พรสวรรค์พบได้อย่างไร




ค้นพบ
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งในสัปดาห์ วันนี้จะพูดถึงเรื่องพรสวรรค์ จากการที่อ่านหนังสือแนว self-improve มามากมายหลายปี ก็พยายามค้นพบสิ่งที่เรียกว่าศักยภาพภายในตัว เราพบว่าทุกครั้งที่เราชอบอ่านหนังสือ หรือเข้าฟัง youtube แนว พัฒนาตัวเองหรือ how-to นี้ มันมักเกิดขึ้นช่วงที่เราอ้อยอิ่งจากภาระกิจหลักที่กำลังทำ เช่น ช่วงใกล้สอบ วนเวียนไปมากับเรื่องพวกนี้ก่อนอ่านหนังสือสอบจริงๆ หรือจะเรียกว่า มองหาบางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นหลักยึด ความมั่นคงในอนาคต เรียกง่ายๆว่า ที่พึงทางใจ ฟังธรรมะบ้าง เรียนพิเศษบ้าง กระทั้งในที่สุด เราก็ได้เข้าห้องเรียนเข็มทิศชีวิต เรียกได้ว่าที่สุดแล้วล่ะค่ะ ทั้งคุณภาพและราคาค่าเรียน มีคนรีวิวถึงความสำเร็จในชีวิตมากมาย โดยยึดหลักที่ถูกต้องทั้งทางโลกและทางธรรม เราได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการเข้าห้องเรียนนี้ค่ะ ทั้งทัศนคติและการมองโลก เพราะเราจำสิ่งที่ได้จากการเรียนก็คือ "ทุกสิ่งทุกอย่างส่งเราไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดเสมอ เมื่อเราหันด้านที่ดีที่สุดเข้ารับมือ" หรือ "การที่เราคิดลบ มันยิ่งทำให้ผลลัพธ์ที่ดีนั้นห่างไกลออกไป" ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่เชื่อในการทำดี เพราะการทำดีไม่ใช่เพื่อเขา แต่เพื่อเรา 
มาเข้าเรื่องกันต่อค่ะ เราเหมือนเป็นคนที่แพ้มาตลอด พลาดจากสิ่งที่คาดหวังมากมาย จนวันหนึ่งมันไม่อยากหวังอะไร จะได้ไม่ต้องผิดหวัง อยู่ใน comfort zone ที่คิดว่าสะดวกสบาย ปลอดภัยกับชีวิต ไม่ต้องสร้างความสำเร็จอะไร เพราะที่เป็นอยู่ก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเสียอะไร แต่มันก็ไม่ได้อะไรเหมือนกัน กระทั่งวันหนึ่ง ได้พยายามทบทวนบทเรียนในทุกทาง และพยายามหาสิ่งที่เป็นความหมายของการดำรงอยู่ สิ่งที่ทำได้เหมือนหายใจตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก ทำให้เราค้นพบพรสวรรค์ในตัวเอง นั่นก็คือ การเขียน และ การวาดรูป
มันอาจมองดูเล็กน้อยสำหรับใครหลายคน แต่มันมีเหตุการณ์ที่ประทับใจเกิดขึ้นกับสิ่งเหล่านั้น นั่นก็คือครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งเราเป็นเด็ก มีญาติผู้ใหญ่สนิทของเราคนหนึ่ง ท่านป่วย ด้วยความเป็นเด็กแต่ตอนนั้น คิดว่าใจเราไม่ได้เด็กไปด้วย เราคิดว่าเราเป็นกำลังใจของญาติผู้ใหญ่มาตลอด เราได้บรรจงเขียนจดหมาย หวังว่าเขาจะหายเป็นปกติในเร็ววัน เราไม่ได้รู้เรื่องว่าการเขียนที่ถูกต้องเป็นอย่างไรเพราะตอนนั้นเรียนแค่ประถมต้น หรือ ลายมือที่สวยที่สุดนั้น ควรเป็นอย่างไร ในทุกตัวอักษร จำได้แต่ว่าคนอ่านจะหายเป็นปกติจากอาการป่วยได้ หลังจากเมื่อจดหมายถึงผู้อ่าน และคุณป้าที่ป่วยได้อ่านก็โทรมาที่บ้าน ด้วยความปิติยินดีน้ำตาไหล ตอนนั้นเราก็ไม่รู้อะไรมาก ร้องไห้ไปด้วยปนเขินนิดหน่อยเพราะคุณแม่ดูอยู่ นี่จึงอาจเรียนว่าพรสวรรค์การเขียนก็ได้ที่เราได้ค้นพบ
ต่อมาเรื่องการวาดรูป จำได้ครั้งหนึ่งครูให้ทำหนังสือเล่มเล็กในนิทรรศการวันภาษาไทย เราและเพื่อนก็ตั้งใจทำหนังสือแนว pop-up ขึ้นมา และเราได้รับหน้าที่ในการวาด ครั้งนั้นจำได้ว่าเพื่อนชื่นชม และตัวเราก็ชื่นชมกับผลงานตัวเองมากเหมือนกัน เพื่อนบอกว่า หนังสือเหมือนพิมพ์มากกว่าวาด เราเลยตีความว่าคุณภาพการวาดของเราที่ลงด้วยน้ำหมึกสีดำนี้ถึงระดับสากล อิอิ 
สิ่งที่เหมือนกันของทั้งสองกิจกรรมนี้คือเรามีความรู้สึกปิติ และดีใจ ชื่นชมในผลงานตัวเองที่ทำให้ผู้รับผลงานเกิดความชื่นชมยินดี หรือแม้กระทั่งปลาบปลื้ม มีกำลังใจ มันดีจริงๆเลยค่ะคุณผู้อ่าน



Create Date : 13 มีนาคม 2560
Last Update : 14 มีนาคม 2560 13:08:28 น.
Counter : 440 Pageviews.

0 comment
บันทึกกิจกรรมพิเศษ


 บันทึกกิจกรรมรวมญาติ
สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
วันนี้วันดี มาเล่าประสบการณ์แสนวิเศษ
เรื่องการพบปะญาติผู้ใหญ่
ไม่น่าเชื่อวันเวลาผ่านไป
คลายกับช่วงเวลาในวัยเด็ก
ในบ้านหลังหนึ่ง ได้แปรเปลี่ยนตามกาลเวลา
ทุกคนต่างเติบโต เลือกทางเดินชีวิตของตัวเอง
บรรยากาศบ้านหลังนั้นค่อยๆเลือน

แต่แล้ว ทุกอย่างกลับมาอีกครั้ง
ในรูปแบบที่เรียกได้ว่า
อบอุ่นกว่าเดิมหลายเท่า
บรรยากาศแห่งความครึกครื้นได้มาพร้อม
กับเสียงหัวเราะ เริงร่าของเด็กๆตัวน้อยๆ
และกิจกรรมอันแสนสนุกสนาน
ทุกอย่างกลับมาอย่างอบอุ่น

เราดีใจจริงๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในงานสังสรรค์ร่วมญาติ
สนุกสนาน จนกระทั่งอยากมาเล่าสู่กันฟัง
บรรยากาศครอบครัวใหญ่เป็นอะไรที่วิเศษจริงๆ
ยิ่งกว่าความฝัน สิ่งที่คาดไว้อีก
หลากๆอย่างเบิกบาน ต้อนรับเรา
แม้กระทั่งภาระกิจเริ่มหลังจากนี้
การเดินทางยังเต็มไปด้วยดอกไม้ที่เบ่งบานริมทาง


พระอาทิตย์เช้าวันใหม่สดใสกว่าทุกวัน
บรรยากาศในการทำหน้าที่แม้อยู่คนเดียวก็อบอุ่น
เพราะมีความรักที่ได้เก็บเกี่ยวไว้ในความทรงจำเมื่อสองวันก่อน
รู้จักการเล่น Boomerrang ใน IG ไหม 
ลองคิดดูการเล่นแอฟนี้ในผู้คนต่างวัย และวัยไล่เลี่ยกัน
ประมาณสิบกว่าคนมันรู้สึกอย่างไร
ลองไปเล่นกันดูนะ ผู้ใหญ่ที่มองดูความสุขของเด็กๆพวกเขา
ลองคิดดูว่ารู้สึกอย่างไร

ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่ามันสนุกสนาน
แบบไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเลย
ทุกอย่างสวยงามจริงๆ
ขอบคุณจริงๆที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวนี้ตั้งแต่เกิด
เรารู้สึกมีความสุขและซาบซึ้งมากๆ





Create Date : 06 มีนาคม 2560
Last Update : 6 มีนาคม 2560 22:51:03 น.
Counter : 268 Pageviews.

0 comment
บันทึกสุดสัปดาห์


สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่าน

ห่างหายจากการเขียนบล็อกมานานพอสมควรถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที ระหว่างรอทำภาระกิจที่แพลนไว้ก็ขอใช้เวลารอนี้เขียนบล็อกสักหน่อย หัวข้อที่จะเขียนวันนี้ก็คือ “คุณฝากอนาคตไว้กับอะไร” แค่หัวข้อก็น่าอ่านแล้วว่ามีอะไรนะ ในเนื้อหานี้เริ่มจากคำถามง่ายๆก่อนเลยว่า ทำไมคนเราต้องคิดถึงอนาคต ทำไมล่ะ ทำไมต้องคิดคิดแล้วมีผลอย่างไร ไม่คิดได้หรือไม่ คิดแล้วได้อะไร

โดยทั่วไปแล้วคนเรามีความกลัวว่าจะไม่สมหวัง เพราะทุกครั้งที่เราทำอะไรสำเร็จ เราจะรู้สึกปลาบปลื้มตัวเองเพราะความสำเร็จมันให้ความรู้สึกว่า ฉันเจ๋งนะ แน่นะ แล้วชีวิตมันก็สดชื่นขึ้นมามันผ่านเรื่องยากไง ทำให้คนชอบท้าทายที่จะทำเรื่องยากขึ้นไป เสมือนการเดินขึ้นบันไดทีละขั้น ทำให้คนชอบทำหลายสิ่งหลายอย่างตามขั้นตอน แต่หากใครลัดขั้นตอนแล้วได้ผลดีหรือใช้เวลาอันสั้นในการ achieve มันก็เหมือนเจ๋งกว่าคนเราเลยอยากเรียนจบไวก่อนอายุ ทำงานได้ไว ตลอดจนหาเงินได้ไวๆเพื่อจะเกิดความแตกต่าง แตกต่างแบบที่เรามองจากจุดนี้แล้วพูดว่า เจ๋งอ่ะ เก่งอ่ะเราชอบสนองนีดตัวเอง เลยชอบทำนู้นนี่ที่ได้ผลลัพท์ หรือเริ่มทำบางอย่างที่รับรองว่าชีวิตดีตามค่านิยมการเรียนดี การเรียนสูงๆ การทำงานที่ดีๆ การดูแลพ่อแม่ ทุกอย่างที่ว่าดี ถ้าเราทำได้ตามที่คิดก็ดีแต่ทุกคนก็รู้ทั้งรู้ว่าชีวิตที่ผ่านมามันไม่ใช่หนังสือคู่มือที่ทำตามสิ่งที่คิดแล้วจะเป็นไปตามนั้นทุกอย่างดังนั้นคนเราจึงมีหลักหรือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อพักพิงในเวลาที่ควรปล่อยวางให้ได้ทบทวนในเวลาที่สมควร ยึดใจไว้เพื่อบอกว่าเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้ หรือคือสละชีพได้เพื่อความเป็นธรรม




Create Date : 13 กุมภาพันธ์ 2560
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2560 16:42:02 น.
Counter : 344 Pageviews.

0 comment
^.^


เมื่อชีวิตมาถึงจุดเปลี่ยน

หลายต่อหลายครั้งเราเคยมองหาชีวิตที่สมบูรณ์แบบวาดฝันจินตนาการ และพยายามเข้าใจความหมายของคำว่า “ความรู้สำคัญกว่าจิตนาการ” อย่างที่ไอสไตน์ได้กล่าวไว้ เราวิ่งวุ่นวายและยึดติดกับสิ่งๆหนึ่งตลอดเวลาคิดไปเองว่าทำอย่างนั้นดี แบบนี้ดี อย่างนั้นสิถึงจะถูก และคิดว่าทุกอย่างเราทำได้ชีวิตไร้ข้อจำกัด แต่แล้วโลกความจริงได้สอนอะไรหลายสิ่งหลายอย่าง ว่ามันไม่เสมอไปชีวิตมีหลายมุมมองเหมือนการมองนาฬิกาที่คนมากมายมองจากต่างที่แต่สุดท้ายนาฬิกาก็ยังคงเดินต่อไป

จุดเริ่มต้นครั้งใหม่

กระทั่งชีวิตมาถึงจุดที่ต้องการเวลานึกทบทวนว่าเราทำอะไร ทำไปเพื่อใคร มันให้ความหมายอย่างไร หรือจุดมุ่งมั่นคืออะไรมันอาจใช้เวลาในครั้งแรก แต่มันมีความหมายเสมอ มันสนุก มันได้พัฒนาตัวเองมันทำให้เห็นความปรารถนาดีของผู้อื่นที่มีต่อเรา มันเป็นความหมายมันเป็นสิ่งที่เราเห็นว่าถูกต้อง และมันได้ช่วยเหลือผู้คนและมันทำให้เห็นคุณค่าในตัวเองและมันทำให้เราเห็นความเป็นจริง และรักตัวเองมากขึ้น

ความฝันคือการวางแผน

เมื่อวันนึงความฝันที่เราต้องการมันไม่ได้มีแต่เราที่อยู่ตรงนั้น แต่มันมีคนที่เรารักอยู่ด้วยมันทำให้เรามีแรงผลักดัน และได้เห็นอะไรต่างๆมากมาย เห็นถึงความจริงและการทำให้มันเป็นจริงมากที่สุด อย่างน้อยก็วันนี้เลย วันนี้เท่าที่เป็นไปได้เท่าที่ทำได้เพราะหากรอให้ถึงวันนั้นอย่างภาพในความฝันมันอาจเปลี่ยนไปจากภาพที่คิดเพราะชีวิตไม่แน่นอนแล้วทำไมจะเป็นวันนี้เลยไม่ได้ในเมื่อเวลาไม่เคยรอใคร แม้แต่สิ่งที่ดีที่สุดเวลาก็ไม่รอ เพราะตอนนี้ก็คือตอนนี้ วันพรุ่งนี้ก็คือวันพรุ่งนี้ เมื่อวานก็คือเมื่อวาน

ให้มากกว่ารับ

ทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองเสมอตั้งแต่เกิดมาการดูแลตัวเองให้ดูดีเสมอเท่าที่จะทำได้ มันก็ทำให้โลกนี้สดใส อย่างน้อยก็สำหรับใครบางคนเสมอเลือกทำในสิ่งที่ชอบ อยู่ในที่ที่สบายใจสบายกาย แม้เราไม่รู้ไม่เห็นแต่คิดไว้เถอะว่า มันมีคนๆนั้นอยู่ตลอด




Create Date : 05 ธันวาคม 2559
Last Update : 5 ธันวาคม 2559 21:46:19 น.
Counter : 284 Pageviews.

0 comment
เก่งภาษาอังกฤษง่ายๆ


เก่งภาษาอังกฤษได้ง่ายๆไม่ต้องกลัว

หลายคนอาจคิดว่าอยากเก่งภาษาอังกฤษไม่รู้จะทำอย่างไร เห็นเพื่อนพูดกับฝรั่งได้คล่องแคล่ว เก่งจังได้แต่บอกตัวเองว่าทำไมเขาเกิดมาเก่งขนาดนี้หารู้ไม่ว่าเราก็มีศักยภาพเท่าๆกับเขาล่ะ

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่เคยเจอเหตุการณ์แบบนั้นมีข้ออ้างร้อยแปดว่าเราไม่เก่งเหมือนเขาเพราะ พื้นฐานไม่เท่ากันบ้างเรียนโรงเรียนไม่เหมือนกันบ้าง คิดหลายอย่าง จะบอกผู้อ่านว่า มันไม่ผิดหรอกค่ะที่จะมีคิดน้อยใจบ้าง แต่เราเลือกได้ว่าจะยอมรับและคิดว่ายากเป็นไปไม่ได้เพราะไม่ได้เก่งไม่ได้เรียนเมืองนอก หรือจะยอมรับว่าเออ ฉันไม่เก่ง ไม่เก่งแล้วไง เรียนรู้ได้ งั้นฉันต้องขยันกว่าเธอฉันถึงจะได้เท่าเธอ ถ้ายอมรับอย่างหลังก็มีแนวโน้มว่าจะเก่งนะคะยอมรับและสังเกตวิธีพัฒนาภาษาอังกฤษของมือโปร และเราก็เลียนแบบเขา สักวันค่ะ ให้เวลาทำหน้าที่ของมันฝึกไปเรื่อยๆวันละนิดวันละหน่อยได้บ้างไม่ได้บ้าง ในที่สุดคุณก็จะบอกตัวเองว่าอ้าว! อ่านออกแล้วนี่หว่าลืมไปเลยว่ามาถึงจุดนี้ได้ยังไง

ถ้าไม่ได้จริงๆก็เรียนรู้จากเบสิคๆเลยเปิดศัพท์อ่านไม่ออก ฟังออกเสียงในเวปต่างๆ จดเป็นคำอ่านไทยไว้ หรือเริ่มเบื่อๆจำลองเหตุการณ์ว่าอยู่เมืองนอก ออกจากบ้าน ซื้ออาหารที่ร้านอาหาร ถามว่าอันนี้ราคาเท่าไหร่ How much is this? ลองทบทวนเหตุการณ์ในแต่ละวันว่าต้องใช้ภาษาอังกฤษหมดเลยจะพูดอย่างไร ติดขัดตรงไหนGoogleเลยจ้าเช่นสั่งข้าวผัด เราพูดไปว่า ข้าวผัดกลับบ้าน1กล่องค่ะ เราก็พูดว่าภาษาอังกฤษจะมีประธาน+กริยา+กรรม =ฉันต้องการข้าวผัด1กล่องสำหรับกลับบ้านก็พูดว่า I want to buy FriedRice To Go. คิดเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตเราแปลเป็นภาษาอังกฤษแค่นี้ก็เรียนภาษาอังกฤษอย่างสนุกแล้ว ฝึกแบบนี้จะทำให้เราคล่องไว ผลลัพธ์ที่ได้ก็ตรงกับนำไปใช้จริงด้วยเวลาใช้จริงแม้ไม่เหมือนกับที่ฝึกแต่สมองมันจะคิดไวอย่างเป็นธรรมชาติเลยล่ะลองไปใช้กันดูนะคะ




Create Date : 03 เมษายน 2559
Last Update : 3 เมษายน 2559 22:35:39 น.
Counter : 378 Pageviews.

0 comment
1  2  

สมาชิกหมายเลข 1477533
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]