ต้นแบบชีวิตของเด็กคนหนึ่ง


" ต้นแบบชีวิตคืออะไรเหรอ เหมือนกับต้นไม้รึเปล่านะ...? "
[ ไม่ใช่ๆ ต้นแบบชีวิตก็คือคนที่เราอยากเอาตามเยี่ยงอย่างต่างหาก ]
" แล้วถ้าเกิดคนๆ นั้นคือคนในครอบครัวล่ะ แล้วเราก็โตตามแบบอย่างนั้นมา จะเรียกว่าอะไรเหรอ? "
[ อืม... ก็คง...เรียกว่าลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นล่ะมั้ง? ]
" ...ก็เป็นต้นไม้อยู่ดีนี่ "
[ .... ]


ผ่าม!! สวัสดีค่ะ วันนี้เบลลาดอนเปิดเรื่องด้วยมุขอะรูมิไร้ (หืม??) กันบ้างนะคะ เนื่องจากบล็อกของอาทิตย์ที่แล้วออกจะอ่านไม่รู้เรื่องแล้วก็หดหู่หน่อยๆ เพราะคนเขียนงานเยอะมากค่ะ สมองเบลอ เผลอปล่อยดาร์กไซต์ออกมาวิ่งเล่นกันเต็มไปหมด อาทิตย์นี้เลยมาแก้ตัว (ในสภาพที่ไข้ขึ้น) กันในบล็อกนี้แทน :D

ในบล็อกนี้ก็จะพูดถึงโรลโมเดล หรือก็คือต้นแบบในการใช้ชีวิตกันค่ะ สำหรับเพื่อนๆ หรือคนส่วนใหญ่เวลาถามหัวข้อนี้ก็มักจะยกเอาผู้มีชื่อเสียงในด้านใดด้านหนึ่งขึ้นมาตอบ แต่สำหรับเราแล้ว คิดว่าคนใกล้ตัวอย่างคนในครอบครัวนี่ก็มีแนวทางการดำเนินชีวิตที่น่าสนใจไม่แพ้ผู้มีชื่อเสียงเหมือนกันไม่ใช่เหรอ แถมหลักฐานที่เป็นตัวยืนยันว่าท่านเป็นคนเก่งก็คือตัวเราที่กำลังพิมพ์บล็อกอยู่นี่ไงล่าาาา

ต้นแบบในการใช้ชีวิตของเราก็คือคุณแม่ค่ะ คุณแม่ของเราเป็นแม่ม่ายที่หย่าร้างกับสามีเหตุเพราะไม่ได้รักกัน (แน่นอนว่าสมัยนั้นยังมีการคลุมถุงชนกันอยู่นะ) จากนั้นก็เลี้ยงเราลูกคนเดียวที่ติดจะเป็นเด็กที่ค่อนข้าง ' เอ๋อ ' มาด้วยตัวเอง คนอื่นๆ ก็บอกว่าคงไม่ไหวหรอก มีลูกตอนอายุเยอะแล้วก็เลยทำให้เด็กเป็นแบบนี้ แต่ท่านก็ไม่สนใจเสียงรอบข้างและเลี้ยงเรามาค่ะ และด้วยความที่เป็นคนมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีก็เลยได้รับความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ (ที่ไม่ใช่กลุ่มมนุษย์ส่ายหน้า) ทำให้เรียกได้ว่าเวลาทำงาน พวกลูกค้าที่มาที่ร้านก็ช่วยกันโอ๋เห่แล้วก็ช่วยเลี้ยงช่วยให้คำแนะนำมาจนโตป่านนี้เลยก็ได้ ข้อนี้เราก็พยายามเลียนแบบพอสมควรแต่ดูเหมือนโลกจะไม่ได้มอบอำนาจนี้ให้แก่เรานะ (ฮา)

นอกจากจะมีมนุษยสัมพันธ์ดีแล้ว ก็ยังมีความมั่นใจและกล้าตัดสินใจไม่ว่าจะเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ท่านจัดการได้หมด แม้แต่เราถูกแกล้งที่โรงเรียนก็ยังตามหาว่าใครทำแล้วก็สอนผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานตัวเองด้วยวาจาปราศจากการใช้กำลัง แล้วก็สอนให้เราไม่ยอมคน ใครจะมาทำร้ายเราไม่ได้ ทำให้เรารู้สึกว่าตนเองปลอดภัย แล้วก็เลียนแบบความแข็งแกร่งนั้นมา แน่นอนว่าตั้งแต่นั้นจนตอนนี้ก็ไม่มีใครแกล้งเราเลยค่ะ เป็นเรื่องที่ดีใช่มั้ยล่ะ :D

      ต่อมาก็เป็นเรื่องการจัดการเวลาและการวางแผนชีวิต ท่านสอนให้เราทำเป็นทุกอย่าง " ไม่ใช่ว่าสอนให้ไม่พึ่งใคร แต่เอาไว้ใช้ตอนไม่เหลือใครให้พึ่งแล้วต่างหาก " อาจจะฟังดูเป็นเรื่องไกลตัวแต่ชีวิตคนเราไม่แน่นอน ท่านไม่อาจอยู่ดูแลเราตลอดไปได้ นี่ก็เป็นสิ่งที่ท่านพร่ำบอกเหมือนกัน ซึ่งเราก็รับฟังเอาไว้และปฏิบัติตามเสมอมา ท่านสอนอะไรเราก็เรียนรู้เอาไว้ บางอย่างก็ครูพักลักจำเอา บางอย่างก็เรียนรู้เอาด้วยตนเอง 

ทั้งการกระทำ ความคิดและคำสอนทุกอย่างถูกบรรจุอยู่ข้างในตัวลูกไม้ลูกหนึ่งที่กำลังจะหล่นจากต้นเพื่อฝังรากลงสู่ผืนดินไปมีชีวิตของตนเอง การเลียนแบบอาจจะทำให้ต้นไม้เล็กๆ นั้นเติบโตมาหน้าตาเหมือนกับต้นแรก แต่ด้วยประสบการณ์ต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาก็อาจจะทำให้ต้นไม้เล็กหักงอไปบ้างจึงไม่อาจคงสภาพได้เหมือนกับต้นไม้ใหญ่อีกต่อไปก็ตาม อย่างน้อยก็ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ในเส้นทางของตนได้อย่างแน่นอน...

สวัสดี
เบลลาดอนพอยซั่น





Create Date : 08 กรกฎาคม 2561
Last Update : 8 กรกฎาคม 2561 23:14:07 น.
Counter : 369 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

สมาชิกหมายเลข 4599907
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed

 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กรกฏาคม 2561

1
3
4
5
6
7
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31