154. โอวาทปาฏิโมกข์ 3 เป็นสิ่งที่ ควรยึดถือปฏิบัติ ให้เป็นปกติวิสัย

โอวาทปาฏิโมกข์ 3 ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงใน “วันมาฆบูชา” เป็นสิ่งที่ “ควรยึดถือปฏิบัติ ให้เป็นปกติวิสัย” เพราะ - สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม (กมฺมุนา วตฺตตี โลโก)
กรรมดี หรือ การกระทำดี ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ (กุศลกรรม) มีผลเป็น “วิบากกรรมดี” หรือ “กุศลวิบาก” วิบากกรรมดี หรือ กุศลวิบาก หมายถึง การได้รับ และ การได้ประสบกับ “สิ่งที่ดีๆทั้งหลาย” (ทำให้ชีวิตเป็นสุข) กรรมไม่ดี หรือ การกระทำไม่ดี ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ (อกุศลกรรม) มีผลเป็น “วิบากกรรมไม่ดี” หรือ “อกุศลวิบาก” วิบากกรรมไม่ดี หรือ อกุศลวิบาก หมายถึง การได้รับ และ การได้ประสบกับ “สิ่งที่ไม่ดีทั้งหลาย” (ทำให้ชีวิตเป็นทุกข์) - กิเลส ราคะ ตัณหา และอุปาทาน ที่ครอบงำจิตใจของคนเราอยู่ คือ มูลเหตุของความทุกข์ทั้งหลาย
*************** โอวาทปาฏิโมกข์ 3 ประกอบด้วย 1. ไม่ทำบาปอกุศลทั้งปวง ทั้งทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ หมายถึง ไม่สร้างอกุศลวิบาก หรือ วิบากกรรมที่ไม่ดี มาเติมเพิ่มให้กับชีวิต เป็นการไม่นำพาสิ่งที่ไม่ดี มาสู่ชีวิต ทั้งในชาตินี้ และ ชาติต่อๆไป (เพียรละอกุศล) 2. ทำกุศลให้ถึงพร้อม ทั้งทางกาย ทางวาจา และ ทางใจ หมายถึง หมั่นสร้างกุศลวิบาก หรือ วิบากกรรมดี มาเติมเพิ่มให้กับชีวิต เป็นการนำพาสิ่งดีๆมาสู่ชีวิต ทั้งในชาตินี้ และ ชาติต่อๆไป (หมั่นทำกุศล) 3. ทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว หมายถึง หมั่นชำระล้าง หรือ หมั่นทำความดับ “กิเลส ราคะ ตัณหา และ อุปาทาน” ที่มีอยู่ภายในจิตใจ หรือ ที่ครอบงำจิตใจอยู่ ให้หมดสิ้นไปจากจิตใจ เพื่อทำให้จิตใจ ใสสะอาด ปราศจาก “กิเลส ราคะ ตัณหา และ อุปาทาน” เพราะ “กิเลส ราคะ ตัณหา และ อุปาทาน” คือ มูลเหตุของ “อกุศลกรรมและความทุกข์” ทั้งหลาย เป็นการนำพาชีวิตไปสู่ “ความดับทุกข์” (หมั่นทำบุญ) *************** โลกและสังคมของเราได้ถูกขับเคลื่อน ให้แปรเปลี่ยนไป ด้วยแรงแห่ง “กิเลส ราคะ ตัณหา และอุปาทาน” ที่ครอบงำจิตใจของแต่ละคน ที่อาศัยอยู่ในโลก และ ในสังคม มุ่งหน้าไปสู่ “ความเสื่อม โทรมทรุด ความเดือดร้อน ความวุ่นวาย และ ความเลวร้าย” มากขึ้น เป็นธรรมดา มีน้อยคนนัก ที่จะมุ่งมั่น หมั่นชำระล้าง “กิเลส ราคะ ตัณหา และอุปาทาน” ออกจากจิตใจของตน จนมีผล ฉุดรั้งโลก และ ฉุดรั้งสังคม เอาไว้ได้ ดังนั้น “จงอย่าทุกข์ใจ จงอย่ากังวลใจ” ไปกับโลกและสังคม
จงเพ่งพิจารณาดูว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน
เราสามารถจะช่วยเหลือโลก และ ช่วยเหลือสังคม อย่างไรได้บ้าง?
แล้วจงลงมือทำ ให้เต็มที่ และ ให้เต็มกำลัง ตามสมควร
เพื่อ “เก็บเกี่ยวบุญ และ เก็บเกี่ยวกุศล” จากโลกและสังคม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อชีวิต ทั้งในชาตินี้ และ ชาติต่อๆไป *************** การปรับเปลี่ยนโลก และ ปรับเปลี่ยนสังคม เป็นสิ่งที่ยากยิ่งนัก
ไม่มีใคร ที่จะสามารถปรับเปลี่ยนโลกและสังคม ให้ดีขึ้นได้ อย่างยั่งยืนถาวร
สิ่งที่สามารถจะทำได้ คือ ชลอการเปลี่ยนแปลง ให้ช้าลง ภารกิจที่สำคัญ ที่เราควรกระทำ คือ
การเพียรหมั่นปฏิบัติตาม “โอวาทปาฏิโมกข์ 3” ตามที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อไม่นำพาสิ่งที่ไม่ดี มาสู่ชีวิต ทั้งในชาตินี้ และ ชาติต่อๆไป เพื่อนำพาสิ่งดีๆมาสู่ชีวิต ทั้งในชาตินี้ และ ชาติต่อๆไป และ เพื่อนำพาชีวิตไปสู่ “ความดับทุกข์” ชีวิตของเรา ก็จะมีแต่ความผาสุก ไม่ต้องทุกข์ใจ และ ไม่ต้องเร่าร้อนใจ ไปกับโลกและสังคม ที่มีการแปรเปลี่ยนไป ในทิศทางที่เลวร้ายมากขึ้น *************** บุญ (บาลี: ปุญฺญ; สันสกฤต: ปุณฺย) หมายถึง เครื่องชำระสันดาน, เครื่องชำระสิ่งเศร้าหมองในจิตใจ, เครื่องชำระจิตใจ ให้สะอาดบริสุทธิ์
สิ่งเศร้าหมองในจิตใจ หมายถึง กิเลส ราคะ ตัณหา และ อุปาทาน ที่ครอบงำจิตใจอยู่ กุศล หมายถึง สิ่งที่ดีงาม ความดี ชาญ คำพิมูล 3 มีนาคม 2569 วันมาฆบูชา
ขอขอบคุณภาพประกอบ จาก กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
| Create Date : 03 มีนาคม 2569 |
| Last Update : 3 มีนาคม 2569 6:03:46 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 163 Pageviews. |
 |
|
|
| |