Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
9 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
ดีว่าส์ (Divas) กับการปรับตัวในยุคฮิบฮอบครองชาร์ต

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับคำว่า “ดีว่าส์” (Divas) กันก่อนนะค่ะ ดีว่าในความเข้าใจของเดี๊ยนคือศิลปินที่มีความสามารถในการร้องเพลงและความสามารถในการแสดงทั้งการร้องสดและการเต้นหรือการเอนเตอร์เทนในรูปแบบต่างๆบนเวที และแนวเพลงของเหล่า “ดีว่า” ต่างๆ มักจะเป็นเพลงป๊อปเสียเป็นส่วนใหญ่

ในปัจจุบัน ทุกคนคงทราบเป็นอย่างดีว่า แนวเพลงที่เป็นที่นิยมเหลือเกินในอเมริกาและกำลังครองชาร์ตบิลบอร์ดแทบจะผูกขาดได้แก่ แนวเพลงฮิบฮอบและอาร์แอนด์บี (แต่สู้ฮิบฮอบไม่ได้) ฮิบฮอบเริ่มเป็นที่นิยมมาตั้งแต่ปลายยุค 80 แล้ว จนกระทั่งในช่วงต้นยุค 90 เพลงฮิตอย่าง You can’t touch this ของ MC Hammer , Ice Ice Baby ของ Vanilla Ice , Summertime (เดี๊ยนชอบเพลงนี้มาก)ของวงดูโอ Jazzy Jeff & the Fresh Prince ซึ่งมี Will Smith เป็นหนึ่งในนั้น สามารถนำเพลงฮิบฮอบขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ตชาร์ตได้ ถือเป็นจุดเริ่มของกระแสฮิบฮอบที่เริ่มแพร่หลายในอเมริกา นอกจากนั้นยังมี Notorious B.I.G (ปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) , LL Cool J , Snoop Dogg , Dr.Dre (ผู้ปั้น Eminem ให้โด่งดัง) , Puff Daddy เป็นต้น ศิลปินเหล่านี้ก็สร้างกระแสความนิยมในเพลงอิบฮอบในช่วงยุค 90 ได้เป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม อาจกล่าวได้ว่าในช่วงเวลาดังกล่าว แนวเพลงป๊อปและอัลเตอร์เนทีฟถือว่ายังครองความยิ่งใหญ่เหนือแนวเพลงฮิบฮอบอยู่

จนกระทั่งมาปลายยุค 90 แนวอาร์แอนด์บีและฮิบฮอบเริ่มขยายความนิยมอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ กระแสความนิยมเพลงฮิบฮอบเริ่มแซงหน้าแนวเพลงป๊อปได้อย่างเด็ดขาดเมื่อเริ่มเข้าสู่ยุค 2000 ในช่วงดังกล่าวกระแสความนิยมในศิลปินเพลงป๊อปเริ่มลดลง ทำให้เหล่าบรรดาดีว่า อนงค์นางทั้งหลายต้องปรับตัวเป็นการใหญ่ จะมาทำเพลงป๊อปและเน้นการร้องและเต้นแบบเดิมคงไม่ได้ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่เหล่าดีว่าต่างๆ พากันนำเอาแนวเพลงฮิบฮอบมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับเพลงตัวเอง คิดดูสิค่ะ ดีว่ากับฮิบฮอบมันเหมือนอยู่กันคนละโลก ไม่เข้ากันซะเลย นี่จึงเป็นโจทย์ที่ยากที่พวกหล่อนจะต้องหาคำตอบว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้เพลงของตัวเองที่เป็นแนวเพลงป๊อปสามารถปรับตัวเข้าไปตามกระแสฮิบฮอบที่กำลังโด่งดังให้ได้อย่างแนบเนียนราวกับจิ้งจกเปลี่ยนสี เหล่าดีว่าผู้น่าเห็นใจเหล่านี้จะต้องปรับตัวกันอย่างไร และประสบความสำเร็จกันได้หรือไม่ เรามาดูกันทีละคนค่ะ


1. Madonna เธอเริ่มปรับตัวเข้าหาแนวเพลงอาร์แอนด์บีและฮิบออบตั้งแต่อัลบั้มชุด Erotica ในปี 1992 นู่น และต่อมาถึงอัลบั้มชุด Bedtime Stories ในปี 1994 โดยสังเกตุได้จากการใช้โปรดิวเซอร์ผิวดำและศิลปินฮิบฮอบมาร่วมงานกับเธอ เพื่อให้งานเพลงของเธอปรับตัวจากเพลงป๊อปเข้าสู่เพลงในแนวอาร์แอนด์บีและฮิบฮอบ ทั้งๆที่ช่วงเวลาดังกล่าว กระแสฮิบฮอบยังไม่ได้เป็นที่แพร่หลายเหมือนในสมัยนี้ อาจกล่าวได้ว่า เธอเป็นรายแรกๆที่ใช้ศิลปินผิวดำมาร่วมงานและ Featuring ในเพลง ซึ่งในช่วงเวลานั้น เธอคงต้องการแค่สร้างความแปลกใหม่ เก๋ไก๋ ให้กับงานเพลงของเธอเท่านั้น แต่ไม่ได้เน้นปรับตัวเข้าหาแนวทางดังกล่าวอย่างจริงจังเป็นเรื่องเป็นราวเหมือนศิลปินหญิงบางคน เธอเริ่มปรับตัวเข้าหากระแสฮิบฮอบอย่างชัดเจนขึ้น ตั้งแต่อัลบั้มชุด Music ในปี 2000 เธอเริ่มเอาความเป็นฮิบฮอบมา ใช้กับงานเพลงของเธออย่างเด่นชัดขึ้นไม่ว่าจะเป็น MV เพลง Music ที่เธอแต่งตัวแบฟู่ฟ่า ฟุ่มเฟือยตามแบบศิลปินฮิบฮอบ และเอา Ali G มาแต่งตัวเป็นฮิบฮอบจ๋า และที่เด่นชัดที่สุดคือ การที่เธออุตส่าห์ลงทุนแร๊ปด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกในเพลง American Life ซึ่งถ้าเป็นคนอื่น ก็คงให้ศิลปินที่เป็นแร๊ปเปอร์มาช่วยแร๊ปให้ แต่เจ๊เธอมั่นใจมาก (เกินไป) ผลที่ออกมาถูกวิจารณ์ในทางลบเป็นอย่างมาก บางครั้งเจ๊ก็ไม่ควรมั่นเกินไปนะค่ะ

2. Mariah Carey อุ้ยย ดีว่านางนี้ มีเรื่องให้ขุดคุ้ยเยอะกว่าคนอื่น เพราะถือเป็นหัวหอกในการนำศิลปินที่เป็นแร๊ปเปอร์มา Featuring กับเพลงของตัวเอง จะว่าเป็นศิลปินรายแรกๆที่ปรับตัวก่อนใครก็พูดได้ เพราะช่วงนั้น กระแสฮิบฮอบยังไม่เป็นที่นิยมมากเหมือนในปัจจุบัน อาจมองได้ว่าเธอต้องการความเปลี่ยนแปลงในฐานะที่เป็นราชินีเพลงป๊อปในตอนนั้น (ปี 1995) เพื่อให้แฟนเพลงได้ตกตะลึงกับรูปโฉมใหม่ๆ โดยในอัลบั้ม Daydream เธอเลือก Jermaine Dupri มาโปรดิวซ์ให้ อย่างเช่นในเพลง Always be my baby เพลงนี้มีความเป็นอาร์แอนด์บีมากขึ้น แต่ยังคงความเป็นเพลงป๊อปอยู่ ซึ่งเพลงนี้ก็สามารถขึ้นถึงอันดับ 1 ได้ ถือเป็นการพยายามที่ดี หลังจากนั้น ซิงเกิล Fantasy เธอก็ทำเก๋ โดยการเอาแร๊ปเปอร์ ODB มารีมิกซ์และ Featuring ทำให้เพลงมีความเป็นฮิบฮอบผสมเข้ามา ซึ่งก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี แม้ในอัลบั้มชุดต่อมา เพลง Honey ซึ่งก็ออกมาในลักษณะเดิมคือการใช้ศิลปินแร๊ปมาโปรดิวซ์เพลงให้ ซึ่งก็ยังไปได้สวย เพลงนี้ก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ได้ในสัปดาห์แรกเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นเป็นต้นมานับตั้งแต่อัลบั้ม Rainbow เธอเริ่มเอาศิลปินแร๊ปเปอร์มากมายจับฉ่ายมาโปรดิวซ์งานของเธอ ทำให้เพลงของเธอเริ่มหาความเป็นตัวเธอไม่เจอ กลับกลายมาเป็นเพลงแนวฮิบฮอบจ๋า เหมือนกำลังฟังเหมือนเพลงของ Lil Kim หรือ Da Brat แต่ต่างตรงที่ ไม่ใช่เสียงแร๊ปแต่เป็นเสียงหอน โหยหวน หวีดสยองของหล่อน ผลก็คือดับ อัลบั้มหลังจากนั้น Glitter กับ Charmbracelet ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ เรียกว่า เธอเสียศูนย์ไปมาก ยังค้นหาสิ่งที่เหมาะกับตัวเองไม่เจอ จนกระทั่งอัลบั้มล่าสุด The Emancipation Of Mimi เธอเริ่มปรับแนวดนตรี ลดความเป็นฮิบฮอบลง (แต่ก็ยังคงมีอยู่ เพื่อให้เพลงของเธอยังเข้ากระแสฮิบฮอบ อาร์แอนด์บีในปัจจุบัน) และไปเพิ่มกลิ่นของแนวเพลงแบบโซล แจ๊ส เข้าไป ซึ่งถือว่าเป็นการผสมผสานแนวดนตรีที่ลงตัวกว่าชุดที่ผ่านมามาก ชุดนี้ถือเป็นการกลับมาที่ยิ่งใหญ่ของเธอเลยค่ะ

3. Whitney Houston เธอจัดได้ว่าเป็นดีว่าที่มีเสียงทรงพลังมากที่สุดเมื่อเทียบกับดีว่านางอื่น เดี๊ยนขอข้ามไปพูดถึงเธอในยุค 90 เลยนะค่ะ เธอประสบความสำเร็จมากจากอัลบั้ม Soundtrack ชุด The Bodyguard ในปี 1993 โดยเฉพาะเพลง I will always love you ซึ่งขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดนานหลายสัปดาห์ จากนั้นเธอเริ่มเปลี่ยนมาทำงานเพลงในแนวอาร์แอนด์บีมากขึ้น โดยใช้ศิลปินในแนวอาร์แอนด์บีคือ Babyface มาโปรดิวซ์งานในชุดนี้ ซึ่งก็ไปด้วยดี ซิงเกิลเพลง Shoop shoop song ก็ทะยานขึ้นอันดับ 1 ได้อีกครั้ง เรียกได้ว่าเธอมีการพัฒนางานเพลงของเธอมาถูกทาง และอัลบั้มชุด My love is your love เธอยังใช้ศิลปินในแวดวงดนตรีอาร์แอนด์บีมาโปรดิวซ์ให้และยังได้โปรดิวเซอร์ที่เป็นแร๊ปเปอร์อย่าง Wyclef Jean มาร่วมงานด้วย ผลคืออัลบั้มชุดนี้ประสบความสำเร็จ งานเพลงชุดนี้ผสมผสานแนวเพลงป๊อป อาร์แอนด์บีและฮิบฮอบได้อย่างลงตัว และเข้ากันได้กับเสียงร้องของเธอ อย่างไรก็ตาม อัลบั้มชุดล่าสุด Just Whitney ถือเป็นจุดตกต่ำเนื่องจากปัญหาส่วนตัวของเธอทั้งเรื่องสามีและเสพย์ยา ทำให้เสียงเธอแย่ลงอย่างมาก แต่อัลบั้มชุดนี้ก็มีเพลงฮิตติดหูในหมู่ชาวเกย์อย่างมาก คือเพลง On My Own เป็นเพลงสุดท้ายที่วิทนี่ย์ทิ้งท้าย ก่อนที่เธอจะอยู่ในสภาพย่ำแย่จากผลของการติดยาในปัจจุบัน

4. Janet Jackson เป็นดีว่าที่เริ่มทำงานเพลงแนวอาร์แอนด์บีมาตั้งแต่อัลบั้มชุด Janet ปี 1993 นู่น เพลงเปิดตัวอย่าง That’s the way love goes ถือเป็นเพลงแนวอาร์แอนด์บีที่เปลี่ยนรูปโฉมงานเพลงของเธอป็นอย่างมาก ประสบความสำเร็จมากมาย เพลงนี้ถือเป็นเพลงคลาสสิคอีกเพลงหนึ่งของเธอไปแล้ว และอัลบั้มชุดนี้ก็ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดของเธอ และตามมาด้วยอัลบั้ม The Velvet Rope และ All for you ซึ่งก็ประสบความสำเร็จอย่างงดงามเช่นกัน งานเพลงของเธอมีความเป็นอาร์แอนด์บีชัดเจน ในอัลบั้มชุด All for you เธอมีเพลง All for you ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดอย่างสวยงาม อัลบั้มมีการปรับแนวเพลงเข้าหาแนวเพลงฮิบฮอบมากกว่าชุดก่อนหน้านี้ ซึ้งจะเห็นได้จากการนำแร๊ปเปอร์อย่าง Missy Elliot และ Puff Daddy มา featuring ในเพลง Son of a gun ซึ่งทำให้ตัวเพลงมีความเป็นฮิบฮอบมากขึ้น ซึ่งเพลงนี้ก็ประสบความสำเร็จบนชาร์ตเช่นกัน แต่อัลบั้มชุดล่าสุด Damita Jo แม้ว่าเธอจะนำแร๊ปเปอร์ชื่อดังอย่าง Kayne West มาร่วมโปรดิวซ์กับโปรดิวเซอร์คู่บารมีอย่าง Jimmy Jam & Louis Lewisแต่การนำความเป็นฮิบฮอบของ Kayne West และความเป็นอาร์แอนด์บีของ Jimmy Jam & Louis Lewis มาผสมผสานกันยังทำไม่ดีพอ ทำให้งานชุดนี้ถูกวิจารณ์ในทางลบจากนักวิจารณ์หลายสำนัก การปรับตัวในครั้งนี้ของเธอ ถือว่าสอบไม่ผ่าน ซ้ำยังมีเรื่องภาพลักษณ์ในทางลบ ที่เธอสิ้นคิดไปโชว์เต้าต่อหน้าธารกำนัลที่งานซุปเปอร์โบวล์ ยิ่งส่งผลให้งานเพลงชุดนี้ของเธอล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ถือเป็นความล้มเหลวมากที่สุดของเจเน็ตเลยก็ว่าได้

5. Christina Aguilera ถือเป็นดีว่ารุ่นเด็กที่ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน เธอถูกนำไปเปรียบกับนังมารร้ายในเรื่องการร้องเพลงที่มีสไตล์ใหล้เคียงกัน เธอออกอัลบั้มชุดแรกในปี 1999 ซึ่งแนวเพลงของอัลบั้มชุดนี้เป็นเพลงป๊อปผสมอาร์แอนด์บี เปิดตัวด้วย Genie in the bottle เพลงป๊อปชั้นดีที่มีส่วนผสมของอาร์แอนด์บี เป็นเพลงที่ทั้งไพเราะและเก๋ไก๋ เดี๊ยนชอบเพลงนี้ของเธอมากที่สุดค่ะ และเพลงนี้ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามในช่วงนั้นกระแสฮิบฮอบยังไม่ได้รุนแรงเหมือนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้อัลบั้มชุดที่ 2 ของเธอ Stripped ต้องมีการปรับแนวเพลงเข้าหาแนวเพลงฮิบฮอบ แต่เพลงของเธอก็ยังคงสไตล์ความเป็นเพลงป๊อปได้อยู่ ในอัลบั้มชุดนี้ เพลงส่วนใหญ่มีความเป็นอาร์แอนด์บีมากขึ้น และเธอก็มีการนำศิลปินที่เป็นแร๊ปเปอร์มา Featuring ในแบบฮิบฮอบคือ Redman ในเพลง Dirrty และ Lil kim ในเพลง Can’t hold us down การนำแร๊ปเปอร์มาร่วมงาน ทำให้งานเพลงชุดนี้กลายเป็นอัลบั้มเพลงร่วมสมัยทั้งยังคงความเป็นตัวของเธอเองเอาไว้ได้ ยอดขายอัลบั้มก็ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ถือว่าเธอสอบผ่านค่ะ

6. Britney Spears ถือเป็นศิลปินที่เดี๊ยนใช้คำว่าดีว่ากับเธอได้ไม่เต็มปากนัก เพราะธอเป็นศิลปินที่ค่อนข้างเน้นภาพลักษณ์มากกว่าเสียงร้อง เธอโด่งดังมาจากภาพลักษณ์เด็กสาววัยรุ่นแบบนักเรียน High School จากเพลง Baby one more time ซึ่งเป็นไตเติลแทร๊กในอัลบั้มชุดแรกที่โด่งดังกระฉ่อนโลก เธอถือว่าเป็นศิลปินป๊อปที่ประสบความสำเร็จในช่วงที่กระแสฮิบฮอบเริ่มมาแรง ถือเป็นศิลปินเพลงป๊อปที่มีเพลงฮิตที่สามารถแทรกตัวเข้าไปในกลุ่มเพลงฮิบฮอบที่กำลังครองชาร์ตบิลบอร์ดได้มากกว่าศิลปินหญิงคนอื่น แต่สถิติเรื่องอันดับเพลงของเธอก็ยังไม่สวยนัก เพราะเธอมีเพลงที่ขึ้นอันดับ 1 เพลงเดียวคือ Baby one more time และหลังจากนั้นเธอก็ไม่สามารถทำได้อีกเลย และเพลงที่เข้าท๊อป 5 มีเพียง 2 เพลงเท่านั้น แต่ถ้ามองในช่วงเวลาที่กระแสฮิบฮอบมาแรง เธอได้ชื่อว่า เป็นศิลปินเพลงป๊อปที่มีจำนวนเพลงที่ติดชาร์ตบิลบอร์ดได้มากกว่าดิว่าหญิงรายอื่น และในอัลบั้มชุดล่าสุด In the zone ถือได้ว่าเป็นอัลบั้มที่เธอมีการปรับตัวทำงานเพลงให้ออกมาเป็นจังหวะเพลงแบบอาร์แอนด์บีมากขึ้น และมีการปรับวิธีการร้องใหม่ ซึ่งถือว่าเธอเดินมาถูกทางค่ะ อัลบั้มชุดนี้เปลี่ยนรูปโฉมไปจากเดิมที่เป็นเพลงป๊อปวัยรุ่น อัลบั้มชุดล่าสุดถือว่าประสบความสำเร็จระดับปานกลาง ถือว่าสอบผ่านมาได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด อย่างน้อยเพลง Toxic ก็สามารถเข้าท๊อปเท็นในบิลบอร์ดได้ ซึ่งก็ถือว่ายอดเยี่ยมค่ะ ที่ศิลปินเพลงป๊อปจ๋าอย่างเธอสามารถมีเพลงเข้าถึงท๊อปเท็น ท่ามกลางเพลงท๊อปเท็นในบิลบอร์ดที่แทบจะเป็นเพลงอาร์แอนด็บี/ฮิบฮอบเกือบทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามในด้านยอดขายอัลบั้มชุดล่าสุดนี้ ยังถือว่าไม่น่าพอใจ ถ้าเทียบกับชุดที่ผ่านมาของเธอ

7. Gwen Stefani เป็นศิลปินที่แยกตัวออกมาจากวง No Doubt มาออกอัลบั้มเดี๋ยวชุดแรก Love Angel Music Baby ซึ่งเพียงแค่อัลบั้มชุดแรก เธอก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก แนวเพลงในชุดนี้แตกต่างจากแนวเพลงสมัยที่ทำอยู่กับวง No Doubt ที่ออกแนวร๊อคย้อนยุค ค่อนข้างมาก แทบไม่เหลือเค้าเดิมของ No Doubt เลย เธอได้ใช้โปรดิวเซอร์ซึ่งอยู่ในแวดวงอาร์แอนด์บี ฮิบฮอบอย่าง Dallas Austin , Dr.Dre , Nellee Hooper เป็นต้น แทนที่จะเป็นโปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงในแนวร๊อค ผลทำให้แนวเพลงในชุดนี้ มีความหลากหลายผสมผสานทั้งแดนซ์ ดิสโก้ อาร์แอนด์บี ฮิบฮอบ และสร้างปรากฏการณ์ด้วยการนำเพลง Hollaback Girl เพลงแดนซ์ผสมฮิบฮอบจังหวะเร่าร้อน ขึ้นอันดับ 1 บิลบอร์ดได้ เพลงอื่นๆอย่าง Rich Girl ก็ได้ร่วมงานกับ Eve ซึ่งมาแร๊ปช่วงกลางเพลง ก็ถือเป็นสูตรสำเร็จไปแล้วสำหรับเพลงในยุคปัจจุบัน ที่จะต้องนำศิลปินผิวดำแนวฮิบฮอบ มาร่วม Featuring ซึ่งกรณีเกว็นก็เช่นกัน เพลง Rich Girl ก็ประสบความสำเร็จเข้าท๊อปเท็นบิลบอร์ดได้

จะเห็นได้ว่าบรรดาดีว่าทั้งหลาย ต่างมีสภาพที่น่าเป็นห่วงเหลือเกิน จนมีบางคนกล่าวว่า บรรดาดีว่า ทั้งหลายโดยเฉพาะดีว่ารุ่นแก่เป็นดีว่าตกบัลลังก์ไปแล้วในปัจจุบัน ส่วนดีว่ารุ่นเด็กอย่างบริทนี่หรือคริสติน่า ก็ยังถือว่าประสบความสำเร็จ แต่แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับศิลปินฮิบฮอบแท้ๆอย่าง Eminem , 50 Cent , Outkast , Nelly , Usher เป็นต้น ศิลปินกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล หรือ ศิลปินหญิงที่จัดว่าเป็น “ดีว่า” ในแนวอาร์แอนด์บีอย่าง Beyonce , Alicia Key , J.Lo (ปัจจุบันดับไปแล้ว) , Ashanti , Missy Elliot เป็นต้น ก็ถือได้ว่าประสบความสำเร็จสูงเมื่อเทียบกับดีว่าทั้งหลายที่กล่าวมาข้างต้น

ฤาว่าเราจะต้องมีแต่เพลงแนวฮิบฮอบหรืออาร์แอนด์บีให้ฟังเพียงอย่างเดียว เพราะศิลปินทุกคนต้องมาแนวนี้เหมือนกันหมด มิฉะนั้นตัวศิลปินคงไม่สามารถอยู่รอดได้ในวงการเพลงปัจจุบัน เอ!! หรือเค้าเรียกว่าปัจจุบันถือเป็น “ยุคมืด” ของวงการเพลง เพราะศิลปินที่ประสบความสำเร็จ แทบจะเป็นศิลปินผิวดำเกือบทั้งหมด !!





Create Date : 09 สิงหาคม 2548
Last Update : 9 สิงหาคม 2548 3:06:29 น. 4 comments
Counter : 2803 Pageviews.

 
ขอบอก เลยว่า คุณ candy วิจารณ์ ได้ ถึงพริก ถึงขึง เยี่ยม มาก ครับ อ่าน แล้ว เห็น ภาพ ตามเลย ส่วนตัว ก็ชอบ no doubt ผมว่า เค้า เจ๋ง ดี คุณแคนดี้ ช่วย วิจารณ์ เพลงไทย บ้าง นะครับ อยากฟัง

นอก เรื่องนิด เอ ดู เหมือน คุณ แคนดี้ จะตามวงการเพลงมานาน อยากรู้ จัง คุณ แคนดี้ จะ อายุ เท้าไหร่ รู้ เยอะ ขนาดนี้ ขอเรียก น้า ไว้ ก่อน ละกัน น้าแคน ไว้ มา เล่า ให้ ฟัง อีก นะครับ น้า :)



โดย: random walker IP: 203.172.76.1 วันที่: 30 สิงหาคม 2548 เวลา:16:34:28 น.  

 
หวัดดีคับ ผม maccs มาจากหน้าหลักคับ ชอบ Madonna เหมือนกันคับ เพียงแต่ คุณ candy บอกตามมา 10 ปี แต่ผมตามมาตั้งแต่ชุดแรกคับ


โดย: maccs IP: 203.107.210.168 วันที่: 7 กันยายน 2548 เวลา:23:14:08 น.  

 
โทษทีนะค่ะ ไม่ได้เข้ามาดูตั้งนาน เลยไม่เห็นคอมเมนต์ของคุณ random walker กับคุณ maccs ค่ะ

แหม เดี๊ยนก็อายุ 26 ค่ะ คือตามเพลงสากลมาตั้งแต่ช่วงปี 93 เป็นช่วงปีแรกๆที่เริ่มมาฟังเพลงสากล คนที่ทำให้เราอยากฟังเพลงสากล ก็คือมาดอนน่าเนี่ยละค่ะ เราเองก็ย้อนไปฟังเพลงเก่าๆยุค 80 ด้วยนะค่ะ แต่ถ้ายุค 90 นี่เป็นช่วงยุคของเราพอดีค่ะ

คุณ maccs เรื่องซีดี ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะค่ะ ไม่ซีเรียสค่ะ

ขอบคุณนะค่ะ ที่มาเยี่ยมชมที่ blog ของเราค่ะ


โดย: candy IP: 203.209.107.89 วันที่: 22 กันยายน 2548 เวลา:15:17:54 น.  

 
จัง


โดย: โนว่า IP: 58.147.49.5 วันที่: 18 มกราคม 2551 เวลา:16:10:00 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

candy perfume girl
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




Friends' blogs
[Add candy perfume girl's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.