างขึ้นราวสมัยพระเมืองแก้ว กษัตริย์ล้านนาลำดับที่ 11 ลงมา”

 
 
 














ภายในวัดยังมี
 เจดีย์บรรจุอัฐิตระกูล  ชุมสาย ณ อยุธยา  และ  ภมรมนตรี
 


 
เป็นเจดีย์ทรงเครื่อง  ตั้งอยู่บนฐานย่อมุมไม้  20  องค์ระฆังกลม  ส่วนยอดมีปล้องไฉนและปลี  มีบันไดทางขึ้นและรั้วเตี้ยๆล้อมรอบ 














 
บริเวณริมน้ำเจ้าพระยาจะสามารถมองเห็นสะพานพระราม 8   













 
 
ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา  เป็นที่ประดิษฐานของ 
พระบรมธาตุเจดีย์   สูง  21  เมตร  สร้างแบบทรงเรียบง่ายตามคติพระสถูปที่พุทธคยา  บนยอดเป็นรูปจำลองของผอบที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุพร้อมด้วยจารึก  
 



























ขอขอบคุณท่านผู้ใจดีที่เอื้อเฟื้อข้อมูลประกอบการทำบล็อกครับ



 
 

วัดคฤหบดี จรัญสนิทวงศ์ – ไปด้วยกัน.คอม

 
วัดคฤหบดี – วิกิพีเดีย  สารานุกรมเสรี

 
วัดคฤหบดี พระอารามหลวง – thailandtourismdirectory.go.th

 
วัดคฤหบดี – ศูนย์กลางข้อมูลด้านศาสนา

 
ประวัติหลวงพ่อแซกคำ วัดคฤหบดี กรุงเทพฯ – พระเครื่องตั้มศรีวิชัย

 
เหนือฟ้าใต้บาดาล : หลวงพ่อพระพุทธแซกคำ ศรัทธาแก้บนอาหารอีสาน – thairath.co.th

 
กราบขอพร "องค์หลวงพ่อแซกคำ" วัดคฤหบดี กรุงเทพมหานคร – หนุ่ม  สุทน


“บางยี่ขัน” ถิ่นวังเจ้าลาว โรงสุรา และโรงปูน – มูลนิธิเล็ก – ประไพ วิริยะพันธุ์

 
เพ็ญสุภา สุขคตะ : ‘พระแซกคำ’ ไยจึงโยงตำนานให้ไกล ถึงพระนางจามเทวี?

 
แนวคิดและคติการสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิของบุคคลในสมัยรัตนโกสินทร์ – รายงานการศึกษาเฉพาะบุคคลในประวัติศาสตร์ศิลปะ  ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ  คณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร

 





134135136
 



Create Date : 09 สิงหาคม 2565
Last Update : 9 สิงหาคม 2565 12:31:36 น.
Counter : 452 Pageviews.

12 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณปัญญา Dh, คุณแมวเซาผู้น่าสงสาร, คุณThe Kop Civil, คุณเริงฤดีนะ, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณฟ้าใสวันใหม่, คุณมาช้ายังดีกว่าไม่มา, คุณหอมกร, คุณโอน่าจอมซ่าส์, คุณสองแผ่นดิน, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณSweet_pills, คุณnewyorknurse, คุณkae+aoe, คุณkatoy, คุณเจ้าหญิงไอดิน, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณnonnoiGiwGiw

  
วันนี้ผมยังไม่เคยไป อุโบสถสวยมาก ๆ เลยครับ
โดย: The Kop Civil วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:18:22:04 น.
  
เคยได้ยินชื่อ
แต่ยังไม่เคยไปเหมือนกันค่ะ

อยากไปไ
โดย: เริงฤดีนะ วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:18:38:04 น.
  
โบสถ์วัดคหบดี... ทั้งเสา ทรงหลังคาคล้ายที่คนจีนสร้างในไทย
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:19:07:00 น.
  
คนยกที่สร้างวัดก็ได้บุญไปแม้ละโลกไปแล้วคุณบอล1
สวยงามมาก ขอบคุณที่นำมาฝากกันนะ



โดย: หอมกร วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:21:28:42 น.
  
ตามมาเที่ยว ไหว้พระหลวงพ่อพระพุทธแซกคำ พระบรมธาตุด้วยครับ

โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:23:04:29 น.
  
กราบพระพุทธแซกคำค่ะคุณบอล
วัดคฤหบดีงดงามมาก ภาพสวยมาก
ขอบคุณคุณบอลที่พาเที่ยวนะคะ
โดย: Sweet_pills วันที่: 9 สิงหาคม 2565 เวลา:23:35:37 น.
  
สวัสดีครับคุณบอล

เข้ามาเที่ยวชม วัดคฤหบดี ที่บล็อกนี้แล้วใจสงบร่มเย็นครับ
ชอบภาพสะพานพระรามแปดโทนสีซีเปีย
และชอบเพลงประกอบมากเลยครับ
นึกถึงละครแบบสี่แผ่นดิน

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อกและส่งกำลังใจนะครับ
หันด้านสันเพราะยังดูดีอยู่ แต่ถ้าหมุนไปสันกระดาษมีคราบดำตามขอบตามมุมแล้วครับ ^^
โดย: มาช้ายังดีกว่าไม่มา วันที่: 10 สิงหาคม 2565 เวลา:16:14:52 น.
  
โดย: Sweet_pills วันที่: 10 สิงหาคม 2565 เวลา:23:36:33 น.
  
สวยค่ะตามมาไหว้พระค่ะ
โดย: เจ้าหญิงไอดิน วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:9:14:12 น.
  
ประวัติที่สร้างช่วงรัตนโกสินทร์ ผมว่า ประวัติดูจับต้องได้มากครับ
น่าจะเพราะไม่ได้เป็นยุคที่เก่าแก่มากแบบสุโขทัยหรืออยุธยา ที่ประวัติศาสตร์ดูไกลมากๆ

วิวมองเห็นสะพานพระราม 8 สวยเลยครับ
ผมชอบให้อาหารปลาด้วย อิอิ
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:15:30:28 น.
  
รูปสวยมากกกก ของเราช่วงนี้มีแต่เลาะกิน
ไม่ได้แวะไปเที่ยวโน่นนั่นนี่เลยอ่าา

ปล ขอบคุณที่แวะไปชิมไข่ดาวนะค้าา
โดย: nonnoiGiwGiw วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:17:31:28 น.
  
ขอบคุณคุณบอลมากนะคะสำหรับกำลังใจ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ

โดย: Sweet_pills วันที่: 11 สิงหาคม 2565 เวลา:23:42:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 153 คน [?]



Top บล็อกสูตรอาหาร