Group Blog
พฤษภาคม 2569

 
 
 
 
 
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบ หลักกิโลเมตรที่ 3939 - "แทนความคิดถึง" - "ตาเษม - พ่อของฉัน"






โจทย์ถนนสายนี้มีตะพาบหลักกิโลเมตรที่ 400
 
 


 

"แทนความคิดถึง"






โจทย์โดย   
คุณ The Kop Civil
 
 
 




คำอธิบายโจทย์ (แนวทางการเขียน)




ทุกๆ คนน่าจะมีใครที่เคยคิดถึง ไม่ว่าจะยังอยู่ หรือจากไปแล้ว แล้วมีวิธีจัดการอย่างไร หรือมีอะไรที่ใช้แทนความคิดถึงบ้าง
 
 


 






สมัยที่เจ้าของบล็อกยังเด็กๆอยู่  จะให้บอกว่า 
“สนิทกับเจ้าคุณพ่อ”  ก็คงไม่ถูกนัก  เพราะหลังจากที่เจ้าคุณพ่อลาออกจากราชการในวัยทำงานต้นๆ  เจ้าคุณพ่อก็เข้าทำงานในบริษัทขนส่งทางทะเลข้ามชาติ  ในตำแหน่งกัปตันเรือเดินทะเล  เจ้าคุณพ่อจะใช้ชีวิตอยู่ในเรือประมาณเกือบๆเดือน  แล้วจะขึ้นบกมาพักผ่อนอีก  10  กว่าวัน  ก็จะมีชีวิตอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่ค่อยได้เจอเจ้าคุณพ่อ
 
 

 
แต่พอกลับบ้านมาพักผ่อน  เจ้าคุณพ่อก็พยายามมี  Quality  time  กับลูกๆ  .....  ซึ่งกิจกรรมที่เจ้าคุณพ่อพาไปทำแต่ละอย่างไม่ถูกจริตกับเจ้าของบล็อกเลย  เช่น  ออกกำลังกาย เดินดูต้นไม้ที่ตลาดนัดจตุจักร  เดินดูของที่คลองถม  แม้กระทั่งการจับลูกๆมานั่งติวหนังสือ  ....  และทุกๆครั้งที่ทำกิจกรรมก็จะมีเสียงบ่น  หงุงๆหงิงๆ  ของเจ้าของบล็อก  .....  ตามด้วยเสียงเอ็ดตะโรของเจ้าคุณพ่อ  และจบด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเจ้าของบล็อกเอง
 
 

 
เจ้าคุณพ่อเป็นคนเรียนหนังสือเก่งมากมาตั้งแต่ไหนแต่ไร  วิชาที่เจ้าคุณพ่อถนัดคือการคำนวณและภาษาอังกฤษ  ....  เจ้าของบล็อกจำได้ว่าถ้าเริ่มติววิชาคำนวณกันเมื่อไหร่  ไม่เกิน 5 นาที  จะต้องมีเสียงโวยวายของเจ้าคุณพ่อแล้วตามมาด้วยเสียงสะอึกสะอื้นของเจ้าของบล็อกทุกทีไป
 
 

แต่ถ้าเป็นวิชาภาษาอังกฤษเจ้าของบล็อกสู้ตาย  ถึงไหนถึงกัน  เจ้าคุณพ่อให้ท่องศัพท์ ...  เจ้าของบล็อกก็ท่องได้  ...  ให้อ่านออกเสียงให้ถูกต้องเจ้าของบล็อกก็ทำได้ .... 







 

 

 
เมื่อเจ้าของบล็อกเรียนมัธยม  เจ้าคุณพ่อกลับมารับราชการอีกครั้ง  ที่ทำงานเจ้าคุณพ่ออยู่ถึงอยุธยา  แต่เจ้าคุณพ่อเดินทางไป – กลับ  แทบทุกวัน  วันไหนเจ้าคุณพ่อเดินทางไปทำงานเจ้าของบล็อกจะขอให้เจ้าคุณพ่อไปส่งที่โรงเรียนเพราะเป็นทางผ่านไปจังหวัดอยุธยาได้
 
 


 
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่ท่าพระจันทร์เจ้าของบล็อกก็ยังขอให้เจ้าคุณพ่อไปส่งหรือไปรับที่มหาวิทยาลัยบ้าง  ...  ทุกครั้งที่เจ้าของบล็อกเอ่ยปากเจ้าคุณพ่อไม่เคยปฎิเสธเลยถ้าไม่ติดธุระอื่น
 
 



 
เมื่อเจ้าของบล็อกเอ็นทรานซ์ครั้งแรกได้คณะวิทยาศาสตร์  เอกเคมี  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  วิทยาเขตพิษณุโลก  (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยนเรศวร)  เจ้าของบล็อกเดินทางไปพิษณุโลกกับทางรุ่นพี่มหาวิทยาลัยโดยการ 
“รับน้องรถไฟ”  .....  ครอบครัวไปส่งเจ้าของบล็อกที่หัวลำโพงตอนเย็นๆ  พอรุ่งขึ้นอีกวันตอนสายๆ  .....  เจ้าคุณพ่อและคุณมาแม่ก็ว๊าบมาอยู่ที่หน้าหอพักของเจ้าของบล็อกในมหาวิทยาลัยที่พิษณุโลก  !!!!   .... คุณนายแม่เล่าให้ฟังว่า  .....  พอเจ้าคุณพ่อส่งเจ้าของบล็อกขึ้นรถไฟเสร็จ  เจ้าคุณพ่อชวนคุณนายแม่กลับบ้านเก็บกระเป๋าเดินทางมาพิษณุโลกพร้อมๆกันเลย  ....
 
 


 
เหตุการณ์ที่เจ้าของบล็อกจำแม่นที่สุดถึงความรักของเจ้าคุณพ่อที่มีต่อเจ้าของบล็อกก็คือ  ตอนที่เจ้าของบล็อกสมัครสอบเอ็นทรานซ์ครั้งที่สองในปีถัดมา  ....  เจ้าคุณพ่อส่งคุณนายแม่เป็นสายลับมากระซิบกับเจ้าของบล็อกว่า 
“เลือกนิติฯ  ธรรมศาสตร์  ให้พ่อเค้าหน่อย  พ่อเค้าเคยเรียนตอนที่เป็นมหาลัยเปิด แต่เรียนไม่จบ”
 
 
 


เมื่อเจ้าของบล็อกสอบได้คณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  คุณนายแม่แอบมาเล่าให้ฟังวันหลังว่า 
“เจ้าคุณพ่อนอนร้องไห้” ....  ดีใจที่ลูกสอบได้คณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
 
 















เมื่อเจ้าของบล็อกทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขได้ครบปี  เจ้าคุณพ่อก็เอ่ยปากเองเลยให้ไปเรียนต่อต่างประเทศ  .....  เจ้าคุณพ่อไม่บังคับเลยจะไปเรียนประเทศไหนก็ได้  แต่ขอให้เรียนปริญญาโทกฎหมาย  ..... มาทราบทีหลังโดยคุณนายแม่  (อีกแล้วว่า)  ที่เจ้าคุณพ่อเอ่ยปากให้ไปเรียนต่อต่างประเทศได้โดยไม่ต้องอ้อนวอนขอก็เพราะเจ้าของบล็อกเป็นคนที่ตามใจเจ้าคุฯพ่อในเรื่องเรียนมากๆ  ....  เจ้าคุณพ่ออยากให้เจ้าของบล็อกเรียนมัธยมปลาย  แผน  วิทย์ – คณิต  เจ้าของบล็อกก็เรียนให้ทั้งๆที่เจ้าของบล็อกอ่อนวิชาคำนวณและฟิสิกส์มากๆๆๆๆ  ....  เจ้าของบล็อกเรียนจบจากมหาวิทยาลัยในคณะและมหาวิทยาลัยที่เจ้าคุณพ่อเคยสมัครเข้าเรียน  แต่เรียนไม่จบ 
 
 


 
คุณนายแม่ยังเล่าให้ฟังอีกว่าเจ้าคุณพ่อตั้งกองทุนเพื่อการไปเรียนต่อต่างประเทศเอาไว้  2  กองทุน  เพื่อเจ้าของบล็อกและน้องสาว  โดยเจ้าคุณพ่อจะเป็นคนพิจารณาจากความตั้งใจเรียนในวิชาการต่างๆ  โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ  ....  น้องสาวเจ้าของบล็อกไม่เอาเลยซักอย่างครับ  วิชาการก็งั้นๆ  ไม่เด่น  ส่วนภาษาอังกฤษนี่ยิ่งแล้วใหญ่  ไม่ได้เลยครับ  ขนาดไปเรียน  AUA  จนจบ  Class  สูงสุดแล้วยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย  ก็เลยอดไม่ได้ไปเรียน่อต่างประเทศ
 



 
เจ้าของบล็อกเรียนภาษาก่อนเข้าเรียนปริญญาโทที่เมืองเมลเบิร์นจนจบคอร์สแล้วรู้สึกว่าภาษายังแข็งแรงไม่พอ  เมื่อเล่าให้เจ้าคุณพ่อฟัง  เจ้าคุณพ่อเลยอนุมัติให้เรียนภาษาอย่างเดียวอีกเกือบๆปี  แล้วถึงกลับไปเรียนปริญญาโท
 
 










เมื่อเจ้าของบล็อกทำงาน  เจ้าของบล็อกชอบที่จะแวะ  Villa  Market  สาขาสุขุมวิท  ก่อนกลับบ้านเป็นประจำ  ซื้อของกิน  ผลไม้เมืองนอกดีๆ  แม้กระทั่งไวน์แพงๆ  มาฝากเจ้าคุณพ่อ  เจ้าของบล็อกรู้ดีว่าเจ้าคุณพ่อชอบอาหารฝรั่ง  ชอบผลไม้เมืองนอก  และไวน์ดีๆ  ....  (เจ้าคุณพ่อก็เป็นนักเรียนเก่าอเมริกาครับ  เมื่อเจ้าคุณพ่อเรียนจบจากโรงเรียนนายเรือได้ทุนจากโรงเรียนนายเรือไปเรียนต่อที่อเมริกาครับ  เจ้าคุณพ่อถึงรับวัฒนธรรมตะวันตกมาแบบเต็มที่เลยครับ)
 
 




แต่ทุกๆอย่างที่เจ้าของบล็อกซื้อมาจาก  Villa  Market  ถูกทิ้งอยู่ในตู้เย็นจนเน่าเสีย  ....  เมื่อเจ้าของบล็อกถามเจ้าคุณพ่อก็ตอบเรียบๆว่า  ....  “ซื้อมาทำไมเสียดายเงิน” 
 
 













ก่อนเจ้าคุณพ่อจะย้ายบ้านไปอยู่บนโน้น  เจ้าคุณพ่อป่วยติดเชื้อง่าย  เลยจำกัดคนที่จะอยู่ใกล้ชิด  เจ้าของบล็อกต้องดูแลหลานสาวที่ยังเล็กเลยไม่ค่อยเข้าไปช่วยคุณนายแม่ดูแลเจ้าคุณพ่อแบบใกล้ชิด เจ้าของบล็อกเลือกที่จะมาดูแลบ้าน  ทำงานบ้านเพื่อเบาแรงคุณนายแม่  ดูแลเรื่องอาหารการกินของคนในบ้าน  ก่อนมื้ออาหารในแต่ละมื้อเจ้าของบล็อกจะตะโกนถามผ่านประตูว่า 
“มื้อนี้จะกินอะไรกันบ้าง”  ....  แล้วเจ้าของบล็อกก็จัดการตามคำสัง  ซื้อเอาบ้าง  ทำเองบ้าง
 


 
 
คุณนายแม่มาเล่าให้ฟังหลังจากเจ้าคุณพ่อย้ายบ้านว่า  ..... 
“พ่อเค้าพูดไปร้องไห้ไปว่า  ....  บอลมันดีเนอะ  ....  มันยังมาถามเค้าทุกวันว่าจะกินอะไร  สบายตัวมั๊ย”
 
 



 
คืนวันที่ 2  หลังจากที่เจ้าคุณพ่อย้ายบ้าน  ....  เจ้าของบล็อกและครอบครัวกลับเข้าบ้านหลังจากเสร็จงานสีดำของเจ้าคุณพ่อที่วัดใกล้บ้าน  ....  เจ้าของบล็อกได้ยินเสียงเจ้าคุณพ่อเรียกชื่อ .... 
“บอล  .....  บอล .....  บอล” ....  เมื่อเจ้าของบล็อกเดินผ่านห้องเจ้าคุณพ่อ  ....  คนข้างๆที่เดินตามหลังมาติดๆยังตกใจเพราะเจ้าของบล็อกหันขวับตามเสียงเรียกทันที
 
 
 
 
เมื่อเล่าให้คุณนายแม่ฟังคุณนายแม่ถึงกับร้อง  .... 
“โถๆๆๆ  พ่อเค้าคงเป็นห่วงบอลนั่นแหละ” 
 
 


 
ทุกวันนี้เจ้าของบล็อกตั้งรูปเจ้าคุณพ่อไว้บนหิ้งในห้องกินข้าว  ....  เจ้าของบล็อกจะทำเหมือนที่เจ้าของบล็อกเคยทำเมื่อตอนที่เจ้าคุณพ่อยังอยู่ทุกๆวัน  .....  เมื่อเจ้าของบล็อกลงมาข้างล่างหลังตื่นนอนเจ้าของบล็อกจะ 
“Good  morning”  เจ้าคุณพ่อก่อนเป็นอย่างแรก  ทำอาหารเช้า  กลางวัน  แบ่งใส่สำรับให้เจ้าคุณพ่อทุกๆวัน  ตอนบ่ายก็จะมีขนม  ของว่าง  ทุกวัน  ทุกอาทิตย์จะมีผลไม้ใหม่ๆวางหน้ารูปพร้อมพวงมาลัย  1  พวง  ทุกอาทิตย์
 
 



ถ้าที่บ้านมีฉลองอะไรหรือออกไปทานอาหารนอกบ้านกันก็จะจัดสำรับพิเศษหรือสั่งอาหารจากร้านที่ไปกินข้าวนอกบ้านมาใส่สำรับให้เจ้าคุณพ่อเป็นพิเศษด้วย
 
 




เจ้าของบล็อกจะคุยกับเจ้าคุณพ่อทุกวัน  วันนี้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง  ดีใจ  เสียใจ  พูดเล่น  ....  และทุกครั้งจะจบด้วยคำว่า  .... 







“คิดถึงนะตาเษม”




 



Create Date : 01 พฤษภาคม 2569
Last Update : 1 พฤษภาคม 2569 10:50:18 น.
Counter : 542 Pageviews.

5 comments
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณนายแว่นขยันเที่ยว, คุณกะริโตะคุง, คุณหอมกร, คุณmultiple, คุณtoor36, คุณ**mp5**, คุณnewyorknurse, คุณtanjira

  
อ่านแล้วซาบซึ้ง ถึง ความรัก ความผูกพันที่ น้องบอล และ คุณพ่อ มีต่อกันมากเลยครับ

พ่อแม่ ทำทุกอย่างเพื่อลูกได้จริงๆ แม้จะทำเป็นไม่สนใจ ไม่กล้าพูดบอกด้วยคำพูด แต่ก็แสดงออกด้วยการกระทำนะครับ

น้องบอลเป็นลูกที่ดีมาก ทำทุกอย่างเพื่อพ่อแม่ แม้ตัวเองจะไม่ชอบไม่ถนัด เรามีพ่อแม่แค่ คนเดียว ถ้าไม่รักท่าน ก้ไม่รู้จะไปรักใครแล้วละครับ
อ่านแล้ว ชื่นชม น้องบอลที่เป็นลูกที่ดี ไม่ลืมบุญคุณ ยังระลึกถึงท่านเสมอ ถึงตัวท่านจะจากไปแล้ว มั่นใจว่า ท่านจะอยู่ในใจน้องบอล ตลอดไปนะครับ

โดย: multiple วันที่: 2 พฤษภาคม 2569 เวลา:8:27:23 น.
  
อิจฉาครับ ที่คุณพ่อคุณบอลมีรูปสมัยเด็กๆไว้ให้ลูกหลานเห็น ผมยังไม่เคยเห็นรูปแคุณพ่อผมตอนเป็นเด็กๆเลย (ก็อยากเห็นเหมือนกันนะ แต่บ้านคุณพ่อผมค่อนข้างยากจนก็เข้าใจได้ว่าคงไม่มีโอกาสได้มีกล้อง หรือได้ถ่ายรูปเหมือนกับคนอื่นๆ)

โดย: กะริโตะคุง วันที่: 2 พฤษภาคม 2569 เวลา:14:34:30 น.
  
เป็นเรื่องราวที่ดีครับ ผุ้ชายแสดงออกถึงความรักไม่เก่งก็จะแสดงออกในด้านความรักประมาณนี้ แต่จริงๆ รักแหละ
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 2 พฤษภาคม 2569 เวลา:22:33:12 น.
  
สุดยอดคุณพ่อเลยครับ ทั้งสองท่านคงรักคุณบอลมากที่สุดเลยนะครับ มีแอบไปรอที่ ม.นเรศวรด้วย แถมคุณบอลยังได้ดั่งใจที่คุณพ่อหวังไว้ทุกอย่างเลยครับ
ผมอ่านแล้วคิดถึงพ่อเลย พ่อผมนี่เวลาอยู่ต่อหน้านี่ด่าอย่างเดียว แต่พอเวลาไม่อยู่แล้วนี่ชมเราตลอด

โดย: The Kop Civil วันที่: 5 พฤษภาคม 2569 เวลา:11:16:01 น.
  
สวัสดีค่ะคุณบอล

อ่านแล้วรู้สึกซาบซึ้งในความรักของคุณพ่อกับคุณลูกค่ะ
คุณพ่อเป็นต้นแบบที่ดี เลยส่งต่อมาให้คุณบอลนะคะ


พี่ไม่ใช้น้ำมันกับไข่กับแป้งเลยค่ะ
มันก็แห้งๆดีค่ะ
โดย: tanjira วันที่: 8 พฤษภาคม 2569 เวลา:6:16:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ทนายอ้วน
Location :
นนทบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 158 คน [?]