Group Blog
 
All blogs
 
Jasper-Lake Louise-Banff-ดูใจตัวเอง

กว่าจะเขียนบล๊อกนี้เสร็จต้องเสียเวลาย่อรูปเสียนาน
แต่ก็ไม่ยั่นเพราะ อยากระบายความคิดที่ได้แต่เก็บไว้
ส่วนที่เป็นจุดไข่ปลาข้างนี้เป็นความคิดคำนึง
ถ้าค้านกับ"ไลฟ์สไตล์"ของผู้อ่าน ต้องขออภัยด้วย

โปรดอ่านด้วยวิจารณญาณของท่านเอง
หรือเลือกที่จะชมแต่รูปภาพ ตามอัธยาศัย


- - - - - - - - - - - - - - -

คุณเคยเจอคำถาม

เวลาเพื่อนมาเยี่ยมบ้าน ประโยคแรก
ที่โดนถามว่าบ้านเรามีwi-fiมั้ย
นึกในใจว่าคนตกเทรนด์อย่างเราจะมีหรือ
ไม่อึดอัดกับ "สิ่งที่เราเลือกจะไม่มี"
แต่กระอักกระอ่วนอยากถามกลับว่า จำเป็นมากน้อยเพียงไรกับชีวิตเรา

หรือ เจอแบบนี้

ยามที่เห็นเพื่อนนัดรวมตัวกินข้าว
แต่ทุกคนนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ
เกิดคำถามว่า แบบนี้จะรวมตัวเจอกันเพื่ออะไร
เจอกันเหมือนในเฟซบุ๊ค คงไม่ต่างกัน



หรือเหตุการณ์เช่นนี้

ลูกเล็กๆไม่ถึงสามขวบใช้มือถือด้วยตัวเอง-คุณให้ใช้
นอกจากพูดไม่ได้ศัพท์ สื่อสารกับคนรับไม่ได้
(ยกเว้นปู่ย่าตายาย-หลานทำอะไรก็น่ารัก)
นอกจากยังเสียเงินโทรออก
คนรับบางคน(เรา)อาจไม่ปลื้มที่ยกหูเพื่อฟังเด็กกรี๊ดใส่หู


คำถามคือ"คุณเพาะบ่มอะไรให้กับคนที่คุณรัก"






คิดอยู่ในใจว่า"นานาจิตตัง"
เทคโนโลยี ไม่ใช่เรื่องขาวกับดำ
เป็นเรื่องของกาละเทศะ และความพอดี


แม้ขณะที่กำลังเขียนบล๊อกนี้ เราก็ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเช่นกัน



- - - - - - - - - - - - - - - -



ทุกครั้งที่ได้นั่งมองรูปครั้งเดินทางกับครอบครัวครั้งนี้
จะตอบโจทย์ตัวเราเองได้เสมอ



สามที่นี้เป็นอุทยานแห่งชาติอยู่ในเทือกเขาร็อกกี้
ภูเขาสูงที่งดงามแต่กว่าคนรุ่นหลังจะเห็นความงดงาม
ว่าคนรุ่นก่อนได้ทำงานอุทิศไว้ให้เรา
แม้จะได้ไปในฤดูร้อนก็ยังหนาวเหน็บได้เพียงนี้
ฤดูหนาวจะโหดร้ายขนาดไหน


บล๊อกก่อนหน้านี้ออกจากแวนคูเวอร์เดินทางไปแจ๊สเปอร์
ใช้เวลาเกือบหนึ่งวันเต็ม
ออกเดินทางตอนสายๆขับรถไปทางตะวันออกขอกแคนาดา
นั่งมองซ้ายทีขวาที สี่ชีวิตนั่งฟังเพลงPapa Don't Preachของมาดอนน่า
จากวิทยุซ้ำวนไปมาสามครั้ง บ่นกับสามีว่าคนแคนาดานี่รักมาดอนน่าซะจริง

(เพลงนี้ช่างเข้าเหตุการณ์ทำแท้งบ้านเรา ลองหาฟังกันดูเอง)





นั่งชมวิวที่แห้งๆเหงาๆจนบ่ายกว่าแวะกินมื้อกลางวันกลางทาง
ร้านเก่าได้บรรยากาศ แถมเหมือนโอเอซิสกลางทะเลทราย
ถ้าผ่านไม่แวะแล้วไม่รู้ว่าจะเจอของกินอีกทีตอนไหน





รีบกินรีบออกเดินทางก่อนมืดเพราะยังไม่ได้ครึ่งทาง
แวะเติมน้ำมัน ยืดเส้นข้างทางจนพลบค่ำ
ที่แน่ๆกว่าจะถึงแจ๊สเปอร์สี่ทุ่มคงตั้งเต๊นท์ไม่ได้
ต้องหาโรงแรมนอนหนึ่งคืน



วันต่อมาออกเดินทางต่อ ได้ยินว่ามีไฟป่าสามร้อยกิโลห่างออกไป
ลุ้นว่าทางการจะปิดแจ๊สเปอร์ด้วยหรือเปล่า
ขับขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ ได้กลิ่นไหม้เข้ามาในรถตลอดเวลา




แวะดูปลาซามอน ขึ้นวางไข่ (salmonไม่ต้องออกเสียงL)




จอดรถสอบถามที่ศูนย์ข้อมูล ตอนเกือบเที่ยง
ฟ้าสลัวเต็มไปด้วยควันไม่ใช่หมอก ดูเหมือนเช้าตรู่




ได้คำตอบว่าที่แจ๊สเปอร์ปลอดภัยดีเลยขับฝ่าควันไป





เนวิเกเตอร์บอกว่าขวามือมีทะเลสาบ




มองออกไปแทบมองไม่เห็น






เข้าเขตอัลเบอร์ต้าแสดงว่าใกล้ถึงที่หมาย
ควันจางลง โล่งอกไปที

ถึงแจ๊สเปอร์ตอนบ่ายโมงกว่าๆ แวะเก็บข้อมูลท่องเที่ยว
หาที่พัก ที่นี่ต้องเสียค่าเข้าเขตอุทยานและค่าตั้งเต๊นทื
บวกภาษีรวมแล้วเกือบสองพันบาทต่อวัน
แต่ยังถูกกว่าหาโรงแรมสองดาว






สองนางแบบหน้าเต๊นท์ห้าดาวหลังตื่นนอน
กลางคืนได้ยินว่าแอบบ่นอยากดูทีวี คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ต
ตัวเราเองก็ต้องห่างหายจากบล๊อกไปด้วย
แต่นี่คือสิ่งที่เราอยากทำ ลองดูว่าขาดแล็ปท้อปสองสัปดาห์
ชีวิตจะเป็นอย่างไร??





ประเดิมเช้าวันแรกด้วยน้ำตกอะบาธาสก้าAbathasca Fall
ทั้งหมอกและควันปนๆกันจนแยกไม่ออก
อากาศแบบนี้ไม่ชอบเลยทั้งหนาวและชื้น
แต่วิวที่เห็นนั้นสวยจนลืมภูมิอากาศ












แสงแดดลอดเมฆออกมาชวนให้อุ่นใจว่า
อีกสองสามวันข้างหน้าน่าจะอบอุ่นขึ้น





ขับเลยต่อไปอีกสองชั่วโมงไปดูธารน้ำแข็ง Icefield
ที่ละลายหายไปอย่างมหาศาลเพราะสภาวะโลกร้อน






ตรงที่ยืนอยู่นี้เคยเป็นธารน้ำแข็งเมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน
ตรงขวามือนั่นคือที่เราจะเดินไปดู



วันต่อมาเก็บเต๊นท์ เดินทางไปเลคลูอิส
รูปทางเข้าแคมป์กราวน์ในยามฟ้าใส




ไปเที่ยวที่ทะเลสาบ มีเรือเช่าไว้บริการ




โรงแรมห้าดาวข้างหน้าที่ได้แต่เดินชม



วิวจากหน้าโรงแรม สวยราวกับโปสการ์ด




Tea House บนAgnes hill(ตั้งตามผู้หญิงที่เดินขึ้นเขานี้ร้อยปีก่อน)

ลูกสาวคนโตเดินขึ้นกับพ่อ ไปกลับรวมแล้วเกือบแปดกิโลเมตร
ได้คุกกี้เป็นรางวัลจากพ่อ ถึงตอนนี้ลูกก็ยังไม่หยุดคุยกับการเดินเขาครั้งนี้
ที่แม่กับน้องไปได้ขึ้นไป





เดินลงเขาอย่างเหน็ดเหนื่อย



แวะไปทะเลสาบมอเรนMorraine Lakeที่ห่างไปสิบนาที








มื้อกลางวันที่ Mosquito Creek ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า
ยุงเยอะ เลยไม่ค่อยมีคนมาตั้งเต๊นท์






รูประหว่างที่ต้องจอดชื่นชมความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ
รถดูเล็กไปถนัดตา กว่าจะเก็บภาพมุมกว้างต้องเดิยถอยไปไกล



วันรุ่งขึ้นแวะหาซื้อของกินที่Banff(อ่านว่าแบ๊มฟ์)
เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางแถวนี้ เรียกว่ามีครบทุกอย่าง
(กระเป๋าแบรนด์อย่างหลุยส์ โคช ก็มี-ข้อมูลสำหรับคนเทรนดี้)


วิวสวยๆระหว่างไปกลับจากที่พัก












กลับเต๊นท์ตอนสองทุ่มเพื่อทันดูโชว์ของเจ้าหน้าที่อุทยาน
ที่นั่งอยู่นั้นมาจากทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย





คืนสุดท้ายที่แคนาดา พ่อลูกเล่นเกมหาสมบัติ
ถึงตอนนี้ลูกเลิกถามถึงทีวี คอมพิวเตอร์เหมือนห้าวันก่อน




รูปก่อนที่กล้องคู่ใจพังกลางทาง
ออกเดินทางกลับอเมริกาโดยไม่มีภาพระหว่างที่แวะรัฐไอดาโฮมาฝาก
ตลอดสิบสามชั่วโมงถึงชายแดนได้ยินลูกถามเป็นระยะว่าเมื่อไรจะถึง
ตอบว่า "ถึงเมื่อไรก็เมื่อนั้น" บางครั้งชีวิตคนเราก็รีบเร่งจนเกินไป

แม้รูปถ่ายยังสวยไม่เท่าที่ตาเห็นแต่มองย้อนกลับไป
อย่างน้อยการที่ไปเห็นโลกกว้างนั้นเป็นประสบการณ์ที่หาค่าไม่ได้
โดยเฉพาะการสอนให้ลูกอยู่กับตัวเองอยู่ท่ามกลางขุนเขา
เมื่อมองยอดเขาที่สูงตรงหน้า เราก็เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆบนโลกใบนี้
หวังว่าสักวันหนึ่งลูกๆรู้ว่ามนุษย์เราไม่ได้สร้างมาให้เหนือธรรมชาติ




ได้ตระหนักว่าเวลามีแสงแดดนั่นคือความอบอุ่นที่ธรรมชาติมอบให้
ยามไร้แสงนั่นคือความโหดร้ายที่เราต้องรับมือให้ได้ทุกคืน
ถึงตรงนี้ รักแสงแดดที่เมืองไทยมากขึ้น


ความสะดวกในป่านั่นเพราะคนยุคก่อนได้ทำมาให้คนยุคหลัง
ความลำบากที่เราผจญทุกวันนี้เทียบไม่ได้กับวันวาน
แล้วเราจะต้องการอะไรนอกเหนือจากปัจจัยสี่


นอกเรื่อง"นึกถึง ยายยิ้ม จากรายการ คนค้นคน
แม้แต่แป้นพิมพ์ ค.คน ยังหายไป"



"โลกของเราสี่คน"ในห้าวันท่ามกลางขุนเขาหมุนช้าลง
แต่รู้สึกว่าเราหันหน้าเข้าหากัน เราฟังกันมากขึ้น
เราเรียนรู้ที่อยู่อย่างลำบากด้วยกัน
ขอบคุณธรรมชาติที่สร้างความสมดุลให้ครอบครัวเรา










Create Date : 09 ธันวาคม 2553
Last Update : 16 ธันวาคม 2553 14:12:26 น. 1 comments
Counter : 1034 Pageviews.

 
เป็นบล็อกที่ยาวววว
สวยมากกกกกกกก
อ่านแล้วชอบบบบบ


ขอบคุณมากกกกกกเจ้าค่่ะ

บุญรักษานะคะ




โดย: nu-an วันที่: 16 ธันวาคม 2553 เวลา:21:37:10 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

quiltmom
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 35 คน [?]




.
Locations of visitors to this page
Friends' blogs
[Add quiltmom's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.