Group Blog
 
All blogs
 

รีวิว Kanebo Moist Care Cream จากญี่ปุ่น แก้ปัญหาหน้าแห้งลอกเป็นขุยจนแต่งหน้าไม่ได้

  สวัสดีเพื่อนๆ ชาวห้องแป้งค่ะ เนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด และไต้ฝุ่นเข้าพอดีที่ญี่ปุ่น เลยไปไหนไม่ได้ มีเวลาเข้าพันทิปแล้ววว เลยถือโอกาสนี้เข้ามาตั้งกระทู้รีวิวแบ่งปันประสบการณ์ที่ได้ลองใช้ครีมบำรุงผิวตัวนึงกันค่ะหลังจากใช้ทดลองใช้มาแล้ว 1 เดือน นั่นก็คือ Kanebo Free PLUS moist care cream



สืบเนื่องจากเรามาทำงานที่ญี่ปุ่นค่ะ ปกติเป็นคนผิวแห้งง่ายอยู่แล้ว และอากาศเริ่มเย็นลงเรื่องจากเข้าฤดูใบไม้ร่วง ทำให้ผิวหน้าแห้งมากและลอกเป็นขุยขาวๆ บริเวณริมๆจมูกและคางค่ะ ปรากฏว่าแต่งหน้าแทบไม่ได้เลย เพราะถ้าทาแป้งแล้วมันจะเห็นขุยขาวๆพวกนี้ชัดมาก T^T ชัดจนแทบจะไปลบหน้าออกไปทำงานเลยค่ะ แต่จะเปลือยหน้าไปทำงานมันก็ไม่ได้ ฮื่อออ ปกติเรา ใช้ครีมอยู่แล้วค่ะแต่มันเอาไม่อยู่ เลยตัดสินใจเข้าร้าน drug store ที่ใกล้ๆสถานีรถไฟที่เรา ต้องผ่านทุกวันอยู่แล้ว 

แต่พอเข้าไปนี่ ครีมและผลิตภัณฑ์เยอะมากกกกกกจริงๆค่ะ ภาษาก็ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่พอสื่อสารได้ จากตรงนี้อยากจะเล่าว่า BA ที่ญี่ปุ่น น่ารักมากกกกก คือหลังจากเราเดินวนๆมึนๆงงๆ อยู่นาน เค้าไม่ได้เข้ามาขัดจังหวะอะไรนะคะ พอเราส่งสายตาไปก็เข้ามาหาค่ะและถามประมาณว่าเป็นอย่างไรบ้างมีอะไรให้ช่วยไหม เราก็บอกว่า หน้าเราแห้งมาก (ชี้ให้เค้าดู) ต้องการครีมบำรุง เค้าก็ยิ้มค่ะและพาเราไปนั่งตรงโซนที่เป็นเหมือนเค้าเตอร์ในร้าน จากนั้นก็เอาเครื่องวัดสภาพผิว มาจิ้มที่หน้าเราตรงที่ปกติ ตรงกราม และที่คอ ที่ไม่มีปัญหาผิวนะคะ และจิ้มเทียบกับจุดที่แห้งลอก กราฟขึ้นมาที่คอมพิวเตอร์ค่ะว่า อยู่ในระดับที่แห้งมาก เหมือนจะแย่สุด เค้าบอกว่าสภาพผิวเหมือนผิวเหนื่อยโทรม อาจจะมาจากการดื่มน้ำน้อย พักผ่อนไม่พอ เครียด แต่อายุผิวยังเท่าอายุจริงอยู่นะคะ (เรา 25) เค้าบอกว่าไม่เป็นไรนะ รอสักครู่ ยิ้มหวาน และเดินไปหาผลิตภัณฑ์มาค่ะ เราก็นั่งรอแปปนึง 

สักพักบีเอกลับมาพร้อมผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแบรนด์ หลายราคา หลายประเภทค่ะ ไม่ได้เจาะจงว่าเชียร์แบรนด์ไหนเลย เค้าอธิบายสรรพคุณของแต่ละประเภท ราคา วิธีใช้ เอาแบบที่เราโอเคค่ะ แต่ทุกตัวที่เค้าแนะนำช่วยเรื่องหน้าแห้งหมดนะคะ และเราได้ลองครีมทุกตัวที่เค้าเสนอให้ฟัง และตัดสินใจเลือกค่ะ

สรุปว่าเราชอบ Kanebo รุ่น free plus เป็นครีม moist care ที่เนื้อบางเบาไม่หนักเหมือนโลชั่นค่ะ และเราสามารถทาครีมก่อนแต่งหน้าได้ 
บวกกับเคยใช้ผลิตภัณฑ์หลายๆอย่างของ Kanebo แล้วประสิทธิภาพเค้าค่อนข้างโอเคค่ะ เลยเลือกมาใช้ และราคาอยู่ในระดับที่เรารับได้ค่ะ

หน้าตากล่องเป็นแบบนี้ เป็นไลน์ผลิตภัณฑ์รุ่น Free PLUS ค่ะ


ด้านข้างกล่องบรรยายสรรพคุณ มีจากสมุนไพรหลายชนิดด้วย


เปิดกล่องมา อันนี้ไม่เคยเจอแบบนี้ ค่อนข้างชอบคอนเซปนี้เลยทีเดียวค่ะ
ข้างในมีอยู่สามชิ้นด้วยกัน ประกอบด้วย ไม้พาย กระดาษกลมๆ และกระปุกครีม


วิธีรวมร่างกันค่ะ เปิดฝากระปุกครีมค่ะ เอากระดาษกลมๆนี้สวมลงไป 


ปิดฝา แท่นแท้นน มันคือที่เสียบไม้พายสำหรับตักครีมค่ะ ซึ่งก็ช่วยเรื่องความสะอาดนะคะ ดีกว่าเราเอานิ้วควักลงไปโดยตรง และทำที่เสียบไว้เพื่อที่ไม้พายจะไม่ต้องวางไว้กับโต๊ะมันจะสกปรกได้ค่ะ


มาดูที่เนื้อครีมกันบ้าง เป็นครีมที่เนื้อบางเบา เหมือนผลิตภัณฑ์ Light Night Cream ของ Neutrogena ประมาณนั้นเลยค่ะ คือน้ำเป็นส่วนประกอบเยอะ 


พอทาแล้วก็จะซึมหายไปกับผิวค่อนข้างเร็ว และรู้สึกผิวชุ่มชื้นขึ้น


สรุปใช้ตัวนี้ ตอนเช้าก่อนแต่งหน้า และก่อนนอนค่ะ ใช้ไปประมาณสองอาทิตย์ผิวดีขึ้นมาก ไม่แห้งลอกเป็นขุยสามารถแต่งหน้าแล้วไม่เห็นเป็นขุยขาวๆแล้วค่ะ ตอนนี้ครบหนึ่งเดือนก็รู้สึกผิวดีขึ้น แข็งแรงขึ้น สำหรับตัวนี้ก็ให้คะแนนคุณภาพ 9/10 เลย แต่ราคาก็อืมมม = = ประมาณ 3500 เยน ช็อกแปป แต่ว่าเราสามารถใช้ได้เรื่อยๆค่ะ อีกอย่างอากาศที่นี่จะเย็นลงเรื่อยๆ ยังไงเราก็ต้องใช้มัน ฮ่าๆๆๆๆ

ปิดท้ายด้วยความน่ารักของบีเอ กับเทสเตอร์ ! คือปกติซื้อครีมเค้าเตอร์แบรนด์ทีไรไม่ค่อยจะได้เทสเตอร์กับเขาเลย ฮื้อ มาอยู่นี้ซื้อกี่ครั้งก็ได้เยอะแบบนี้ค่ะ
เป็นทั้งไลน์ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เลย จริงๆได้ลอง deep pre moist essence แล้วก็ชอบนะคะ อาจจะไปซื้อมาใช้ด้วย



คราวหน้าถ้ามีเวลาในวันหยุดอันใกล้ จะมารีวิวผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ คิ้ว นะคะ
เป็นประเภทที่แบบแท่งหมุน ไม่ต้องเหลาค่ะ เพราะจากความชีช้ำในอดีตที่เหลาทีไรก็หักมันทุกที T T มาอยู่นี้เจอแบบนี้กรี้ดค่ะปลื้มมาก
และเป็นแบบทู ทรี อินวันด้วย คือมีด้านฝุ่น และด้านดินสอ และด้านมาสคาร่าคิ้ว แท่งเดียว!! (เอ้า เอาเข้าไป) อันนี้ขึ้นอันดับ 1 cosme ก็ซื้อมาลองเรื่อยๆค่ะ





 

Create Date : 05 ตุลาคม 2557    
Last Update : 5 ตุลาคม 2557 14:07:45 น.
Counter : 1144 Pageviews.  

[REVIEW] มาทำสครัปปากด้วยตนเอง สดจากธรรมชาติ ประหยัดด้วยจ้า

วิธีทำสครัปปากอย่างง่ายจากธรรมชาติล้วนๆ (ประหยัดด้วยนะคะ) ใช้ของที่มีอยู่ในครัวนี่แหละค่ะ :D

เพียงแค่ผสม

1.น้ำตาลทราย(ไม่ขัดขาว)

2. น้ำผึ้ง

3. น้ำมันมะกอกเล็กน้อย

สครัปได้ง่ายๆทุกวันค่ะ ปากจะได้นุ่มๆๆ ชุ่มชื้น
ทาลิปแล้วเรียบเนียนสวยปิ๊ง! อย่าแอบกินนะ :3





 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2555 18:07:12 น.
Counter : 600 Pageviews.  

[REVIEW] ซุ่มเตรียมการมานาน ""ชุดไปงานแต่ง"" .. กลับมารายงานผลแล้วจ้า ^______^

จากกระทู้ขอคำแนะนำเรื่องชุดไปงาน .. กลับมารายงานผลแล้วจ้า ^______^
สวัสดีค่ะ เป็นสมาชิกห้องแป้งมานานแล้ว แอบสิงอยู่ในนี้และหาข้อมูล และได้รับข้อมูลดีๆ ที่เป็นประโยชน์จากสาวๆห้องนี้ก็มากค่ะ


วันนี้จะมาขอคืนความรู้เล็กๆน้อยๆ สู่ชุมชน ในเรื่องของแนวทางการแต่งตัว ทำผม แต่งหน้า เพื่อไปงานแต่งงาน ให้แก่เพื่อนๆนะคะ ^^

เราแฮปปี้มากค่ะ เพราะทำทุกอย่างเอง แต่งหน้า เลือกชุด ทำผมเองค่ะ ประหยัดงบมาก และไม่ต้องไปนั่งรอช่างด้วยค่ะ :D (แต่ต้องหาเวลาว่างๆ สักวันลองซ้อมแต่งดูก่อนนะคะ)


ก่อนที่จะถึงวันงานเราก็ได้ตั้งกระทู้ถามเพื่อนๆ อยู่สองกระทู้ค่ะ

Q11400898 ขอคำแนะนำเกี่ยวกับชุดไปร่วมงานแต่งทีค่ะ (มีรูปประกอบ)
//www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q11400898/Q11400898.html

และ
Q11783895 ++++++ช่วยแนะนำทรงผมไปงานที่เหมาะกับชุด/เครื่องประดับเซ็ตนี้ให้ทีค่ะ(มีรูปประกอบ)+++++
//www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q11783895/Q11783895.html



-----------------------------------------------------------------


อธิบายรายละเอียดของตีมงานที่เราต้องไปร่วมงานก่อนนะคะ

คือ ตีมงานเป็นสีน้ำเงิน ฟ้า ขาว ทอง ค่ะ  ลักษณะของชุดที่จะออกมาแบบไม่หวือหวา ไม่โป๊  ดูเรียบ แต่หรูค่ะ

จขทก สูง 167 ค่ะ ผิวขาว(แต่แขนดำ T___T กรำแดด)  รูปร่างก็ไม่ถือว่าผอมเพรียวแบบนางแบบนะคะ แต่ก็ไม่อ้วน (น้ำหนัก 56) หุ่นมีสะโพกค่ะ
ปัญหาคือ ผิวไม่สวยค่ะ ที่หลังจะมีรอยสิวอยู่ เลยไม่กล้าใส่พวก เปิดหลังเปิดไหล่ งานจัดที่โรงแรม เป็นงานกลางคืนค่ะ



สุดท้ายผลงานออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ :D ต้องขอบคุณเพื่อนๆมากเลย






นี่คือเซ็ทของชุดและเครื่องประดับที่เลือกมาค่ะ  

แต่ก่อนจะได้เซ็ทนี้ก็เลือกกันหลายแบบ ได้หลายคำแนะนำอยู่
เดี๋ยวจะบอกต่อไปนะคะ ว่าตอนแรกๆ คิดแบบไหนมาบ้าง และเป็นมายังไง จึงมาลงเอยกับแบบนี้ค่ะ ^^



การแต่งหน้า

การแต่งหน้านี้เราได้ความรู้จากห้องแป้งเต็มๆ เลยค่ะ ค่อยๆดู และหัดแต่งมาเรื่อยๆ

และได้จากคลิปโมเม พาเพลิน หลายๆตอนเลยค่ะ โดยลักษณะการแต่งคือ จัดตาหนักๆ และปากสีนู้ดสุภาพค่ะ เข้าตีมเรียบหรู

โทนของสีตาที่ใช้ก็จะเข้ากับเครื่องประดับค่ะ
คือสีทอง น้ำตาล ปนชมพูหน่อยๆ เหลือบๆ ค่ะ และกรีดตา เขียนขอบตาด้านในด้วยนะคะให้ตาโตๆ
แต่ไม่ได้ติดขนตาปลอมค่ะ ไม่ทันจริงๆ (กว่าจะแต่งเสร็จก็นานมากแล้วค่ะ)


ส่วนปากสีนู้ด แต่นู้ดไม่โหดมากนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนป่วยไป เป็นนู้ดที่อมชมพูเล็กๆ สีสุภาพค่ะ


เพิ่มเติม.
เราใช้บีบีโกลด์ของมิสทีนปิดรอยสิวเล็กน้อย ใช้เบสมะนาวสกินฟู้ดตรงไฮไลท์ พวกโหนกแก้ม หน้าผากค่ะ  นอกนั้น รองพื้นและแป้งใช้ MMU จ้า




เพิ่มเติมเกี่ยวกับลิปนู้ดที่จขทกใช้นะคะ

ในตอนแรกที่ตั้งใจจะไปหาลิปนู้ดก็จะไปหาของเรฟลอน แต่.. หมดค่ะ = ='


เลยไปได้เจ้านี่มาแทน ซึ่งชอบๆๆ

maybelline รุ่น Watershine pure #B22 สีนู้ด ค่ะ

จขทกเป็นคนปากแห้งมากกก ซึ่งทาแล้วไม่เป็นคราบค่ะ ชอบมากๆๆ เนื้อครีมมี่ แต่ต้องเติมบ่อยๆนะคะ ซัดโต๊ะจีนไปก็หลุดแล้ว แหะๆ


เครดิตภาพรีวิวลิปจาก blog gang ของคุณ momybowy  ค่ะ :D



ทีนี้ การจะเลือกประเภทของชุด จะต้องดูองประกอบหลายๆ อย่างด้วยนะคะ

1.สี ---- ต้องเลือกตามความชอบ และ ความมั่นใจค่ะ

อย่างแรกเลยคือเลือกมาและต้องมั่นใจว่า เวลาเราใส่แล้วเราจะไม่พะวงกับมันมาก
เช่น ถ้าคิดว่าใส่สีขาวแล้วต้องดูอ้วนแน่ๆ ก็ให้ตัดสีนั้นออกไปนะคะ
(แต่อาจเอาเข้ามาแซมๆได้ เป็นการเน้นให้ดูมีอะไรค่ะ)

อย่างกรณี จขทก ตอนแรกเลือกสีทองค่ะ เพราะคิดว่าน่าจะใช้ได้กับหลายๆงาน แต่มีเพื่อนๆห้องแป้งแนะนำค่ะว่าใส่สีน้ำเงินกรมแล้วจะดูไม่อ้วน ซึ่งก็พรางสายตาได้จริงๆค่ะ และเราก็มั่นใจขึ้นด้วย


อีกปัจจัยที่ขาดไม่ได้คือ "ความยาวของชุด" ค่ะ
ในตอนแรก จขทก ปลื้มชุดสีทองทางซ้ายมือมาก แต่มาดูความยาวแล้ว ถือว่าเป็นเดรสสั้นเลย แล้วพอดีจขทกมีรูปร่างสูง จึงจะยิ่งสั้นไปอีก    ในขณะที่งานที่ต้องพบผู้ใหญ่ ความยาวของชุดก็สำคัญมากค่ะ

(ขนาดเลือกสีน้ำเงินแล้ว ใส่แล้วก็ยังสั้นกว่าเข่าเล็กน้อย T__T)


2.ลักษณะของชุด

---- เช่น แบบเกาะอก / แบบสายเดี่ยว / แบบบ่าเดียว / หรือแบบแขนกุด ปิดคอ
ชุดราตรีสั้น / ชุดราตรียาว / ทรงสอบ / ทรงเอ


ในกรณีนี้ก็จะคล้ายๆ ข้างบน แต่.. เราจะใช้องประกอบของรูปร่างเรามาช่วยอีกค่ะ
เรียกได้ว่า  """"กลบข้อด้อย... เสริมจุดเด่นค่ะ""""" >< เย้

เช่น 1. จขทก มีสะโพกสลาตัน -..- และไม่มั่นใจสุดๆ
การใส่ทรงสอบ อาจจะดูก้นเด้งมาก แต่การเลือกชุดกระโปรงทรงเอ จะช่วยอำพรางค่ะ และคาดเข็มขัดเส้นใหญ่ๆ ทับจะช่วยให้ดูมีเอวมากขึ้นนะคะ (แต่อย่ารัดแน่นจนทานอะไรไม่ลงนะ ^^’)


หรือประเภทชุด ถ้างานลักษณะนี้ผู้ใหญ่ไปเยอะจขทกก็เลยคิดว่าคงไม่เลือก เกาะอก หรือชุดเว้าหลังมาก (หลังก็ไม่สวย) เดียวจะดูแรงไปค่ะ ก็เลยเลือกแขนกุด แต่มีดีเทลตรงช่วงคอเสื้อแทน


**อีกปัจจัยในการเลือกชุดนี้ของจขทก คืออนาคตการใช้งานด้วยนะคะ อาจจะประยุกต์เป็นเดรสชุดทำงานได้ค่ะ ^__^เราเน้นประโยชน์ใช้สอย โฮะๆๆ



3.เครื่องประดับ ---

เนื่องจากชุดที่เลือกมาจะค่อนข้างเรียบๆ ถ้าไม่ประดับนี่ก็จะดูเรียบเกินไปค่ะ คือประดับให้มีดีเทลสวยๆบ้าง


----สีที่ตัดกัน ในกรณีนี้คือ ชุดสีน้ำเงินกรม ดังนั้นเครื่องประดับจึงใช้สีที่เหลือในตีมงาน เพื่อให้ไม่โดดจากตีมงานที่วางไว้ นั่นก็คือ ขาว ทอง จึงนำมาใช้กับเครื่องประดับค่ะ

อย่างแรกคือ  3.1 เข็มขัดค่ะ  (สีขาว หรือสีที่ตัดกับชุด)
ในกรณีที่เลือกเดรสกระโปรงทรงเอ การมีเข็มขัดเส้นใหญ่ๆ  จะช่วยเน้นให้เรามีเอวค่ะ


โดยเข็มขัดนี้ จขทก ยืมเพื่อนมาค่ะ (ประหยัด) แล้วเอาดอกไม้ยักษ์(กิ้บติดผม) ติดเข้าไป เพื่อเพิ่มลูกเล่นให้กับชุดค่ะ




3.2 รองเท้า (สีขาว เข้ากับเข็มขัดค่ะ)
การเลือกสีรองเท้าให้เข้ากับสีอื่นๆ ของเครื่องประดับก็จะเป็นการคุมโทนให้กับชุดของเราด้วยค่ะ

3.3 ต่างหู +สร้อยข้อมือ (สีทอง)
การเลือกต่างหู จะสัมพันธ์กับการเลือกเครื่องประดับชิ้นอื่นๆ และ ทรงผม! ที่จะทำไปในวันนั้นด้วยค่ะ

ถ้าเราต้องการโชว์ต่างหู (ขนาดใหญ่ ทรงระย้า) เราก็จะไม่ใส่สร้อยค่ะ
เพราะว่ามันจะตีกัน กลายเป็นตู้เพชรเคลื่อนที่ @__@

และถ้าจะเน้นต่างหู ทรงผมที่จะเลือก ก็ควรจะเป็นทรงที่เปิดให้เห็นใบหูและต่างหูชัดๆค่ะ เช่น เกล้าผม / มวยต่ำ

ในกรณีของ จขทก เลือกจะโชว์ต่างหูฝูงผีเสื้อค่ะ เลยเกล้าผม โดยวิธีเกล้า จขทก จะบอกถัดไปนะคะ

ส่วนสร้อยข้อมือ ก็เลือกให้สีเข้ากับประดับอื่นๆค่ะ ถ้าไม่เป็นสร้อยข้อมือ จะเป็นแหวน หรือนาฬิกาเรือนสีทองเล็กๆ ก็ได้ค่ะ




4. การทำผม

ในที่นี้ เนื่องจากจขทก เลือกเครื่องประดับหลักเป็นต่างหูระย้าใช่ไหมคะ

ทรงผมก็ไม่ควรจะบดบังต่างหู หรืออีกแง่นึงคือ

ถ้าเกิดชุดของเพื่อนๆ มีดีเทลสวยงามที่บริเวณคอเสื้อ การเกล้าผมขึ้นไป หรือมวยต่ำๆ ก็จะสามารถโชว์ความงามของสิ่งเหล่านี้ได้ค่ะ

และดูหรูเป็นทางการด้วยนะคะ สำหรับการเซ็ทผม มีเกล้าได้หลายแบบค่ะ

หากใครกลัวว่าเกล้าผมจะดูแก่ ลองดูหลายๆแบบตามนี้นะคะ ส่วน จขทก เกล้าผมเอง  โดยทำตามติวเตอเรียลอันนี้เลย


เริ่มจากใช้แกนดัดไฟฟ้าขนาดใหญ่ ดัดผมก่อนค่ะ

และ เกล้าผมไปรวบเป็นมวยต่ำที่ด้านข้าง  

จับผมที่เหลือมาพันๆ และติดกิ๊บค่ะ

อัดสเปรย์เพิ่ม เพราะกลัวจะหลุดค่ะ

จากนั้น อาจเพิ่มลูกเล่นเป็นกิมมิกเล็กๆ ให้ผมด้วยกิ๊บดอกไม้ที่เป็นเพชร  แต่ไม่ต้องใหญ่มากนะคะ เพราะต่างหูเราก็เด่นพออยู่แล้ว ^^




อันนี้วิธีเกล้าผมแบบต่างๆ ดูแล้วน่ารักมากค่ะ ^___^ ไม่ดูแก่เลย


เครดิทภาพจากกูเกิ้ลนะคะ
















 

Create Date : 22 พฤษภาคม 2555    
Last Update : 5 ตุลาคม 2557 14:17:34 น.
Counter : 8768 Pageviews.  

REVIEW////// เซ็ทแปรง Coastal Scents Think Pink Brush Set Limited Edition ^^

เซ็ทแปรง Coastal Scents Think Pink Brush Set Limited Edition





////////////////รีวิวแรกของแนนค่ะ ประเดิมด้วย
เซ็ทแปรงอันแรกในชีวิต ผ่าง!!!!?

นั่นก็คือ เซ็ทแปรง Coastal Scents Think Pink Brush Set Limited Edition นั่นเอง


เหตุผลที่เลือกซื้อ:
•ใช้พาเล็ทอายแชโดว 88สี ของยี่ห้อนี้อยู่ค่ะ
•แปรงคุณภาพดีในระดับนึงเลย นิ่ม ไม่บาดหน้า
•มีแปรงทั้งหมดดูแล้วหน้าที่ไม่ทับซ้อนกัน ใช้ประโยชน์ได้ทุกแปรง
•อยู่ในช่วง clearance sale 999 บาท (ปกติราคาอยู่ราวๆ 1400+) ราคาไม่โหดเกินไปสำหรับเซ็ทแปรงคุณภาพที่จะหัดใช้ให้คล่องนะคะ






มาดูหน้าตาตอนได้มากันเลยค่ะ



กางออกมาแล้วก็ประมาณนี้ค่ะ ทุกแปรงจะมีพลาสติกหุ้มอยู่ค่ะ



ซองหนังม้วนแล้วขนาดประมาณนี้ค่ะพอจะพกพาได้(หรือเปล่า?)


ข้อมูลจากเว็บ //www.coastalscents.com/brushes/sets-and-cases/br-set-tp-3888.html ประกอบการตัดสินใจนะคะ






พลาสติกใสๆที่เห็นเอาไว้กันฝุ่นนะคะ






มาที่ข้อมูลหลักๆเลยว่าในเซ็ทนี้ประกอบด้วยแปรงอะไรบ้าง

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าชอบเพราะแปรงแต่ละตัวมีหน้าที่ไม่ทับซ้อนกันเลย ใช้ได้ทั้งหน้าค่ะ ^^



Brushes included are:
1 Pink Flat Top Bronzer Buffer,
1 Pink Synthetic Oval Foundation
1 Pink Oval Synthetic Concealer,
1 Pink Angle Taklon Liner
1 Pink Kolinsky Lip Brush,
1 Pink Blending Fluff
1 Pink Deluxe Oval Shadow,
1 Pink Oval Fluff
1 Pink Oval Taklon Lip Brush,
1 Pink Semi Firm Pointed Crease

>< ลองเอามาหารดูแล้วตกด้ามนึงไม่เท่าไหร่ก็เลยซื้อค่ะ หลังจากตอนแรกจะไปสอยแปรง elf


เบื้องต้นแนนชอบใช้ MMU นะคะ ปกติมีแปรงคาบูกิอยู่แล้ว
แต่นี่ได้แปรงแฟลตท็อปด้วยนี่ยิ่งดีใจค่ะ :) จะได้ไม่ซ้ำกับของที่มีอยู่


สรุปแล้วให้คะแนน 8/10 ค่ะ
หักตรงที่อาจจะพกไปไหนมาไหนยากสักหน่อย + แปรงลิปใหญ่ไปนิดนึงค่ะ


**สำหรับสาวๆที่กำลังจะหัดแต่งหน้า หัดใช้แปรงแต่ละชนิดให้คล่อง
แนนก็แนะนำนะคะ เพราะราคาก็ไม่สูงมากสำหรับนศ. ไว้คล่องแล้วค่อยเก็บเงินซื้อแปรงที่คุณภาพสูงกว่านี้เช่นแปรง mac หรือ แปรงsigma นะคะ

นอกจากนี้ตัวเลือกก็มีพวกแปรง elf/ecotools ที่โอเคค่ะราคา




นอกจากนี้มีชาวต่างชาติได้รีวิวเซ็ทแปรงนี้ในยูทูปเหมือนกันค่ะ
ลองดูเนอะ




ขอบคุณที่ติดตามชมค่ะ มีโอกาสจะมาแบ่งปันอีกนะคะ




 

Create Date : 12 พฤศจิกายน 2554    
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2554 23:54:27 น.
Counter : 1328 Pageviews.  


Valentine's Month


 
Shining101
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Shining101's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.