...เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องใหญ่สำหรับเรา...

1000MilesJourney
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 87 คน [?]




เรื่องกิน เรื่องเที่ยว เรื่องใหญ่สำหรับเรา

Blogs UpdateSmiley

Smiley เส้นทางฝันของนักเดินทาง "เจาะลึกทะเลสาบไบคาล" ไซบีเรีย รัสเซีย (1)

Smiley ไม่รวย ก็เที่ยวเมืองนอกได้" แชร์ประสบการณ์จริงกว่า 5 ปีที่ผ่านมา

Smiley เดินตาม app "Singapore Map" ไปกินข้าวมันไก่สิงคโปร์สุดอร่อย "Tian Tian"

Smiley หลงรักทะเลไทย "เกาะตาชัย และหมู่เกาะสิมิลัน" พังงา

Smiley ทิเบต-เนปาล ตอนที่ 3: "ยัมดรก" (Lake Yamdrok Tso) ทะเลสาบศักดิ์สิทธิ์สีเทอควอยซ์

Smiley แดนสวรรค์นักชิม - ไต้หวัน : ตอน 3 เมืองท่าโรแมนติค "ตั้นสุ่ย (Danshui)"

Smiley "ปากีสถาน" สวยจนตะลึง ตอน 3 : เส้นทางข้ามชายแดนสูงที่สุดในโลก-คุนจิราบพาส

Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2555
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
12 พฤศจิกายน 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add 1000MilesJourney's blog to your web]
Links
 

 
ทิเบต-เนปาล ตอนที่ 1: นั่งรถไฟไต่หลังคาโลก "ชิงไห่-ทิเบต"

เพราะอยู่ในเขตพื้นที่ที่สูงมาก และออกซิเจนน้อย เพื่อไม่ให้เหนื่อยง่าย เราต้องเคลื่อนไหวช้าๆ

อย่าลืมติดตามทริปการเดินทาง "ทิเบต-เนปาล" ของเราอย่างช้าๆ ไปด้วยกันนะคะSmiley

Smiley

เมื่อครั้งเรียนวิชาสังคมสมัยเด็กๆ จำไม่ได้ว่าช่วงประถมหรือมัธยมต้น

พอรู้ว่า "ทิเบต" มีสมญานามว่า "หลังคาโลก"

เมื่อนั้นความฝันที่จะมาเยือนดินแดนแห่งนี้ก็บังเกิดขึ้นทันที

อยากรู้ว่า "หลังคาโลก" นี่เป็นยังไงนะ คงจะสูงและกว้างใหญ่มากทีเดียว

เป็นความเพ้อฝันสมัยเด็กๆ ที่ไม่คิดว่า วันนี้เราสามารถเปลี่ยนความฝันให้มาเป็นความจริงได้แล้ว!!!!

Smiley

ครั้งนี้เราใช้บริการทัวร์ของ TravelLifeThailand ไม่ได้แบคแพคไปเองตามที่เคยตั้งใจเอาไว้

แต่ก็ดีแล้วล่ะ เพราะเป็นเส้นทางที่ทรหดมากๆ ต้องมีความอึดและทึกพอตัวทีเดียว

ขนาดมากับทัวร์นะ บางครั้งยังอดถามตัวเองไม่ได้ว่เรามาเที่ยวลำบากเกินไปมั้ย? เราจะพาตัวเองมาทรมานทำไมนะ?

ระยะเวลา 11 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-23 ตุลาคม 2555 ตามโปรแกรม "ทิเบต เส้นทางรถไฟ ทะลุออกเนปาล"

เส้นทาง: กรุงเทพ-คุนหมิง-หลันโจว-ซีหนิง-รถไฟไต่หลังคาโลก-ลาซา (ทิเบต)-เจียนเซ่-ชิกัตเซ่-ซาเจีย-ติงยื่อ

ชายแดนจางมู่-โคดาริ-บัคตาปูร์-ทรูลิกเฮล-ปาตัน-กาฐมาณฑุ-กรุงเทพ

Smiley

วันแรกเราหมดเวลาไปกับการเดินทาง ตั้งแต่ขึ้นเครื่องจากกรุงเทพมาลงคุนหมิง และต่อเครื่องไปหลันโจวในวันเดียวกัน

กว่าจะเข้าที่พักก็ตีหนึ่งของอีกวันนึงแล้ว อากาศเย็นๆ ประมาณ 8 องศา

วันรุ่งขึ้นนั่งรถบัสจากหลันโจวไปเมืองซีหนิง มณฑลชิงไห่ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ครึ่งวันบ่ายเราเที่ยวในเมืองซีหนิง

ตอนเย็นๆ มาขึ้นรถไฟเส้นทางไต่หลังคาโลกที่สถานีซีหนิงซี (XiNingXi)

Tibet 1

รถไฟไต่หลังคาโลก "ชิงไห่-ลาซา" สายนี้ จองยากมากๆ ต้องจองล่วงหน้านาน แต่ก็สามารถจองผ่านทางอินเตอร์เน็ตได้

ก่อนเราเข้าไปในสถานีรถไฟ เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารก่อนว่า เรามี Tiber Travel Permit (TTP) หรือใบอนุญาตเข้าทิเบตหรือไม่

ซึ่งนอกจากวีซ่าเข้าประเทศจีนแล้ว เรายังต้องมี TTP นี้ด้วย

ตั๋วรถไฟแบบตู้นอน นอนห้องละ 4 คน ชั้นบนราคา CNY 770 (3,850 บาท) และชั้นล่าง CNY 796 (3,980 บาท)

บรรยากาศภายในสถานีรถไฟ

และเป็นธรรมดาของประเทศจีน ก่อนที่เราจะเข้ามาถึงในนี้ได้ ต้องผ่านเครื่องตรวจสัมภาระก่อน

ในนี้ดูโล่งๆ คนไม่ค่อยเยอะดี

Tibet

ป้ายบอกว่าแต่ละสถานีต้นทางและปลายทางต้องไปนั่งรอที่ช่องไหน ช่องตรวจตั๋วที่เท่าไหร่

เห็นแล้ว... T265 ต้นทางก่วงโจว ปลายทางลาซา จริงๆ ต้องออกเวลา 19.45

แต่ข้างล่างบอกว่า รถไฟจะมาถึงช้าประมาณ 35 นาที

Tibet

สำหรับคนที่ซื้อตั๋วรถนอน จะมีห้องพิเศษให้เราเข้ามานั่งรอ

โซฟานุ่มนั่งสบาย แต่ต้องทำใจสักนิดกับการมาเที่ยวเมืองจีน

คนที่นี่เค้าสูบบุหรี่กันจัดมากๆ ไม่สนใจหรอกว่าพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ส่วนตัว เฮียแกสูบตลอดล่ะ

Tibet

ตอนนี้สามารถขึ้นรถไฟไปทิเบตได้ 5 สถานี คือ เป่ยจิง (ปังกิ่ง) / ซั่งไห่ (เซี่ยงไฮ้) / เฉิงตู / ก่วงโจว (กวางเจา) และซีหนิง

แต่ที่สถานีซีหนิงซีนี้ใช้เวลาน้อยที่สุด ประมาณ 23-24 ชั่วโมง

ซึ่งคิดว่าเป็นเวลาที่กำลังดี ไม่น่าเบื่อจนเกินไป

(ภาพจาก www.tibettravel.org)

Tibet

รถไฟมาถึงแล้ว วิ่งกันหอบแฮกเลยกว่าจะขึ้นมาถึงชานชาลานี้ได้

ทั้งขึ้นบันได ลงบันได และขึ้นบันไดอีกรอบ ที่สำคัญคือ ต้องดูแลรับผิดชอบสัมภาระของตัวเอง

ไปตั้ง 11 วัน กระเป๋าก็หนักเป็นธรรมดา ยกกระเป๋าซะจนเกือบตกบันได ยังดีว่าไกด์ท้องถิ่นมาช่วยแบกกระเป๋าขึ้นข้างบนให้

Tibet

รถไฟเริ่มเคลื่อนขบวนตอน 20.30 น. ตอนออกตัวนิ่งและเงียบมากๆ แทบจะไม่รู้สึกเลย

นั่งไปได้สักพักจะมีเจ้าหน้าที่เอาใบชี้แจงสุขภาพมาให้กรอกและเซ็นชื่อรับรองว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่เรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น

การโดยสารรถไฟไต่หลังคาโลกนี้ต้องระวังอาการแพ้ความสูง เส้นทางนี้อยู่สูงประมาณ 3,000-5,000 เมตรจากระดับน้ำทะเล

ก่อนขึ้นรถไฟ หัวหน้าทัวร์ให้กินยา "ไดอะม็อกซ์" ครึ่งเม็ด ซึ่งยาตัวนี้จริงๆ ใช้รักษาสำหรับคนที่เป็นต้อกระจก

แต่เราใช้ผลข้างเคียงของยามาใช้ป้องกันโรคแพ้ความสูง

สำหรับคนที่เป็นโรคประจำตัวต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคเกี่ยวกับปอด โรคเบาหวาน

ผู้ป่วยเป็นหวัดขั้นรุนแรง โรคบวมน้ำในสมองในที่สูง และหญิงท้องแก่ ต้องตัดสินใจให้ดีก่อนที่เดินทางมาที่นี่

Tibet

สภาพห้องนอนของเราเมื่อคืนนี้ ยับย่นไปหน่อย พอดีเพิ่งมาถ่ายรูปตอนเช้า

เมื่อคืนหลับสบายมากๆ ขึ้นรถไฟไม่ถึงครึ่งชั่วโมง เราก็หลับปุ๋ยแล้ว มาตื่นอีกทีตอนตี 5 กว่าๆ

แต่เพื่อนๆ ในกรุ๊ปส่วนใหญ่จะนอนไม่หลับกัน บางคนนอนได้แค่ 1-2 ชั่วโมงเอง แบบนี้จะทำร่างกายอ่อนเพลีย

ยิ่งเวลารถไฟขึ้นสู่ที่สูงๆ อากาศเบาบางลงเรื่อยๆ จะทำให้รู้สึกเวียนหัว ปวดหัว และหายใจไม่ออก

Tibet

Tibet

ห้องนอนของเราไม่กว้างมาก น่าจะเหมือนตู้นอนรถไฟทั่วๆ ไป

เครื่องนอนดูสะอาดสะอ้าน ผ้าห่มที่เค้ามีให้ ทั้งหนาและหนัก แต่ก็อุ่นดี คงเป็นเพราะข้างในรถไฟเค้ามีระบบปรับอากาศด้วย

ทั้งๆ ที่ข้างนอกเห็นหิมะปกคลุม แต่ข้างในไม่รู้สึกหนาวเลย

Tibet

ภาพบนด้านหัวเตียง ภาพล่างด้านปลายเตียง

Tibet

มารู้สึกตัวตื่นตอนรถไฟจอดนิ่งนานๆ ที่สถานีเก๋อเออมู๋ เท่ากับว่าออกจากสถานีซีหนิงมาได้ประมาณ 815 ก.ม.

ตื่นขึ้นมาเห็นหิมะตามสองข้างทางแบบนี้

ข้างในเย็นๆ แต่ไม่รู้ว่าข้างนอกจะหนาวขนาดไหน

Tibet

นี่คือเส้นทางการเดินทางด้วยรถไฟเส้นทางไต่หลังคาโลกของเรา นับตั้งแต่เช้าวันนี้ (15/10/12)

เริ่มตั้งแต่เก๋อเอ่อมู่ (Golmud) ถึงลาซา (Lhasa)

(ภาพจาก www.thaiinchina.com)

Tibet

แสงแรกของวัน ได้เห็นตอนเกือบๆ 8 โมงเช้า

Tibet

Tibet

Tibet

ตู้เสบียงอยู่ใกล้ๆ กับโบกี้ที่เราพัก

เป็นการกินข้าวที่วิวดีที่สุดในชีวิตเลย วิวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

Tibet

อาหารเช้าส่วนใหญ่เป็นเมนูผักๆ อร่อยดี

แต่หัวหน้าทัวร์ก็เตรียมหมูหยอง หมูกรอบมาให้ด้วย เช้านั้นจัดการข้าวต้มไป 3 ถ้วย อิ่มยาวไปถึงมื้อกลางวันเลย

Tibet

รถไฟสายชิงไห่-ทิเบต เป็นเส้นทางรถไฟบนที่ราบสูงที่สูงที่สุด และยาวที่สุดของโลก

นายหูจินเทา ประธานาธิบดีจีน มาทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2006

ทางรถไฟสายนี้เป็นเส้นทางเชื่องโยงกรุงลาซาของทิเบตเข้ากับเครือข่ายเส้นทางรถไฟไปยังเมืองสำคัญต่างๆ ของจีน

เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ก่วงโจว หนานหนิง คุนหมิง เฉิงตู และอุรุมซี

นอกจากนี้จีนยังมีแผนสร้างทางรถไฟอีก 2 สายจากกรุงลาซา คือ

เส้นทางสู่ตะวันออก จากลาซาถึงต้าลี่ และเส้นทางสู่ชายแดนอินเดีย-จีน จากลาซาถึงสี่ก้าเสอและยาตง

Tibet

ฝูงจามรีบนภูเขา

ไม่ได้เอาเลนส์ซูมไป เห็นจามรีไม่ชัดเท่าไหร่

Tibet

เส้นทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบต เริ่มจากเก่อเอ่อมู่ (ในชิงไห่) ถึงกรุงลาซา ระยะทาง 1,142 ก.ม.

เริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการเมื่อ 29 มิถุนายน 2001 และก่อสร้างเสร็จเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2005

ใช้เวลาก่อสร้างเพียง 5 ปี เร็วกว่าที่กำหนดไว้ 1 ปี

แต่กว่าทางรถไฟสายนี้จะสร้างเสร็จ ได้ผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย เพราะพื้นที่ในการก่อสร้างยากลำบากมากๆ

Tibet

กว่า 80% ของทางรถไฟสายนี้ หรือกว่า 960 ก.ม. อยู่บนพื้นที่ที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 4,000 เมตร

และราว 550 ก.ม. ต้องวางรางไปบนพื้นที่ที่เป็นน้ำแข็งอยู่ตลอดปี

ทำให้ต้องใช้เทคโนโลยีในการก่อสร้างพิเศษกว่าการวางรางรถไฟทั่วไป

Tibet

ปัญหาสำคัญๆ ที่พบเจอในการก่อสร้างทางรถไฟไต่หลังคาโลกนี้คือ

ประการแรก ตลอดเส้นทางเป็นพื้นที่สูงซึ่งมีออกซิเจนเบาบาง ทำให้คนเหนื่อยง่าย หายใจไม่สะดวก

ตลอดเวลาก่อสร้าง จีนระดมแพทย์และพยาบาลประมาณ 600 คนผลัดเปลี่ยนกันมาเข้าเวรประจำสถานีต่างๆ ประมาณ 115 แห่ง

ในพื้นที่ที่สูงมากๆ คนทำงานต้องสะพายถังออกซิเจนไว้ในเวลาทำงานด้วย

ทั้งนี้ไม่มีผู้เสียชีวิตในการปฏิบัติงานเลย แม้จะมีผู้เจ็บป่วยถึง 453,000 รายก็ตาม 

Tibet

ประการที่สอง ตลอดระยะทาง 550 ก.ม. ของทางรถไฟมีอุณหภูมิต่ำกว่า 0 องศา พื้นดินมีน้ำแข็งอยู่ตลอดปี

ต้องอาศัยกรรมวิธีพิเศษในการก่อสร้าง เนื่องจากระดับความแข็งของพื้นดิน-น้ำต่างกันตามฤดูกาล

การวางหมอนรางรถไฟให้ติดกับพื้นดิน หิน และน้ำแข็งนั้น บางแห่งต้องตอกเสาเข็มลงไปจนลึก

บางครั้งก็ต้องใช้ท่อเหล็กตอกลงในของแข็ง แล้วฉีดไนโตรเจนเหลวเข้าไปเพื่อช่วยรักษาระดับความเย็น

Tibet

ประการที่สาม เนื่องจากความผิดปกติอย่างมากของอุณหภูมิและระดับออกซิเจน

จีนได้สร้างสถานีบริการออกซิเจนไว้หลายแห่งตลอดเส้นทาง

ตู้โดยสารที่ใช้อยู่ก็จัดสร้างขึ้นเป็นพิเศษ มีท่อออกซิเจนฉุกเฉินสำรองไว้ใต้ที่นั่งอย่างครบถ้วน

เพื่อความมั่นใจ จีนได้ให้บริษัทของแคนาดาเป็นผู้จัดสร้างตู้โดยสารพิเศษนี้ แทนที่จะเป็นวิศวกรของจีน

Tibet

ช่องออกซิเจนของเราจะอยู่ตรงหัวเตียง ถ้าจะใช้บริการ ต้องไปขอสายออกซิเจนที่เจ้าหน้าที่ แล้วต่อเข้ากับช่องนี้ได้เลย

เพื่อนร่วมทริปลองใช้แล้ว บอกว่า เวิร์คมากๆ จากที่เวียนหัว แน่นหน้าอก และหายใจไม่ออก แต่พอดมออกซิเจนแล้วดีขึ้นมากเลย

แต่ปัญหาคือ จะมีกลิ่นเหม็นนิดนึง เหม็นกลิ่นท่อ กลิ่นสายยางอะไรประมาณนั้น แต่ก็ดีกว่าไม่ได้ใช้

Tibet

ประการที่สี่ ทางรถไฟสายนี้สร้างผ่านเทือกเขา ทะเลทราย ทุ่งหญ้า หนองบึงที่รกร้างผู้คนเกือบตลอด

ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเลย

การจัดส่งวัสดุก่อสร้างจึงต้องใช้เส้นทางรถไฟใหม่นี้ในการลำเลียงเป็นส่วนใหญ่

พร้อมกันนี้ต้องสร้างระบบการสื่อสารขึ้นใหม่ด้วย ทำให้สามารถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ได้ประมาณ 80% ของเส้นทางรถไฟ

Tibet

ประการที่ห้า จีนได้ทุ่มงบประมาณสำหรับก่อสร้างทางรถไฟสายนี้ไปแล้วประมาณ 34,776 ล้านหยวน (ประมาณ 160,000 ล้านบาท)

เงินจำนวนเดียวกันนี้สามารถนำไปพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของกรุงเพทฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี

ซึ่งหากทำสำเร็จ ประเทศไทยจะประหยัดค่าน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปีละนับหมื่นล้านบาท

Tibet

ตรงทางเดินจะมีเก้าอี้ให้นั่งชมวิวเพลินๆ

แต่บางครั้งก็ต้องคอยหลบหลีกผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาด้วย

Tibet

เส้นทางนี้ต้องตัดผ่านเทือกเขาที่สลับซับซ้อน ทำให้ต้องมีการขุดอุโมงค์ให้รถไฟลอดหลายแห่ง

อุโมงค์เฟิงหั่วซาน เป็นอุโมงค์รถไฟที่อยู่สูงที่สุดในโลก มีความสูงถึง 4,905 เมตรจากระดับน้ำทะเล และมีความยาว 1,338 เมตร

Tibet

สภาพบ้านเรือนที่มีให้เห็นไม่มากนักระหว่างเส้นทางรถไฟสายนี้

Tibet

จากเก๋อเอ่อมู่ในชิงไห่ถึงลาซา มีทั้งหมด 34 สถานีรถไฟ

สถานีถังกู่ลา เป็นจุดสูงสุดของทางรถไฟสายนี้ สูงจากระดับน้ำทะเล 5,072 เมตร (บ้างก็บอกว่า 5,068 เมตร)

สูงกว่าสถานีรถไฟ Condor ในโบลิเวียที่สูง 4,786 เมตร และ La Galera ในเปรู สูง 4,781 เมตรจากระดับน้ำทะเล

เราผ่านสถานีนี้ประมาณเกือบๆ เที่ยง ตอนแรกตั้งใจว่าเมื่อถึงสถานีถังกู่ลาจะลงไปถ่ายรูปกับป้ายสถานีซะหน่อย

แต่รถไฟไม่จอด และแล่นผ่านเลยไปแบบไม่รู้ตัว

บางเที่ยวจะมีการเปลี่ยนรถไฟที่สถานีนี้ แต่พอดีขบวน T265 ที่เราโดยสารมาไม่ต้องเปลี่ยน ทำให้อดถ่ายรูปเลย

Tibet

Tibet

มื้อเที่ยงและมื้อเย็น หากเราไม่ได้กินข้าวที่ตู้เสบียง ก็จะมีพนักงานเข็นรถเข็นมาขายอาหาร ประเภทข้าวกล่อง หรือบะหมี่

แต่พวกเราสมัครใจที่จะกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบ้านเรามากกว่า

ซึ่งในขบวนรถไฟมีน้ำร้อนพร้อมให้บริการตลอด เราสามารถไปกดได้เลย ไม่เสียตังค์

Tibet

Tibet

เห็นทะเลสาบใหญ่ๆ รีบเอากล้องมาถ่ายรูปทันที เจ้าหน้าที่รถไฟเดินผ่านมาพอดี

เค้าบอกว่า นี่คือ "ทะเลสาบชว่อน่า" เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่สูงที่สุดของโลก มีความสูง 4,595 เมตรจากระดับน้ำทะเล

เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสาละวินที่ไหลไปออกทะเลอันดามันที่มะละแหม่ง เมืองเอกของรัฐมอญที่ในอดีต

Tibet

เป็นทะเลสาบที่กว้างใหญ่อยู่เหมือนกัน เรียกได้ว่า ถ่ายรูปกันเต็มอิ่มเลยล่ะ

แถวทะเลสาบชว่อน่ามีฝูงแกะฝูงเบ้อเริ่มด้วย แต่มองไม่เห็นบ้านเรือนผู้คนแถวนี้

ไม่รู้พวกเค้าไปหลบอยู่ตรงไหนกัน

Tibet

เสียดายว่า เราไม่รู้เลยว่าตรงไหนคือแต่ละจุดที่สำคัญๆ ของเส้นทางรถไฟไต่หลังคาโลกนี้

ได้ยินแต่เค้าประกาศไม่ให้สูบบุหรี่ในตู้โดยสารรถไฟ แต่ไม่ได้มีการแนะนำหรือบอกเล่าถึงสถานที่สำคัญต่างๆ เลย

ถ้ามีการประกาศซะหน่อย คงจะทำให้การเดินทางด้วยรถไฟของเรามีความน่าประทับใจมากกว่านี้

(เอ๊ะ! หรือบอกแล้วแต่เราฟังไม่ออก ได้ยินแต่เสียงห้ามสูบบุหรี่จริงๆ นะ

คนจีนเค้าไม่สนใจหรอก กลิ่นบุหรี่ลอยมากระทบจมูกอยู่เรื่อยๆ)

Tibet

Tibet

Tibet

บางช่วงได้สร้างเป็นทางรถไฟยกระดับหรือสะพานรถไฟ เพื่อไม่ให้กีดขวางเส้นทางอพยพย้ายถิ่นของสัตว์ป่า

โดยทำช่องใต้สะพานไว้ให้สัตว์ลอดไปมาได้อย่างอิสระ สัตว์ป่าที่หายาก เช่น กวางทิเบต จามรีป่า จิ้งจอกหิมะ

และยังเป็นการแก้ปัญหาการวางรางบนดินน้ำแข็งอีกด้วย

Tibet

Tibet

Tibet

ตอนแรกๆ คิดว่า การนั่งรถไฟที่มีความยาวพันกว่ากิโลเมตร และใช้เวลาเกือบ 24 ชั่วโมงนั้นจะน่าเบื่อ

อุตส่าห์เตรียมหนังสือนิยายมาด้วย 2 เล่ม กะว่าจะอ่านแก้เซ็งซะหน่อย

แต่จริงๆ แล้วไม่น่าเบื่อเลย ไม่ได้แตะหนังสือนิยายเลยแม้แต่น้อย

สำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป มีวิวสวยๆ สองข้างทางให้ถ่ายรูปไปได้เรื่อยๆ ไม่มีเบื่อ

วิวนี้จะเปลี่ยนไปตามลักษณะภูมิประเทศที่เราผ่าน

Tibet

Tibet

สภาพห้องน้ำบนรถไฟ

บางครั้งอาจต้องทำใจสักนิดเกี่ยวกับกลิ่นและความสกปรก แต่มีเจ้าหน้าที่มาคอยทำความสะอาดอยู่เรื่อยๆ

โอคในระดับหนึ่งเลยล่ะ ถือว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเรา

Tibet

Tibet

ใกล้เข้าเมืองมากขึ้น เห็นชุมชนมากขึ้น

คาดการณ์กันว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวจะเติบโตมากขึ้นจากเส้นทางรถไฟสายนี้

เพราะมีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะสัมผัสเส้นทางรถไฟไต่หลังคาโลก (เราก็เป็นหนึ่งในนั้น)

ซึ่งดูได้จากการจองตั๋วรถไฟที่ต้องจองล่วงหน้านานหลายเดือน

Tibet

Tibet

จริงๆ แล้ว สนใจที่จะไปเยือนทิเบตด้วยเส้นทางรถยนต์เหมือนกันนะ

จะได้จอดถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ได้ตามเส้นทางที่เราผ่าน

แต่คงจะเสียเวลาไม่ใช่น้อย และบางครั้งอาจเจอปัญหาระหว่างเส้นทาง เช่น การปิดถนน หรือทางถล่ม

เอาเป็นว่า ทางรถไฟนี่น่าจะตอบโจทย์การไปเยือนทิเบตได้ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว

Tibet

บางส่วนก็บอกว่า เส้นทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบตเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น

และยังทำให้ชาวจีนจากต่างถิ่นอพยพย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่ทิเบตมากขึ้น

ในที่สุด ชนเผ่าทิเบตและวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาจะสาบสูญไป

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกล้วนต้องมีการเปลี่ยนแปลง อยู่ที่ว่าเราเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างไรมากกว่า (ว่ามั้ย?)

Tibet

Tibet

Tibet

Tibet

Tibet

Tibet

แม้รถไฟจะมาช้าไปนิด แต่ก็มาถึงที่หมายก่อนเวลาตั้งเกือบครึ่งชั่วโมง แค่ทุ่มกว่าๆ เราก็มาถึงที่ลาซาอย่างปลอดภัย

รถไฟเส้นทางนี้แล่นด้วยความเร็วที่สุด 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ทางการจีนอ้างว่า เส้นทางรถไฟสายชิงไห่-ทิเบต ได้รับการขนามนามจากสังคมโลกว่า

"เป็นวิศวกรรมโยธาที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับแพงเมืองจีน"

Tibet

ความเห็นส่วนตัวคิดว่า ดีแล้วที่เราเดินทางมาทิเบตด้วยรถไฟ แม้ต้องใช้เวลา 1 วันเต็มๆ

แต่ระหว่าง 1 วันนั้น เราได้ปรับสภาพร่างกายให้เข้ากับสภาพภูมิประเทศที่แตกต่างไปจากบ้านเราอย่างสิ้นเชิง

เป็นพื้นที่ที่ราบสูง ซึ่งบางช่วงสูงถึง 5,000 กว่าเมตรจากระดับน้ำทะเล เหมือนเอาดอยอินทนนท์ 2 ดอยมาต่อกันเลย

และอากาศเบาบางมากๆ เพื่อนร่วมทริปบางคนถึงกับนอนสลบอยู่แต่ในห้อง ไม่สามารถออกมานั่งเล่นได้เลย

มีอีกกรุ๊ปที่เค้านั่งเครื่องจากคุนหมิงมาลงลาซา ทำเอาป่วยไปเกือบทั้งกรุ๊ป เพราะร่างกายไม่คุ้นเคย

ซึ่งจะทำให้การเที่ยวทิเบตนั้นไม่สนุก และไม่มีความสุขอย่างที่ควรจะเป็นด้วย

Tibet

บางคนบอกว่า คนที่จะมาเที่ยวทิเบตได้นั้น ต้องฟิตซ้อมร่างกายให้พร้อม และต้องแข็งแรงมากๆ

อันนี้ไม่สามารถตอบได้เหมือนกันว่าจริงหรือไม่

แต่ที่แน่ๆ คือ ไม่สามารถบอกได้เลยว่า เราจะเป็นโรคแพ้ที่สูงหรือไม่ จนกว่าจะไปเจอด้วยตัวเอง

(โรคแพ้ที่สูง คนละอย่างกับคนที่กลัวความสูงนะ)

หากมีอาการเวียนหัว หน้ามืด แน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ควรรีบพักผ่อนทันที ไม่ควรฝืนต่อไป เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้

Tibet

เกือบ 2 ทุ่มแล้ว ที่ลาซาฟ้ายังแจ้งอยู่เลย เป็นเพราะประเทศจีนเค้าใช้เวลาเดียวกันทั้งประเทศนั่นเอง

ออกจากสถานีรถไฟลาซา เรานั่งรถบัสต่อไปอีกไม่ไกลก็ถึงโรงแรมที่พัก

อากาศที่ทิเบตหนาวมาก ขอเวลาให้ร่างกายปรับสภาพสัก 1 คืน พรุ่งนี้เตรียมตัวตะลุยลาซาเมืองในฝันของเราต่อไป

Tibet

ขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก....

"ทางรถไฟมหัศจรรย์ของโลกสายชิงไห่-ทิเบต" ผู้เขียน ธีระวิทย์

www.thaiword.org




Create Date : 12 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 20 สิงหาคม 2557 15:50:51 น. 58 comments
Counter : 31354 Pageviews.

 
ตามมานั่งรถไฟเที่ยวด้วยคนจ้า หนูน้อยเสื้อแดง


โดย: Nongpurch วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:25:16 น.  

 
สุดยอดจริงๆ รายละเอียดเพียบพร้อมมากเลย

แต่วันนี้โหวตหมวดนี้ไปแล้ว พรุ่งนี้เรามาโหวตให้นะคะคุณหนึ่ง

แต่ยังไงขอเอาไปแชร์หน้าแฟนเพจหน่อยนะคะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:26:26 น.  

 
ข้อมูลและภาพ ให้อารมณ์และความรู้สึกเสมือนจริงมากครับ


โดย: surya21 (surya21 ) วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:39:45 น.  

 
ภาพเต็มตามากจ้ะ ขอบคุณน้องหนึ่ง พี่คงไม่มีโอกาสตามฝันแบบนี้แน่ วิวข้างทาง ที่เปลี่ยนไปตลอด ทำเอาเพลินเหมือนน้องหนึ่งว่า

ปลื้มด้วยจ้ะ นายญี่ปุ่นของน้องหนึ่ง มรดกทางวัฒนธรรมแห่งสายน้ำ หนึ่งเดียวในโลก เราคนไทยก็พลอยหน้าบานไปด้วย ปีนี้มีคลิปวีดีโอและภาพนิ่งสวยๆ เยอะมากจ้ะ ไม่เป็นไร..จังหวะเวลาไม่ได้ รอปีต่อๆ ไปเนาะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
sirivinit Home & Gargen Blog ดู Blog
chenyuye Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น






โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:03:54 น.  

 
สุดยอดดดดดดดดดดด
อยากไปเส้นทางนี้มานานแล้วค่ะ
แต่ยังไม่มีโอกาสซักที
หวั่นๆตัวเองจะเป็นโรคแพ้ความสูงเหมือนกันนะเนี่ย
รีบๆมารีวิวต่อตอนต่อไปนะคะ...


โดย: Zhang peng IP: 223.206.43.115 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:09:50 น.  

 
ความฝันที่ไม่มีวันมาถึงสำหรับผม

สวยงามทุกภาพครับ


โดย: พวงแสด... IP: 203.113.0.206 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:21:24 น.  

 
อิจฉาครับน้องหนึ่ง

พี่อยากไปเที่ยวที่นี่จังเลยครับ
ไม่รู้จะได้ไปเมื่อไหร่
ต้องรอลูกโต
ถึงตอนนั้นจะไปไหวเร้อ 555




โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:52:14 น.  

 

แหล่มเลยจ๊ะแวะมาโหวต Travel Blog ให้น้องหนึ่งเลยจ๊ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:25:41 น.  

 
อยากไปทิเบตสักครังนึงในชีวิต


โดย: แฟนlinKinPark วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:55:21 น.  

 
ภาพสวย เล่าสนุก เรื่องราวละเอียด มีชั้นเชิงการเล่า แม้เราจะงานยุ่ง เราก็ปลีกเวลามานั่งอ่านบลอกเพื่อนๆ แต่นั่งแช่บลอกนี้ นานเป็นพิเศษ....

ความสุขของมนุษย์ คือการได้เดินทาง
แต่การได้อ่านเรื่องราวการเดินทางของเพื่อน ก็เป็นอีกรูปแบบของความสุขเช่นกัน

บลอกหนึ่งเป็นบลอกในดวงใจ

ให้ สามคำ

ชอบ - บลอก- นี้


โดย: รักแรกคลิก IP: 204.136.218.8 วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:27:32 น.  

 
เป้นอีกหนึ่งความใฝ่ฝันครับคุณหนึ่ง
จริงๆแล้วอยากนั่งตั้งแต่ปักกิ่งโน่นเลย
คงชมทิวทัศน์เมืองจีนเพลินเลยล่ะ...

อ่านคำบรรยายแล้วเหมือนได้ไปด้วย
ชอบมากๆในการชมธรรมชาติแบบนี้
เคยอ่านมาหลายรีวิว..เกี่ยวกะทางสายนี้
อันนี้ดีที่สุดนะจะบอกให้...

ถ้าออกตอนใหม่อย่าลืมเคาะบ้านนะครับ

ปล. ออกจากไทยประมาณเวลาเดียวกันเลย
ผมไป 10-20 ตุลา





โดย: wicsir วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:52:38 น.  

 
ทางเข้าหรือทางออกที่วัดนั้น จริงๆไม่ได้แคบอ่ะ เดินได้สบายๆเลย มุมกล้องมุมหลอกตาจ้า

เดี๋ยวพี่กลับไปอ่านก่อนค่อยมาเม้นทืนะ ที่สูง ต้องอ่านช้าๆไง


โดย: coji วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:22:57 น.  

 
จริงเลยนะครับน้องหนึ่ง

ตอนพี่ก๋ษขึ้นหวงหลง
ก็มีคุณลุงท่านนึงหายใจไม่ออกครับ

สุดท้ายต้องนั่งรออยู่ข้าวล่างครับ

หน้าท่านแดงเป็นกวนอูเลยครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:02:03 น.  

 
สวัสดีตอนดึกๆ ครับคุณหนึ่ง .....

"นั่งรถไฟไปหลังคาโลก" ได้ยินคำมานานแล้วจากหนังสือเล่มหนึ่ง
ถือเป็นทริปในฝันของนักเดินทางหลายๆ คน รวมทั้งผมด้วย
แต่โอกาสที่ผมจะทำให้เป็นจริงดูเหมือนจะค่อนข้างน้อย
ทั้งนี้เพราะด้วยเรื่องเวลาไม่อำนวยเพราะใช้เวลานาน
และคงจะไม่เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กๆ แบบผม
แอบอิจฉาคุณหนึ่งนะครับ ที่ได้ไปเที่ยวตามฝันของตัวเองได้แบบนี้ .....

ดูจากภาพแล้ว ทิวทัศน์ข้างทางรถไฟ สวยแปลกตาจริงๆ
ถ้าใครชอบถ่ายภาพ แค่ได้นั่งเก็บภาพไปเรื่อยๆ ก็เพลินแล้วนะครับ .....



โดย: NET-MANIA วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:21:52:38 น.  

 
เรื่องสุขภาพสำคัญนะพี่ว่า ยิ่งที่สูงแบบนี้ ร่างกายต้องพร้อม
ดีใจด้วยจริงๆสำหรับการเดินทางตามความฝันที่เป็นจริงแล้วของน้องหนึ่งในคราวนี้ สุดๆไปเลย ยิ่งอ่านยิ่งชอบ
มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยดีด้วยอ่ะพี่ว่า




โดย: coji วันที่: 12 พฤศจิกายน 2555 เวลา:22:05:04 น.  

 
สองทริปของน้องหนึ่ง
ครึ่งเดือนพอดี

ความใฝ่ฝันของพี่ก๋าเลยครับ 555

อยากเที่ยวนานๆแบบนี้จังครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:19:06 น.  

 
เห็นแต่ภาพ ... ก็ว่าสนุกแล้วนะค่ะ
มาอ่านได้เห็นทั้งภาพและก็ตัวหนังสือ
บอกได้ว่าเพลินสุดๆ ค่ะ แบบนี้ล่ะ
ไม่โหวตได้ไง .. จัดไป ...


โดย: JewNid วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:51:53 น.  

 
มาโหวตให้นะน้องหนึ่ง


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:03:49 น.  

 
ทักทายสวัสดีครับคุณหนึ่ง

ทริปนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งของสุดยอดทริปที่ได้ไปมานะครับ
จะรอติดตามชม และอ่านเรื่องราวไว้ด้วยครับ

.....สำหรับร้านนาซิ จำปู๋ เชื่อว่าหากคุณหนึ่งได้มาทานที่นี่ คงจะเป็นอีกหนึ่งรีวิวที่น่าชมมากๆ เช่นกันครับ ...รอชมเช่นกันครับ


โดย: ถปรร วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:19:58 น.  

 
กรีสสส คุณหนึ่งอัพบล็อคทิเบตแล้ว
น่ารักที่สุดดด มิลติดตามอ่านรายละเอียดทุกตัวอักษรเลยค่ะ
อัพใหม่เมื่อไหร่ แวะมาเคาะหลังบ้าน หน่อยนะคะ
รักคุณหนึ่งที่สุด


โดย: มิลเม วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:16:57 น.  

 
เห็นภาพที่ถ่าย ข้างทางรถไฟ สวย แต่ถ้าให้อยู่คงจะ
เหงา.....

ไปเที่ยวไกลแสนไกลไม่กลัวครับ กลัวควันบุหรี่
แล้วผมจะตามมาดูตอนต่อครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:46:59 น.  

 
ภาพที่ถ่ายจากหน้าต่างรถไฟกำลังวิ่งเนี่ย
ถ่ายยากนะครับ คุณหนึ่งเก็บมาได้สวยงาม
ชัดเจนมากๆ

ตามไปเที่ยวเพลินเลยครับ อยากไปมั่ง
โหวตท่องเที่ยวครับ



โดย: คนบ้า(น)ป่า (nulaw.m ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:15:00:49 น.  

 
หวัดดีค่าคุณหนึ่ง


กว่า 11 วันเชียวทริปนี้ ทรหดเอามากๆ เลยค่ะ ชาบูๆ
เดินทางตามฝันท่องเที่ยวกันแบบบุก ลุยๆ ทั้งนั้นเลย

ทางเส้นรถไฟนี้ห้องนอนเค้าสะอาดมากๆเลยค่ะดูจากเครื่องนอนผ้าห่มต่าง ๆ
ดูวิวฉากด้านนอกด้วยแล้ว หนาวเอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย
วิวเค้างามๆ ตัดกับฟ้าได้สีสดใสมากเลย
เห็นแล้วอยากถ่ายรูปสวย ๆด้วย


ไปรอบนี้ต้องตามรอยกันไปเรื่อย ๆ ในทุกจุดค่า
เดินไปด้วยกันอย่างช้าๆ
เห็นว่าลำบากกันด้วย แต่เป็นความทรงจำอย่างหนึ่งในการท่องเที่ยวใช่ไหมคะ

ที่ไปแล้วได้กลับมาบอกเพื่อน ๆ ว่ามันสุดยอดแค่ไหน






โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:16:00:55 น.  

 
เป็นทริปที่น่าสนใจมากๆ น้องหนึ่งนำเสนอได้ดีเยี่ยม ซึ่งพี่คงได้แต่เลาะๆเล็มๆไต่หลังคาบ้านไปก่อนตอนนี้

พี่คุยกับจินตนา เมื่อตอนงานกินเจ ว่าเจอน้องหนึ่ง 2 ครั้งที่ศาลเจ้าบางเหนียว ต่างคนต่างจ้องกัน ไม่กล้าทัก พี่เสียดายมากที่ไม่ได้ทัก กลับถึงบ้านรีบเปิดเน็ต เข้าบล็อกน้องหนึ่ง ตอนนั้นเจ้าตัวไปต่างประเทศ ไม่รู้ว่าที่นี่หรือเปล่า จำไม่ได้แระ

โชคดีไม่ทัก ไม่งั้นน้องหนึ่งตัวปลอมคงงงแน่ๆ 555


โดย: ปลายแป้นพิมพ์ วันที่: 13 พฤศจิกายน 2555 เวลา:17:00:04 น.  

 
โหยยย อยากไปด้วยจ้ะ
เป็นทริปที่น่าสนใจมากๆ อยากไป แต่ก็คงหาโอกาสไปยาก
คนมีครอบครัวก็แบบนี้หล่ะ
น้องหนึ่งเล่าได้ละเอียดมากจ้ะ เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลย
เรื่องสูบบุหหรี่นี่พี่ก็ไม่ไหวจ้ะ นั่งอยู่ใกล้ๆเวียนหัวแน่


โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 เวลา:2:19:48 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนึ่ง







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:19:29 น.  

 
สวัสดีครับคุณหนึ่ง

อ่านเรื่องราวการเดินทางไปเมืองลาซาทางรถไฟ
ของคุณหนึ่ง ด้วยความตื่นตา ระทึกใจ (ภาพสวยมาก ๆ)

ถือว่าเป็นการเดินทางผจญภัยอีกครั้งหนึ่ง
ขนาดอ่านไปยังรู้สึกหายใจไม่ออกเพราะอากาศบางเบา
ถ้าไปเองจะเป็นภาระกับคนอื่นมั้ยนี่

โหวตให้สำหรับตอนแรกแล้ว และจะรอชมตอนต่อไปครับ


โดย: ทองกาญจนา วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:51:20 น.  

 
มาโหวตท่องเที่ยวให้คุณหนึ่งค่า

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กิ่งฟ้า Literature Blog ดู Blog
chenyuye Travel Blog ดู Blog


โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 14 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:57:49 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ


สงสัยน้องหนึ่งต้องอัพบล้อกแบบซีรีย์เลยครับ 555
บล็อกเนปาล 10 บล็อก
บล้อกเนปาล 10 บล็อก


รูปสวยจริงๆครับ







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:02:05 น.  

 
สุดยอดเลยน้องหนึ่ง
อ่านอย่างละเอียดยิบๆๆๆ
อ่านจบดูรูปแล้ว....อยากไปมากอะ...
ที่แน่ๆ พี่ไม่นึกว่ารถไฟเมืองจีน
จะดูดีสะอาดสะอ้าน เป็นสัดส่วนน่านั่ง
ฝั่งใจมาตลอดว่าต้องไม่มีระเบียบ วุ่นวายแหง๋ๆ
แต่พอเห็นแล้ว...อืมมมม...ไม่เลวเลยนะเนี้ยะ

ตอน 2 คลอดเมื่อไหร่อย่าลืมแจ้งนะคะ อิอิ


โดย: mutcha_nu วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:31:48 น.  

 
พี่อ่านไปเพลินไปกับรูปที่หนึ่งถ่าย
รูปสวยและชัด บวกกับข้อมูลที่หนึ่งใส่ไว้
เพลินมากๆ หนึ่งเก่งจริงๆ (เที่ยว) อิอิ


โดย: แม่ปู (ฮัลโลตอบหน่อย ) วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:11:55:10 น.  

 
น่ารักจัง พี่อัพบล็อคเล็กๆ น้องก็ยังไปเจิมให้ มา จุ๊ฟทีนึง

ม๊วฟ...

วันก่อนมาเจิมให้ แล้วก็หายหัวไป ไม่ใช่ว่างหรอกจ้า ลุกๆนั่งๆอยู่แถวนี้แหละ

พอดีเห็นบล็อคน้องในห้องบลู เลยแวะเข้าไปหาซะหน่อย

ยิ่งสูง อากาศยิ่งน้อย พี่คงไม่ไหวแน่ๆ พี่คงต้องตายก่อนแน่ๆ
ขนาดอากาศปกติๆ เนี่ย พี่ยังหายใจยากเลย น้องเอ๊ย..
ดีนะที่เค้าเตือนไว้ก่อนว่า คนที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
ต้องคิดให้ดี
เที่ยวในบล็อคน้องหนึ่งนี่แหละ เหมือนได้ไปด้วยแล้ว ..


ดีจังเลยเนอะ มีความฝัน แล้วก็ได้ทำตามความฝัน "ฝันที่เป็นจริง"

อย่างงี้ก็อยากฝันเรื่อยๆ จะได้ทำฝันใ้ห้เป็นจริงได้เรื่อยๆ







โดย: Nongpurch วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:07:13 น.  

 
เห็นคุณหนึ่งไปเชียงใหม่บ่อย ๆ

ไม่รู้ได้ไปบ้านหลังนี้กันหรือยังน้อ
รีวิวเที่ยวบ้านเก่า ประมาณราคาไม่ได้ค่า




โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:11:20 น.  

 

มาเยี่ยมชม มาทักทายครับ

มาขอตามเที่ยวด้วยคนครับ ทางรถไฟสายนี้ผมได้เห็นแต่ในสารคดีเท่านั้นเองครับ วันนี้ได้มาตามชมในบล็อกนี้ก็เหมือนกับได้เดินทางร่วมไปด้วยครับ สุดยอดมาก ๆ เลยครับ

ได้เห็นวิวของประเทศธิเบตที่ถ่ายภาพจากหน้าต่างรถไฟแล้วก็ดูแปลกตาดีจังเลยครับ ได้นั่งรถไฟสายหลังคาของโลกเที่ยวแบบนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก ๆ เลยครับ เห็นภาพบรรยากาศในบล็อกนี้แล้วก็อยากจะไปเที่ยวแบบนี้บ้างจังเลยครับ

อิอิ


โดย: อาคุงกล่อง วันที่: 15 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:28:28 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับ






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 16 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:01:33 น.  

 
หวัดดี จ้าหนึ่ง ..
นี่แค่เพิ่งเริ่มเดินทาง แค่เห็นวิวข้างทาง ก็เพลิดเพลิน ซะ ..แปลกตาไปหมด..
อย่างหนึ่งไม่ต้องเตรียมร่างกาย เลย เที่ยวมาร้อยเอ็ด เจ็ดย่านน้ำ..เอาอยู..
พี่ว่าหนึ่งโชคดีมากๆ เลยที่มีโอกาส แบบนี้เป็นกำไร ชีวิต เลยหละ..
ของพี่คงเป็นแค่ฝัน ยิ่งต้องหอบหิ้วสัมพาระ ทรมาน กับสภาพ อากาศ ก็แย่แล้ว หุหุ ..ขอนั่งชม ไปก่อน..

พี่เลยอาศัยอ่าน ของหนึ่ง ทุกบรรทัด ทุกขั้นตอน ประหนึ่งว่านั่งอยู่ข้างๆ ไปเที่ยวเลย อิอิ..(ประหยัดดี..)..
อย่างว่า ท่าจะเพลินดี ไม่น่าเบื่อ หรอก มันจะตื่นเต้นด้วยซ้ำเห็นไหมล่ะ..

ว่าแต่เห็นเที่ยว ยาวเลย พักนี้ ยังทำงานอยู่เป่าน้อ..

พี่ เพิ่งโผล่ มาอัพ บล็อก เมื่อวาน หลังจากหายไป
ตอนนี้ ค่อยยังชั่ว ยิ้มได้แล้ว .เลยได้ตระเวณ เยี่ยมเพื่อน ...
ตอนต่อไป อย่าลืม มากระซิบ มั่งนะ คราวนี้ จะไม่ให้ขาดตอน เลยเชียว..อิอิ..
คิดถึงนะจ๊ะ..


โดย: tifun วันที่: 16 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:03:05 น.  

 
ตามไปเที่ยวด้วยครับ นับถือจริงๆเที่ยวแบบลุยๆแบบนี้ - เอิ่ม ของผมวัยไม่อำนวยแร๊ววววว ฮ่าๆๆๆๆๆ


โดย: ทนายอ้วน วันที่: 16 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:41:11 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณหนึ่ง
เดี๋ยวรุ้งขอปาดดดดไว้ก่อนนะคะ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ตามมาอ่านอีกทีนะคะ
แต่ภาพสวยมากๆๆๆๆ คุณหนึ่งก็ดูสดใสมากขึ้นด้วยค่ะดูอิ่มเอิบอ่ะ
จริงๆดูรูปสวยๆของคุณหนึ่งจากใน fb และก็บอกคุณแฟนด้วยค่ะว่าน่าไปเนอะ วิวสวยมาก แต่แฟนรุ้งบอก เธอไปไม่ได้แน่นอน น่าจะต้องอึด ถึก เหมือนที่คุณหนึ่งบอกไว้ข้างต้นน่ะค่ะ
เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้เสร็จงานบ้านแล้วแวะมาอ่านแบบละเอียดละเอียดนะคะ คืนนี้นอนหลับฝันดีนะคะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 16 พฤศจิกายน 2555 เวลา:21:02:03 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนึ่ง







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 17 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:17:37 น.  

 
โอ้โห วิวสวยมากๆ
เหมือนภาพเขียนเลย
ตู้นอนดูดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ
นั่งมองวิวสวยๆไปยี่สิบสี่ชั่วโมง คุ้มนะเนี่ย
น่าจะมีจอดให้พักถ่ายรูประหว่างทางด้วยนะคะ


โดย: VELEZ วันที่: 17 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:10:48 น.  

 
หวัดดีค่าคุณหนึ่ง

กลับมาคงงานเยอะมาก ๆ เลยนะคะ อิอิ
ยิ่งใกล้สิ้นปีด้วย เพียบจริง ๆค่า
รอชมทริปต่อไปจ้า

ส่วนข้าวซอยไก่ร้านอร่อยมีหลายร้านนะคะ
มันต้องมัน ๆ เข้มข้นด้วยถึงจะอร่อย
และชิ้นที่ชอบมากคงเป็นน่องไก่ที่เค้าให้ทั้งน่องเลยค่า


รินเก็บภาพสวนหลวงบรรยากาศมาให้บิ้วกันก่อนถึงวันงานจริงๆค่า



โดย: Rinsa Yoyolive วันที่: 19 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:16:46 น.  

 
หวัดดีครับคุณหนึ่ง...

มาแอบดูตอน 2 ครับ





โดย: wicsir วันที่: 19 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:25:04 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนึ่ง






โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:19:18 น.  

 
ช่วงนี้หมิงหมิงเป็นแบบนี้เลยครับ 555
อะไรที่ห้าม ทำทันที 555


เฮ้อ --- มิน่าล่ะ
บ้านเมืองเราถึงมีผู้ใหญ่ดื้อเต็มไปหมด 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:9:04:39 น.  

 
ตามมาเที่ยวด้วยค่ะน้องหนึ่ง
อธิบายและรูปภาพเยอะดีจังเลย
บรรยาศภายนอกระหว่างการเดินทางดูแห้งแล้งนะคะ
แต่พอมาเจอทะเลสาปน้ำจืดที่สูงสุดในโลกเข้าไป
ก็สดชื่นขึ้นมาทันตาเห็นเลยค่ะ
จัดไปหนึ่งโหวตค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
AdrenalineRush Photo Blog ดู Blog
chenyuye Travel Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:10:45:18 น.  

 
คนสวย มา่ม่าอ่ะ อืดแล้วนะ
พาเค้าไปต่อได้แล้ว


โดย: แม่ปู (ฮัลโลตอบหน่อย ) วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:12:14:34 น.  

 
อิอิ ขอบใจนะที่รอคนสวยมาเม้นส์ก่อน จะอัพบล็อกใหม่
ส่วนยัยข้างบนจะอืด เอ๊ย.. เส้นมาม่าจะอืด ปล่อยไว้ก่อน ฮี่ๆๆๆ

อันที่จริงก็แอบมาหลายทีแล้ว
มาดูรูปสวย ๆ ..เคยเห็นในเพชบ้างแล้วเนอะ
แต่วันนี้มาอ่านเจาะรายละเอียด ทุกบรรทัด ทุกภาพ
ช่างเป็นทริปที่น่าไปอะไรแบบนี้ ฮือออ

พี่ว่านะ เดินทางแบบนี้ สมาชิกร่วมเดินทางก็รู้ใจ
และขาลุย ๆ เหมือนกันพอสมควร
มือใหม่หัดเดินทาง ไม่เหมาะกับทริปแบบนี้แน่

เป็นพี่นะ พี่ก็จะนั่งชมวิวตรงทางเดินเหมือนหนึ่งนั่นแหละ
นี่ถ้าร่างกายไม่รู้เห็นเป็นใจ ทรยศทริปนี้
คงจะเซ็งไม่น้อย เพราะโอกาสที่จะไปแบบนี้ยากเหลือเกิน

ทั้งระยะเวลาเดินทาง ทางงบประมาณ เพื่อนร่วมเดินทางที่พร้อมกัน
และที่สำคัญร่างกายที่พร้อม ทุกอย่างมาเมาะเจาะด้วยแล้วนี่
โอกาสที่จะไปซ้ำสองยากส์ ขอให้ไปให้ได้ซักครั้งเถอะ

หนึ่งเป็นคนโชคดีมาก ๆ เลยนะ ที่ได้เดินทาง
ได้รู้ได้เห็นโลกกว้าง โดยที่ไม่มีห่วง มีอะไรชักไว้ข้างหลัง
ไปลุยข้างหน้าอย่างสบายใจ และแน่นอน กำลังทรัพย์ก็ต้องพร้อมด้วย
ไม่ว่าจะทัวร์ หรือแบคแพค มันก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น

หนึ่งมีทั้งแรง มีทั้งเงิน มีทั้งเวลา จัดสรรได้
แล้วแต่ละทริปของหนึ่ง ทำเอาคนที่ไม่ค่อยจะมีแรง
ไม่มีเวลาและกำลังทรัพย์ ตาลุกวาว ๆ อิจฉาอย่างรุนแรง 55

เพราะฉะนั้น แกไม่ต้องแต่งงานมีครอบครัวนะ
ไม่อย่างนั้นอดเที่ยว เพราะไหนจะต้องเก็บเงินสร้างครอบครัวใหม่
เก็บเงินไว้ให้ลูกในอนาคต มีหวังอัดอั้นตายเลยแบบนี้ 555

..เออ..แพลนว่าไงอ่ะวันอาทิตย์ที่ 2 ธ.ค.
ไม่มีแพลนใช่มั้ย มา มา เด่วให้โชคชะตาพาไป
ส่วนโปรแกรมที่แพร่ เสร็จจากงานตอนเช้า เราลุยเที่ยวแพร่เลยนะ
งานตอนเย็นคงไม่ร่วมแล้ว ตีกลับเชียงใหม่
เพราะอีกวันพีเปิดร้าน ให้หนึ่งเที่ยวกับพี่เต้ย
ไม่งั้น ก็ไปนั่ง ๆ นอน ๆ ที่บ้านใหม่ อิอิ
แล้วกลับอะไร ยังไง ซื้อตั๋วได้ยัง รึอยู่ต่อได้อีก


โดย: JinnyTent วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:16:18 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณหนึ่ง วันนี้ได้เข้ามาอ่านเนื้อหาเต็มๆแล้วค่ะ แอบอ่านเม้นข้างบนของพี่จินด้วยรู้สึกตามนั้นเลยค่ะ
คุณหนึ่งเป็นคนโชคดีมากๆค่ะ ได้ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป

พอรุ้งมาอ่านแต่ละบรรทัดแล้วแบบ ถ้ามีตังค์พร้อม ร่างกายพร้อมเนี่ยะ ไม่เกินปีสองปีไปแน่ค่ะ แต่ว่ารุ้งเองไม่พร้อม55555 ตอนเด็กรุ้งไม่ค่อยสนใจเรียนด้านภูมิศาสตร์สักเท่าไหร่เลยค่ะ จำได้แต่ตอนเด็กอยากไปอเมริกา 5555 แบบรู้จักอยู่ประเทศเดียวจากการที่พ่อชอบพาไปดูหนัง 5555 เลยมีความฝันแค่นั้นจริงๆ

นับถือคุณหนึ่งมากๆค่ะ ที่ทำตามฝันสำเร็จ อยากไปบ้างจังค่ะ แต่ภาระเยอะเหลือเกินขอติดตามไปเที่ยวไปพร้อมๆคุณหนึ่งนะคะ ไว้ว่างๆแวะเข้าไปดูรูปแบบละเอียดใน fb อีกทีค่ะ ช่วงนี้รุ้งยุ่งๆตลอดเลย

อัพบล็อคใหม่แวะมาตามด้วยนะคะ ว่าแต่ปีหน้ามีแพลนไปไหนหรือยังคะคุณหนึ่ง


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 20 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:20:36 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนึ่ง


พี่จินใจร้ายอ่ะ
กะไม่ให้น้องหนึ่งแต่งงานเลยดูสิ 555

เลี้ยงลูกก็สนุกนะครับ
เป็นการเดินทางที่ยาวไกลและคาดเดาอะไรไม่ไ่ด้เลยครับ 5555







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:06:13 น.  

 
มาอ่านซ้ำ ชมภาพซ้ำอีกรอบ

รออ่านตอนสองนะจ๊ะ (ไม่กดดัน แต่รออยู่...)


โดย: Love At First Click วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:14:37:16 น.  

 
เกาะรถไฟมาเที่ยวหลังคาโลกด้วยคนค่า
ไปกับ TravelLife Thailand แล้วโอ๊ตมาเป็นไกด์ให้หรือเปล่าคะ

หนึ่งเคยอยากไปแต่ตอนนี้ลิสท์ยาวจนเบียดทริปนี้ไปเลยค่ะ


โดย: AdrenalineRush วันที่: 21 พฤศจิกายน 2555 เวลา:19:54:31 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนึ่ง








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 22 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:18:03 น.  

 
ภาพสวยเยอะมากมายเลยทีเดียวเชียว


โดย: นายหัวเด่น วันที่: 22 พฤศจิกายน 2555 เวลา:13:36:48 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องหนึ่ง








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 23 พฤศจิกายน 2555 เวลา:6:17:58 น.  

 
น่านนะซิ รีวิวต่อเมื่อไรค่ะเนี่ย


โดย: โมนาลิซ่า IP: 203.188.42.230 วันที่: 6 ธันวาคม 2555 เวลา:16:14:18 น.  

 
อ๊ากกกกกก ใจแตกแล้ววววว


ใจละลายไปกับการรีวิวในครั้งนี้ แม่จ้าววว ชอบมากเลย นู๋หนึ่งเก่งมาก การเดินทางที่แสนมหัศจรรย์ของนู๋หนึ่ง ยกให้เป็นที่หนึ่งในดวงใจเลยเนี่ย ตะลอนไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ตะลอนความความถี่สูงปี๊ดดด นี่ไม่ทันไรก็มานั่งรถไฟเหาะเที่ยวหลังคาโลกอีก สมกับที่ฝันไว้ตั้งแต่วัยเด็ก สมหวังเสียทียินดีจั๊ดนัก เก่งจริงไรจริงทำให้คนอื่นเค้าอิจฉาไปค่อนโลก โฮๆๆ อยากไปมั่ง แล้วรถไฟก็ดี๊ดีดูเค้าสิทำกระจกบานบะเริ่มเฮิ้มนั่งชมวิวเพลินมาก แถมวิว โอ้ววววว วิว วิว วิวเทพมาก ขาสั่นใจสั่นไปหมดแล้ว นั่นทะเลสาบซว่อน่าไรนั่นอีก โหย สีมันฟ้าปี๊ดดดเหมือนโกหกเลย เรื่องจริงทั้งหมดใช่มั้ยเนี่ย หยิกๆ อู๊ยยย เจ็บจริง


อิจฉาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 12 ธันวาคม 2555 เวลา:13:39:14 น.  

 
ชอบมากๆเลยค่ะ เห็นที่เขียนบรรยาย พร้อมกับรูปสวยๆ ทำให้รีบตัดสินใจไปทิเบตโดยนั่งรถไฟแบบนี้บ้าง จะได้เห็นภาพสวยๆ เกิดมาครั้งหนึ่งขอเวลาอินกับธรรมชาติสักครั้งบ้าง และใช้เวลากับความสวยงามของโลกใบนี้บ้าง ขอเห็นภาพสวยๆกับตาของตัวเองสักครั้ง คงต้องรีบหาทริปไปโดยด่วนซะแล้วววว

ขอบคุณข้อมูลดีๆและภาพสวยๆนะคะ

รบกวนอยากจะเดินทางปลายเดือนมกราคม 2556 มีใครพอจะรู้มั้ยคะว่ามีทริปทัวร์ทิเบตที่ไหนได้บ้างคะ อยากได้แบบนั่งรถไฟไต่หลังคาโลกด้วยอ่ะค่ะ ใครมีข้อมูลทัวร์แนะนำให้ด้วยน้าาาาาา ^^


โดย: ยัยตัวแสบพร้อมลุยคับ^^ IP: 171.7.150.104 วันที่: 19 ธันวาคม 2555 เวลา:22:28:02 น.  

 
เขียนดี ถ่ายภาพสวย คนก็สวยครับ


โดย: สุดยอด IP: 223.207.65.56 วันที่: 21 พฤศจิกายน 2558 เวลา:2:42:41 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.