เพลิงวารี & คชสีห์ ฿ Babylonia
<<
สิงหาคม 2561
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
10 สิงหาคม 2561
 
 
Designer's desire By คชสีห์ 06



  กลรักนักดีไซน์ (Designer's desire By คชสีห์) 06

เมื่อกลับมาถึงบ้านโบแวแล้ว ก็ไขแล้วก็ล็อกตามระเบียบแล้วขึ้นไปที่ห้องเขา เคาะอยู่นาน ห้องเขาล็อคอยู่จึงเปิดเข้าไปไม่ได้ จึงคิดว่าเขาหลับไปแล้ว เธอไขกุญแจเข้าห้องตัวเอง เพราะโบแวสั่งไว้ให้ล็อกห้องเสมอ ไม่ว่าจะเข้าหรือออกจากห้อง แต่พอเปิดไฟในห้อง เห็นโบแวนอนอยู่ ก็รู้ว่าเขาเอากุญแจสำรองไขเข้ามาเอง

“กลับมาแล้วเหรอ” โบแวถามขึ้น และพยายามเรียกสติ

เพลิงฟ้าพยักหน้าช้าๆ แล้วหยิบเสื้อผ้าเพื่อไปอาบน้ำ แม้จะเป็นฤดูหนาว แต่เธอก็คุ้นกับการอาบน้ำมากกว่า พอออกมาเห็นโบแวพลิกตัวไปมาที่เตียงเธอ ก็ขึ้นอีกด้าน

“พ่อหยุดโครงการทำเสื้อตลาดกลางแล้ว เพราะรีอาหน้าเงินมันยุส่ง” โบแวดึงเพลิงฟ้ามากอดอย่างเหงาๆ

“ไม่โทรหาสาวๆ คลายเครียดล่ะ คิดมากไปทำไม หนทางยังมีอีกเยอะ” เพลิงฟ้าบอกเล่าแล้วรู้สึกผิดปกติ เมื่อเขาขยับมาแล้วเท้าคางมอง ก่อนโน้มลงมาจูบเธอ

โบแวถอนจูบแล้วมองเพลิงฟ้าอีกรอบ ถึงตอนนี้หล่อนจะกลายเป็นยัยเฉิ่มอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ภาพลักษณ์ของเธอหรอกที่ทำให้เขาติดใจ มันเป็นความปรารถนาที่เขาก็บอกไม่ได้ว่าเพราะอะไร

“ได้ไหม” โบแวถามอ้อมๆ แทนที่จะใช้กำลังบังคับ

เพลิงฟ้าถอนหายใจ บางครั้งก็ยากจะปฏิเสธพ่อหนุ่มผมยาวสีทองคนนี้ จึงพยักหน้าและปล่อยทุกอย่างเกิดขึ้น

โบแวจูบเธออีกครั้งแล้วดึงรั้งเสื้อผ้าออกจากตัวเขาและตัวเธอ เขาจูบเล้าโลมให้เธอผ่อนคลาย เขาจูบเธอด้วยความเสน่หา ซุกเข้าหาร่างกายที่แสนอบอุ่น  แนบชิดกันแบบไร้ผ้าอาภรณ์

เมื่อเขาเลื่อนริมฝีปากลากลงมาสัมผัสที่เนินอก เพลิงฟ้าหลับตาพริ้มหายใจเป็นห้วงอย่างเร้าอารมณ์ เขจูบต่ำลงไปอีก จนถึงสะดือ แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรมากกว่านั้น เพลิงฟ้าก็นึกขึ้นมาได้

“เดี๋ยวก่อน โบแว”  เพลิงฟ้าจับศีรษะเขาแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง

“อะไร” โบแวถามเพลิงฟ้า นึกว่าเธอจะปล่อยเขาอารมณ์ค้างอีก

“ฉันยังไม่เคยกับผู้ชาย” เพลิงฟ้าบอกเล่าเขา แต่ไม่ได้ห้าม

โบแวก็ถอนหายใจยาว นึกว่าหล่อนจะห้ามเขาเสียอีก “ก็คงไม่ต่างจากของเล่นพวกนั้นเท่าไรหรอกน่า”

เพลิงฟ้าก็หัวเราะ “ของเล่นน่ะ ของโนรา เพื่อโนรา ไม่ใช่ของฉัน ฉันไม่เคยใช้หรอก”

โบแวถอนหายใจแล้วขยับขึ้นมาจ้องหน้าเธอ ลูบแก้มที่เจ้าของมีรอยยิ้มให้เขา “ก็ไม่เป็นไร ดีที่บอกจะได้ระวัง”

เพลิงฟ้าก็หัวเราะแต่ถูกเขาจูบผิดปาก มือซ้ายเขาประสานกับเธอ มือขวาเขาเอามือเธอจับที่คอเขา ปล่อยให้ผมยาวสยายของเขาละลงมาข้างตัว ริมฝีปากเขาช่างร้อนแรงตามประสบการณ์ของเขา หัวใจของเพลิงฟ้าล่องลอยไปไกลมาก...มากจนไม่น่าเชื่อว่าจะปล่อยให้เตลิดไปไกลอย่างนี้

เขาแทรกผ่านร่างเธอทีละนิด เสียงหัวใจหล่อนเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ แล้วเผลอจิกที่คอเขาอย่างแรงจนเขาต้องจูบเนินอกเธออีกครั้งให้เธอผ่อนคลาย

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นระลอก เธอผ่อนคลายได้มาก รู้สึกเหมือนใจจะขาดเมื่อเขาขยับตัว จังหวะรักช่างเย็นเหมือนน้ำ แม้ร่างกายร้อนระอุเหมือนไฟเผา ความแสบสันต์เจ็บกลายเป็นความเสียวซ่านรัญจวนใจ เมื่อร่างกายเริ่มคุ้นเคย

เสียงร้องครางเบาๆ ดังเป็นจังหวะ สลับเสียงผิวกายที่เสียดสีกันของคนสองคน เสียงผิวกายลากจังหวะตามความต้องการทางกายที่แสนสุดจะหยุดได้ ด้วยความโหยหาที่เนิ่นนานทำให้สองร่างไม่อาจบังคับได้อีก

ร่างกายทั้งสองหล่อหลอมกลายเป็นหนึ่งเหมือนถูกกำหนดให้เข้ารับจับคู่กันอย่างลงตัว

จากจังหวะรักที่แสนหวาน เนิบนาบเชื่องช้า กลายเป็นจังหวะเร่าร้อน สะโพกขยับรับกันอย่างไร้ขอบเขต ปลดแอกความคิดเหลือเพียงสัญชาตญาณที่ซ่อนเร้น ความต้องการกันและกันรุนแรงขึ้นเรื่อยอย่างไม่รู้จักหยุดนิ่ง

แทบไม่รู้เวลารู้แต่ว่าคงเกินตีสี่มาแล้ว เมื่อความสุขสมสุกงอม ทุกสิ่งก็ถูกปลดปล่อยออกไปอย่างเต็มที่ โบแวหอบหายใจเล็กน้อย ทิ้งตัวลงบนที่นอน ปล่อยให้เพลิงฟ้าได้พัก เพราะหล่อนก็หอบหายใจอย่างถี่ๆ กับแรงกระตุ้นของเขา

“เฮ้อ” เพลิงฟ้าถอนหายใจอย่างแรงระบายความรู้สึกต่างๆ ที่อัดอั้น หากพอจะพลิกตัวหันหลังให้ โบแวก็พลิกมาซบหน้าที่อกเธออีก ไม่เพียงแค่นั้น เขายังดึงมือเธอไปกอดเขา แล้วเงยหน้ามองเธอ ทำให้เธอเห็นรอยยิ้มเขาชัดเจน

“อะไร” เธอถามอย่างหวั่นๆ

“ยังไม่ง่วง แต่รอบนี้ปิดไฟนะ” โบแวบอกแล้วลุกไปปิดไฟ

“ขอพักก่อนสิ ยังระบมอยู่เลย” เพลิงฟ้ารีบห้ามแต่คงยากและไม่ทันแล้ว เพราะเขาคร่อมทับร่างเธอ แล้วจูบปิดปากจับเธอลุกขึ้นนั่งแล้วกอดแนบแน่น เล้าโลมตามถนัดของเขา

ชั่วโมงบินในเกมรักผิดกันนัก...โบแวไม่ยอมให้ใครได้ปฏิเสธความต้องการของเขาแน่นอน

*********************

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องนอน เสียงพลิกตัวก็ดังตาม เพลิงฟ้าถอนหายใจยาว แม้แสงสว่างจะรอดเข้ามาในห้องแล้วแต่เธอยังรู้สึกเมื่อยและง่วงอยู่เลย รู้สึกระบม ก่อนจะคว้ามือถือที่หัวเตียงมากดรับ

“สวัสดีค่ะ” เพลิงฟ้าทักทายเป็นภาษาฝรั่งเศสตามปกติ เพราะไม่คิดว่าจะมีใครโทรมา

“ไอ้พีช แพร์ว่ะ” พุทธรักษ์ทักทายน้องสาวแล้วยิ้ม

“แพร์ส้นตีนน่ะสิ โทรมาทำห่าอะไร คนอยากนอน” เพลิงฟ้าเซ็งที่พี่ชายโทรมา

“แหม แจกส้นตีนแต่แรกคุยเลย เออ คืองี้นะ พาแม่ไปตรวจ แม่ไข้ขึ้นสูงสามวันแล้ว พ่อรอฉันมาพาไป ก็เพิ่งว่างพาไป ทีนี้หมอบอกว่าแม่เป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ” พุทธรักษ์อธิบายชัดเจน

“ทำไมรอตั้งสามวัน” เพลิงฟ้าถอนหายใจ เหนื่อยก็เหนื่อยแต่เป็นห่วงแม่มากกว่า

“ก็ไม่ว่างติดถ่ายละคร” พุทธรักษ์ตอบตามตรง

“ทำไมไม่ให้พ่อโทรเรียกรถพยาบาลมารับแม่ไปตั้งแต่วันแรก มัวโง่อยู่หรือไง” เพลิงฟ้าด่าพี่ชายเสียๆ หายๆ ตลอดเวลา

“เฮ้ย พูดให้มันดีๆ หน่อยได้ไหมวะ พูดคำ ด่ากลับคำ กูก็มีอารมณ์นะเว๊ย!!!” พุทธรักษ์ส่ายหน้าช้าๆ หงุดหงิดที่โดนน้องด่าอยู่เรื่อย

“คุยกับพ่อหน่อย” เพลิงฟ้าจึงไม่ยอมคุยกับพี่ชายอีก

“พีช เรื่องก็ผ่านไปตั้งนานแล้ว ยกโทษให้ฉันไม่ได้หรือไงวะ” พุทธรักษ์พูดอย่างอ่อนใจ

“จะพูดกับพ่อ” เพลิงฟ้าย้ำ แล้วได้ยินโบแวพลิกตัว ก็เดินไปหยิบเสื้อคลุมแล้วเข้าไปคุยต่อในห้องน้ำ

พุทธรักษ์ก็รีบยื่นให้พ่ออย่างเซ็งๆ “มันจะคุยกับพ่อ”

พจน์รับสายแล้วถอนหายใจที่พี่น้องทะเลาะกันได้ตลอด ก่อนคุยกับลูกสาว “แม่ไม่สบายนะ พีช แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว หมอบอกว่าดีที่มาทัน”

“ทำไมพ่อไม่เรียกรถพยาบาลมารับแม่ไปเลย รอมันทำไม แม่น่ะคู่ชีวิตพ่อนะ คนที่คอยดูแลพ่อตลอด เวลานี้แม่ไม่สบาย ทำไมไม่รีบพาไป อย่าบอกว่าไม่มีเงิน ถึงเราไม่รวยแต่ก็พอมีเงินเก็บนะ” เพลิงฟ้าใส่เป็นชุด

“แม่บอกว่าไม่เป็นไร กินยาก็หาย พ่อก็บอกแล้วว่าให้แม่ไปหาหมอ แม่ไม่ยอม ต้องแพร์มารับ แม่ถึงยอมไปโรงพยาบาล พ่อไม่รู้จะทำยังไง ถ้าพีชอยู่ แม่ก็คงยอมไป” พจน์พูดตามจริง

“พ่อจะพูดกับพีชแค่นี้ใช่ไหม จะต่อว่าพีชที่ไม่อยู่ด้วย แม่เลยไม่ไปหาหมอ อะไรๆ พีชก็ผิดใช่ไหม” เพลิงฟ้าถอนหายใจยาว ได้ยินเสียงในห้องและเธอก็รีบล็อคประตู ได้ยินเสียงเขาพยายามไขเข้ามา

“เปล่า พีช พ่อก็พูดตามจริง ถ้าลูกคนใดคนหนึ่งพูด แม่ต้องไปโรงพยาบาล” พจน์อ่อนใจ เพราะลูกโกรธอีกแล้ว

“ทำไมพ่อไม่โทรหาพีช พีชจะได้คุยกับแม่” เพลิงฟ้าถามพ่ออย่างคาดคั้น

พุทธรักษ์เห็นพ่อหน้าเครียดก็รีบดึงกลับมาคุยเอง “อย่าคาดคั้นพ่อ ก็รู้นี่ว่าถ้าพ่อเครียด มะเร็งอาจกลับมาอีกก็ได้ นี่พ่อก็เครียดมากแล้ว เอาเป็นว่าแม่อยู่ในการดูแลของหมอแล้ว หมอบอกว่ายังไงแม่ก็ปลอดภัย”

“แค่นี้นะ” เพลิงฟ้ากดตัดสายแล้วยกมือขึ้นกุมหัว ทั้งมึนทั้งเพลีย จึงทำธุระจนเสร็จแล้วก็สวมเสื้อคลุมออกไปนอกห้อง ไม่เห็นโบแวแล้วก็กลับเข้าห้องน้ำ อาบน้ำให้สบายตัว ตั้งใจจะนอนพักอีก พอออกมาแล้วก็เห็นโบแวนอนอยู่บนเตียง เธอก็กลับเข้าห้องน้ำแล้วโทรลางาน

เมื่อออกมา ก็เจอโบแวลืมตามอง เมื่อเดินผ่านก็โดนเขาจับข้อมือ ลากลงมานอนในอ้อมแขนเขา

“ยังไม่อาบน้ำใส่เสื้อผ้าอีก” เพลิงฟ้าเปรยขึ้น เมื่อเขากอดและพยายามซุกหน้าที่ซอกคอเธอ

“ยังไม่ตื่นไง นอนต่อไหม” โบแวถามแต่ไม่ยอมปล่อย

“หิวแต่ง่วงค่ะ” เพลิงฟ้าตอบแล้วก็ใจเต้นแรง

“งั้นนอนก่อน ตื่นแล้วค่อยกิน” โบแวตอบแล้วกอดไม่ยอมปล่อย

เพลิงฟ้ารู้สึกได้ เพราะเธอสวมแต่เสื้อคลุมบางๆ ส่วนเขาเปลือย ไม่รู้เขากลับห้องเขายังไง แล้วยังงงอยู่ว่าทำไมเขากลับมาห้องเธออีก แต่สุดท้ายแล้วเธอก็เพลียเกินกว่าจะหาคำตอบ ตอนนี้สิ่งที่เธอควรจะคิดถึงคือแม่ที่เมืองไทยมากกว่า และยังไม่ได้คุยกับแม่เลย เพราะตอนนี้ที่นั่นก็น่าจะเริ่มดึกแล้ว เธอจึงคิดว่ารอให้ที่นั่นเช้าค่อยโทรไปน่าจะดีกว่า

*********************

หลังจากคุยกับแม่เรียบร้อย และได้คุยกับหมอแล้ว เพลิงฟ้าก็โล่งใจที่แม่ได้รับการรักษาที่ดีที่สุด เธอจึงมาซ้อมเดินแบบด้วยการแต่งหน้าทำผมจัดเต็ม โดยเดินเข้างานกับโบแว และโบแวก็สั่งไว้แล้วว่าให้เธอกลับพร้อมเขา โดยไม่สนใจว่าใครจะมองว่าเธอเป็นเด็กเส้นของโบแว

เพลิงฟ้ายืดผมตรง แต่งหน้าพอประมาณและแต่งตัวเหมือนตอนซ้อม มีรองเท้าส้นสูงติดมาด้วย และเริ่มฟังการนัดรายละเอียดอีกรอบ แล้วก็มีการเปิดเพลงซ้อม เธอได้ฝึกแล้วจึงลงจังหวะลงตัว ไม่มีปัญหา จนกระทั่งเลิกงาน เธอเปลี่ยนรองเท้าก็มีคนเข้ามาทัก

“พีช” นายแบบหนุ่มลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสเข้ามาทักทายเธอ เมื่อมีโอกาส

เพลิงฟ้าไม่มองเจ้าของเสียง และไม่แม้แต่จะพูดกับเขา ก่อนถอดรองเท้าซ้อมเก็บใส่กระเป๋า

“พีโอนี่ โบแวบอกว่าให้คุณรอเขาก่อน เขาจะไปดูภาพตอนซ้อมแล้วดูว่าเสื้อผ้าพอดีตัวนางแบบนายแบบทุกคนหรือเปล่า” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งบอกเพลิงฟ้าแล้วไปทำงานของเขาต่อ

“พีโอนี่? ที่นี่เขาเรียกเธอแบบนี้เหรอ” นีกอลาพยายามคุยกับเพลิงฟ้าที่ไม่ยอมพูดกับเขาสักคำ ก่อนเขานึกได้ว่าโบแวคือใคร จึงถาม “เธอกับโบแว...เหรอ”

“อย่ายุ่งเรื่องของฉันอีกได้ไหม เป็นไปได้ ไม่ต้องรู้จักกันเลย” เพลิงฟ้าตอบกลับแล้วก็เอากระเป๋าไปนั่งรอโบแว

“เธอยังไม่หายโกรธอีกเหรอ เรื่องมันนานมาแล้ว ฉันก็ขอโทษเธอแล้วนะ ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง คือเราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้” นีกอลาพยายามที่จะคุยด้วยเพื่อให้เพลิงฟ้ายกโทษให้เรื่องสมัยวัยรุ่น

เพลิงฟ้ามองหน้านีกอลา มองอย่างสำรวจ ก่อนส่ายหน้า “คนที่ทำร้ายจิตใจผู้หญิง ฟันไม่เลือกอย่างนาย ฉันขอผ่าน ทำได้แม้กระทั่งเพื่อน ก็ไม่ต้องคุยกันแล้ว”

“พีช ฉันก็แค่วัยรุ่น แต่ตอนนี้ฉันไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นีกอลาพยายามขออภัย เขารู้สึกผิดเช่นกัน

“ฉันก็ไม่เหมือนเดิมแล้วเหมือนกัน เพราะงั้นมันไม่มีทางจะเหมือนเดิม จริงๆ แล้วอะไรๆ มันก็ดีมากในขณะที่ฉันกับนายไม่ได้เป็นเพื่อนกัน ไม่ต้องกังวล นายจะไม่ได้เจอฉันอีก แค่งานเดียวเท่านั้นแหละ” เพลิงฟ้าบอกเล่า แล้วหาที่นั่งรอโบแว โดยเอาหนังสือมาอ่าน

“เธอไม่เคยทำผิดพลาดบ้างหรือไง” นีกอลาถามอย่างจริงจัง เพราะรู้จากพุทธรักษ์ว่าเพลิงฟ้าก็ไม่ยอมพูดดีๆ ด้วย

“เคยสิ ผิดพลาดตรงที่ไว้ใจแพร์กับนายไง ต่อไปจะไม่มีวันไว้ใจนายกับแพร์อีก” เพลิงฟ้าพูดชัดเจน

เสียงถอนหายใจดังขึ้น ก่อนพูดอย่างหวังดี “เธอต้องระวังหน่อยนะ วงการนี้ใครๆ ก็ใจร้ายและไม่หวังดีทั้งนั้นแหละ ก่อนจะสวมอะไรใส่ร่างกาย ก็อย่าลืมตรวจเช็คตรวจสอบด้วย”

“ขอบใจ ฉันไม่เคยไว้ใจใครตั้งแต่โดนเพื่อนกับพี่ชายหักหลังแล้วล่ะ” เพลิงฟ้าตอกย้ำความผิดพลาดของนีกอลาตลอดเวลา ทำให้เขารู้ว่าเธอไม่เคยยกโทษให้เขากับพุทธรักษ์...พี่ชายเธอเลย

นีกอลาได้แต่ถอนหายใจแล้วถอยกลับมาตั้งหลัก เขาแอบมองอยู่ห่างๆ อยากรู้ว่าความสัมพันธ์ของเพลิงฟ้ากับโบแวเป็นยังไง

สองชั่วโมงกว่าโบแวจะออกมา นีกอลาแอบมองอยู่ เห็นโบแวยื่นมือให้เพลิงฟ้า เธอเก็บของแล้วจับมือโบแว จากนั้นโบแวก็โอบเอวเพลิงฟ้า เชยคางเพลิงฟ้าแล้วจูบกันดูดดื่ม ทำให้เขาแน่ใจแล้วว่าเธอเป็นผู้หญิงของโบแวจริงๆ อย่างที่ใครๆ เขาลือกัน

*********************

เสียงถอนหายใจดังขึ้น เมื่อเพลิงฟ้าเจอตะปูสั้นตัวที่สามในรองเท้าคู่ที่สาม เข็มหมุดสองสามอันในชุด แต่เธอก็ทำงานของเธอให้ดีที่สุดด้วยการเดินงานสามชุดของตัวเอง และดีที่เธอไม่ได้ใส่ชุดฟินาเล่ ไม่งั้นคงมีใบมีดโกนโผล่มาด้วย ดีที่เธอไม่เคยไว้ใจใคร ตรวจสอบชุดก่อนสวมเสมอ แม้จะมีเวลาเปลี่ยนเสื้อผ้าไม่มากก็ตาม

เมื่อจบการเดินแบบ เซรีน่านางแบบที่สวมชุดฟินาเล่ก็ออกไปมอบดอกไม้แล้วจูบโบแวที่แก้ม เพลิงฟ้าต้องยืนตบมือ จากนั้นก็ยืนโชว์ชุดที่งานเลี้ยง เพื่อให้ผู้ซื้อเลือกซื้อ ซึ่งชุดของเธอรวดเร็วมาก มีสองสามเจ้ามาประมูลและเสร็จอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอได้โอกาสไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเร็ว แต่เธอก็ตรวจเช็คในกระเป๋าและเสื้อผ้าตลอด

เธอรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้ค่อนข้างขี้อิจฉาและเล่นเป็นเด็กๆ แต่ตอนนี้ทุกอย่างกำลังจะจบลง และเธอจะได้กลับไปอยู่ในที่ของเธอ

“ฉันแจ็คเกอลีน มาร์แตง ฉันสนใจอยากได้เธอไปอยู่ในสังกัดฉัน” แจ็คเกอลีนเข้ามาทักและชวน หลังเห็นเธอออกมาเปลี่ยนชุด และเอาชุดไปคืนแล้วเรียบร้อย

“ฉันอายุยี่สิบห้าแล้วค่ะ แก่ไปสำหรับวงการนี้แล้ว” เพลิงฟ้าตอบอย่างชัดเจน รู้อยู่แล้วว่าวงการนี้เป็นยังไง

“ไม่ต้องคิดมากหรอก ฉันดูแล้วเธอเหมาะกับแฟชั่นชั้นสูง อีกอย่างโจเซฟีนบอกว่าเธอเก่ง” แจ็คเกอลีนชี้ไปที่โจเซฟีนที่มาคอยควบคุมพวกนางแบบนายแบบ และอีกฝ่ายก็โบกมือให้

“อีกไม่นานฉันก็สามสิบแล้วนะคะ ฉันคงไม่เหมาะ” เพลิงฟ้าพยายามปฏิเสธอ้อมๆ ทำให้แจ็คเกอลีนหัวเราะ

“เขามีแต่รีบกระโดดเข้าใส่ แต่เธอเอาแต่ถอย ทำไม” แจ็คเกอลีนถามอย่างสงสัย

“ฉันเจอตะปูเจ็ดแปดตัว เข็มหมุดสิบตัว เห็นจะไม่ไหวหรอกค่ะ” เพลิงฟ้ามองว่าเธออายุขนาดนี้ไม่เหมาะกับเกมเด็กๆ และชอบในจุดที่เธออยู่

“ลองก่อน เธอมีโครงหน้าที่สวยมาก ฉันชอบ ไม่ต้องคิดมากเรื่องเป็นเด็กโบแว ฉันจะคุยกับโบแวเอง เขากับฉันคุ้นเคยกันดี นางแบบนายแบบของฉัน เขาก็ใช้งานบ่อยๆ อายุมากน่ะไม่เท่าไรหรอก อาจต้องลดน้ำหนักก็แค่นั้น ไว้นัดวันเทสหน้ากล้องแล้วเดี๋ยวฉันจะหางานให้ ไม่ต้องคิดมาก” แจ็คเกอลีนไม่ปล่อยให้เพลิงฟ้าปฏิเสธก็เดินเข้าไปหาโบแว

เพลิงฟ้านิ่งอึ้ง เมื่อเห็นแจ็คเกอลีนพูดกับโบแวแล้วชี้มาทางเธอ โบแวก็มองหน้าเธอแล้วพยักหน้าช้าๆ ก่อนพูดอะไรกันอีกนิดแล้วแยกจากกัน แล้วแจ็คเกอลีนก็เดินไปหาโจเซฟีน สองสาวก็ยิ้มให้กัน เพลิงฟ้าค่อยๆ ถอยออกไปจากตรงนั้น แล้วรีบไปหน้าตึก แต่มีสายโทรเข้าเสียก่อน

“ไปไหนแล้ว รอก่อน เดี๋ยวกลับพร้อมกัน” โบแวบอกเมื่อเห็นเธอรีบออกมาจากงาน

“ขอฉันกลับก่อนดีกว่า เจอกันที่บ้านนะ” เพลิงฟ้าบอกด้วยน้ำเสียงร้อนรน

“เป็นอะไร เหมือนเห็นผี” โบแวถาม ตอนนี้เขาแทบไม่ต้องให้สัมภาษณ์แล้ว แม่เขาก็ไม่อยู่ พ่อก็ไม่มา รีอาก็ไม่สนใจ ตอนนี้เหลือเขาคนเดียวที่ดูแลงานทั้งหมด จึงยังกลับไม่ได้

“ไว้คุยกัน ฉันจะกลับก่อนนะ” เพลิงฟ้าเรียกแท็กซี่ได้ก็ขึ้นรถแล้วบอกเส้นทาง

โบแวได้ยินก็แปลกใจ เพราะปกติเพลิงฟ้าไม่รีบไปอย่างนี้

นีกอลาตามออกมาเห็นเพลิงฟ้าขึ้นแท็กซี่แล้วก็เรียกตามไป รถไปหยุดที่บ้านหลังใหญ่พอประมาณสำหรับในเมืองแบบนี้ เพลิงฟ้าจ่ายเงินลงรถแล้วก็เข้าไปในบ้าน ตอนนี้เพลิงฟ้าขยี้ผมตัวเองให้ยุ่งเหมือนเดิมแล้ว เธอจึงเป็นพีช ไม่ใช่พีโอนี่ เมื่อนีกอลามาถึง จึงรีบตามลงไป แล้วตะโกนเรียกเธอ

“พีช”

เพลิงฟ้าหันมามองแล้วจ้องเขา ไม่ยอมเปิดประตูรั้ว อากาศก็หนาวเย็น เธอกับเขามองสบตากัน เธอก็ถอนหายใจกับความพยายามของเขาที่จะเข้ามาในชีวิตเธออีกครั้ง

“คุยกันหน่อยได้ไหม” นีกอลาพยายามให้เธออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

หลังจากได้คุยกับพุทธรักษ์แล้วโดนพุทธรักษ์ด่าเละไม่มีเหลือ เพราะเรื่องคึกคะนองในอดีต ทำให้พุทธรักษ์กับเพลิงฟ้าเลิกคุยกันดีๆ จนตอนนี้ทั้งครอบครัวเดือดร้อนไปหมด

ปากเขาสั่นเพราะความหนาวเย็นของฤดูหนาว หิมะก็ตกอยู่บ้าง ถึงจะไม่มากนัก เพราะยังเป็นต้นฤดู

เพลิงฟ้าเห็นเขาสวมเสื้อไม่หนามาก ก็ถอนหายใจยาวแล้วพยักหน้า แต่ชี้ให้เขาไปที่ร้านอาหารฝั่งตรงข้ามมากกว่าจะเชิญเขาเข้าไปในบ้านของโบแว

“ขอบใจ” นีกอลาเดินตามเธอ หลังเธอใส่กุญแจประตูรั้วเล็กอีกครั้ง

เพลิงฟ้าเดินไปที่ร้านอย่างรวดเร็ว แต่นีกอลาไม่ทันได้ระวัง โดนรถชนเข้าอย่างจัง เพลิงฟ้ากรีดร้องเสียงดังลั่นถนน เมื่อหันไปมองตามเสียงเบรก

“นิค” เธอก็ถลาเข้าไปประคองเขา จนมีคนเห็นเหตุการณ์เรียกรถพยาบาล และเขาก็พยายามประคองสติจนได้

“พีช” นีกอลาเรียกและรู้สึกดีที่เธอไม่ถึงกับเฉยเมยใส่เขา

“ตั้งสตินะ ห้ามหลับ เดี๋ยวรถพยาบาลก็มาแล้ว” เพลิงฟ้าได้ยินคนโทรศัพท์ไปเรียกรถพยาบาลแล้ว “โรงพยาบาลอยู่ใกล้ๆ นี่เอง ห้ามหลับนะ อย่าหลับนะ ฮือๆๆ”

นีกอลาได้ยินเพลิงฟ้าร้องไห้ ก็ลืมตามอง ลืมความเจ็บปวดไปชั่วขณะ ลืมไปว่าร่างกายกำลังบอบช้ำ รู้สึกมึนๆ แต่ที่ชัดเจนคือเธอห่วงใยเขา จึงเผลอพูดอย่างเบลอๆ “แค่นี้เอง ดีที่รถไม่ทับซ้ำ ใจก็อยากให้รถทับซ้ำน่ะสิ”

“บ้า!!! ใครจะอยากให้เกิดอะไรแบบนั้น” เพลิงฟ้าพูดภาษาไทยกับนีกอลา พยายามตั้งสติ

“ขอโทษนะคะ ฉันขอโทษ ฉันมองไม่เห็นจริงๆ” หญิงสาวที่ขับรถรีบเข้ามาขอโทษขอโพย

“รถพยาบาลมาหรือยัง” เพลิงฟ้าถามกลับเป็นภาษาฝรั่งเศส “แอนน์!!”

“กำลังมาค่ะ” หญิงสาวคนนั้นคือแอนน์เอง บ้านของแอนน์อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เธอก็ตกใจที่มาเจอเพลิงฟ้า “พีช”

เพลิงฟ้ามองแอนน์อย่างงุนงง สักพักก็มีรถพยาบาลมารับ นีกอลาเรียกเพลิงฟ้าไปขึ้นด้วย เธอกุมมือเขา ดีที่รถชนไม่แรงสุดขีด ทำให้เขาไม่กระเทือนมาก แต่ขากระเทือนอย่างแรง

แอนน์มองตามแล้วถอนหายใจ มีตำรวจคอยสอบถาม เรื่องต่างๆ เธอมัวแต่ทะเลาะกับเพื่อนในรถ ทำให้ขับรถประมาท ดีที่คนที่ถูกชนเขาไม่โวยวายอะไรมาก ให้ปากคำเสร็จก็ตามตำรวจไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูคนเจ็บ

นีกอลาถูกพาเข้าไปในห้องฉุกเฉิน เพลิงฟ้าก็ได้แต่รออยู่ด้านนอก แล้วได้รับสายจากโบแว

“อยู่ไหน” โบแวถามทันทีที่เธอรับ เพราะเธอไม่รับสายหลายรอบมาก

“อยู่โรงพยาบาลค่ะ เพื่อนฉันโดนรถชน” เพลิงฟ้าบอกเล่าอย่างสับสน

“เขาเป็นยังไงบ้าง เขาจะเป็นอะไรไหม” แอนน์หน้าตาตื่น รีบสอบถามอาการของคนที่เธอชน

“หมอดูเขาอยู่” เพลิงฟ้าบอกแอนน์ แล้วหันมาคุยโทรศัพท์ “ขอโทษนะโบแว แต่คืนนี้ฉันคงต้องอยู่เฝ้าเขาก่อน”

“เขา? เพื่อนผู้ชายเหรอ ใคร เอาล่ะอยู่โรงพยาบาลไหน ฉันจะไปหา” โบแวบอกเล่า

“อย่าเลย ไม่ต้องหรอก คุณกลับบ้านเถอะ” เพลิงฟ้าเห็นว่าไม่ใช่ธุระของเขา จึงไม่อยากให้เขาต้องวุ่นวาย

“ฉันบอกแล้วไงว่าจะไป บอกโรงพยาบาลมา” โบแวใส่อารมณ์จนคนอื่นมอง

เพลิงฟ้าบอกโรงพยาบาลแล้วเขาก็ตัดบทวางสาย เธอกับแอนน์ก็นั่งรอ ส่วนเพื่อนแอนน์นั้นก็กลับไปก่อน

“ฉันไม่ตั้งใจจริงๆนะ คือฉันทะเลาะกับเพื่อน” แอนน์บอกแล้วทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ใจเย็นๆ เขายังไม่เป็นอะไร เห็นอยู่ว่าเขาเอามือกันหัวเขาไว้” เพลิงฟ้าไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์ก็จริง แต่ดูจากอาการเขาแล้ว เขาน่าจะป้องกันตัวระดับหนึ่ง ก่อนเธอจะนึกได้ว่าต้องโทรหาพรศักดิ์พ่อของนีกอลา เธอไม่โทรหาเวอจินี่เพราะกลัวอีกฝ่ายกังวลมาก

“ขอโทษนะคะที่โทรมาตอนนี้ เรื่องด่วนค่ะ ลุงพร” เพลิงฟ้าพยายามควบคุมสติแล้วบอกเล่า

“เอ้อ เหรอ มีอะไรล่ะ” พรศักดิ์พยายามตั้งสติ เพราะเขายังต้องไปทำงานอีกในตอนเช้า

“คือว่านิกโดนรถชนค่ะ ตอนนี้อยู่ที่ห้องฉุกเฉิน พอดีเขาอยู่กับพีชพอดีค่ะ แต่เขามีสติ สมองไม่กระทบกระเทือนเท่าไรค่ะ หมอยังไม่ออกมา ก็ยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง” เพลิงฟ้าใส่รัวๆ เป็นชุด

พรศักดิ์ตั้งสติ ก่อนเรียบเรียงสิ่งที่ฟังใหม่ จากนั้นก็พยายามไม่ตื่นตระหนกตกใจ ให้ภรรยาต้องเป็นลมมากไปกว่านี้ “นิกเขาโอเคไหม”

“เขามีสติตลอดนะคะ คุยกับพีชไปตลอดทางเลยค่ะ” เพลิงฟ้าบอกเล่าแล้วถอนหายใจยาว

“ถ้ายังไงหมอออกมาแล้ว ช่วยโทรหาลุงอีกทีได้ไหม” พรศักดิ์พยายามตั้งสติ มองภรรยาที่ลืมตามองเขา แล้วก็เลยออกไปคุยนอกห้องนอนแทน

“ค่ะ ได้ค่ะ พีชจะคอยเฝ้าดูเขาให้นะคะ ไม่ต้องห่วง” เพลิงฟ้ารับปากพรศักดิ์แล้วก็หันไปมองแอนน์ที่นั่งกังวลกัดเล็บไปเรื่อยๆ กลัวเรื่องคดีความก็กลัว กลัวคนตายก็กลัว เธอจึงวางสายแล้วเดินไปปลอบแอนน์แทน

“เธอว่าเขาจะเป็นอะไรไหม ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ” แอนน์พูดซ้ำๆ อย่างหวาดกลัว

“ฉันคิดว่าเขาจะต้องปลอดภัย” เพลิงฟ้าปลอบแอนน์แล้วมองอย่างเชื่อมั่น

แอนน์พยักหน้าช้าๆ ตั้งใจรอฟังข่าว

สักพักโบแวก็มาถึงแล้วโทรหาเพลิงฟ้า จากนั้นก็ถามเหตุการณ์แล้วมองเธออย่างสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมนายแบบหนุ่มถึงตามเธอไปถึงบ้านเขา

“เขาเป็นเพื่อนฉันตั้งแต่สมัยอยู่เมืองไทย คุณไม่รู้เหรอ เขาเป็นลูกชายของเวอจินี่” เพลิงฟ้าบอกเล่าประวัติเขาในที่สุด

โบแวครุ่นคิดแล้วพยักหน้า เห็นสีหน้าประหลาดใจของเธอแล้วรู้สึกแปลกใจ เขาหิวก็เดินไปซื้อแซนวิชมาเผื่อสองสาวที่นั่งรออยู่ คนขับรถชนก็คือแอนน์เจ้าหน้าที่ในบริษัทแม่เขา และยังเป็นลูกสาวเพื่อนชาวอังกฤษของแม่อีกด้วย ซึ่งก็พักอยู่ที่ทาวเฮาส์ไม่ห่างจากบ้านเขาเท่าไรนัก

“กินสักหน่อยจะได้มีแรงรอ” โบแวพูดกับแอนน์ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล และส่งแซนวิชให้แอนน์พร้อมกาแฟ ก่อนจะส่งให้เพลิงฟ้าด้วย พูดแกมบังคับ กระแทกน้ำเสียงเล็กน้อย “ถ้าไม่กินจะป้อน”

 เพลิงฟ้ามองเขาพูดกับแอนน์ผิดกับพูดกับเธอ แล้วรู้สึกแปลกๆ ก่อนจะค่อยๆ กินทั้งที่ไม่อยาก และไม่ได้กลัวเขาป้อน แต่กลัวเขาจับยัดใส่ปากเธอมากกว่า จึงกินช้าๆ ตาก็มองประตูห้องฉุกเฉิน

โบแวนั่งเอามือพาดที่พนักพิงของเพลิงฟ้า ขณะที่เพลิงฟ้านั่งตัวตรงและรอคอยอย่างเป็นห่วง เธอพยายามกินจนหมด เพราะเมื่อหยุด โบแวจะสะกิดให้เธอกินจนหมด แล้วยังต้องดื่มกาแฟรออีก

สักพักพยาบาลก็ลากคนไข้ออกมา แล้วพาไปห้องเพื่อตรวจอาการอีกรอบ

“ขาน่าจะหัก พาไปเอ็กซเรย์ก่อน” หมอสั่งแล้วก็คุยกับญาติคนไข้

เพลิงฟ้าจะรับเป็นเจ้าของไข้ แต่แอนน์รีบแสดงตัวเพื่อให้การช่วยเหลือคนเจ็บ แล้วเพลิงฟ้าจึงเงียบ เมื่อแอนน์ต้องการแสดงความรับผิดชอบ เธอจึงไม่ขัดข้อง

เพลิงฟ้าโทรหาพรศักดิ์อีกครั้ง ครั้งนี้เสียงเหมือนไม่ได้นอนต่อ จึงคุยกันสะดวก “หมอว่าขาหักค่ะ ดีที่รถขับไม่เร็วมาก นี่คนขับก็รอดูอาการเป็นเพื่อน เขาจะรับเป็นเจ้าของไข้เองค่ะ”

“แล้วส่วนอื่นเป็นยังไง” พรศักดิ์เรียกภรรยากับลูกสาวขึ้นมาเพื่อบอกเล่าแล้ว ได้แต่รอข่าว เพราะไม่มีใครนอนลงอีก

“ก็มีแผลที่แขน เพราะตอนโดนจนรถเบรกพอดี ที่ขาแรงหน่อย แต่นิกเอามือกันหน้าไว้ แขนเลยกระแทรก ตัวเขาเลยไปฟุบอยู่หน้ารถค่ะ แล้วเอนลงนอนราบที่พื้นค่ะ” เพลิงฟ้าบอกเล่าแล้วถอนหายใจ “พีชช่วยพยุงเขา แต่เขามีสติดีค่ะ ยังพูดเล่นกับพีชอยู่เลย”

“เดี๋ยวเวอจินี่จะจองตั๋วกลับปารีสเลยนะ ขอบใจมากที่ส่งข่าว ลุงจะไปด้วย ไม่อยากให้เวอจินี่เดินทางคนเดียว เอลโตแล้วอยู่คนเดียวได้แหละ” พรศักดิ์พูดถึงเอลิซา ลูกสาววัยยี่สิบของตนที่กำลังเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยที่เชียงใหม่

“โอเคค่ะ ช่วงนี้พีชจะคอยดูให้ก่อนนะคะ ยังไงช่วยดำเนินการเร็วๆ ด้วยค่ะ” เพลิงฟ้าบอกเล่าแล้วก็ถอนหายใจ เห็นโบแวนั่งมองก็กลับไปนั่งข้างเขา “เบื่อไหมคะ คือว่ายังไงคงต้องอยู่รอก่อนน่ะค่ะ นิกเป็นเพื่อนฉันด้วย”

“ไม่เห็นเคยบอก” โบแวเงียบมานานแล้วก็ถามสิ่งที่ข้องใจ

“เพราะไม่คิดว่าจะต้องมาเห็นเขาโดนรถชนน่ะสิคะ” เพลิงฟ้าพูดเสียงดังแล้วก็ถอนหายใจ

“เอาล่ะๆ ใจเย็นๆ รู้ว่าเธอใจไม่ดี แต่ช่วยใจเย็นๆ ด้วยพีช” โบแวเห็นเธอโวยวาย ก็รีบหยุด ก่อนดึงเธอมากอด ขณะที่แอนน์มองทั้งสองคนแบบแปลกๆ ไม่ค่อยเข้าใจนัก

เพลิงฟ้าร้องไห้ออกมาทันที เมื่อเขากอด โบแวถึงแปลกใจว่าทำไมเธอต้องร้องไห้ หรือจะเป็นห่วงนีกอลามากเกินไปแล้ว เขาเริ่มสงสัยว่าจะมากเกินกว่าการเป็นเพื่อน

“เรากลับบ้านกันก่อนเถอะ พรุ่งนี้เช้าค่อยมาใหม่” โบแวสรุป ก่อนบอกเพลิงฟ้า

“ไม่ค่ะ ฉันจะรอจนกว่าเขาจะไปพักห้องคนไข้” เพลิงฟ้าปาดน้ำตาแล้วหยุดร้องไห้

ใจเธอก็กลัวเขาเป็นอะไร โดยไม่ได้คุยกันอีก เรื่องในอดีตเธอพร้อมจะลืมแล้ว ถ้าเพียงสามารถปรับความเข้าใจกันได้ ก่อนที่ใครจะเป็นอะไรไป

“โอเค เธอล่ะแอนน์กลับก่อนไหม ฉันจะช่วยดูแลให้” โบแวหันไปถามแอนน์ที่กำลังนั่งถอนหายใจ และเธอก็ไม่กล้าตัดสินใจ “กลับไปก่อน ไม่ต้องกลัวอะไร เดี๋ยวจะอยู่เป็นธุระให้เอง”

แอนน์จึงถอนหายใจแล้วถือกระเป๋าไว้

“ไปแท็กซี่ใช่ไหม” โบแวถามให้แน่ใจอีกรอบ

“ค่ะ คงต้องอย่างนั้นค่ะ” แอนน์ตอบแล้วก็เดินไปที่ทางออกเพื่อกลับ

โบแวโอบไหล่เพลิงฟ้าแล้วถอนหายใจยาว

“จริงๆ คุณกลับก่อนก็ได้นะคะ คือยังไงนิกก็ไม่เกี่ยวกับคุณ” เพลิงฟ้าพูดอย่างเกรงใจ

“นี่เธอเกรงใจหรือเธออยากไล่ฉัน นีกอลาเป็นลูกของเวอจินี่ไม่ใช่เหรอ เวอจินี่ไม่ใช่เพื่อนแม่ฉันหรือไง” โบแวเริ่มหงุดหงิดกับท่าทีของเธอ

“ขอโทษค่ะ ฉันเกรงใจจริงๆ” เพลิงฟ้าบอกตามตรง ไม่รู้เขาหงุดหงิดอะไรหนักหนา

“รอเป็นเพื่อนเธอแหละ พรุ่งนี้เธอลางานไม่ใช่เหรอ” โบแวพูดขึ้น เพราะรู้ว่าเธอลางาน และทำงานที่ค้างอยู่เสร็จแล้ว

“ก็ใช่ค่ะ” เพลิงฟ้าตอบตามตรง

“แล้วเธออยากจะเป็นนางแบบอยู่ไหม” โบแวถามเรื่องอื่นแทนเรื่องอุบัติเหตุ

“ไม่ค่ะ”  เพลิงฟ้าเห็นเขาเปลี่ยนเรื่องก็เปลี่ยนเรื่องตาม ตอนนี้ไม่อยากกวนอารมณ์ใคร

“ถ้าเขามีจ็อบก็น่าจะลองดู ได้เงินพิเศษด้วย จะได้เอาไว้ซื้ออะไรที่อยากได้” โบแวใจเย็นลงก็พูดตามปกติ

“คุณเห็นฉันอยากได้อะไรเหรอ” เพลิงฟ้าย้อนถามแต่ไม่ตั้งใจกวนประสาท

โบแวเห็นด้วย เพราะแม้แต่เสื้อผ้ายังไม่ค่อยจะซื้อใหม่เลย เขาเห็นเธอเพลียๆ และนี่ก็ดึกมากแล้ว หมอก็เข้ามาบอกว่าต้องดามเหล็ก จึงต้องผ่าตัดเลย พวกเขาก็ต้องรออีก จึงเดินเรื่องขอห้องพักฟื้น เพราะต้องดูอาการว่าสมองถูกกระทบกระเทือนหรือไม่

“นอนพักสักเดี๋ยวเถอะ” โบแวเห็นไม่มีใครก็ดึงเธอมาซบไหล่เขา ปล่อยให้เธอพักสายตาบ้าง

เพลิงฟ้าก็เหนื่อยเต็มที ก็ซบไหล่เขาแล้วหลับไปพักใหญ่ กว่าหมอจะมาสะกิดเรียกแล้วพาคนไข้ที่ทำแผลทุกอย่างเรียบร้อยแล้วไปนอนพักฟื้น โชคดีที่แค่ขาหัก ไม่มีอาการช้ำในจนเกินการรักษา ไม่อย่างนั้นเพลิงฟ้าคงได้แต่รู้สึกผิดที่ทำให้เขาต้องมาขอโทษซ้ำๆ แบบนี้

ทิฐิบางอย่างปล่อยวางบ้างก็ดี...

*********************



Create Date : 10 สิงหาคม 2561
Last Update : 10 สิงหาคม 2561 21:02:17 น. 0 comments
Counter : 164 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 

เพลิงวารี
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




ไหดองเหล็กไหล
New Comments
[Add เพลิงวารี's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com