What's a girl want?
Group Blog
 
All blogs
 

สตอเบอร์รี่ - ประยุกต์ อร๊อย อร่อย

เคยป่าว กะการซื้อสตอเบอร์รี่มา แล้วลืมกิน จนมันช้ำๆ เรื่องเกิดจากซื้อสตอเบอร์รี่มาให้มามี๊อาทิตย์นึงแล้ว มันไปแอบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด จนถูกลืม

เมื่อวานหิวหนมตอนดึกๆก็เลยรื้อดูจนเจอ ก็เลยเอามาทำ Strawberry Whip Creme ซะเลย (ไม่ใช่ Krispy Kreme ที่คนรอกันสองวันสองคืนนะ)
เป็นสูตรที่ได้มาจากเพื่อนที่อยู่ด้วยกันที่อังกฤษนู่นน่ะ

ง่ายๆ ก็เอามันมาหั่นเป็นแว่นๆซ้า แล้วเรียงให้แบนๆ ไว้ (ตามความเหมาะสมกะจาน)



ตามนี้แล เรียงๆ มันไปตามความสุขของแต่ละบุคคล จน เต็มจาน



เสร็จแล้นก็ เอาน้ำตาลทรายโรยลงไปให้หนาๆ (อย่ากลัวอ้วน กินไปแล้วไปออกกำลังกายเอา หุหุ)



เอากลับไปใส่ตู้เย็น เพื่อรอน้ำตาลละลายนะเจ้าคะ ก็ไปนอนหลับมาทั้งคืนแล้วมาเปิดดูตอนเช้า ก็จะพบเยี่ยงนี้แล



เสร็จแล้วก็แล้วแต่เราว่า จะเอาวิปครีมโปะหน้าลงไป หรือจะเอา Skimmed Milk ที่เค้าใช้ตีให้เป็นวิปครีมตอนหลังมาเทลงไป รับรองอร่อยสุดๆ เปลี่ยนจากสตอเบอร์รี่เปรี้ยวจี๊ดเป็น หวานจ๋อย เย็นๆ อร่อย ไม่เลี่ยน ทำง่ายด้วย

ลองดูกันนะจ๊ะ




 

Create Date : 09 ตุลาคม 2553    
Last Update : 9 ตุลาคม 2553 12:07:22 น.
Counter : 393 Pageviews.  

มาแล้วๆ Hada ที่รอคอยมาหลายเดือน สุดยอดการบำรุงผิวจากญี่ปุ่น

มาแล้นๆๆๆ ของที่รอมานาน ถ้าใครจำได้ คือ เราเขียนไว้ว่า เราอยากได้ Hada Labo มักมากกกกๆๆๆ วันนี้มาขายแล้ว มีที่ Watson ที่เดียว ( T^T' แอบเศร้านิด ที่ทำไมแถวบ้านไม่มี)

เมื่อวานเจอไปอ่านเจอในเว็บ เลยรู้ว่าเข้ามาขายอย่างเป็นทางการ :D แต่ด้วยทรัพย์จาง เลยซื้อมาได้แค่โฟมล้างหน้า จริงๆ อยากได้ที่ใช้บำรุงผิวด้วย (เค้าบอกว่า เหมือน Miracle Water ของ SKII)

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่าน เล่าให้ฟังคร่าวๆจ้า ว่า Hada Labo เนี่ยเป็นของญี่ปุ่น ขายดีอันดับหนึ่ง แล้วก็ยอดขายทะลุถล่มทลายในหลายประเทศเอเชีย เช่นไต้หวัน โดย ที่ญี่ปุ่นเอง ทุก 1 วินาที ขายได้ 4 ขวด (เป็นงาย เจ๋งป่าว )


หน้าตาเป็นงี้แล ระวังของอีกเจ้า วางใกล้ๆกัน คล้ายกันมาก แต่ใช้แล้วเหนอะ (รู้เพราะ เงอะ มาก่อน) โดยเจ้า Hada Labo เนี่ย มีจุดเด่นที่ Super Hyaluronic คุ้นๆ ชื่อกันใช่ม้า หลายยี่ห้อ พูดถึง Hyaluronic เยอะ แล้วทำให้คนไทยเข้าใจว่า มันสำหรับคนแก่ ใช้แล้วจะได้ผิวตึง แต่เปล่านะฮ้า เจ้าเนี่ยจะช่วยทำให้ผิวเราชุ่มชื้นตังหาก แล้ว Hada ก็เป็น Super Hya มันก็จะกักเก็บความชุ่มชื้นของผิวได้ทั้งวันเลย โดยจะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง ไม่ต้องโบ๊ะเยอะ ก็สวยแบบธรรมชาติได้


นี่ซูมให้ดูซะเลย ... เค้าบอกกันว่า ยิ่งถ้าใช้ Hada + วิธีการล้างหน้าแบบญี่ปุ่น คือ เอาแคะนิ้ว แปะๆ ไม่ใช่ถูๆ จะทำให้หน้าเด็กมากด้วยน้า

ชมซะยังกะว่ามีส่วนได้ส่วนเสีย 555

เปลี่ยนยี่ห้อดีกว่า มาถึงของแถมจาก Counter Brand บ้าง ได้มาจากพี่สาว คือ ของ Dior ใช้แล้วหน้าไม่มัน ไม่ย้วย ไม่แห้งดี (อันนี้แนะนำไม่เต็มปาก เพราะเวลามาเป็นของแถมทีไร ทุกยี่ห้อ ดีไปหม๊ด) งั้นขอแนะนำในฐานะของแถม ว่าเลิศมากจ้า อันนี้ ชื่อว่า Hydra Life Serum ของ Dior ดูรูปเอาน๊า ไปและ แอบอู้งานมาเล่าให้ฟัง




 

Create Date : 08 ตุลาคม 2553    
Last Update : 8 ตุลาคม 2553 10:42:04 น.
Counter : 391 Pageviews.  

วิธีการผ่อนคลายความเครียด เศร้า หดหู่

เช้านี้ตื่นมาแล้วก็เพลียๆ จิตตกยังงัยไม่รู้ค่ะ อาจเป็นเพราะทำงานหนักเลิกสี่ทุ่มติดกันมาหลายเดือนแล้ว แล้วก็เหนื่อยกับการสู้รบกันในห้องประชุม ทั้งกับลูกค้า และกับทีมงาน วันนี้ก็เลยอยากรู้ว่า จะมีบทความใน Google ให้เราอ่านบ้างมั้ย

ก็เลยเจอวิธีคลายเครียดตามนี้ค่ะ

1.ปลูกต้นไม้ การได้สัมผัสดินและต้นไม้ใบหญ้าเขียวๆ ช่วยให้เราใจเย็นลง หายใจได้อิ่มขึ้น แถมยังช่วยลดโลกร้อนได้อีกด้วย





2.เดินเล่น คุณหมอก็เคยแนะนำเหมือนกันค่ะ ว่าแสงแดดตอนเช้า จะเร่งสารความสุขให้กับเรา จะทำให้เราหายอาการหดหู่ ซึมเศร้า แถมยังสุขภาพดีอีกตังหาก




3.ดื่มน้ำให้มาก เมื่อเกิดความเครียด เหงื่อจะออกมามากกว่าปกติ จะทำให้เกิดอาการขาดน้ำ ดังนั้นจึงควรดื่มน้ำ 2-3 แก้ว เมื่อร่างกายได้น้ำเพียงพอแล้วก็จะช่วยให้เครียดน้อยลง (และก็การดื่มน้ำเยอะๆ ที่ทำงาน จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยด้วยนะคะ บางบริษัทใหญ่ๆ เค้าก็จะให้พนักงานดื่มเยอะๆ จะได้ลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ จะได้ไม่นั่งจุ้มปุ๊กจนปวดหลัง แถมสำหรับผู้หญิงก็จะดีด้วยค่ะ บางคนนั่งทำงาน เครียดจัดจนก้นใหญ่เลย กินไปทำงานไป)






4.นั่งตัวตรง การยึดไหล่แล้วนั่งตัวตรงจะช่วยให้ออกซิเจนวิ่งไปสู่สมองเร็วกว่าเดิมและอารมณ์จะแจ่มใสขึ้นไม่เชื่อลองดู (ขอเสริมค่ะ ว่าเวลานั่งที่ออฟฟิศ คนเรามักจะนั่งผิดท่า ทำให้กระดูกสันหลังเบี้ยวบ้าง บางคนก็ชอบให้หน้าอกพอดีกับโต๊ะ จริงๆ แล้วมันผิดนะคะ ต้องนั่งให้แขนที่วางลงบนโต๊ะเป็นลักษณะวางพอดี ไม่ต้องยกไหล่ขึ้นมาวาง เพราะจำทำให้เหล่าปวดไหล่กะต้นคอได้ค่ะ)





5.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ (ตามหนังสือแพทย์โบราณเค้าจะอยากให้เรานอนไม่เกิน 3 ทุ่มนะคะ เพราะอวัยวะอย่างตับ ไต จะได้พักผ่อนได้เต็มที่ )แล้วก็ และควรเตรียมความพร้อมในการนอนให้มีบรรยากาศเหมาะกับการนอนจริงๆ ควรไม่มีแสงไฟจากข้างนอกเข้ามา และความไม่มีเสียงดังจากภายนอก เพราะมีช่วงนึงเคยผอมมาก คุณหมอตรวจก็ไม่พบอะไร จนกระทั่งตรวจเรื่องการนอน ทำให้เจอว่าตอนนอน ร่างกายเราไม่ได้พักเลย เพราะเวลาน้องหมาๆ เห่าที่บ้าน ทำให้ร่างกายตอนนอนหลับถูกกระตุ้นให้ทำงานไปด้วยค่ะ และที่สำคัญอย่าเอาปัญหาต่างๆ มาคิด ปล่อยใจให้สบาย





6.เขียนบันทึก เป็นการเปิดประตูระบายอารมณ์ที่อัดอั้นตันใจต่างๆ คุณหมอจิตแพทย์ 2 ท่านที่รู้จัก บอกว่า การเขียนระบายอะไรลงไปในกระดาษจะช่วยบรรเทาความรู้สึกตอนนั้นได้





7.นั่งสมาธิ ติดตามสังเกตการเข้าออกของลมหายใจ นอกจากจะทำให้สมาธิแล้ว คุณหมอจิตแพทย์ยังบอกว่า คนไข้ซึมเศร้าทุกคนอาการดีขึ้นจากการนั่งสมาธิ เพียงชั่วโมงละ 2-3 นาที เพราะจะทำให้เค้าตระหนักถึงการมีตัวตนของตนเอง การควบคุมความคิดที่ฟุ้งซ่าน และการมีสติ (อันนี้คอนเฟิร์มค่ะ ดีขึ้นได้จริงๆ)





8.มองโลกในแง่ดีไว้ค่ะ จริงๆ แล้วดูเหมือนพูดง่าย แต่ทำยาก เพราะต้องกลับมาปรับความคิดที่ติดมาเป็นนิสัยแต่เด็ก แต่เชื่อสิว่าทำได้ เริ่มจากการมองตัวเองในแง่ดีไว้ก่อนค่ะ พระอาจารย์มิตซุโอะ เขียนหนังสือว่า "โชคดี" อ่านแล้วดีมากค่ะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดกับเรา ให้บอกกับตัวเองไว้ว่า "โชคดีจัง" เช่น แฟนมีกิ๊ก ก็บอกตัวเองว่า โชคดีจังที่ได้รู้ ก่อนจะถลำลึก หรือหากงานเข้างานหนัก ก็บอกตัวเองว่า โชคดีจังที่ยังมีงานให้ทำ ดีกว่าหลายๆคนที่ตกงาน ชีวิตก็จะมีแต่เรื่องดีๆ เพราะเรามองทุกอย่างเป็นโชคดีค่ะ




9. ออกกำลังกาย การออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับของสารเคมีในสมองที่ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น (เอนดอร์ฟิน) มีส่วนช่วยคลายกล้ามเนื้อ ทำให้หลับลึกขึ้น และลดความเครียดซึ่งในระหว่างวัน และสำหรับคนที่มีความเครียด หรือมีความก้าวร้าว (อย่างเรา เป็นคนดุ เป็นคนขี้วีน) จิดแพทย์แนะนำไปออกกำลังกายประเภท เทนนิส หรือ สควอช ค่ะ เพราะการหวดลูกแต่ละครั้งจะระบายความเก็บกดได้ดีทีเดียว





10.วางแผนทางการเงิน คนจำนวนมากเกิดระบบ Compensation ค่ะ คือเครียดแล้วพอได้ช้อปปิ้ง ความเครียดจะหายไป แต่ระบบนี้ทำให้คนเกิดหนี้สินเยอะ (เช่นตัวเอง) เกิดเป็นความเครียดใหม่ที่เห็นในบิลบัตรเครดิต เพราะฉะนั้นการวางแผนการใช้จ่ายก็มีส่วนช่วยแบ่งเบาไปได้เยอะจ้า



หวังว่าบทความวันนี้จะช่วยเพื่อนๆหลายๆคนได้ เราเอามาจากบทวิจัย + ประสบการณ์จริง และเพื่อนๆเองก็สามารถเอาไปใช้ และแชร์ให้กับคนที่เห็นว่าเค้ามีปัญหาดูนะคะ ลาล่ะค่ะ




 

Create Date : 31 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 31 กรกฎาคม 2553 10:54:08 น.
Counter : 416 Pageviews.  

ฮวงจุ้ย โต๊ะทำงาน (เอามาฝาก)

ขอบคุณเพื่อนๆที่เค้ามา Comment ทุกคนเรื่อง "เตือนภัยร้านขายมือถือที่ MBK" เมื่อวานนะคะ วันนี้เลยเปลี่ยนเรื่องดีกว่า หลังจากเมื่อวานโมโหๆ จิตใจวุ่นวายกะคนไม่ดีๆ วันนี้เลยหาเรื่องอื่นที่พอเป็นประโยชน์มาให้แทนค่ะ

วันนี้เป็นเรื่องฮวงจุ้ยโต๊ะทำงานนะคะ (สำหรับน้องๆที่ยังไม่จบ ก็ใช้จัดโต๊ะอ่านหนังสือทำการบ้านที่บ้านก่อนละกันค่า) ที่วันนี้เลือกเรื่องนี้เพราะว่าชีวิตของตัวเองทำงานตั้งแต่ 10.00 น. - 22.00 น. มา ประมาณ 3 เดือนแล้ว (ก่อนหน้านั้นก็ถึงประมาณ 3 ทุ่ม บางทีก็เที่ยงคืนผลัดๆกันไป) ดูเวลาทำงานแล้วเหมือนทำงานตามห้างสรรพสินค้าเนอะ แต่ไม่ใช่นะ ทำงานออฟฟิศนั่นล่ะค่ะ เป็นนักวางแผนงานโฆษณา มันก็ดึกๆ ประหลาดๆ แบบนี้ล่ะ ชีวิตใน 24 ชั่วโมงก็เลยเป็นโต๊ะทำงานไป 12 ชั่วโมงในหนึ่งวันแล้ว ก็เลยgoogle หาฮวงจุ้ย แล้วก็ได้รวมๆ มาดังนี้ค่ะ

1) อย่าให้ข้างหลังเก้าอี้ที่เรานั่งเป็นประตู พยายามให้เป็นกำแพง แล้วใช้ภาพที่แสดงความหนักแน่น หรือสำเร็จเป็นภาพประกอบข้างหลัง เช่น ภูเขา เต่า มังกร จำไว้ๆ อย่ามีน้ำในภาพเป็นอันขาด เพราะเค้าถือว่าถ้าหลังว่าง จะเป็นช่องทางการโดนเสียบบบบบ โดนจ้วง ส่วนไม่ให้มีน้ำ อันนี้ก็ไม่รู้เหมือน



2) อย่านั่งหันหน้าเข้าหากำแพง เพราะจะถ่วงความเจริญ ถ้าจำเป็นก็แขวนภาพทุ่งโล่งกว้างเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความรุ่งโรจน์ หรือภาพหงส์เพื่อเป็นสัญลักษณ์โอกาสดีๆ


3) ตั้งน้องไก่กุ๊กๆ มันจะมีแรงต้านทานการเมืองในออฟฟิศ คอยจิกกัดคนที่หวังเล่นการเมืองใส่เราให้ออกไปไกล



4) ตั้งลูกคริสตัลเพื่อดูดซับพลังชี่ที่ไม่ดี และสร้างความมั่นใจเรื่องความกลมเกลียวและมีประสิทธิภาพ (ยังงัยไม่รู้ ต้องลองหาดู)

5) หลีกเลี่ยงการนั่งอยู่ในพื้นที่ที่จัดวางแบบประจัญหน้า (ดีจังออฟฟิศหันแบบเฉียงๆกันหมด)

6) อย่านั่งใกล้กับประตูมากจนเกินไป ถือเป็นตำแหน่งการนั่งที่ไม่ได้รับการปกป้องและถูกจู่โจม (มิน่า ปีที่แล้วงานเข้าทั้งปี จู่โจมแรงเชียว)

7) จัดเก็บสิ่งของที่ระเกะระกะ

8)พึงระวังช่องหลืบที่มองไม่เห็น อย่าละเลยลิ้นชักและช่องเก็บของ ให้ถือเป็นเรื่องสำคัญเสมอในการหมั่นตรวจตราและจัดลิ้นชักให้เป็นระเบียบ และทิ้งบรรดาสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วไปเสีย

9)หลีกเลี่ยงขอบและมุมคมๆ ชี้ตรงมายังจุดที่คุณนั่ง พลังพิฆาตที่ถูกปล่อยมาหาคุณไม่เพียงแต่จะกีดขวางความสำเร็จทางอาชีพการงานของคุณเท่านั้น แต่ะจะทำให้คุณเจ็บไข้ได้ป่วย ถูกหลอกลวง หรือถูกใส่ร้ายในเรื่องต่างๆ อีกด้วย

10) นั่งทำงานท่ามกลางแสงที่ดี พยายามให้มีหน้าต่างมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตามหน้าต่างที่ยาวครึ่งหนึ่งจะดีกว่าแบบที่ยาวเต็มบานสำหรับพื้นที่ที่จัดวางโต๊ะทำงาน หน้าต่างที่ยาวเต็มบานจะนำพลังหยางเข้ามามากเกินไป ซึ่งจะทำให้คุณไม่ค่อยมีสมาธิและยังก่อให้เกิดความรู้สึกเหมือนถูกจู่โจม


10 ข้อนี้กว่าจะทำได้ก็ยากและเนอะ เฮ้อออออออออออ ขอบคุณข้อมูลจาก //www.liveinbangkok.com/forum/index.php?topic=503.msg1767 จ้า




 

Create Date : 25 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 25 กรกฎาคม 2553 19:50:33 น.
Counter : 337 Pageviews.  

เตือนภัยร้านขายโทรศัพท์มือถือที่มาบุญครอง

ไม่ได้มาเขียนซะตั้งนาน แต่วันนี้เห็นว่ามีเรื่องสำคัญจะต้องเขียน เพื่อให้เป็นเรื่องเตือนเพื่อนๆ เวลาซื้อของที่ MBK ซะหน่อย

วันนี้มี 2 เรื่อง เรื่องแรกเกิดกะพี่สาว (ซักสามเดือนได้ละ แต่ไม่ได้มาเขียน เพราะไม่คิดว่า เรื่องที่สองจะเกิดกะตัวเอง)

เอาเรื่องของพี่สาวก่อนดีกว่า
----------------------------------
พี่สาวมีร้านอยู่ที่ CTW (ตอนไฟยังไม่ไหม้) เพิ่งซื้อ Blackberry มาใหม่ค่ะ แต่โดนมือดีพวกคนที่เข้ามาในร้านแอบหยิบไป พอรู้ตัวอีกทีในวันเดียวกันนั่นล่ะ มือถือก็ปิดเครื่องไปซะแล้น (ตามแบบฉบับของการโขมย) เย็นวันเดียวกันนั่นล่ะค่ะ บรรดาเพื่อนๆของพี่สาวที่ไม่รู้ว่าเครื่องโดนขโมย ก็ส่งข้อความผ่าน BB Msger ไปเพราะกะคุยเรื่องอื่น ปรากฎว่ามีคนตอบค่ะ แต่ชื่อกะรูปเปลี่ยนไปเป็นผู้ชาย เพื่อนๆ เค้าก็เลยหลอกถาม ถามไปถามมาก็เลยรู้ว่า ผู้ชายคนนี้เพิ่งไปซื้อเครื่องนี้มาที่มาบุญครอง ก็เลยบอกเค้าไปว่า การซื้อของที่ขโมยมาคุณก็ผิดเหมือนกัน ผู้ชายคนนี้เค้าเลยบอกว่าจะให้ความช่วยเหลือโดยการพาไปที่ร้านที่เค้าซื้อมา แต่ยังงัยเค้าก็ไม่ยอมคืนเครื่องให้แน่ๆ

วันต่อมาจึงไปกะตำรวจค่ะ ที่ร้านก็บ่ายเบี่ยงบอกว่า ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลคนมาขายได้ ตำรวจจึงบอกว่าจะจับ เค้าก็เลยบอกว่า เค้ารับเครื่องนี้มาจากเดอะมอลล์ท่าพระ เพราะฉะนั้นต้องเอาเครื่องนี้กลับไปตรวจหมายเลขอะไรไม่รู้กะทางนู้นว่าใครเอามาขาย ตำรวจกะพี่สาวก็เลยยอมค่ะ (เพราะคิดว่าอย่างน้อยมีตำรวจมันก็น่าจะกลัว) ปรากฎว่าไรรู้ป่ะค่ะ มันส่งเครื่องกลับไปที่นู่น (ตามที่มันบอกอ่ะนะค่ะ) แล้ววันต่อมา มันก็น่าตาเฉยบอกว่า เครื่องไหน เครื่องอะไร ไม่มีหลักฐานแล้ว ตำรวจยังถึงกะอึ้งเลยค่ะ ไม่อยากจะเชื่อว่าโง่คู่เลย เลยปิดอันปิดจบกันไปแบบ "เออโง่เองวะ"

เลยอยากบอกเพื่อนๆ ว่า หากจะซื้อของพวกนี้น่ะ เลิกไปซื้อ MBK เหอะค่ะ ไปซื้อศูนย์ยังจะดีกว่า พวกนี้ส่วนมาก มันแย่จริงๆ นิสัยไม่ดี รับของโจรมา ยังทำตัวเป็นโจร หน้าด้านด้วย (เดี๋ยวไว้ถามชื่อร้านจากพี่สาวมาใส่ไว้ให้ จะได้ไม่มีใครไปหลงกล)

---------------------------------------------
เรื่องที่ 2 โง่ซื้อ iPad จากร้านที่ MBK
จริงๆแล้วไม่ได้ซื้อให้ตัวเองค่ะ ซื้อไว้เป็นของรางวัลให้ลูกค้า วันที่ไปซื้อก็เดินหาร้านที่พูดคุยกันรู้เรื่องและยอมออกบิลเงินสดให้ด้วยว่าเป็น iPad ก็เดินๆๆๆๆ อยู่นาน จนเจอร้านนี้ ชื่อร้าน "Phone Club" <--- ท่องไว้นะคะทุกคน ร้านอยู่ชั้น 4 โซนศูนย์อาหาร ล๊อค B13 บอกได้ละเอียดขนาดนี้เพราะมันให้นามบัตรไว้ค่ะ

ตอนที่ไปซื้อ ก็ถามก่อนเลยว่า ซื้อมาจากไหน คนขาย (ชื่ออาท) ก็บอกว่า ผมขายพี่ถูกๆ เลย ผมหิ้วเองมาเลยเนี่ย ไม่มีค่าคนอื่นหิ้วมาให้ เลยขายถูกได้ ผมเอามาจากเมกา นู่นนี่นั่น โม้ไปสารพัด จนคนอย่างเรา (โง่ๆเงอะๆ) ก็เชื่อ ก็เลยซื้อมา 2 เครื่อง ไอ้คนขายก็บอกว่าเดี๋ยวผมแกะกล่องให้พี่ดูเลยว่าของใหม่ อ่ะ ก็แกะไป แล้วเค้าก็บอกว่า เดี๋ยวผมเอาเครื่องไป tune อะไรไม่รู้ เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ไม่ต้องก็ได้ เค้าก็ยืนยันว่า ไม่ได้พี่ ถ้าพี่ไม่ทำ แล้วเครื่องจะใช้ไม่ได้ เราก็ไม่รู้อีก ก็เออๆ อ่ะรอก็ได้ มันก็วิ่งไปประมาณ 5 นาทีได้ก็กลับมา แล้วก็โชว์ว่านี้เสร็จแล้ว แล้วก็โชว์ว่า หมุนได้หน้าจอได้ตามปกติ พออีกเครื่องนึง มันก็ไม่ได้แล้วก็รีบๆ ยัดใส่ถุงเหมือนทุกอย่างเรียบร้อยดี

เวลาผ่านไปค่ะเพื่อนๆ ของเอาให้ผู้ชนะรางวัลไปเรียบร้อย ผู้ชนะโทรมาค่ะ บอกว่าหน้าจอหมุนไม่ได้ ขอเบอร์ร้านที่ซื้อมาหน่อย อ่ะ เราก็ให้ไป
ผ่านไปอีกหนึ่งวัน ลูกค้าคนเดิมโทรมาค่ะ บอกว่า ไปที่ร้านแล้วเค้าไม่รับผิดชอบ ไม่เปลี่ยน ไม่ซ่อม บอกแค่ว่า ถ้าอยากซ่อมก็รอศูนย์ก็ละกัน (ยังไม่มีกำหนดการจะเข้า) ลูกค้าก็ถามไปว่า อ้าว แล้วระหว่างนี้ล่ะ ไอ้คนขายก็บอกว่า "พี่ก็เก็บไว้ในลิ้นชักไม่ต้องใช้ จนกว่าจะมีที่ซ่อมละกัน" โหหหหหห ดูมันตอบสิ เลยเดือดร้อนถึงเรา ต้องโทรหามันให้ เราถามว่า รับผิดชอบหน่อยได้มั้ย ซื้อมาไม่เคยเปิดกล่องด้วยซ้ำ ทำยังงี้ไม่รับผิดชอบกันเลย มันตอบว่าไรรู้มั้ยคะ มันบอกว่า "พี่ก็ไปแจ้งตำรวจมาจับผมสิ" เลวมากกกกกกกค่ะ ดูมันตอบ ทีนี้พอเราถามว่า ถ้าซื้อมาจากศูนย์ที่เมกา ก็แปลว่า ถ้าเพื่อนพี่ไปเมกา ก็สามารถเอาไป claim ได้ใช่มั้ย มันก็บอกว่า ได้พี่ ผมก็ทำได้ แต่พี่ต้องจ่ายเงินผมเพิ่ม (หน้าด้านจริงๆ เอาของพังมาขาย ยังจะเอาเงินอีก) ก็เลยต่อรองบอกว่า ถ้ายังงัั้น ทำไมไม่เปลี่ยนเครื่องใหม่มาให้เลย แล้วร้านก็เอาเครื่องเก่าไป claim ซะ จะได้อันใหม่กลับมา มันตอบว่า "ไม่ได้หรอกพี่ เสียกำไรร้านผมหมด" แล้วมันก็ด่าลูกค้าให้ฟังอีกว่า "เค้ามาโวยวายกับผม พูดจาหมาๆ ผมว่าพี่เค้าจับฉลากได้ iPad ก็บุญแค่ไหนแล้ว" ดูมันๆ ยังไม่สำนึกอีก เราก็ยืนยันว่าจะ Claim จะฝากมันส่งกลับไป Claim มันก็บอกว่า "งั้นผมไม่รู้ด้วยนะ ว่าพี่จะได้คืนเมื่อไหร่ บอกเลย ไม่มีกำหนดการ เพราะ iPhone ร้านผมที่ส่งกลับไป นี่ก็ 4 เดือนแล้วยังไม่ได้มาเลย" เราก็งงเข้าไปใหญ่ดิ แล้วใครจะเอาของไปทิ้งกะแกล่ะเนี่ย เราก็นึกได้ เออ เพื่อนเราจะไปเมกานี่หว่า ฝากเพื่อนไปเปลี่ยนละกันวะ เลยบอกว่า โอเค งั้นเครื่องซื้อจากศูนย์ที่เมกาใช่มั้ย ได้ ไปเปลี่ยนเองก็ได้ มันตอบว่าไรรู้มั้ยคะ
"โห พี่ไปเปลี่ยนไม่ได้หรอก ผมขนมาจากจีน" อ้าว เวง เมกาเปลี่ยนทวีปไปเฉยๆ ซะงั้น สรุปมึงเอาของปลอมมาขายนี่หว่า เพราะตอนนั้น iPad ยังไม่ขายที่จีน เราก็เลยบอกว่า แล้วจะทำยังงัย จะแก้ยังงัย ไอ้ที่เสียเนี่ย มันก็ตอบว่า "พี่ก็เอามาทิ้งไว้กะผมละกัน ซ่อมได้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น" แสรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เลวมาก ทำไมทำตัวได้เลวขนาดนี้

เราก็เลยให้น้องๆในทีมตามเรื่องต่อ เพราะเราต้องไปจัดการเรื่องอื่นๆ น้องๆก็บอกว่า โทรไป มันก็ไม่รับบ้าง ตัดสายบ้าง หรือไม่ก็บอกโทรกลับ มันหนีกันง่ายๆ เลยค่าาาาาาาาาาาา

ไม่คิดว่าจะได้มาด่าใครในออนไลน์ ในที่สุดก็ทนไม่ได้ ไม่อยากให้ใครดวงซวยเจอคนแบบนี้หลอกเหมือนเราอีก เรายอมรับว่าเชื่อคนง่ายจริงๆ ปัญหาครั้งนี้ยังไม่รู้จะแก้ยังงัยเลยด้วยซ้ำ คิดจะให้ตำรวจช่วย ก็นึกถึงเคสของพี่สาวอีกว่า เดี๋ยวก็ปิดคดีแบบคนผิดหน้าด้านขายของกันเต็ม MBK อีก เซ็งงงงง




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2553    
Last Update : 24 กรกฎาคม 2553 10:29:51 น.
Counter : 1111 Pageviews.  

1  2  3  

A-La-Belle
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Twitter makes you love people you've never met; Facebook makes you hate people you've known your whole life; My Blog makes you know people sometimes is crazy like me :D
Friends' blogs
[Add A-La-Belle's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.