<<
กรกฏาคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
14 กรกฏาคม 2555

{{Mawaru Penguindrum}} เมื่อ เพนกวิน ขอเอา The Kiss มาร่วมแจมด้วย





วันนี้เป็นวันครบรอบ 150 ปี ของ กุสตาฟ คลิ้มท์ จิตรกรเอกชาวออสเตรีย


แล้วบังเอิญว่า ใน Mawaru Penguindrum เองก็มีภาพของ คลิ้มท์ โผล่ออกมาใน เชิงเปรียบเปรย เท่านั้นเองครับ









อธิบายประวัติของ จิตรกรคนนี้สักหน่อย


กุสตาฟ คลิ้มท์ ( Gustav Klimt , 1826 - 1981 ) เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งที่สนับสนุนให้ศิลปะ อาร์ตนูโว เป็นที่ประจักษ์และเป็นที่นิยมกันอย่างกว้างขวางในแวดวงของศิลปินในประเทศออสเตรีย เขามีส่วนร่วมก่อตั้งกลุ่มศิลปินที่สร้างสรรค์ผลงานตามแบบฉบับของ อาร์ต นูโว ในปี ค. ศ. 1897 โดยใช้ชื่อกลุ่มของตนว่า " VIENNA SEZESSION " และคลิ้มท์ได้รับการเลือกตั้งให้เป็นประธานคนแรกของกลุ่ม


( อาร์ตนูโว หรือ อาร์นูโว ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า ศิลปะแขนงใหม่ เป็นลักษณะศิลปะ สถาปัตยกรรม และศิลปะประยุกต์ ซึ่งได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงค.ศ. 1890 ถึง 1905 โดยมีจุดเด่นคือใช้รูปแบบธรรมชาติ โดยเฉพาะดอกไม้และพืชอื่นๆ มาทำเป็นลวดลายเส้นโค้งที่อ่อนช้อย ลักษณะรูปแบบจะเป็นการลดทอนรูปแบบจากรุขชาติ แมลง และเปลือกหอย ใบไม้ เถาวัลย์ ตามธรรมชาติ นำมาประดิษฐ์เป็นลวดลายประดับทั้งภายในภายนอก อาคารตลอดจนเครื่องใช้ ของประดับบ้านและเครื่องแต่งกาย )



เกิดที่ Baumgarten ใกล้กรุงเวียนนา เป็นบุตรชายคนโตของช่างทอง ซึ่งได้มีส่วนช่วยปลูกฝังศิลปะนิสัยให้กับเค้ามาตั้งแต่เยาว์วัย ความสามารถทางด้านศิลปะของเขาเริ่มปรากฎให้เห็นได้ในงานวาดเส้นและระบายสี

เมื่อเขาเริ่มใช้ชีวิตเป็นศิลปินอย่างจริงจังนั้น ผลงานในระยะแรกเริ่มประสบความสำเร็จอย่างสูง ผลงานที่กล่าวถึงนี้คือ งานเขียนภาพจิตรกรรมบนฝาผนัง (mural painting) ซึ่งเขียนให้กับ Burgtheatre และ The Kunsthistorisches Museum ในระหว่างปี ค .ศ. 1886 ถึงปี ค.ศ.1892 ต่อมาในปี ค.ศ.1898 เขาได้รับมอบหมายจากรัฐบาลออสเตรียให้เขียนภาพบนผนังให้กับหอประชุมแห่งมหาวิทยาลัยเวียนนาอันเป็นภาพที่จะต้องมีเรื่องราวเนื้อหาเกี่ยวกับศาสตร์ต่างๆ 3 แขนงคือ ปรัชญา แพทยศาสตร และนิติศาสตร์



ภาพที่คลิ้มท์ขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรงในวงการศิลปะสมัยใหม่ในเวียนนา บรรดาอาจารย์ทั้งหลายของมหาวิทยาลัยได้พากันเซ็นชื่อประท้วง และไม่ยอมรับผลงานชุดนี้ สาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายขึ้นนั้น มีผลมาจากรูปแบบที่คลิ้มท์เสนอในงาน คือแทนที่เขาจะเขียนภาพให้มีรูปแบบที่เป็นตัวแทนศิลปะของออสเตรียอย่างแท้จริง เขากลับเขียนภาพที่มีลักษณะเฉพาะตนจนเกินไป อีกทั้งเรื่องราวเนื้อหาในภาพไม่สู้จะสัมพันธ์กับศาสตร์ต่างๆที่ได้กำหนดให้

การจัดวางองค์ประกอบของภาพมีลักษณะแปลกไปจากงานของศิลปินคนอื่นๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันในขณะนั้น คลิ้มท์เขียนภาพคนเปลือยอยู่รวมกันเป็นกลุ่มๆ ลักษณะท่าทางการแสดงออกเน้นในเรื่องอารมณ์ความรู้สึกมาก ผู้คนส่วนใหญ่ในเวลานั้น ไม่สามารถจะทำความเข้าใจกับผลงานของคลิ้มท์ได้ ดังนั้นผลงานชุดนี้จึงไม่สู้จะเป็นที่ชื่นชอบเท่าใดนัก


ภาพเขียนในช่วงแรกๆ มักจะเป็นภาพเขียนในแนวเหมือนจริง ตัวเค้าสามารถเขียนภาพคนจากภาพถ่ายได้เหมือนจริงและดูเป็นธรรมชาติราวกับเขียนจากคนที่มาเป็นแบบโดยตรง นอกจากนี้ยังมีการใช้สีทอง อันเป็นสีที่ค่อนข้างจะมีความสำคัญอยู่ไม่น้อย สีทองของคลิ้มท์เป็นสีที่ได้รับอิทธิพลและความบันดาลใจมาจากศิลปะยุค Byzantine ส่วนผลงานในช่วงระยะหลังๆ รูปทรงจะมีลักษณะแบนและเรียบง่ายขึ้น มีการใช้สีที่สดใสกว่าเดิม ภาพเหมือนของผู้ที่มานั่งเป็นแบบให้คลิมท์นั้น มักจะแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ความรู้สึกที่ปรากฎบนใบหน้า เป็นความรู้สึกที่สงบระคนเศร้า นางแบบเหล่านั้น จะได้รับการจัดทำให้ดูสง่างาม หากเป็นท่านั่งก็จะจัดให้นั่งเฉียงค่อนไปทางข้างหนึ่งข้างใดของภาพ ส่วนที่เป็นท่ายืนมักจะจัดให้ยืนอยู่ตรงกึ่งกลางของภาพ ภาพเหมือนแทบทุกภาพของเขาส่วนใหญ่จะหันหน้ามองตรงมายังคนดูภาพ และคลิ้มท์ไม่นิยมเขียนภาพคนที่แสดงเพียงแค่ศีรษะหรือหน้าอกเท่านั้น เขาชอบที่จะเขียนคนทั้งตัวเลย

บุคลิกของคลิ้มท์ค่อนข้างจะมีลักษณะตรงกันข้ามกับความละเอียดอ่อนละเมียดละไมดังปรากฎให้เห็นได้ในงานศิลปะของเขา คลิ้มท์เป็นศิลปินที่พูดน้อย ดังนั้น เขามักจะให้งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นนั้น เป็นตัวสื่อสารหรือพูดแทนเขาเสมอ สุดท้าย ชีวิตของคลิมต์ก็เช่นเดียวกับศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ในอดีตที่ต้องจบชีวิตลงด้วยยากจน โดดเดี่ยว คลิ้มท์ล้มป่วยและต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในแฟลตในกรุงเวียนนาตั้งแต่วันที่ 11 มกราคมจนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1918 เขาก็ถึงแก่กรรม ท่ามกลางผลงาน จิตรกรรมที่เขียนไม่สำเร็จจำนวนมาก








มาดูถึงภาพที่บอกว่า โผล่มาในเรื่อง Mawaru Penguindrum กัน ภาพนี้ปรากฏในตอนที่ 5


โดยต้นแบบของภาพมาจากภาพชื่อว่า " The Kiss " วาดขึ้นในปี ค.ศ. 1907 - ค.ศ. 1908 ปัจจุบันยังคงเก็บรักษาไว้ที่ หอศิลป์เบลเวเดียร์แห่งออสเตรีย ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย

" The Kiss " เป็นจิตรกรรมสีน้ำมันปิดทองบนผ้าใบที่เขียนโดยกุสตาฟ คลิมต์จิตรกรชาวออสเตรียในช่วง ‘ยุคทอง’ และอาจจะถือว่าเป็นงานชิ้นสำคัญที่สุดของคลิมต์ ที่ปัจจุบันตั้งแสดงอยู่ที่หอศิลป์เบลเวเดียร์แห่งออสเตรียที่เวียนนาในประเทศออสเตรีย


" The Kiss " เป็นภาพคู่รักในสีทองหลากหลายที่ตกแต่งอย่างวิจิตรและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ต่างๆ กำลังจูบกันบนฉากหลังที่เป็นสำริด บุคคลสองคนในภาพอยู่ตรงมุมของลานดอกไม้

ชายใส่เสื้อสีพื้นเป็นลายสี่เหลี่ยมสวมมงกุฎที่เป็นเถาไม้เลื้อย
สตรีสวมเสื้อผ้าสีสรรค์จัดเป็นลายวงกลมและบนผมประดับแซมด้วยดอกไม้

ทั้งคู่ที่กอดกันล้อมรอบด้วยพื้นที่เป็นลายประสามเหลี่ยมเล็กๆ และลายก้นหอย ลักษณะการวางองค์ประกอบคล้ายคลึงกับในภาพ “ สดุดีเบโทเฟน ” (Beethoven Frieze) และ “Stoclet Frieze”



ในภาพ “ The Kiss ” คลิ้มท์เขียนภาพชายและหญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน ส่วนอื่นๆ ของภาพละลายไปเป็นเพียงลวดลายอันเรืองรองที่แบนราบรอบตัวบุคคลทั้งสอง

ลวดลายในภาพมีความสัมพันธ์โดยตรงกับลักษณะของอาร์ตนูโว และขบวนการศิลปหัตถกรรม และแสดงลักษณะอันตรงกันข้ามกับงานที่เป็นสามมิติของ เอ็ดการ์ เดอกาส์ และ ศิลปินสมัยใหม่ของยุคเดียวกัน ภาพเขียนเช่นภาพ “ The Kiss ” เป็นภาพที่วิวัฒนาการมาจากปรัชญา “ ยุคปลายศตวรรษ ” ( Fin de siècle ) เพราะเป็นภาพที่สะท้อนให้เห็น " การใช้ชีวิตอันฟุ้งเฟ้อออกมาในภาพอันหวานฉ่ำและยั่วยวนอารมณ์ " แสดงออกอย่างประณีตของคลิมต์ผู้เน้นความยั่วยวนทางอารมณ์ (eroticism) และ การปลดปล่อยจากภายใน ภาพ “ The Kiss ” เป็นภาพที่นอกแนวไปจากภาพอื่นๆ ของคลิมต์ที่มักจะแสดงให้สตรีเป็นตัวแทนของ " femme fatale "


( femme fatale แปลว่า หญิงที่ใช้เสน่ห์ยั่วยวนผู้ชายให้หลงใหล , หญิงร้ายมากที่สวยและมีเสน่ห์ดึงดูดขั้นสุดยอด )







ส่วนอันนี้คือ ภาพที่ปรากฏในตอนที่ 5


ซึ่งที่เค้าต้องการจะเปรียบเทียบก็คือ ตัวละคร ริงโกะ และ ทาบูกิ นั้นเอง กับ ความรักที่ต้องการจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ตามที่เขียนไว้ในไดอารี่ของโมโมกะ


ซึ่งก็ตรงอีกจุดของภาพที่ว่า " การใช้ชีวิตอันฟุ้งเฟ้อออกมาในภาพอันหวานฉ่ำและยั่วยวนอารมณ์ "

เพราะในช่วงต้นของเรื่อง ริงโกะ ค่อนข้างจะหมกหมุ่นอยู่กับการเป็น Stalker และ หลงไหลในความรักอันแสนหวานฉ่ำตามที่ตัวเองไปเองคิดคนเดียว เล่นวิธีสารพัดรูปแบบเพื่อให้ความรักของตนเองสมหวัง




จบแค่นี้แหละครับ




 

Create Date : 14 กรกฎาคม 2555
0 comments
Last Update : 14 กรกฎาคม 2555 2:56:04 น.
Counter : 5784 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Blackrx
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add Blackrx's blog to your web]