โรงเรียนการอาหารนานาชาติสวนดุสิต:หลักสูตรการฝึกอบรมช่างผีมืออาหารไทยรุ่นที่ 81 สัปดาห์สุดท้าย+รูป

สวัสดีค่าาาา

ทิ้งร้างการเขียนบล๊อกมานาน เพราะทำงานด้วยเรียนด้วย ตกเย็นมา พลังก็หมดเหลือหนึ่งขีด กระเสือกกระสนอาบน้ำเสร็จก็หัวถึงหมอนทันที

มาได้ว่างก็ตอนที่เรียนอาหารไทยจบแล้ว รวมถึงวันจันทร์นี้เป็นวันหยุด ก็เลยพอได้พัก และพอว่างจะนั่งเขียนบล๊อกและอัพรูปบ้าง

ก่อนอัพรูป ก็เลยจะขอเล่าเรื่องการเรียนวันสุดท้ายด้วยค่ะ

---
เมนูวันสุดท้ายคือ
1. แกงมัสมั่น
2. ปอเปี๊ยะทอด
3. ปลาราดพริก
4. บัวลอยเผือก

มีของที่ไม่อยู่ในเมนูคือ
1.พันช์
2.ผลไม้ตัดแต่ง

---

วันนี้อาจารย์นัดมาให้เรียนกันที่อาคาร 12 ชั้น 6 ซึ่งเป็นตัวโรงเรียนนานาชาติ วันสุดท้ายนี้จะมีพิธีปิดรวมถึงเราจะได้ฝึกทำอาหารเพื่อขึ้นไลน์บุฟเฟ่ด้วย

จริงๆ่วันนี้เค้าก็นัด 8.30 น. แต่เราก็มัวแต่ทำนู่นนี่ กว่าจะได้ออกบ้านก็สาย เลยมาถึงโรงเรียนตอน 9.00 น.ไปแล้ว มาถึงเพื่อนๆก็เอาแรปมาครอบอ่างพันซ์ซะแล้ว เลยอดทำเมนูแถมไปหนึ่ง

จากนั้นก็วิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ไม่เคยใช้ห้องปฏิบัติการที่นี่เลย ก็เลยงงๆนิดหน่อย กว่าจะเปลี่ยนเสื้อเสร็จ อาจารย์ก็สอนหั่นผลไม้เสร็จไปแล้วหนึ่งอย่าง

ผลไม้ที่หั่นก็ตามรูปเลยค่า

Photobucket

Photobucket

Photobucket

อาจารย์ก็สอนไป สอนเสร็จไปหนึ่งอย่างก็จะบอกให้นักเรียนกลุ่มนึงปอกตาม ไอ้เราก็พยายามถ่ายวิดีโอด้วย จดด้วย อยากทำก็อยาก แต่ก็คิดว่า ถ่ายวิดีโอไว้จะได้ประโยชน์กับเพื่อนๆในห้องด้วย

สุดท้าย หลังจากที่ปอกผลไม้เสร็จ อาจารย์ก็จัดผลไม้ใส่จานพร้อมกับเอาใบแก้วมาตกแต่งเล็กน้อย

"ถ้าไปเมืองนอกอย่าใช้ใบแก้วนะ" อาจารย์บอก "เดี๋ยวฝรั่งมันหยิบเข้าปาก"

แล้วเราก็ได้ยินเสียงพึมพัมจากเพื่อนที่ยืนข้างๆ "เมืองนอกคงไม่มีใบแก้ว"

จากนั้นอาจารย์ก็สอนวิธีแร็ปจานแบบพองๆ เพื่อที่ตัวแร็ปจะได้ไม่ได้ไปกดผลไม้ จริงๆมีรูป แต่มีเพื่อนอยู่ในรูป ก็ขอติดไว้ก่อนก็แล้วกัน

.....

เสร็จจากการเตรียมผลไม้ เราก็เอาผลไม้ไปแช่ตู้เย็น ก็ถึงการสาธิตการทำอาหาร ตอนแรกอาจารย์ตั้ม ซึ่งเป็นผู้ดูแลรุ่นของเรา ก็ได้อธิบายแ้ล้วรอบนึงถึงสูตรและส่วนผสม รวมถึงการเพิ่มสูตร เพราะว่าวันนี้ทำเป็นบุฟเฟ่ แต่เครื่องมือของโรงเรียนก็ไม่ได้มีกระทะใหญ่ๆ ก็เลยต้องทะยอยทำ

เวลาทำการสาธิตการทำจริงๆ จะเป็นอาจารย์นฤมลซึ่งเป็นประธานของหลักสูตรมาเป็นผู้สาธิตแล้วก็คุมการทำ อาจารย์น่ารักมาก ดูแลนักเรียนทุกคนเหมือนเป็นนักเรียนจริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นบุคคลภายนอกที่มาเรียนชั่วคราว

เวลาที่ทำเสร็จหนึ่งอย่าง อาจารย์ก็จะบอกว่าต้องการคนทำกี่คน แล้วก็ให้ยกมือว่าใครจะทำ ตอนแรกเรายกมือจะทำข้าวผัดสัปปะรด เพราะว่าชอบกินข้าวผัด (หุหุ) อยากจะทำข้าวผัดอร่อยๆกะเค้าเป็น แต่เจ้าเพื่อนเกลอดันกระตุกไว้ บอกว่าให้รอทำปอเปี๊ยะด้วยกัน เพราะปอเปี๊ยะเนี่ย เป็นของที่ทำขายเมืองนอกได้ ฝรั่งชอบกิน ไอ้เราก็ฉุกคิดได้เหมือนกันว่า ปอเปี๊ยะมันน่าจะทำยากกว่าข้าวผัดสัปปะรด อีกใจนึงก็คือซึ้งน้ำใจเพื่อน เพราะเวลาจับคู่ทำกับมัน มันชอบด่าว่าเราทำงานช้า ทำไปเรื่อยๆ อย่างงี้ไม่สมควรทำอาชีพแม่ครัวเด็ดขาด แต่มันก็อุตส่าห์ชวนเราไปอยู่กลุ่มเดียวกะมันนะเนี่ย

พออาจารย์สาธิตเสร็จหมด ก็เริ่มทำกัน ตอนนั้นก็ 11 โมงได้ แล้วพวกเราต้องทำให้เสร็จแบบที่ตั้งไลน์บุฟเฟ่รอตักกินได้ตอน 3 โมง ก็เรียกได้ว่ารีบกันหัวปั่นเหมือนกัน

มาถึงที่สเตชั่นที่เค้าจัดให้ ก็โดนแจกงานให้ตำกระเทียมพริกไทยรากผักชี เอาไว้คลุกกับไส้ ตรงนี้ก็เกือบพลาด เพราะสูตรที่เค้าให้มา ทำไมไม่รู้ จึงให้มาเป็นแบบตวง คือเป็นช้อนโต๊ะ ซึ่งจะตวงกระเทียม ตวงรากผักชีก็ยากอยู่ สุดท้ายก็เลยถามอาจารย์ อาจารย์ก็ดุเลย บอกว่าตวงไม่ได้ก็ผันให้เป็นน้ำหนักสิ เรียนมาแล้ว นั่นยิ่งแย่ใหญ่ เพราะเรียนแล้วลืมแล้ว จำได้คร่าวๆว่า 15 กรัม เลยต้องไปสะกิดถามน้องนักศึกษาที่มาช่วยงาน น้องก็น่ารักช่วยกระซิบบอกตลอด

พออาจารย์บอกว่าชั่งเอาได้ ก็เกิดปัญหาอีกว่า ทั้งกระเทียมและรากผักชีที่น้องๆเตรียมไว้ให้นั้นไม่พอ ซึ่งก็ดี เพราะปกติเวลาเรียน น้องๆจะกะมาให้ แล้วก็ขอสารภาพตรงนี้เลยว่า เวลาทำในห้องเรียน ถ้าเป็นพวกผัก ก็จะไม่ค่อยได้ชั่งหรือตวง เค้าให้มาเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้นเลย เหะเหะ พอถึงคราวที่ต้องมาชั่ง ก็ตกใจว่ามันใช้เยอะกว่าที่คิดไว้มาก

หลังจากที่เรากับพี่อีกคนตำกระเทียมรากผักชีพริกไทยจนแขนปูดแล้ว ก็ต้องเอาไปผัดให้หอม เราก็เป็นคนยืนอยู่หน้าเตาอีก ส่วนเพื่อนๆคนอื่นก็ขมีขมันหั่นผักต่างๆ เราก็อยากหั่นผัก แต่ก็รู้ตัวว่าเก่งสู้เพื่อนคนอื่นไม่ได้ เลยมายืนหน้าเตาดีกว่า

พอเครื่องปรุงหอม เราก็เทลงจากกระทะ แล้วเอามาคลุกกับวุ้นเส้นและหมูสับและผักอื่นๆให้เข้ากัน อาจารย์บอกว่าวิธีนี้จะทำให้เครื่องปรุงเข้ากันได้ดี ดีกว่าไปผัดอยู่บนกระทะเลย

พอคลุกเข้ากัน ก็เอาไส้มาผัดในกระทะ แป๊บเดียวพอหมูสุก ผักนิ่มก็เอาขึ้นแผ่ไว้ในจานให้เย็น เวลาห่อ ไส้ต้องเย็นพอสมควร แล้วต้องแห้งด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวจะทำให้แป้งแตก

ตัวเราก็ผัดไส้ไปเรื่อยๆ ทะยอยแบ่งผัดเป็นสามสี่ครั้ง ส่วนเพื่อนๆคนอื่นที่ว่างอยู่ก็ลงมือห่อกัน ถึงตอนนี้ บางกลุ่มเค้าก็ทำเสร็จแล้วด้วยซ้ำ อย่างหนุ่มๆกลุ่มมัสมั่นก็มาช่วยห่ออยู่เหมือนกัน ส่วนเราพอผัดไส้เสร็จ ก็ขอฝึกห่อพอให้เป็นซักสองอัน แล้วก็มาเอาน้ำมันตั้งไฟแล้วก็ทอดปอเปี๊ยะที่ห่อเสร็จแล้วต่อเลย

สรุปว่า ชีวิตอยู่หน้าเตาตลอด หน้ามันได้ใจเลยจริงๆ แต่ตอนที่ทอดปอเปี๊ยะจนเหลืองได้ที่เนี่ย มันมีความสุขจริงๆนะ

ปอเปี๊ยะที่เพื่อนๆช่วยกันห่อ นับแล้วก็ได้ร้อยกว่าอัน ทอดอันสวยเสร็จก็มาทอดอันแตก แล้วก็ทอดไปชิมไปจนอิ่ม ฮ่าๆๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะทอดเสร็จตั้งโต๊ะเสร็จก่อนบ่ายสามโมงได้จริงๆ

Photobucket


...
หลังจากนั้นก็มีพิธีมอบใบประกาศฯ ตัวเราก็ลืมนึกไปว่าต้องมีถ่ายรูปกัน ก็เลยลืมเอากล้องตัวใหญ่มา ติดมาแต่กล้องเล็กเอาไว้ถ่ายวิดีโอ ก็เลยถ่ายรูปเพื่อนๆแบบชัดบ้างเบลอบ้าง

มอบประกาศเสร็จแล้วก็กินกัน สังเกตว่า น้องๆที่มาช่วยงานจะไม่กินเลย สงสัยว่าคงกินเมนูนี้บ่อยมากแล้ว เพราะเท่าที่สังเกต น่าจะมีคอร์สเปิดใหม่ทุกสองเดือน (เฉพาะวันเสาร์อย่างเดียว)

วันนี้ทุกคนพูดคุยกันสนุกสนานเฮฮา พอกินกันอิ่มก็ถึงเทศกาลตักกลับบ้านกัน จริงๆปอเปี๊ยะเราก็อร่อยนะ แต่ว่าเราก็อยากชิมอย่างอื่น เลยขอแต่แกงกะหรี่กับบัวลอยเผือกเอากลับบ้าน แล้วก็มีผลไม้ที่ไม่มีคนเอากลับ เราก็เลยพยายามจะเอากลับซะเยอะ เพราะสงสารมันน่ะ

...

วันนี้อาจจะเล่าขาดๆเกินๆ เพราะนานแล้ว แล้วก็ดึกแล้วด้วย ต่อไปจะเป็นการแปะรูปล่ะจ้า ขอแปะแบบมั่วๆหน่อยนะคะ แล้วรูปนี่ก็ไม่ค่อยเยอะเพราะเวลาทำจริงๆก็รีบทำรีบส่ง ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปไว้ รู้ตัวอีกทีก็อยู่ในท้องหมดแล้ว ^-^



....

1. ฟักทองทำสังขยา
Photobucket

...
2. ยำถั่วพลู

Photobucket

...

3.กระทงตะโก้

Photobucket

...
4.กระทงทอง (เวลาทอดกระทงนี่มันส์มาก ทอดกันแบบไม่กลับบ้านกลับช่อง)
Photobucket

...
5. ถาดเครื่องปรุง : น้องๆที่ช่วยงานจะจัดเครื่องปรุงไว้เป็นถาดๆ ชั่วตวงวัด ตัดแต่งเรียบร้อย รอให้อาจารย์เอาไปทำอาหารสาธิตเท่านั้น พวกเราก็จะชอบถ่ายไว้ เพราะบางทีการตัดผักบางแบบ เวลาอาจารย์ทำก็จะลืมดู เพราะในสูตรจะไม่ได้บอกไว้ว่าใ้หัตัดแบบไหน รู้สึกว่าอันนี้จะเป็นเครื่องปรุงต้มยำกุ้ง

Photobucket

...

6. แกงเผ็ดเป็ดย่าง

Photobucket

...

7.หมี่กรอบชาววัง : เป็นหมี่กรอบชาววังเพราะใส่เนื้อหมู ถ้าเป็นหมี่กรอบชาวบ้านจะไม่มีเนื้อสัตว์ เพราะจะได้เก็บไว้กินนานกว่า และเนื้อสัตว์เป็นของราคาแพง

Photobucket

...

สุดท้ายนี้ เีรียนมาสามเดือน ที่รู้สึกว่าอะเมซซิ่งจริงๆก็คือ ---> น้ำจิ้มไก่นี่ทำกินเองก็ได้นะเนี่ย!

คือชีวิตนี่เกิดมาขอสารภาพว่า ไม่เคยคิดว่าน้ำจิ้มไก่เนี่ย จะทำกินเองที่บ้านได้เลย ทั้งๆที่จริงๆแล้วมันง่ายแสนง่าย ไม่เคยคิดว่ามันจะง่ายอย่างงี้


Create Date : 02 มีนาคม 2553
Last Update : 2 มีนาคม 2553 0:35:54 น. 9 comments
Counter : 2899 Pageviews.
Share to Facebook

 
แบบว่านานๆจะทำกินที

รู้สึกจขบ.ขยันมากมาย


โดย: นาฬิกาสีชมพู วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:1:05:40 น.  

 
แอบมาชื่นชมด้วยคน น่ากินจัง (อยากอ้วน)


โดย: aoy (กรุ๊ปไฮโซ ) วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:10:43:06 น.  

 
เห็นแล้วอยากเรียนบ้างจังค่ะ


โดย: T+c+ake Time 2002 วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:11:58:56 น.  

 
สุดยอดไปเลยค่า


โดย: บ้านหวานเย็น วันที่: 2 มีนาคม 2553 เวลา:19:51:37 น.  

 
อยากเรียน....ต้องทำออย่างไงบ้าง


โดย: โด IP: 125.26.197.187 วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:9:44:15 น.  

 
^
รบกวนอ่านบล๊อกก่อนหน้านี้ของเรานะคะ มีบอกไว้ครบค่ะ


โดย: booklovers IP: 203.144.144.164 วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:23:08:13 น.  

 
สุดยอดเลยค่ะ
เก่งมากๆ อาหารน่าทานทุกอย่างเลยค่ะ


โดย: กางเกงยักษ์ลอยฟ้า วันที่: 3 มีนาคม 2553 เวลา:23:38:15 น.  

 
ดีจังค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ กำลังคิดจะไปสมัครเรียนพอดี


โดย: อุ้ม IP: 124.122.134.211 วันที่: 26 เมษายน 2553 เวลา:17:52:07 น.  

 
กำลังคิดว่าจะไปสมัครเรียนพอดีค่ะ อยากเอาใบประกาศไปใช้ทำงานที่ต่างประเทศค่ะ ไม่ทราบว่าเจ้าของกระทู้ พอมีรูปใบประกาศที่ได้รับมาให้ดูหรือป่าวค่ะ

เพราะว่ากลัวเรียนไปแล้วใบประกาศจะนำไปสมัครงานที่ต่างประเทศไม่ได้นะค่ะ เพราะใบประกาศของที่เรียนบางทีก็ใช้ไมได้นะค่ะ แต่หลักสูตรนี้น่าจะใช้ได้ค่ะ แค่อยากคอนเฟริ์มเพื่อความแน่ใจค่ะ

รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ


โดย: yammie IP: 115.67.191.119 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:0:31:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
 
 

booklovers
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add booklovers's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com