Group Blog
 
All blogs
 
กล้องฟิล์มทางเลือก Vivitar V335 และวิธีการใช้งานภาษาไทย

กล้องฟิล์มทางเลือก Vivitar V335 และวิธีการใช้งานภาษาไทย

เนื่องจากช่วงนี้ผมเห็นคนฮิตเล่นกล้องฟิล์มกัน และสิ่งที่น่าแปลกใจที่ตามมาก็คือ เห็นคนถามหาและแย่งซื้อกล้อง pentax K1000 กันจัง ซึ่งตอนที่มันออกมามันเป็นกล้องที่พื้นๆ มาก บางคนเรียกกล้องนักศึกษา เองจากคนเบี้ยน้อยหอยน้อยซื้อมาใช้ ซื้อมาเรียนกันเยอะ
ใครตังน้อยก็ใช้ K1000 ใครงบเยอะหน่อยก็ไป Nikon FM2n พอมาถึงยุคนี้ กล้องพื้นๆ อย่าง pentax กลายเป็นของวิเศษ ราคาแพงเว่อร์ ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่ดูตัวเลือกอื่น ที่มันฟังก์ชั่นเหมือนกัน ใช้แทนกันได้ ซึ่งก็มีอยู่หลายตัว ลองมาดูกันครับ
จุดเด่นของ Pentax K1000
- เป็นกล้องกลไก คือตัวกล้องทำงานได้โดยไม่ใช้แบตเตอร์รี แบตเตอร์รีใช้สำหรับเครื่องวัดแสงในตัวกล้องเท่านั้น ถ้าแบตหมดก็กะๆ แสงเอา
- ถึก ทนทาน แต่ต้องเป็นรุ่นที่มีตรา Asahi บนกระโหลกกล้องนะครับ
- คนใช้เยอะ อะไหล่น่าจะหาง่าย
ก็น่าจะมีเท่านี้ ส่วนสเป็คเช่น สปีดสูงสุด 1/1000 สมพันธ์แฟลชที่ 1/60 ไม่มีถ่ายภาพซ้อน ไม่มีเช็คชัดลึก จัดว่าเป็นสเป็คธรรมดาค่อนไปทางต่ำ ซึ่งกล้องส่วนใหญ่ทำได้ และหลายตัวดีกว่า

คราวนี้มาดูกล้องที่เป็นทางเลือก แทน K1000 ครับ กำหนดสเป็คตามด้านบนคือ
- ต้องเป็นกล้องกลไกล้วน สังเกตง่ายๆ มักจะมีโหมด M อยู่อย่างเดียว ไม่มี A
- ทนทาน พวกกล้อง SLR ยุค ปลาย 60 - ต้น 70 ส่วนใหญ่ถึกทน เหล็กทั้งดุ้นเป็นส่วนใหญ่ ส่วนรุ่นหลังๆ อาจจะลดความถึกลงมาหน่อย เพราะกล้องระดับนี้ยุคหลังๆ จะเป้นกล้องราคาประหยัด ซึ่งตรงนี้ผมไม่ซีเรียส ขอให้กล้องใช้งานได้ก็พอ เพราะส่วนใหญ่ผมก็เห็นคนใช้กล้อง ถนอมกล้องกันสุดชีวิต ไม่เห็นจะเอาไปลุยอะไร
- พวกอะไหล่ ตรงนี้ผมไม่สนใจเท่าไร กะว่าเสียแล้วซื้อใหม่ลองตัวใหม่ดีกว่า บางทีกล้องซ่อมได้จริง แต่ราคาเกือบเท่าซื้อใหม่ หรือรอนานมาก ไม่คุ้ม

เมื่อกำหนดสเป็คได้แล้ว ก็หว่านๆ มา ได้หลายรุ่นเหมือนกัน ก็ตัดตัวเลือกออกบ้าง เช่น Pentax MX,KM ซึ่งเป็นรุ่ที่สูงกว่า K1000 แต่ราคาก็มักจะสูงกว่า หรือพวกกล้องเมาท์ M42 หรือ Minolta SRT รุ่นเก่าๆ ก็ตัดออก เพราะแบตตรงรุ่นหายาก ราคาแพง
ตัวที่เหลือก็ โอเค เจอตัวใหนสภาพดีก็คว้าเลย เช่น Yashica FX3 Super2000,Canon T60, Olympus OM-2000,Nikon FM10, Petri GX-1, Petri GX-2,Ricoh KR-5 SUPER II,Ricoh XR-8,Cosina CT1A,Vivitar ตระกูล V ทั้งหลาย
หลักการเลือกก็ง่ายๆ เลย เอาสภาพใช้งานได้ ราคาดี ไม่ต้องเอาปรัชญาชีวิตอะไร กล้องฟิล์มพวกนี้ใช้ถ่ายภาพได้เหมือนกัน ความต่างส่วนใหญ่จะอยู่ที่ฟิล์ม การล้าง การสแกน
แล้วผมก็ได้มา 1 ตัว คือ Vivitar V335 ตัวนี้เลยครับ

 photo Vivitar V335-IMG_2290-3_zpst1hguzjm.jpg

ซึ่งถ้าศึกษาดู จะพบว่า vivitar ไม่ได้ผลิตเอง แต่มันคือ cosina CT-1EX ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นของ cosina CT-1 super ที่ตัดก้านเช็คชัดลึกออก และถ้าดูให้ลึกไปอีก กล้องในกลุ่ม cosina CT-1,CT-1A ได้ถูกนำไปตีตราเป็นหลายๆ รุ่น เช่น Canon T60, Olympus OM-2000,Nikon FM10, Petri GX-1มRicoh KR-5 SUPER II จึงน่าจะมั่นใจได้พอสมควร
จุดเด่นของกล้องตัวนี้ คือ
- เป็นกล้องกลไกล้วน (เหมือน Pentax K1000) ใช้เลนส์เมาท์ K แบบเดียวกับ pentax
- สปีดสูงสุด 1/2000 (ดีกว่า Pentax K1000) สมพันธ์แฟลชที่ 1/125 (ดีกว่า Pentax K1000) ไม่มีถ่ายภาพซ้อน ไม่มีเช็คชัดลึก (เหมือน Pentax K1000)
- ระบบวัดแสงแสดงผลด้วย LED เห็นได้ชัดในที่แสงน้อย
- แบตหาง่าย ราคาถูก
จุดที่เป็นรอง Pentax K1000 คือความถึก กับหน้าตาที่ขี้เหร่ ดูโง่ชอบกล ซึ่งถ้าซื้อมาใช้งาน ไม่ได้เอามาห้อยคอเท่ๆ ก็ใช้ได้เลย

 photo Vivitar V335-IMG_2295-2_zps89kik1ms.jpg

สภาพแบบจัดแสงถ่ายแบบไม่หลอกลวง จะเห็นว่าขี้เหล่ใช้ได้

** (หมายเหตุ หลังจากได้มาแล้วผมลอกยางหุ้มบอดี้ออก แล้วแปะหลังลงไปแทน มันก็ดูสวยคลาสสิคขึ้น รูปร่างจะเหมือน cosina CT1 เลย ลอง search ดูครับ) **

 photo Vivitar V335-IMG_2296-2_zpsern1dx7s.jpg

ตัวกล้องจะหุ้มด้วยยาง หลายส่วนทำจากพลาสติก แต่ด้านในเป็นโลหะ จับดูแล้วก็แน่นหนาดีครับ

 photo Vivitar V335-IMG_2299-2_zpspw32ujpb.jpg

ด้านหลังจะเป็นนูนๆ รับกับอุ้งมือ จับได้กระชับดีครับ

 photo Vivitar V335-IMG_2318-2_zpskvcdj0nn.jpg

เป็นกล้องที่มีแค่ฟังก์ชั่นพื้นฐานจริงๆ การวางแป้นต่างๆ ก็เหมือนกับกล้อง manual ส่วนใหญ่ในท้องตลาด

เนื่องจากตัวที่ผมได้มา ยางหุ้มบอดี้สภาพแย่แล้ว ผมเลยจัดการเปลี่ยนเอาหนังมาหุ้ม กลายสภาพเป็นดังรูปด้านล่าง ก็ดูดีขึ้น แต่การจับถือไม่กระชับมือเท่าของเดิม

 photo Re-2Vivitar V335IMG_2897_zpsthh4ewbz.jpg

กล้องตัวนี้จัดว่าค่อนข้างเล็กครับ ใครที่อยากได้กล้อง SLR เล็กๆ เบาๆ ปีค่อนข้างใหม่ ก็ลองดูตัวนี้เป็นทางเลือก

 photo Re-2Vivitar V335IMG_2896_zpsn4xjmqje.jpg

เทียบขนาดกับ pentax ME Super ซึ่งเป็น SLR ที่เล็กมากๆ จะเห็นว่า V335 ใหญ่กว่านิดหน่อย

 photo Vivitar v335_1_zpszvx0dmtp.jpg

 photo Vivitar v335_3_zpswrcnxgoa.jpg

เพื่อไม่ให้เสียเวลา มาว่ากันเรื่องวิธีใช้งานเลย ผมจะสรุปเอาแค่ส่วนที่สำคัญนะครับ ใครอยากอ่านแบบละเอียด ก็หาโหลดคู่มือภาษาอังกฤษเอา ถ้าหาตรงรุ่นไม่ได้ ก็หาคู่มือของ Cosina CT-1 EX จะตรงรุ่นกัน หรือใช้ของ Cosina CT-1 Super ก็จะใกล้เคียงกัน

1. อันดับแรกเลย คือใส่แบตเตอรี่ แม้ว่ากล้องรุ่นนี้จะเป็นกล้องกลไก แต่ในส่วนของเครื่องวัดแสงในตัวกล้อง ต้องใช้แบตในการทำงาน รุ่นนี้ใช้แบต LR44 หรือ SR44 สองก้อน กรณีที่แบตหมด กล้องก็ยังทำงานได้ เพียงแต่ระบบวัดแสงไม่ทำงาน ก็ต้องเดาสปีด และ F เอา หรือใช้กฏ Sunny 16 หรือใช้ App พวก Light Meter เพื่อให้ถ่ายออกมาแล้วได้แสงพอดี

 photo Re-2Vivitar V335IMG_2901_zpsatsjnjql.jpg
 photo Re-2Vivitar V335IMG_2932_zpsqtvusx9a.jpg
วิธีใส่แบตก็ใช้เหรียญไขฝาปิดช่องใส่แบตที่อยู่ใต้กล้องออกมา แล้วใส่แบตเข้าไป
วิธีเช็คว่าแบ็ตยังเหลืออยู่หรือไม่ ก็ให้ง้างคานเลื่อนฟิล์มออกตามรูป แล้วมองดูในช่องมองภาพ กดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง จะต้องมีไฟ LED ดวงใดดวงหนึ่งสว่าง

 photo Vivitar V335-IMG_2320-2_zpsne8o1j1e.jpg

ต้องง้างคานเลื่อนฟิล์มออกตามรูป แล้วกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง เพื่อเช็คแบต ถ้าไม่ง้างคานออก จะเป็นการล็อคชัตเตอร์ กล้องจะไม่ทำงาน

2.ใส่ฟิล์ม
ดึงก้านกรอฟิล์มกลับขึ้นตามรูป เพื่อเปิดฝาหลังกล้อง จากนั้นใส่ฟิล์ม ตรงแกนใส่ฟิล์มจะมีช่องให้สอดหัวฟิล์มเข้าไป จากนั้ก็เลื่อนฟิล์มและกดชัตเตอร์โดยยังไม่ต้องปิดฝา สังเกตดูว่าใส่ฟิล์มเข้าหรือเปล่า

 photo V335_zps7gvscp6m.jpg

 photo Vivitar V335-IMG_2305-2_zpssmxipavk.jpg
* สำหรับมือใหม่ อาจขึ้นฟิล์มและกดชัตเตอร์ทิ้งประมาณ 1-2 รูปเพื่อให้มั่นใจว่าฟิล์มจะไม่หลุด สังเกตว่าฟิล์มจะพันรอบแกนใส่ฟิล์มดังรูป จากนั้นปิดฝากล้อง
*หลังจากขั้นตอนนี้แล้ว ห้ามเปิดฝาหลังกล้องอีกจนกว่าจะถ่ายภาพหมดและกรอฟิล์มกลับแล้ว

 photo Vivitar V335-IMG_2306-2_zpsueql9fc8.jpg

3.ตั้งค่าความไวแสงฟิล์ม ตรงนี้สำคัญมาก เพื่อให้ระบบวัดแสงของกล้องทำงานได้ถูกต้อง โดยแป้นปรับค่าความไวแสงฟิล์มจะอยู่ซ้ายมือ ซ้อนอยู่กับก้านกรอฟิล์มกลับ เราก็หมุนตั้งค่าให้ตรงกับค่า ISO ที่อยู่บนกลักหรือกล่องฟิล์ม เช่นที่กลักระบุเป็น ISO200 เราก็หมุนเลข 200 ให้ตรงกับมาร์ก (ISO กับ ASA เป็นค่าเดียวกัน)

 photo Vivitar V335-IMG_2307-2_zpssez7ios1.jpg

การตั้งค่านี้จะทำเพียงครั้งเดียวตอนใส่ฟิล์มใหม่ หลังจากนั้นก็ใช้ยาว ไม่ต้องไปยุ่งอีก

ต่อไปเป็นการเริ่มต้นถ่ายภาพครับ
4.ก่อนถ่ายภาพในแต่ละเฟรม ต้องเลื่อนฟิล์มทุกครั้ง เพื่อให้กล้องพร้อมสำหรับการลั่นชัตเตอร์ ที่ต้องจำคือ *** กล้องรุ่นนี้มีระบบล็อคชัตเตอร์ คือ ถ้าเราเลื่อนฟิล์มแล้วให้คานเลื่อนฟิล์มดีดกลับจนสุด ในตำแหน่งตามรูป กล้องจะไม่ทำงาน จะกดชัตเตอร์ หรือวัดแสงไม่ได้ ต้องง้างคานเลื่อนฟิล์มออกนิดหน่อย ให้อยู่ในตำแหน่งตามรูป กล้องจึงจะพร้อมทำงาน ***

 photo Vivitar V335-IMG_2319-2_zpsa6plgc3o.jpgถ้าปรับคานเลื่อนฟิล์มไว้ที่ตำแหน่งนี้ กล้องจะล็อคชัตเตอร์ วัดแสงไม่ทำงาน กดชัตเตอร์ไม่ลง

 photo Vivitar V335-IMG_2320-2_zpsne8o1j1e.jpg
ต้องปรับคานเลื่อนฟิล์มไว้ตำแหน่งนี้ เพื่อให้กล้องทำงานได้

5.การแสดงผลในช่องมองภาพ
ก่อนอื่นลองดูในช่องมองภาพก่อน ว่ามีอะไรบ้าง กล้องตัวนี้เป็นกล้องที่ทำงานอย่างง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อน ในช่องมองภาพ ด้านซ้ายจะเป็นตัวแสดงผลการวัดแสง ตรงกลางจะเป็นกรอบโฟกัส วงกลมแบ่งครึ่ง เรียกว่า Split image วงกลมรอบๆ คือ micro prism

 photo viewfinder_zpsgfhdyacz.jpg

6. วัดแสง
ต่อไปคือการวัดแสง เพื่อให้แสงเข้าสู่ฟิล์มพอดี ไม่มืดหรือส่ว่างเกินไป โดยกล้องตัวนี้เราต้องตั้งค่าทุกอย่างด้วยตัวเอง โดยเราจะควบคุมการวัดแสงจาก 2 จุด คือ
- ที่วงแหวนปรับค่า F หรือช่องรับแสง จะอยู่ด้านท้ายเลนส์ ค่านี้จะขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ ยิ่งค่าน้อย ช่องรับแสงยิ่งกว้าง ฉากหลังก็เบลอเยอะ เช่น ที่ f2 ช่องรับแสงจะกว้างกว่า f4 และฉากหลังจะเบลอมากกว่า f4 ถ้าเราต้องการหน้าชัด หลังเบลอ f2 จะเบลอมากกว่า f4 ค่าตัวเลขที่ห่างกัน 1 คลิก เช่น 2 ไป 2.8 หรือ 2.8 ไป 4 จะเรียกว่ามีค่าต่างกัน 1 stop
- ที่แป้นปรับความเร็วชัตเตอร์ หรือ shutter speed (S) ที่มีตัวเลขตั้งแต่ 1000 - B โดยตัวเลขจะเป็นเศษส่วนของวินาที เช่น 1000 ก็คือ 1/1000 วินาที, 500 คือ 1/500 วินาที ยิ่งตัวเลขสูง ชัตเตอร์จะ เปิด ปิดไว จะหยุดการเคลื่อนไหวของวัตถุได้ดีกว่า ค่าตัวเลขที่ห่างกัน 1 คลิก เช่น 125 ไป 500 หรือ 500 ไป 1000 จะเรียกว่ามีค่าต่างกัน 1 stop เช่นกัน

 photo meter_zpsehphamum.jpg

วิธีวัดแสง ให้กดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่ง จะเห็นไฟ LED ในช่องมองภาพดวงใดดวงหนึ่งติด เราก็ปรับ F หรือ S ค่าใดก็ได้ ให้ ไฟตรงกลางติด ก็ถือว่าวัดแสงพอดี
เช่น

 photo over_zps1vtpsgjg.jpg ไฟบวกติด แสดงว่า ภาพสว่างเกิน (over) แก้ไขโดย ปรับ f ให้แคบลง (ตัวเลขเยอะ เช่น เดิมอยู่ที่ f4 ก็ปรับเป็น 5.6, 8...) หรือปรับ S ให้เร็วขึ้น (ตัวเลขสูงขึ้น เช่น เดิมอยู่ที่ 125 ก็เพิ่มเป็น 250,500...) หรือปรับทั้งสองค่า

 photo under_zpsvg6ne18i.jpg ไฟลบติด แสดงว่า ภาพมืดเกิน (under) แก้ไขโดย ปรับ f ให้กว้างขึ่น (ตัวเลขน้อบ เช่น เดิมอยู่ที่ f4 ก็ปรับเป็น 2.8,2...) หรือปรับ S ให้ช้าลง (ตัวเลขน้อยลง เช่น เดิมอยู่ที่ 125 ก็ลดเป็น 60,30..) หรือปรับทั้งสองค่า

 photo good_zps2jav7itt.jpg ปรับ F หรือ S เพื่อให้ได้แสงพอดีแบบนี้
* การจะเลือกปรับค่าใด ให้ดูว่าเราต้องการให้ภาพออกมายังไง เช่น ต้องการถ่ายหลังเบลอๆ เราก็ต้องให้ค่า f ตำๆ เป็นหลัก ก็อาจเลือกปรับแค่ค่า s มากขึ้นหรือน้อยลง เพื่อให้ได้แสงพอดี หรือถ้าเราต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว เราก็ต้องพยามคุมค่า s ให้สูงๆ เข้าไว้ ก็อาจเลือกปรับเฉพาะค่า f
7.ปรับโฟกัส
การใช้กล้อง SLR manual focus ทุกรุ่น เราต้องปรับโฟกัสด้วยตัวเอง โดยแหวนปรับโฟกัส (focusing Ring) จะอยู่ที่กระบอกเลนส์ ให้เราสังเกตดูที่ split image เราต้องการให้ตรงใหนชัด เราก็เอา split image ไปทาบตรงจุดนั้น แล้วหมุนโฟกัส ให้สังเกตภาพในครึ่งวงกลมทั้งสองอันจะต้องต่อกันสนิท ก็ถือว่าโฟกัสชัดแล้ว จากนั้นก็จัดองค์ประกอบภาพ และกดชัตเตอร์ได้เลย

 photo focus 1_zps7wluvvww.jpg

โฟกัสไม่เข้า

 photo focus 2_zpsk5ydxoe8.jpg
เมื่อโฟกัสเข้าแล้ว ภาพทั้งสองครึ่งจะต้องต่อกัน

8.เมื่อถ่ายภาพแล้วก็เลื่อนฟิล์ม เพื่อถ่ายภาพต่อไปตามขั้นตอนที่ 4
9.เมื่อถ่ายภาพจนหมดม้วนแลัว ก็กรอฟิล์มกลับ โดยต้องกดปุ่มกรอฟิล์มกลับด้านล่างกล้องก่อน จากนั้นก็หมุนคานกรอฟิล์มกลับด้านซ้ายตามลูกศร หมุนไปเรื่อยๆ จนฟิล์มเข้ากลักหมด สังเกตง่ายๆ คือถ้ากรอฟิล์มยังไม่หมด เวลาหมุนคานจะตึงๆ มือ กรอฟิล์มเข้ากลักให้หมดม้วนเลย ไม่ต้องเหลือหางฟิล์มเอาไว้ เวลาเอาไปล้าง เดี๋ยวช่างจัดการเอาออกเอง

 photo Vivitar V335-IMG_2324-2_zpsidi2yksi.jpg
ต้องกดปุ่มนี้ก่อนกรอฟิล์มกลับ

 photo rewind_zpsjwshepns.jpg

10. เมื่อกรอฟิล์มหมดแล้วก็เปิดฝาหลัง เอาฟิล์มออกเตรียมส่งล้าง ใส่ฟิล์มม้วนใหม่ก็เริ่มตามข้อ1

จบแล้วสำหรับวิธีการใช้งาน ที่ผมพยายามสรุปให้สั้นที่สุดและคิดว่าเอาไปใช้งานได้ ไม่เสียฟิล์มครับ บางอย่าง บางหัวข้อ แนะนำให้ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมครับ


Create Date : 16 กรกฎาคม 2558
Last Update : 16 กรกฎาคม 2558 16:39:05 น. 0 comments
Counter : 3747 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

BlogGang Popular Award#13


 
too-CH
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




visitors
Friends' blogs
[Add too-CH's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.