Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2569
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 สิงหาคม 2569
 
All Blogs
 
มารยาทชาวพุทธทางสายกลางค่ะ


ขออนุญาตใช้รูปนะคะ ถ้าท่านเจ้าของภาพไม่ยินยอม ต้องการให้ลบภาพออก กรุณาแจ้งด้วยนะค่ะ ขอขอบคุณค่ะ

บทที่ 7 
https://youtube.com/shorts/pGVpT9vlPyE?si=DUxG8mnxdaPuG6-i

รวมทุกบท https://youtu.be/NLTt4XHBM2A?si=lgHDnESom8rhjoPP

บทสรุป : มารยาทของชาวพุทธ...บนทางสายกลาง
 
เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้มาจนถึงบทสุดท้าย ผู้อ่านบางท่านอาจรู้สึกว่า มารยาทของชาวพุทธมีรายละเอียดมากมาย ทั้งเรื่องการแต่งกาย การสวดมนต์ การฟังธรรม การใช้เสียง การใช้น้ำหอม การแต่งหน้า การจัดทรงผม การลางานไปปฏิบัติธรรม การศึกษาพระธรรม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
 
หลายคนอาจเกิดคำถามว่า
 
"หากต้องระวังมากมายเช่นนี้ เราจะยังกล้าเข้าวัดหรือปฏิบัติธรรมอยู่หรือไม่?"
 
คำตอบของผู้เขียน คือ
 
"กล้าเข้าวัดเถิด"
 
เพราะมารยาทเหล่านี้ ไม่ใช่เงื่อนไขก่อนเข้าวัด และไม่ใช่เครื่องตัดสินว่าใครเป็นชาวพุทธที่ดีกว่าใคร
 
มารยาท คือสิ่งที่เราค่อย ๆ เรียนรู้ เมื่อได้รู้ก็ปรับ เมื่อพลาดก็แก้ไข เมื่อยังไม่รู้ก็ศึกษาเพิ่มเติม
 
พระพุทธเจ้ามิได้ทรงสอนให้เรากลัวการทำความดี แต่ทรงสอนให้เราพัฒนาตนเองด้วยปัญญา
 
หากวันนี้ยังแต่งกายไม่เหมาะสม ก็เรียนรู้แล้วปรับปรุง
 
หากวันนี้เพิ่งรู้ว่าการสวดแข่งกับพระอาจรบกวนผู้อื่น ก็ลดเสียงลงในครั้งหน้า
 
หากวันนี้เพิ่งรู้ว่าควรส่งมอบงานก่อนลาปฏิบัติธรรม ก็วางแผนให้ดีขึ้นในการลาครั้งต่อไป
 
หากวันนี้เพิ่งรู้ว่าการวิจารณ์ควรเป็นการติเพื่อก่อ ไม่ใช่การเพ่งโทษ ก็ฝึกใช้วาจาด้วยเมตตา
 
การปฏิบัติธรรม มิใช่การแข่งขันว่าใครสมบูรณ์แบบที่สุด แต่คือการลดกิเลสของตนเองทีละน้อย
 
ในขณะเดียวกัน ก็ไม่ควรเดินไปอีกด้านหนึ่ง คือการกังวลจนเกินเหตุ
 
บางคนกลัวผิดมารยาทจนไม่กล้าเข้าวัด
 
บางคนกลัวผิดศีลจนไม่กล้าปฏิบัติธรรม
 
บางคนคิดว่าต้องพร้อมทุกอย่างก่อน จึงจะเริ่มทำความดี
 
แต่พระพุทธศาสนาไม่ได้สอนเช่นนั้น
 
พระพุทธเจ้าทรงสอนให้เราเดิน ทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา)
 
ไม่หย่อนจนละเลยความเหมาะสม
 
และไม่ตึงจนกลายเป็นความทุกข์
 
ทางสายกลางไม่ได้หมายถึงการทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ แต่หมายถึงการใช้ปัญญาพิจารณาเหตุและปัจจัยในแต่ละสถานการณ์
 
แต่งกายสุภาพ แต่เหมาะกับอากาศ
 
เคารพพระธรรม แต่ไม่เพิ่มข้อปฏิบัติเกินกว่าที่พระธรรมวินัยบัญญัติ เช่น การถอดถุงเท้า ไม่จำเป็น 
เพราะเสยขิยวัตร สำรวจและเคารพพระธรรม ดังนั้นถอดแค่รองเท้า เครื่องสัมผัสพื้นทำให้สกปรกค่ะ
 
รักษาศีล แต่ไม่นำศีลไปกดดันหรือดูหมิ่นผู้อื่น
 
ปฏิบัติธรรม แต่ไม่ละเลยหน้าที่ที่ตนรับผิดชอบ
 
ศึกษาพระธรรม แต่ไม่ใช้ความรู้เพื่อเอาชนะกัน
 
เมื่อเข้าใจเช่นนี้ มารยาทจะไม่ใช่ข้อห้าม แต่จะกลายเป็นการแสดงออกของเมตตา ความเกรงใจ และปัญญา
 
มารยาทที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากความกลัวว่าจะถูกตำหนิ
 
แต่เกิดจากใจที่ถามตนเองอยู่เสมอว่า
 
"สิ่งที่เรากำลังทำ จะช่วยให้ตนเองและผู้อื่นเข้าถึงพระธรรมได้ง่ายขึ้นหรือไม่"
 
หากคำตอบคือ "ใช่"
 
นั่นย่อมเป็นมารยาทที่งดงามแล้ว
 
ท้ายที่สุด ผู้เขียนหวังว่า หนังสือเล่มนี้จะไม่ทำให้ผู้อ่านกลัวการเข้าวัด แต่จะทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า
 
วัดไม่ใช่สถานที่ของคนสมบูรณ์แบบ
 
แต่เป็นสถานที่ที่คนธรรมดาเข้ามาเรียนรู้ ฝึกฝน และค่อย ๆ พัฒนาตนเอง
 
เช่นเดียวกับมารยาท
 
เราไม่จำเป็นต้องทำได้ครบทุกข้อในวันแรก
 
ขอเพียงเปิดใจเรียนรู้ ปรับปรุงเมื่อรู้ และเดินต่อไปบนทางสายกลางด้วยเมตตาและปัญญา
 
นั่นก็เป็นการเคารพพระธรรมอย่างแท้จริงแล้ว
 
«"มารยาทของชาวพุทธ มิใช่กำแพงที่กั้นคนออกจากพระธรรม แต่เป็นสะพานที่ช่วยให้เราทุกคนอยู่ร่วมกันด้วยความเคารพ เมตตา และปัญญา เมื่อรู้แล้วก็ปรับ เมื่อพลาดก็เรียนรู้ แล้วค่อย ๆ ก้าวไปบนทางสายกลาง เพราะพระพุทธศาสนาไม่ได้เรียกร้องให้เราสมบูรณ์แบบในวันนี้ แต่สอนให้เราพัฒนาตนเองให้ดีกว่าเมื่อวาน"»

ขอร่วมอนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ด้วยค่ะ

กดติดตามและกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ



Create Date : 05 สิงหาคม 2569
Last Update : 5 สิงหาคม 2569 17:34:49 น. 2 comments
Counter : 207 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณnewyorknurse


 
ขอบคุณที่โหวตเป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่ะ


โดย: Beeli วันที่: 6 สิงหาคม 2569 เวลา:2:44:17 น.  

 
ขอบคุณที่กดโหวตให้นะคะ
อนุโมทนาสาธุ สาธุ สาธุ ด้วยค่ะ


โดย: Beeli วันที่: 7 สิงหาคม 2569 เวลา:1:27:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Beeli
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




สวัสดี นักอ่านทุกท่าน
ดิฉันเป็นผู้ชอบที่จะวิเคราะห์ สังเคราะห์ แต่งหนังสือหลายแนวมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมะ พระอภิธรรม ดิฉันจึงจะเล่าธรรมะที่ย่อยง่าย แต่จะคงเนื้อหาให้ตรงกับพระไตรปิฎกค่ะ และ ความรู้ ดราม่าและก็อื่น ๆ ค่ะ
New Comments
Friends' blogs
[Add Beeli's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.