กัปตันลูกชุบ
เยือนดินแดนแห่งมนต์ขลัง- อินโดนีเชีย: Part I:Gunung Bromo ตามรอยดินแดนแห่งเทพเจ้า

รีวิวในครั้งนี้ของผมเป็นการเดินทางช่วงวันที่ 1-9พฤษภาคม 2552 ไปอินโดนีเซีย โดยสายการบินแอร์เอเชีย เดินทางจากกรุงเทพไปยังจาการ์ตาแล้วจึงต่อเครื่องจากจาการ์ตาไปยังสุราบายา เพื่อไปเยือนภูเขาไฟโบร่โม่ และค้างที่นั่นหนึ่งคืน หลังจากนั้นก็นั่งรถกลับไปที่สุราบายาเพื่อขึ้นเครื่องต่อไปที่บาหลี และอยู่ที่นั่นตลอดระยะเวลาที่เหลือครับ ซึ่ง Part I นี้จะเป็นการรีวิวตั้งแต่เริ่มทริปไและปจนจบที่การเดินทางไปยังบาหลีครับ

การไปเยือนภูเขาไฟโบรโม่ของผมในครั้งนี้คงจะไม่สมบูรณ์ถ้าไม่ได้ คุณมือไม่พายเท้าก็ราน้ำ ในเรื่องรถที่พาผมไปส่งยังจุดหมาย และรีวิวจากเพื่อนๆใน Pantip สำหรับข้อมูลดีๆ ผมขอขอบคุณมากๆครับ

การเดินทางของผมในครั้งนี้ราบรื่นตลอดทาง ติดแค่ตรงสนามบินจาการ์ตาที่เดียวเท่านั้น คือผมผิดพลาดเรื่องเวลาที่จะเดินทางจาก Terminal2 มายังTerminal3 ของแอร์เอเชียเนื่องจากผมเดินทางจากกรุงเทพถึงจาการ์ตาก็เที่ยงคืนแล้ว แต่ผมตัดสินใจไปยัง Terminal3 เลย ทำให้ผมต้องไปนั่งหน้าTerminal3 สี่ชั่วโมง ซึ่งที่ Terminal3 ไม่มีร้านอาหารและต้องนั่งรอด้านนอก Terminal จนถึงเวลาเปิดนั่นก็คือ 04.00 ครับ โดยที่ผมคิดว่าหากนั่งที่ Terminal2 น่าจะสะดวกสบายกว่า เพราะมีร้านค้าและร้านอาหารที่ยังคงเปิดอยู่

อีกอย่างที่ควรระวังก็คือแท็กซี่ที่ไม่มีมิเตอร์ครับ คือความไม่ทราบของผมว่านายหน้าที่คอยเรียกลูกค้าของสนามบินที่นี่จะเป็นนายหน้าของรถที่ไม่มีมิเตอร์ซึ่งพอผมรับกระเป๋าแล้วเดินออกมาก็จะมีนายหน้ามาเหมารถซึ่งเขาเสนอราคามาที่ 100,000 Rp ผมต่อรองกับนายหน้าคนนี้ไว้ที่ 50,000 Rp(ซึ่งภายหลังต่อมาก็ทราบว่ายังแพงอยู่ดี เพราะจาก terminal2 มาที terminal3 ราคาไม่น่าจะเกิน 20,000-30,000 Rp ครับ)เค้าก็ตอบโอเค และนำเราไปส่งให้กับคนขับรถ แต่พอถึงเวลาลงรถคนขับกับบอกผมและให้ผมจ่ายที่ 100,000 Rp เมื่อผมไม่ยอมคนขับก็โทรไปให้ผมคุยกับนายหน้าคนเดิมแต่เขากับบอกผมว่า 100,000 Rp โดยที่อีก 50,000 Rp คือค่าที่จอดรถ ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่ยอมแต่ด้วยความเบื่อและความรำคาญสุดท้ายผมก็ต้องตัดสินใจจ่ายเป็นค่าไม่ฉลาดไปครับ

ต่อจากนั้นช่วงเช้าผมเดินทางขึ้นเครื่องไปยังสนามบินเมืองสุราบายา แล้วเดินหาซื้อตั๋วเครื่องบิน low cost ไปบาหลี ซึ่งมีสามสายการบินที่ไปบาหลีครับ คือ Mandala Airlines, Wings Air, แล้วก็ Garuda Airlines ครับ จริงๆแล้วจากที่หาข้อมูลมา Mandala Airlines จะได้ราคาถูกที่สุด แต่จะมีรอบเดียวคือช่วงดึกครับ ผมจึงสอบถามราคาสองที่คือ Wings Air กับGaruda Airlines ครับ ซึ่ง Garuda เปิดราคามาที่คนละประมาณ 600,000 Rp ในขณะที่ Wings Air ให้ราคาที่ประมาณ 420,000 Rp ประกอบกับเวลาของ Wing Air มีรอบ 14.15 ซึ่งผมคิดว่าค่อนข้างเหมาะสมเพราะผมไม่อยากไปถึงบาหลีดึก จึงซื้อตั๋วของสายการบินนี้ครับ ซึ่งตอนซื้อจริงๆทางพนักงานขายก็ลดราคให้อีก เหลือแค่คนละ 369,000 Rp ครับ

หลังจากนั้นแล้วจึงนั่งรถต่อไปยังที่พัก ที่ Cemoro Lawang ชื่อ Lava View Lodge ครับ การเดินทางจากสนามบินเมืองสุราบายาไปยังภูเขาไฟโบรโม่นั้นผมเลือกที่จะเหมารถพร้อมคนขับตามคำแนะนำของคุณมือไม่พายเท้าก็ราน้ำ จากเว็บ Pink House Rent a Car ไปยังที่พัก ซึ่งเป็นรถ Toyota Kijiang ดูภายนอกเก่านิดหน่อยแต่สภาพด้านในโอเค แอร์เย็นและคนขับขับรถสุภาพดีครับ จากสนามบินไปที่Cemoro Lawang ใช้เวลาประมาณ 3-4ชั่วโมงครับ ขึ้นอยู่กับการจาจรในขณะนั้น

สำหรับการไปเยือนภูเขาไฟโบรโม่ และชมพระอาทิตย์ยามเช้าของผมในครั้งนี้ ได้รับความรู้สึกดีๆ และได้สัมผัสกับบรรยากาศดีๆ พร้อมกับชมความสวยงามในอีกมุมมองหนึ่งของสถานที่นี้ ของเมืองๆนี้ในประเทศอินโดนีเซีย ผมคิดว่ารีวิวการไปเยือนภูเขาไฟโบรโม่ของผมในครั้งนี้ คงถ่ายทอดมุมมอง
ของภูเขาไฟโบร่โมได้เพียงบางส่วนเท่านั้น แต่มันคงจะเป็นประโยชน์ให้สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลและคนที่คิดว่ากำลังจะไปเยือนสถานที่นี้ไม่มากก็น้อยนะครับ สำหรับที่พัก Lava View Lodge ผมขอแยกไว้รีวิวต่างหากนะครับ

แวะชม Review ใน Pantip ของผมได้ที่นี่ครับ //topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2009/05/E7905572/E7905572.html

ขึ้นเครื่องไปจาการ์ตา Gate F4 เวลา 20.15 น. ของสายการบินแอร์เอเชีย เครื่อง A320 ครับ เครื่องออกประมาณ 20.30 น.ถึงสนามบินจาการ์ตาประมาณ 23.40 น.ครับ



ด้านหน้า Terminal3 ที่ผมนั่งรอครับกว่าจะเข้าไปด้านในได้ประมาณตีสี่ครึ่ง ไม่มีร้านค้า และถ้าไม่มีคนนั่งรอคงเหงากว่านี้มากครับ แนะนำว่ารออยู่ตรง Terminal2 แล้วประมาณตีสี่ค่อยนั่งรถแท็กซี่มาที่Terminal3 ดีกว่าครับ



ประมาณตีสี่ประตูเปิดแล้วสามารถเข้ามาเช็คอินขึ้นเครื่องที่นี่ได้เลยครับ



Counter Check-in สีสันสวยดีครับ บางสายการบินยังไม่เปิดให้บริการ



หลังจาก Check-in แล้วเดินไปยัง Counter ด้านหน้านี้จะเป็นจุดตรวจและจ่ายภาษีสนามบินครับ ค่าภาษี 40,000 Rp ครับสำหรับที่นี่



ต้องขึ้นไปชั้นบนเพื่อจะรอขึ้นเครื่องครับ แถวชั้นล่างนี้จะมีร้านโดนัทและร้านมินิมาร์ทด้วยนะครับ



ทางเดินชั้น 2 ก่อนจะถึงที่รอขึ้นเครื่อง



มีการตรวจกันหน่อยครับก่อนไปยังโซนรอขึ้นเครื่อง



กำลังจะขึ้นเครื่องเพื่อไปยังสนามบินสุราบายากันครับเครื่อง A320 ขึ้นเครื่องประมาณ 06.30 น. เครื่องออกประมาณ 07.10 น.



ถึงสนามบินสุราบายาประมาณ 08.15 น. รับกระเป๋าเดินออกมาด้านนอกเป็นประมาณนี้ครับ จากนั้นผมออกจากสนามบินสุราบายาเพื่อเดินทางไปยังภูเขาไฟโบรโม่ ผมออกเดินทางประมาณ 9.10 น. โดยนัดคนขับรถมารับครับ เดินทางถึงที่พักประมาณบ่ายโมงกว่า



ระหว่างเดินทางไปภูเขาไฟโบรโม่นั่งอยู่บนรถเห็นรถสามล้อถีบของที่นี่ เลยเก็บรูปมาฝากกัน



ทางผ่านเจอแต่ปั๊มน้ำมันบริษัทนี้เยอะเลยครับ ไม่ทราบว่าผูกขาดเจ้าเดียวหรือเปล่า



เข้าเขตทางขึ้นภูเขาไฟโบรโม่ระหว่างทางขึ้นเขาค่อนข้างสูงชันและทางแคบ จากถนนหลักขึ้นเขาจนถึงที่พักผมไกลพอสมควรเลยครับ แต่วิวสวยน่าชมตลอดทาง



จะเห็นวิวประมาณนี้ตลอดทางเลยครับ รูปนี้ถ่ายในรถครับเลยไม่ค่อยสวย



ระหว่างทางขึ้นก่อนถึงที่พัก ตอนผมไปเหมือนวันนั้นจะมีงานอะไรสักอย่าง และเนื่องจากที่พักผมอยู่ในเขตอุทยานแล้วจึงต้องเสียค่าเข้าอุทยานก่อน คนละ 15,000 Rp



จากนี้ผมขอตัดมาเป็นอีกวันเลยนะครับ ที่พักเดี๋ยวผมจะนำมารีวิวต่างหาก ศาลาจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและภูเขาไฟโบรโม่ ผมออกจากที่พักประมาณ 04.00 น. ถึงจุดชมวิวประมาณ 04.40 น. ครับ อากาศหนาวมากครับ คนเยอะมากด้วย



พอดีวันที่ผมไปคนเยอะมาก การเดินทางมาถึงตอน 04.40 ไม่ใช่เวลาที่ดีเลยครับเพราะมันทำให้ผมหาที่ที่จะถ่ายรูปแทบไม่ได้เลย เริ่มมีแสงพระอาทิตย์แล้วครับช่วงประมาณ 05.10 น.



พระอาทิตย์กำลังขึ้นครับ ลืมบอกไปครับพอดีผมอยู่ฝั่งพระอาทิตย์ขึ้นไม่ได้อยู่ฝั่งภูเขาไฟโบรโม่ครับ หาที่ยืนไม่ได้แอบเสียดาย



หมอกกับบรรยากาศพระอาทิตย์กำลังจะขึ้นสวยงามมากครับ



อีกมุมมอง



บรรยากาศหมอกและแนวภูเขา



พระอาทิตย์เริ่มจะขึ้นมาพ้นแนวภูเขาแล้วครับ



อีกมุมครับ



หมอกค่อยๆเห็นชัดมากขึ้น



พระอาทิตย์เริ่มจะโผล่จากแนวเขามาให้ชมกันแล้วครับ



ภาพใกล้ๆอีกนิดครับ



พระอาทิตย์โผล่มาให้ชมกันแล้ว บรรยากาศตอนนี้ที่นั้นประทับใจผมมากครับ



พักสายตามาดูอีกฝั่งกับแนวภูเขาที่เห็นชัดขึ้น



กลับมาดูฝั่งพระอาทิตย์กันต่อครับ ขึ้นมาให้ชมกันแล้ว



อีกรูปครับ



กลับมาดูหมอกกันครับ



มุมมองแนวยาวสักรูปครับ



รูปสุดท้ายกับการชมพระอาทิตย์ขึ้น



ย้ายไปดูฝั่งภูเขาไฟกัน



ภูเขาไฟโบรโม่ มีลักษณะปล่องด้านบนเป็นแอ่งกว้างคล้ายหลุม เสียดายผมอดชมตอนภูเขาไฟ Semeru ซึ่งอยู่ด้านหลังและยังเป็นภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ที่สุดและสูงที่สุดบนเกาะชวาพ่นควันครับ รอตั้งนานแต่ก็ไม่เห็น เสียดายมากๆน่าจะเป็นเพราะกว่าผมย้ายมาอยู่ฝั่งชมภูเขาไฟได้ก็ตอนพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว



หมอกเยอะจริงๆครับ บรรยากาศก็สวยมาก



เปลี่ยนมามองอีกมุมครับ ลืมบอกไปนิดครับว่าจุดชมวิวที่ผมชมอยู่นีคือยอดเขา Pamanjakan ซึ่งสูงถึง 2,700 เมตร เป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงที่สุด



หมอกบังภูเขาไฟ Batok หมดเลยครับ มองไม่เห็นภูเขาไฟ Batok ซึ่งถ้ามองจากมุมที่ยืนอยู่จะอยู่ด้านหน้า ภูเขาไฟ Bromo ครับ



ชัดๆอีกรูป ภูเขาไฟน่าหลงใหลจริงๆครับ



หันมาดูอีกฝั่งกันต่อครับ แม้พระอาทิตย์จะขึ้นแต่บนนี้ก็ยังคงหนาวมาก



เริ่มเห็นภูเขาไฟ Batok แล้วครับด้านหน้า ภูเขาไฟ Bromo



มองไปด้านล่างหมอกบังภูเขาไฟ Batok เห็นแค่ยอดภูเขา



มุมไกลๆอีกสักมุม



หันมาชมหมอกกันอีกครับ



ภาพสุดท้ายของภูเขาไฟฺ Bromo ก่อนผมจะพานั่งรถจี๊ป ลงเขา Pamanjakan เพื่อไปยลโฉมกันใกล้ๆ



ป้ายก่อนถึงศาลาจุดสมวิวครับ พอดีเมื่อตอนขึ้นไปไม่ได้ถ่ายไว้เลยถ่ายขาลงแทน



กำลังเดินทางลงไปยลโฉมภูเขาไฟโบรโม่



ดูทางครับโหดพอสมควร



ถึงที่ที่เราต้องลงเดินแล้วครับ แต่จากจุดนี้เมื่อเราลงจากรถก็จะมีคนที่นำม้ามาเสนอราคาให้ซึ่งครั้งนี้ขาไปผมเลือกที่จะเดินเองครับแต่เขาก็จะตื้อเราไปถึงครึ่งทางเลยล่ะครับเสนอลดราคาลงเรื่อยๆ ครั้งแรกเขาเสนอให้ผม 60,000 Rp แต่ราคาสุดท้ายอยู่ที่ 30,000 Rp ใจหนึ่งก็อยากนั่งครับแต่ตอนขาไปคิดว่าอยากเดินเองถ่ายรูปเก็บบรรยากาศไปเรื่อยๆดีกว่าขอบอกว่าเหนื่อยใช่ย่อยเลยล่ะครับ ทางราบไม่เท่าไหร่แต่ตอนทางลาดขึ้นไปนี่ ผมแทบไม่ไหวแล้ว ^ ^ แต่จุดหมายอยู่เบื้องหน้าครับ ยังไงต้องขึ้นไปให้ถึง



บรรยากาศก่อนเดินไปถึงจุดหมายครับ ด้านหน้านั้นคือวัดฮินดูที่ตั้งอยู่ระหว่างทางเดินไปยังภูเขาไฟ Bromo แต่เวลาไม่เป็นใจครั้งนี้
ผมเลยไม่ได้แวะครับ ได้แค่เก็บภาพมาเป็นที่ระลึก



วัดฮินดูกว้างใหญ่พอสมควร



จุดหมายปลายทางยังอีกไกลครับ ชมวิวไกลๆไปก่อน ที่เห็นเป็นสีเขียวเหลืองนั้นคือภูเขาไฟ Batok นะครับ



เริ่มแล้วครับช่วงนี้แหละครับที่เริ่มเหนื่อยขั้นต้น ภูเขาไฟBromoเบื้องหน้าเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับสนิท หนึ่งในภูเขาไฟหลายๆ ลูกของเทือกเขาTengger ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Bromo-Tengger-Semeru มีความสูง 2,329 เมตร



หันขวามาดู ภูเขาไฟ Batok ยังคงมีพืชปกคลุมอยู่ดูสวยงามสดใสมากเมื่อเทียบกับ Bromo มีสเน่ห์คนละแบบ



ทางขึ้นเนินคดเคี้ยว ทั้งคนและม้าใช้ทางนี้ทั้งหมดครับ



เข้ามาใกล้จุดหมายอีกนิด



ขี่ม้าสบายจังครับ



เกือบจะถึงจุดเหนื่อยสุดแล้วครับ ก่อนจะถึงปากปล่องของภูเขาไฟ Bromo



ทยอยขึ้นไปยลโฉมกัน



ก้มดูควันออกมาจากตรงนี้เองครับ



ควันออกตลอดเวลาครับ



หันกลับมาชมด้านล่าง หมอกยังหนาอยู่เลยครับ ด้านหน้าภูเขาไฟ Batok และด้านล่างเป็นวัดฮินดู



มองด้านล่าง คนยังทยอยขึ้นมาเรื่อยๆเลยครับ



ทางเดินและที่ยืนชมบนปากปล่องภูเขาไฟ ต้องระวังนิดนะครับ



อีกมุมครับ



ลงจากปากปล่องภูเขาไฟ Bromo ตอนขาลงด้านล่างม้ารอรับคนกลับเยอะเลย และภูเขาไฟ Batok ดูสวยสดชื่นมาก



เดินมาจะถึงจุดที่รถรออยู่แล้วครับ เหนื่อยแต่คุ้มค่ามากๆ



ป้ายทางเข้าชัดๆสักรูป



รถคันนี้เองที่พาผมมาพบเจอสิ่งดีๆในช่วงเช้าวันนี้



หลังจากนั้นผมนั่งรถมาไม่ไกลครับก็ถึงรีสอร์ทที่ผมพัก ทานข้าวเช้าเก็บของเสร็จเดินทางไปต่อเครื่องเพื่อจะไปบาหลี ระหว่างทางลงก็เจอวิวเขียวๆ สวยงามมาก เลยได้ถ่ายเก็บมาฝากกันครับ



ถนนหนทางและวิวสวยๆ



อีกสักรูปครับกับบรรยากาศก่อนลงจากเขา



ด้านในของสนามบินสุราบายา ผมรอต่อเครื่องไปบาหลี ผมเดินทางออกจากที่พักประมาณ 09.00 น. ถึงสนามบินเวลาประมาณ 11.30น. ที่สนามบินสุราบายามีร้านขายอาหารและขนมเยอะมากทั้งด้านนอกและด้านใน จากที่นี่ผมต้องจ่ายค่าภาษีเดินทางไปยังบาหลี เป็นเงินคนละ30,000 Rp



สุดท้ายครับกับภาพก่อนจากเมืองสุราบายา



จากการเดินทางของผมในครั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแต่การได้พบเจอกับธรรมชาติและสิ่งสวยงามทั้งของภูเขาไฟ Bromo ความเหนื่อยเมื่อยล้าหายไปโดยปลิดทิ้ง กลายเป็นความรู้สึกประทับใจและรู้สึกสุขใจทุกครั้งเมื่อได้มองและได้เจอบรรยากาศของเมืองๆนี้ เหมือนได้ทั้งประสบการณ์ที่ยากจะลืม และภาพความประทับใจทั้งหมดผมยังคงคิดถึงช่วงเวลาดีๆเหล่านั้นไม่รู้ลืม มีความสุขทุกครั้งเมื่อคิดถึงครับ

ยังไงเดี๋ยวผมจะนำที่พักมารีวิวต่อนะครับ แล้วค่อยตามต่อด้วยบาหลี

ตอนต่อไปครับ //www.bloggang.com/mainblog.php?id=captainchoob&month=04-06-2009&group=11&gblog=2


Create Date : 26 พฤษภาคม 2552
Last Update : 2 พฤศจิกายน 2554 11:35:15 น. 15 comments
Counter : 2490 Pageviews.

 
สวยจังเลยคะ ไม่คิดเลยว่าอินโดนิเซียจะสวยขนาดนี้
ขอบคุณที่เอาภาพสวยๆมาให้ชม .. มีโอกาสจะไปเดินตามรอยการเที่ยวของคุณนะคะ


โดย: kartai (kartai chan ) วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:13:00 น.  

 
โอว..สวยจังเลยค่ะ คุณกัปตัน

คิดเหมือนคห.1เลยค่ะว่าประเทศนี้ไม่น่าจะมีอะไรสวย แต่กลับตรงข้ามเลย


โดย: nLatte วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:44:38 น.  

 
ภาพสวยมากครับ..... อืม อินโดอยู่แค่นี้เอง
แต่ต้องชมตากล้องว่าถ่ายได้มุมสวยจริงๆครับ

ขอบคุณที่เอามาให้ชมครับ


โดย: wicsir วันที่: 26 พฤษภาคม 2552 เวลา:20:26:21 น.  

 
โว้วโว้ว ไม่ได้เข้ามาเยี่ยมสักพัก หนีไปเที่ยวอินโด ซะงั้น ภาพสวยมากมายก่ายกอง ชมจากใจน้องเลยนะเนี๊ยะ เดี๋ยวจะตามไปบาหลีด้วยนะ รีบๆ ลงรูปไว้ไว้นะเจ้าค่ะ


โดย: ผู้หญิงเหงา..เหงา วันที่: 28 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:15:08 น.  

 
บินแอร์เอเชีย เหมือนกัน....แต่แอบนอนที่ Terminal 2
หน้าร้านโดนัทอ่ะ....บังเอิญว่า เจอคนไทย กำลังหาที่นอนเพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง ตอนตี 4 ...โชดดีมักมัก คืนนั้นคนไทยเกือบ 40 คน ยึด Termianl 2 เป็นที่นอนเพียบบบบบ!!!!


โดย: KhunKARN วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:16:36:36 น.  

 
แวะมาเที่ยวอีกรอบค่ะ

รูปและเรื่องราวยังคงงดงาม ^^


โดย: ที่บ้านมีแมวตั้ง 7 ตัว วันที่: 1 มิถุนายน 2552 เวลา:17:51:17 น.  

 
รูปสวยๆแน่นมากเลยค่ะ

เคยไปแต่บาหลี ยังไม่เคยไปมุมอื่นของอินโดเลยค่ะ


โดย: Too Optimistic วันที่: 13 มิถุนายน 2552 เวลา:16:53:52 น.  

 
ภาพสวยมาก ๆ องค์ประกอบทุกอย่างงดงามมากเลยค่ะ


โดย: Traveling lover IP: 58.64.48.76 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:22:25:07 น.  

 
เป็นweb blog ที่เพอร์เฟ็คมาก...เทียบกับของตัวเองแล้วน่าอายจัง คงทำอย่างนี้ไม่ได้แน่เลย


โดย: แมงซุ่มมืด IP: 125.25.199.44 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2552 เวลา:22:03:03 น.  

 
สวยจนตะลึงเลยค่ะ


โดย: ceacar salad วันที่: 23 กรกฎาคม 2553 เวลา:8:07:11 น.  

 
รูปสวยมากเลยค่ะ ยังกับโปสการ์ดเลย

ข้อมูลการเดินทางก็ละเอียดดีมากเลยค่ะ


โดย: vuitton วันที่: 16 สิงหาคม 2553 เวลา:17:37:28 น.  

 
สวยมากเลย


โดย: icido วันที่: 29 พฤศจิกายน 2553 เวลา:16:10:35 น.  

 
สวัสดีคุณกัปตัน
มากี่ที่ก็ชอบเข้ามาดู Bromo นี่แหละ
สวยจริงๆ บาหลี วิวสวยภาพสวยงดงามมากเลย


โดย: *SUPRA* วันที่: 24 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:05:38 น.  

 
ดูรูปแล้วคิดถึงจัง
ดูรูปกี่ทีก็สวยงามไม่มีเบื่อเลยค่ะสำหรับโบรโม่


โดย: AdrenalineRush วันที่: 25 พฤศจิกายน 2554 เวลา:12:49:49 น.  

 
เคยไปจาการ์ตา ขอรบกวนด้วยค่ะ
ช่วยตอบแบบสอบถาม หน่อยค่ะ งานวิจัยพฤติกรรมผู้โดยสารไทย
https://docs.google.com/spreadsheet/viewform?formkey=dFNVajBxUUpzLVdnTDdvLWRsT1l3UWc6MQ#gid=0

ขอบคุณมากๆๆค่ะ


โดย: คิติว IP: 61.90.20.80 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2555 เวลา:1:23:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Valentine's Month


 
กัปตันลูกชุบ
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 17 คน [?]




กัปตันลูกชุบ
รูปภาพและบทความในบล็อคสงวนลิขสิทธิ์ครับ ห้ามนำรูปภาพไปใช้เพื่อการพาณิชย์ ยกเว้นจะได้รับคำยินยอมจากเจ้าของบล็อค นอกจากนี้หากต้องการนำไปใช้หรือเผยแพร่ รบกวนบอกกล่าวเจ้าของบล็อคซักนิดนะครับ ขอบคุณครับ

ติดต่อเจ้าของครับ captainlookchoob@hotmail.com




Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add กัปตันลูกชุบ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.