คุยเรื่องเก่า เล่่าเรื่องใหม่
|
|||||
หาดแสงจันทร์ การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของชายหาดหลังการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เรื่องและภาพโดย จับซา ในสมัยก่อนนั้นนอกจากจะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่ขยายตัวมาจากปากน้ำเมืองระยองแล้วยังมีผู้คนมากมายทั้งจากท้องถิ่นเองและนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนได้ใช้ประโยชน์ในด้านสันทนาการ แต่ปัจจุบันชายหาดแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลงสภาพไปแล้ว โดยชายหาดแห่งนี้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ซึ่งผู้เขียนเองได้สังเกตเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพดังกล่าว ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ถ้าหันหน้าออกทะเลแล้วมองไปทางซ้ายมือ จะเห็นโรงงานและท่าเรือในที่ตั้งอยู่ในตัวเมืองระยอง
การกัดเซาะชายหาดจะรุนแรงมากเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพทางกายภาพและภูมิศาสตร์ของชายหาดนั้นๆ เอง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยด้านองศาความชันของชายหาด ปริมาณประการังและหญ้าทะเลในบริเวณนั้นแต่ก็ยังมีอีกปัจจัยหนึ่ง ที่ทำให้ระดับความรุนแรงของการกัดเซาะชายหาดเพิ่มขึ้นและเร็วขึ้น ปัจจัยนั้นก็คือกิจกรรมของมนุษย์ที่อยู่ในบริเวณนั้นนั่นเอง โดยที่มนุษย์เหล่านั้นไม่รู้ตัวและคาดไม่ถึงว่ากิจกรรมที่ทำนั้นจะส่งผลกระทบต่อชายหาดรุนแรงถึงเพียงใด
เมื่อมองไปทางขวามือไกล ๆ นั่นคือท่าเรือน้ำลึกของนิคมฯ มาบตาพุด
การกัดเซาะของน้ำทะเลได้รุกเข้ามาถึงถนนเลียบชายหาด ส่งผลให้ถนนดังกล่าวเกิดความเสียหาย และมีแนวโน้มว่าบ้านเรือนของประชาชนจะถูกผลกระทบจากการกัดเซาะด้วย ทางราชการที่เกี่ยวข้องจึงต้องสร้างถนนใหม่ให้ถอยร่นเข้ามาและมีการก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันคลื่นน้ำทะเลกัดเซาะชายหาด
เปรียบเสมือนการจำลองเอาท่าเรือทั้งสองแห่งมาอยู่ใกล้กัน เมื่อปัญหาเกิดขึ้น การแก้ไขปัญหาจึงเกิดตามมา ในยุคสมัยหนึ่งทางราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการสร้างเขื่อนกันคลื่นเพื่อหยุดยั้งการกัดเซาะดังกล่าว แต่เนื่องจากความไม่รู้ถึงธรรมชาติของคลื่น-ลมและการกัดเซาะ ทำให้สร้างเขื่อนเป็นเขื่อนหินและวางเป็นช่วง ๆ ตลอดชายหาด การทำเช่นนี้มันก็คือการจำลองท่าเรือทั้งสองแห่งมาไว้ใกล้ ๆ กันนั่นเอง ผลก็คือชายหาดทั้งแนวถูกคลื่น-ลมกัดเซาะเป็นช่วงๆ จนกลายเป็นรูปเกือกม้าดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน และมีแนวโน้มว่าจะเกิดการกัดเซาะเข้ามาในแผ่นดินอีกต่อไป สาเหตุที่แท้จริงในการที่ทำให้ชายหาดแห่งนี้เปลี่ยนสภาพไป สามารถที่จะสรุปได้ว่าเกิดจากการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมนั่นเอง ถึงแม้ว่าการพัฒนาดังกล่าวเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับประเทศที่จะสามารถดึงเงินลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาเสริมเศรษฐกิจ แต่ความผิดพลาดของรัฐ ที่มองเห็นแต่ตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว ไม่ได้มองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน อีกทั้งขาดการวางแผนในการแก้ปัญหาที่ดีและรอบครอบนั้น เป็นอันตรายต่อการพัฒนาเป็นอย่างยิ่ง อีกประเด็นหนึ่งก็คือ สภาพพื้นที่ภูมิศาสตร์ชายฝั่งของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีการแก้ไขปัญหาของแต่ละพื้นที่จึงต้องแตกต่างกันไปด้วย เมื่อผู้รับผิดชอบขาดความรู้ ความเข้าใจถึงสภาพการณ์ แล้วนำแบบอย่างการแก้ไขปัญหาของต่างพื้นที่เข้ามา จึงทำให้การแก้ไขปัญหาไม่มีประสิทธิผล อีกทั้งยังจะทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอย่างมากมาย นี่จึงเป็นบทเรียนหนึ่งที่สอนว่า การที่มนุษย์เข้าไปแทรกแทรงธรรมชาติอย่างเกินพอดีทั้ง ๆ ที่ไม่มีแผนแม่บทรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของระบบนิเวศ และภูมิศาสตร์อย่างรุนแรง ผลกระทบที่เกิดขึ้นคงหนีไม่พ้นมนุษย์ที่จะต้องรับไป และไม่สามารถที่จะหลีกเีลี่ยงได้
|
จับซา
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]![]() คุยเรื่องเก่าเล่าเรื่องใหม่ เรื่องที่คุณอาจไม่เคยรู้ All Blog
Link |
||||
| Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved. | |||||





ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [