เครียดทำไม

สารพัดสารพันสูตรไดเอทตอนที่ 4: 12 Steps to Raw Food

สารพัดสารพันสูตรไดเอทตอนที่ 4: 12 Steps to Raw Food

หายหน้าไปนานเหมือนกัน เพิ่งมีเวลาอัพเดทอย่างไรก็ขอขอบคุณที่ยังติดตามกันต่อนะคะวันนี้เราจะมาพูดถึงสูตรที่น่าสนใจอีกสูตรหนึ่ง ชื่อว่า 12 Steps to Raw Food หรือ 12 ขั้นสู่อาหารดิบ: วิธีที่ไม่ต้องพึ่งพาอาหารปรุงสุกอีกต่อไป -ดูแอบน่ากลัวนิดๆ แต่เรามาดูรายละเอียดกันค่ะ

หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Victoria Boutenko. เมื่อปี 1993วิคตอเรียและครอบครัวของเธอประสบปัญหาด้านสุขภาพกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นโรคหืดหอบเบาหวาน จนถึงโรคหัวใจ และเนื่องจากเธอค่อนข้างกังวลในการใช้ยาหรือเคมีในการรักษาโรคเธอจึงเริ่มศึกษาวิถีทางธรรมชาติเธอได้รู้จักกับการทานอาหารไม่ปรุงสุก หรืออาหารดิบเธอและครอบครัวใช้วิธีนี้เป็นประจำทุกคืนเธอบอกว่าเธอรู้สึกได้ทันทีว่าสุขภาพของพวกเขาดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและหลังจากที่เธอทดลองใช้สูตรนี้ต่อเนื่อง 4 เดือน ทุกคนในครอบครัวก็สามารถวิ่ง 10กิโลได้อย่างไม่มีปัญหา

วิคตอเรียได้เขียนหนังสือเล่มนี้ขึ้นเพื่อช่วยให้คนอ่านประสบความสำเร็จในการปรับตัวและให้พวกเขาได้ใช้สูตรนี้ได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

พื้นฐานของสูตรนี้

สูตรอาหารที่วิคตอเรียแนะนำจะเต็มไปด้วยอาหารที่ทำจากพืชที่ไม่ผ่านความร้อนหรือการถนอมอาหารใดๆ.ส่วนใหญ่จะเป็นผลไม้และผักโดยมีถั่วกับธัญพืชเป็นส่วนประกอบเล็กน้อย

สูตรนี้เป็นที่รู้จักกันดีในรูปของน้ำปั่นที่ทำมาจากผลไม้และผักใบเขียวปั่นเข้าด้วยกัน เธอแนะนำให้ดื่มน้ำปั่นนี้ทุกวันเพราะมีส่วนประกอบของโปรตีนและแร่ธาตุที่สำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถใช้สูตรนี้ได้อย่างต่อเนื่อง

วิคตอเรียย้ำในจุดที่ว่าแต่ละคนย่อมมีความต้องการอาหารไม่เหมือนกันและเธอก็แนะนำให้เราให้ความสนใจกับความต้องการทานอาหารเพื่อสุขภาพที่มาจากธรรมชาติ

เธอบอกว่าการที่เราอยากทานอาหารที่ปรุงสุกเป็นเหมือนความเคยชินมากกว่าจะเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการจริงๆ เธอสร้างโปรแกรม 12ขั้นตอนสู่อาหารดิบเพื่อช่วยให้คนเลิกติดอาหารปรุงสุกเพื่อที่พวกเขาจะได้ทานอาหารไม่ปรุงแต่งได้ตลอดไป

ขั้นตอนที่ว่ามีดังนี้

ขั้นที่ 1 - รับรู้ถึงปัญหา

ขั้นที่ 2 -ปรนเปรอร่างกายเพื่อขจัดความอยากอาหาร

ขั้นที่ 3 - สร้างทักษะและเตรียมอุปกรณ์

ขั้นที่ 4 - ฉันรักคุณไม่ว่าคุณจะทานอะไร

ขั้นที่ 5 - หลีกเลี่ยงสิ่งยั่วใจ

ขั้นที่ 6 - หาแรงสนับสนุน

ขั้นที่ 7 - สำนึกบุญคุณและให้อภัย

ขั้นที่ 8 - ทำฝันให้เป็นจริง

ขั้นที่ 9 - เริ่มฝึกนิสัยเพื่อสุขภาพด้านอื่นๆ

ขั้นที่ 10 - ได้รับความกระจ่าง

ขั้นที่ 11 - ค้นหาภารกิจทางจิตใจ

ขั้นที่ 12 - ให้การสนับสนุนแก่ผู้อื่น

อาหารแนะนำ

ผลไม้ ผัก น้ำปั่นผักใบเขียว ถั่วดิบและธัญพืช อโวคาโด ทุเรียน มะพร้าว

ตัวอย่างสูตร

มื้อเช้า

น้ำมะม่วงปั่นกับผักคะน้า

อาหารว่างช่วงเข้า

ลูกพีชสด

มื้อกลางวัน

ซุปผักสดกับอโวคาโด

อาหารว่างมื้อกลางวัน

คารอบทรัฟเฟิล (คล้าย ๆ กับช๊อคโกแลททรัฟเฟิลค่ะ แต่ทำจากผล carob สามารถทานได้ดิบ ๆ)

มือเย็น

เนยแข็ง ถั่วหรือธัญพืช สลัดผักใบเขียว พร้อมมะเขือเทศกับถั่วงอก

การออกกำลังกาย

สูตรนี้แนะนำให้ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยโดยเฉพาะการเดินเพราะเป็นวิธีทางธรรมชาติที่ช่วยลดความเครียดอย่างได้ผลวิคตอเรียบอกว่าควรออกกำลังกายหรือทำงานเคลื่อนไหวร่างกายอย่างน้อย 30นาทีต่อวันเพราะจะช่วยให้ได้รับประโยชน์หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มพลังงาน

ปรับปรุงระบบเผาผลาญของร่างกาย รักตัวเองมากขึ้นลดไขมันและช่วยลดความเสี่ยงจากโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็งโรคหัวใจ หรือโรคกระดูกพรุน

ข้อดีของสูตรนี้

• สนับสนุนการทานผักผลไม้และไขมันชั้นดี

• ช่วยบรรเทาอาการของปัญหาสุขภาพได้หลากหลาย

• ลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคร้ายแรงเช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือมะเร็ง

• ช่วยให้คนที่ใช้โปรแกรมก้าวข้ามพฤติกรรมการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

• ให้ความรู้กับการออกกำลังกาย นอนหลับและคลายความตึงเครียดเพื่อสุขภาพที่ดี

• มีเคล็ดลับในการทานอาหารตามสูตรโดยอยู่ในงบประมาณ

• มีสูตรอาหารให้ทำตามในหนังสือ

ข้อเสีย

• ลำบากในการรับประทานอาหารนอกบ้านหรือออกงาน

• ผู้ใช้โปรแกรมอาจพบความลำบากในการปรับตัว

• ไม่มีตารางรับประทานอาหารให้ทำตาม

• ต้องวางแผนการรับประทานอาหารอย่างดีหรือต้องทานวิตามินเสริมเพื่อช่วยทดแทนในส่วนที่ขาดหายไปเช่น วิตามินบี 12 ธาตุเหล็ก หรือโปรตีน

สูตรนี้แอดมินว่าเป็นสูตรที่สุดโต่งไปนิด แต่เราก็สามารถนำมาปรับใช้ได้นะคะลองทานดูสักอาทิตย์แล้วกลับไปทานอาหารปกติแล้วก็กลับมาทานต่อในยามที่ร่างกายรู้สึกว่าต้องการการดีทอกซ์ลองดูค่ะ ^^




 

Create Date : 16 พฤษภาคม 2556   
Last Update : 16 พฤษภาคม 2556 11:32:34 น.   
Counter : 660 Pageviews.  

สารพัดสารพันสูตรไดเอทตอนที่สาม: 180 Degree Metabolism

เป็นโปรแกรมการลดน้ำหนักที่สร้างขึ้นโดย Matt Stone นักเขียนและนักวิจัยทางโภชนาการอิสระ. เขาเขียนหนังสือเล่มนี้เพื่อบอกผู้ที่กำลังลดน้ำหนัดทั้งหลายว่า จริงๆ แล้วฮอร์โมนมีส่วยสำคัญในการควบคุมน้ำหนัก และอธิบายอีกด้วยว่า การควบคุมอาหารอย่างเข้มงวดและออกกำลังกายมากเกินไปมีผลเสียมากกว่าผลดีในการลดน้ำหนัก

วิธีของสโตนเน้นในการปรับกระบวนการเผาผลาญของร่างกายเพื่อที่คุณจะลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้น โปรแกรมของเขาไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมน้ำหนักแต่ยังสามารถทำให้คุณทานอะไรก็ได้ตามใจโดยที่สุขภาพยังแข็งแรงและรูปร่างสมส่วน

รายละเอียดโปรแกรม

โปรแกรมนี้มีสองขั้นตอนหลักคือ
1. Body Recomposition ขั้นแรก
ในขั้นตอนนี้คุณจะเตรียมร่างกายโดยการทานให้มากที่สุดและออกกำลังกายน้อยที่สุด สูตรอาหารไม่จำเป็นว่าต้องเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แต่ให้ระวังปริมาณน้ำตาลทุกชนิดรวมถึงน้ำตาลที่อยู่ในผลไม้และของหวาน
และควรรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรดชั้นดี เช่น ข้าว ข้าวโพด ถั่ว และผักต่างๆ

2. Body Recomposition ขั้นที่สอง
เป็นขั้นตอนการลดไขมันของโปรแกรมนี้ โดยแบ่งอาหารเป็นเวลาสามมื้อในปริมาณและระยะเวลาห่างระหว่างมื้อเท่ากัน โดยแต่ละมื้อต้องมีโปรตีนเป็นส่วนประกอบระหว่าง 20 - 40กรัม

นอกจากนี้แต่ละมื้อควรมีแป้งประกอบในปริมาณอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของโปรตีน อาจเป็นมันฝรั่งหนึ่งหัว, ข้าวกล้องหนึ่งทัพพี, ขนมปังโฮลหวีท 2 แผ่น หรือข้าวโอ้ตหนึ่งถ้วย อาจมีส่วนผสมของไขมันชั้นดีเช่นไขมันปลา และทุกมื้อควรมีผักเป็นส่วนประกอบหลัก

หลังจากทานด้วยสูตรนี้เป็นเวลามากสุด 30 วัน คุณควรหยุดพักเบรก ไม่ว่าคุณกำลังรู้สึกดีหรือลดน้ำหนักลงไปได้อย่างรวดเร็ว มันจำเป็นที่ต้องทำอย่างนั้นเพื่อรักษาระบบเผาผลาญของร่างกาย รักษาสุขภาพจิต และไม่ให้ร่างกายรู้สึกเคยชินจนปรับตัวได้

เมื่อคุณลดน้ำหนักได้ตามที่คุณต้องการแล้ว สโตนแนะนำให้คุณทานอาหารตามปกติ พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการใช้ยาและออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ





อาหารแนะนำ
แซลมอน ทูน่า อกไก่ คอทเทจชีส เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ไข่ มันฝรั่ง ข้าวโอ้ต ควินัว ขนมปังโฮลเกรน เบอรรี่ต่าง ๆแอปเปิ้ล แพร์ ผลไม้ตระกูลส้ม นม โยเกิร์ต น้ำมันมะพร้าว เนย แมคคาดาเมีย มะกอก ผักโขม ผักกาด บรอคเคอลิ ถั่วเขียว หน่อไม้ฝรั่ง ชาสมุนไพร

ตัวอย่างมื้ออาหารของสูตรนี้

มื้อเช้า
ไข่คน 2 ฟองกับซอสซัลซ่า
Tortilla ใส้ผัก


มื้อเที่ยง
มันฝรั่งอบชีส
บรอคเคอลินึ่ง

มื้อเย็น
ชีสเบอร์เกอร์กับสลัด


ข้อแนะนำในการออกกำลังกาย
สโตนบอกว่าการออกกำลังกายมากไปหรือหน้อยไปต่างเป็นผลเสียต่อการควบคุมน้ำหนักมากกว่าผลดี เขาจึงแนะนำให้ผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักหากิจกรรมที่ทำแล้วมีความสุข ไม่กดดันทำได้เรื่อย ๆทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหารหรือทำสวน ดีกว่าไปวิ่งหรือยกน้ำหนักหนึ่งชั่วโมงแล้วกลับมานั่งหน้าทีวีตลอดวัน

ผู้ที่สนใจสูตรนี้สามารถหาซื้อหนังสือได้เป็น eBook นะคะ เสิร์จหาเอาเลย เดี๋ยวจะว่าเราโฆษณา อิอิ

ข้อดี
- อาจช่วยในการฟื้นฟูระบบเผาผลาญของร่างกายอันเนื่องมาจากการอดอาหารหรือควบคุมน้ำหนักอย่างหักโหม
- ลดปัญหาโยโย่
- แผนการควบคุมอาหารค่อนข้างยืดหยุ่น ไม่มีอาหารต้องห้ามอย่างเข้มงวด
- สนับสนุนการรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการขัดสีหรือฟอกขาว
- ในหนังสือมีสูตรอาหารสำหรับหนึ่งสัปดาห์พร้อมวิธีทำ



ข้อเสีย
- สูตรอาหารอาจมีปริมาณแคลอรี่มากเกินสำหรับผู้หญิงรูปร่างเล็ก
- สูตรอาหารมีไขมัรอิ่มตัวค่อนข้างสูง
- ไม่มีสูตรสำหรับมังสวิรัต
- ใช้เวลานานกว่าจะเห็นผล
- ในช่วงแรกผู้ควบคุมน้ำหนักอาจน้ำหนักเพิ่ม
- แผนการรักษาระดับน้ำหนักยังค่อนข้างคลุมเครือ
- ไม่สนับสนุนการออกกำลังกายมากนัก

ข้อสรุป
สูตรลดน้ำหนักนี้ชี้ให้เห็นถึงข้อเสียของการจำกัดปริมาณแคลอรี่และการออกกำลังกายอย่างหักโหมจนทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายไม่สมดุล โดยหากทำตามสูตรแล้วจะช่วยในการฟ้นฟูระบบเผาผลาญของร่างกายและให้ผลในระยะยาว




 

Create Date : 04 สิงหาคม 2555   
Last Update : 4 สิงหาคม 2555 12:18:01 น.   
Counter : 814 Pageviews.  

สารพัดสารพันสูตรไดเอทตอนที่ 2: 100 Calrorie Diet

สูตรนี้มาจากสองศรีพี่น้อง Tammy และ Susie Trimble ที่สามารถลดน้ำหนักไปได้มากกว่า 100 ปอนด์โดยใช้สูตรนี้ โดยทั้งคู่ได้กล่าวว่ามันไม่จำเป็นที่ต้องงดแป้งงดไขมันเพื่อลดน้ำหนัก คุณสามารถทานอาหารปกติได้ตราบใดที่คุณคำนวณไม่ให้เกิน 100 cal โดยการแบ่งปริมาณอาหารให้น้อยลงคุณสามารถทานพิซซ่า ขนมปังหรือช็อคโกแลตได้ตามใจ

คนเขียนบอกว่าการที่เราอดอาหารที่เราชอบนาน ๆทำให้เรามีปัญหาทางด้านอารมณ์ และอาจทำให้กระบวนการเผาผลาญอาหารด้อยลงด้วย แต่ก็ต้องอย่าปล่อยให้อาหารไขมันสูงมายั่วยวนจนทำร้ายสุขภาพของเรา

ผู้ที่ใช้สูตรนี้ต้องทำการวางแผนการกินล่วงหน้าในแต่ละวัน แต่หากคุณเกิดอาการหิวในระหว่างวัน สามารถทานอาหารต่อไปนี้ในปริมาณไม่จำกัด อาหารที่ว่าคือ พริกหยวก บรอคเคอลิ น้ำเต้า กะหล่ำปลี แครอท แตงกวา ถั่วเขียว ผักกาด เห็ด ถั่วลันเตา มะเขือเทศ ซูคีนี่ ถั่วงอก น้ำส้มบัลซามิค น้ำซุป เคเปอร์ คารอบ โกโก้ แตงดอง ซ้อสพริก น้ำอัดลมไดเอท?? ซอสถั่วเหลือง น้ำตาลเทียม Splenda และเครื่องดื่ม v8


ตัวอย่างสูตรอาหาร

มื้อเช้า
คอนแฟลค 1 ถ้วย
นมพร่องไขมัน 1 ถ้วย
น้ำส้มคั้นสด 1 ถ้วย
น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
ชาสมุนไพร

อาหารว่างช่วงเช้า
เบบี้แครอท 1 ถ้วย
ซอส Ranch 1 ช้อนโต๊ะ

มื้อเที่ยง
เนื้อไก่งวง 3 ออนซ์
สวิสชีส 1 ออนซ์
ขนมปังโฮลวีท 3 แผ่น
มายองเนส 1ช้อนโต๊ะ
ผักกาด, มะเขือเทศ, หัวหอม, แตงดอง

อาหารว่างช่วงบ่าย
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
กล้วย 1 ผล

มื้อเย็น
ปลานิลอบ 3 ออนซ์ (ประมาณ 100 กรัม)
พาสต้า 1 ถ้วย
สลัดผักใบเขียว 2 ถ้วย
น้ำมันมะกอก 1ช้อนโต๊ะ
มะนาวและน้ำส้มสายชู

ผู้ใช้สูตรนี้ควรออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย เลือกวิธีออกกำลังกายที่ตัวเองชอบไม่ว่าจะเป็นเดิน, ว่ายน้ำ, เต้นรำ หรือกิจกรรมอื่น ๆ ควรออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีในแต่ละครั้ง สัปดาห์ละ 5 วัน


ข้อดี

- หนังสือเล่มนี้มีตารางคำนวณแคลอรี่ทั้งอาหารที่ทำทานเองและอาหารจากร้านอาหารรวมไปถึงฟาสฟูด
- ผู้ใช้สูตรคำนึงถึงปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับในแต่ละมื้อ
- ผู้ใช้สูตรไม่ต้องงดอาหารที่ตัวเองชอบ
- ลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยใส่ใจต่อสุขภาพ
- การบันทึกอาหารทำให้สามารถควบคุมน้ำหนักได้ดีขึ้น
- สามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้
- มีสูตรอาหารภายในเล่ม
- มีเคล็ดลับการรักษาระดับน้ำหนัก

ข้อเสีย

- การลดน้ำหนักโดยการจำกัดปริมาณแคลอรี่ อาจทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นเท่าเดิมหรือมากกว่าได้เมื่อกลับมารับประทานอาหารอย่างปกติ
- ปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับอาจไม่เพียงพอในแต่ละวัน
- ต้องคอยคำนวณแคลอรี่
- ต้องวางแผนการกินล่วงหน้า
- สนับสนุนให้ดื่มน้ำอัดลมและสารแทนน้ำตาล

สรุป

วิธีจากหนังสือเล่มนี้ก็เป็นเหมือนวิธีลดน้ำหนักที่ใช้การจำกัดปริมาณแคลอรี่ทั่วไป ไม่มีอะไรแปลกใหม่มากนัก อาจมีเคล็ดลับนิด ๆ หน่อย ๆ ที่คอยสอดแทรกอยูภายในเล่ม

---------------------------------------
ขอบคุณข้อมูลจาก everydiet.org





 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 21 กรกฎาคม 2555 14:44:40 น.   
Counter : 436 Pageviews.  

สารพัดสารพัน สูตรไดเอทตอนที่ 1: 10 Superfoods



สูตรนี้มาจาก Dave Lieberman พ่อครัวในรายการ Food Network และ Anahad O’Connor นักข่าวสายสุขภาพของ New York Times ซึ่งได้ร่วมกันเขียนหนังสือที่ชื่อว่า The 10 Things You Need to Eat: And More Than 100 Easy and Delicious Ways to Prepare Them
ซึ่งพวกเขาได้แนะนำวัตถุดิบประกอบอาหาร 10 อย่าง ที่มีคุณสมบัติดังนี้

1. มีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ
2. หาง่ายตามร้านค้าทั่วไป (อันนี้ไม่ตรงกับบ้านเราเท่าไรนัก)
3. สามารถดัดแปลงเป็นเมนูต่าง ๆได้หลากหลาย


ซึ่งในหนังสือเล่มนี้เขาจะกล่าวถึงอาหารทั้งสิบอย่างนี้ไม่ว่าจะเป็น ประวัติ, ข้อมูลทางโภชนาการณ์, รวมทั้งสูตรอาหารที่สามารถทำตามได้ง่าย ๆ อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะคะว่าอาหารสิบอย่างนี้คืออะไร ตามต่อเลยค่ะ



1. มะเขือเทศ อันนี้น่าจะรู้จักกันดี และหาได้ง่ายในบ้านเรา มะเขือเทศขึ้นชื่อได้ว่าเป็นพืชผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สารสำคัญตัวหนึ่งที่มีในมะเขืือเทศคือ Lycopene ซึ่งเป็นสารต่อต้านมะเร็งที่สำคัญ





2. อโวคาโด มีคุณค่าสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายถึง 20 ประการ เช่น ไฟเบอร์,โปแทสเซียม,วิตามินอี,วิตามินบี และโฟลิก นอกจากนี้อโวคาโดยังสามารถทำหน้าที่เป็น nutrient booster โดยช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารที่ละลายในไขมันได้ดียิ่งขึ้น เช่นพวกอัลฟ่าและเบต้าเคโรทีน







3. หัวบีท อันนี้อาจจะหาได้ยากหน่อยในบ้านเรา แต่ก็ยังคงมีให้เห็นอยู่ หัวบีทมีสารสำคัญที่เรียกว่า betalains ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ, ต้านการอักเสบ, และช่วยในการดีทอกซ์




4. ผักขม มีแคลอรี่ต่ำ วิตามินสูง ทั้งวิตามินเค วิตามินเอ แมคนีเซียม โฟเลท แมงกานีส เหล็ก แคลเซียม วิตามินซี วิตามินบีสอง  โปแทสเซียม และวิตามินบี6 ฯลฯ อีกมากมาย แถมยังทำอาหารได้หลากหลายและอร่อยด้วย






5.Quinoa อันนี้จนปัญญา ไม่รู้ว่าบ้านเราเรียกว่าอะไร เป็นพืชจากอเมริกาใต้ ที่มีสารอาหารสำคัญครบเครื่อง หากจะเอาของที่หาได้ง่ายในบ้านเรามาเทียบก็คงเป็นข้าวกล้อง+ผักปวยเล้ง (ข้อมูลจาก health2u.exteen.com)


6. ถั่วเมล็ดแบน (Lentils) พบมากในอินเดีย มีหลากหลายสีทั้งดำ เหลือง เขียว สารอาหารที่อยู่ในถั่วประเภทนี้สามารถละลายให้ร่างกายนำไปใช้ได้ง่าย แคลอรี่ต่ำ และสามารถช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดได้ ทั้งยังมีไฟเบอร์สูงอีกด้วย



7. กะหล่ำปลี หาได้ง่าย ราคาย่อมเยาว์ สามารถทำได้สารพัดเมนูอาหาร ทั้งต้มผัดแกงทอด หรือแม้กระทั่งทานดิบ ๆ ลองทานกะหล่ำเขียวสลับกับกะหล่ำม่วงเผื่อความหลากหลาย

8. ปลา แหล่งโปรตีนที่มีไขมันและแคลอรี่ต่ำ ให้คุณค่าทางสารอาหารสูงทั้งวิตามินและโอเมก้า3 




9. ผลเบอรี่ทั้งหลาย ทั้งแบล็กเบอรี่ สตอเบอรี่ บลูเบอรี่ ราสเบอรี่ เรดเบอรี่ มีไฟเบอร์สูง รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังป้องกันร่างกายจากการอักเสบและสิ่งอื่นที่สามารถทำลายเซลล์และอวัยวะภายในได้ 




10. ลูกนัท (เกาลัด,มันฮ่อ, อัลมอนด์ และผลไม้เปลือกแข็งอื่น ๆ) มีโปรตีนสูง มีสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน แร่ธาตุ และโอเมการ์3 พกพาได้สะดวก กินได้ทุกที่ทุกเวลา สามารถเก็บไว้ได้นาน






นอกจากนี้พวกเขายังได้กล่าวถึงอาหารอีกสามอย่างที่น่าจับตามอง คือ ทับทิม ขมิ้น และไวน์แดง

ตัวอย่างไดเอทแพลนของสูตรนี้

มื้อเช้า
ข้าวโอ็ตผสมกับ quinoa

อาหารว่างตอนเช้า
บลูเบอรี่สด

มื้อเที่ยง
ปูกับอโวคาโดและผักกาด

อาหารว่างตอนบ่าย
คัพเค้กหัวบีทช็อคโกเล็ต

มื้อเย็น
ซุปข้นกะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ และมันฝรั่ง
แกะย่างซ๊อสวอลนัทสะระแหน่
หัวบีทอบยี่หร่า อบเชย และน้ำสมสด


สูตรไดเอทนี้่ไม่ได้แนะนำวิธีการออกกำลังกายควบคู่ใด ๆ  

เรามาดูข้อดีและข้อเสียของสูตรนี้กันนะคะ

ข้อดี
  • สนับสนุนการทานอาหารที่มีประโยชน์ที่หลากหลาย
  • อาหารที่แนะนำมีผลการวิจัยทางวิทยาศาสตร์สนับสนุน
  • มีเคล็บลับเกียวกับสารอาหารและประวัติที่น่าสนใจ
  • อาหารหาได้ง่าย (บางอย่าง)
  • สูตรอาหารสามารถทำตามได้ง่าย
ข้อเสีย
  • ไม่ใช่เป็นสูตรที่่ทำมาเพื่อลดน้ำหนักโดยเฉพาะ
  • สูตรอาหารบางเมนูใช้ส่วนประกอบที่ไม่ดีต่อสุขภาพนักเช่น น้ำตาลขัดขาว น้ำมันพืช เนยและ ครีมชีส
  • ไม่สนับสนุนการออกกำลังกาย
  • ไม่มีการวางแผนมื้ออาหาร
สรุป
สูตรจากหนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับสารอาหารและการประกอบอาหาร แม้ว่าสูตรนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อควบคุมน้ำหนักโดยเฉพาะ แต่คนที่ปฏิบัติตามสูตรนี้ได้รับผลประโยชน์จากการทานอาหารเพื่อสุขภาพ ทำให้สุขภาพดี และสามารถควบคุมน้ำหนักได้ไปในตัว

ขอบคุณข้อมูลจาก everydiet.org




 

Create Date : 21 กรกฎาคม 2555   
Last Update : 21 กรกฎาคม 2555 13:32:34 น.   
Counter : 1526 Pageviews.  


anana
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add anana's blog to your web]