All Blog
Review: สีผึ้งคำน่อย สีผึ้งโบราณาจากภูมิปัญญาไทยแท้ๆ


สภาพปากแตก แห้งลอก เป็นขุย พังสิคะงานนี้!!


สวัสดีค่ะ..ทุกคน

บล็อกนี้เอาใจสาวๆ ที่มีปัญหาริมฝีปากแห้ง

ไม่ว่าจะแห้งน้อย แห้งมาก ลอกเป็นแผ่นๆ หรือแค่เป็นขุย


เผลอไม่ได้เลยนะ..ต้องนั่งดึงหนังที่ปากตัวเอง

ผลหรอคะ?? เลือดซิบเลยค๊า...




สิ่งที่ตามมา..ยิ่งกว่าเลือกซิบๆ คือ ลอกไม่หายสักที ริมฝีปากก็เริ่มดำแล้วสิทีนี้

บางคนมีอาการที่ว่า..หนังเริ่มแข็งขั้น เป็นเนื้อด้านๆ..ต้องระวังนะคะ

ที่สำคัญเสียบุคลิกด้วยค่ะ..นั่งแกะปาก..เผลอๆ ลืมๆ เอ้า!! แกะอีกแล้ว


นอกจากจะแสบ เป็นแผล ที่สุดของที่สุดคือ..

เวลาริมฝีปากลอก ทาลิปสติกเท่าไหร่..ก็ไม่เนียนเรียบ ไม่สวย

ปัญหาคือ..ลิปสติกที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งน่ะ.. เหงาเลยน๊า...

ใครมีปัญหาเรื่องนี้บ้าง..วันนี้พี่วิมีเคล็บไม่ลับมาฝากค่ะ


ปากเรียบ เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น จากภูมิปัญญาไทยแท้ๆ

หืมมมม..ก็สีผึ้งไง!! 

รวมไปถึงสครับจากน้ำตาลที่มีความเป็นธรรมชาติ100% 

ไม่ได้ล้อเล่นแต่ช่วยได้จริง..ไปดูกันค๊า

พี่วิสครับครั้งแรกเลย..ฟินมากกก




เห็นผลลัพธ์แล้ว..อยากทำความรู้จักนางเอกของเราแล้วใช่ไม๊คะ??

มาค่ะ..พี่วิจะเล่าให้ฟัง...


ก่อนอื่นเลย ต้องบอกก่อนว่า..พี่วิมีโอกาสได้รับผลิตภัณฑ์

จากการเปิดถุง eveandboy Grand Opening สาขาสยามสแควร์วัน

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาค่ะ...


Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


ครั้งแรกที่ได้เห็น 

ตอนเปิดกล่องแล้วได้เห็นผลิตภัณฑ์..นี่กรี๊ดมากกก!!

ทุกอย่างมีกลิ่นอาย..ของความไทยแบบโมเดิร์นสุดๆ

ตั้งแต่ลายกล่องใส่ผลิตภัณฑ์ ที่คล้ายผ้าไทย..ดูสวยละมุนคลาสิค

ตัวหลอดที่ใส่สีผึ้งมีน้ำหนักเบา พกพาง่าย ไม่ต้องกลัวแต่หัก


ส่วนตัวเป็นคนชอบลายผ้าไทย ลายกนกอยู่แล้วด้วย 

เห็นแล้วมีความหึกเหิม ในความเป็นไทย ..ใจมันเต้นแรง

นี่คิดภาพไกลไปถึง..เวลาอยู่ข้างนอกในร้านอาหาร พอทานข้าวเสร็จ

แล้วหยิบสีผึ้งคำน่อยมาทาริมฝีปากแทนลิปบาล์ม..โอ๊ยยย..อย่างเท่ค่ะ!!


รู้สึกภูมิใจ..ปลื้มใจที่มีผู้ประกอบการในบ้านเรามองเห็นความสำคัญ

ของผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ของโบราณๆ จากภูมิปัญญาไทยแท้ๆ

แล้วนำกลับมาผลิต ในรูปแบบที่ดูสวยทันสมัยขึ้น 

แต่ยังคงมีวิธีการผลิต และส่วนผสมที่ดั้งเดิมจริงๆ อยู่


Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


พี่วิรวบรวมข้อมูล รวมถึงการทดลองใช้มาอาทิตย์กว่าๆ

จนรู้สึกว่า..ควรค่าแก่การรีวิวให้ทุกคนได้รู้จักสีผึ้งไทยโบราณ

ที่ได้รับมาตรฐานการส่งออก..ไปรู้จักกันค่ะ


สีผึ้งคำน่อย




นี่พิมพ์ไปก็อยากนุ่งผ้าไทยสไบเฉียงเลยนะ..

คือแบบอินเนอร์ขึ้นเลย^^ 

เพียงประสบพบโปรดักส์ ก็หลงรักมิอยากให้ห่างกาย

555+ งานละครไทยก็มาค๊า...


พี่วิยิ่งรู้สึกภูมิใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเริ่มพยายามค้นหาข้อมูลของแบรนด์

แล้วรู้ไปถึงว่า กว่าจะมาเป็นคำน่อยนั้น เจ้าของแบรนด์ใช้เวลาในการฝึก

ใช้เวลาในการค้นหาวัตถุดิบ และพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐานระดับสากล

มากว่า 10 ปีแล้ว 


ก่อนที่จะเล่าให้ฟัง ทีละชิ้นเรามารู้จักสีผึ้งกันก่อนดีกว่า

แต่โบราณกาลมา สีผึ้งไทยเรามี 2 ชนิดค่ะ




1. สีผึ้งเคลือบปาก  สีผึ้งชนิดนี้ จะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียว 
ทาเพิื่อเคลือบผิวริมฝีปาก คนโบราณ จะใช้ทาก่อน และหลัง กินหมากค่ะ
เพื่อป้องกันน้ำหมากจับหรือเกาะที่ริมฝีปาก เพื่อไม่ให้ปูนกัดริมฝีปากนั่นเองค่ะ

"พิมพ์ไป..ก็นึกถึงย่าทวด กับเชี่ยนหมากเลยค่ะ
เคี้ยวๆ ไปก็น้ำหมากไหลที่มุมปาก นี่ยังเคยเอาปูนทาบนใบพลูสด
ม้วนๆๆ ให้ย่าทวดเคี้ยว..เห้อออ..คิดถึงเลยค่ะ" ฮืออออ มีความนอกเรื่องตลอด^^

2. สีผึ้งชนิดบำรุงผิวปาก คือทาระหว่างวัน ตอนไม่กินหมาก 
มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน มีกลิ่นหอม และมีสีสันสวยงาม

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley




ที่นี้เรามารู้จัก "คำน่อย" กันเลยค่ะ

ว่ามีกี่ชนิด อะไรบ้าง 

ซึ่งจะมีใบบอกสรรพคุณของสีผึ้งแต่ละตัว แนบมาเป็นการ์ดใบน้อยๆ มาให้ด้วยค่ะ

เริ่มที่



"สีผึ้งเนื้อทอง"



สีผึ้งเนื้อทอง เป็นสีผึ้งโบราณเคลือบปาก
ตำรับกำยานที่หุงสมานกำยานจนเป็นเนื้อเดียวกัน 

 มีเนื้อที่เหนียวนุ่ม เบาบาง สีเหลืองทอง

สรรพคุณหลัก ที่เด่นๆ ของสีผึ้งเนื้อทองคือ ทาเคลือบริมฝีปาก
เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้น ช่วยสมานผิวที่แห้งเป็นขุย
และอาการริมฝีปากแห้ง ลอกที่มีอาการรุนแรงให้กลับมาเรียบเนียนได้เป็นอย่างดี


"สีผึ้งชมพูนุท"



สีผึ้งชมพูนุท เป็นสีผึ้งโบราณบำรุงผิวปาก
ที่หุงอย่างละเมียดละมัย ได้เนื้อสีผึ้งที่นุ่มละมุน
มีกลิ่นหอมหวานเหมือนขนม

มีเนื้อสีชมพูสวยหวาน เป็นเอกลักษณ์โดดเด่น 
ที่ได้มาจากสมุนไพรปราศจากสีสังเคราะห์

สรรพคุณหลัก ที่เด่นๆ ของสีผึ้งชมพูนุท คือทาบำรุงปาก
ให้ความชุ่มชื้นสูงและยาวนาน จึงช่วยให้ผิวที่ริมฝีปาก
ชุ่มชื้นเรียบเนียนเปล่งปลั่งไม่แห้งเป็นขุย


"สีผึ้งกะทิ"



สีผึ้งกะทิ เป็นสีผึ้งโบราณบำรุงริมฝีปาก 
หุงแบบโบราณเนื้อสีผึ้ง จึงนุ่มเนียนและมีกลิ่นหอมของกะทิ
เป็นสีผึ้งตำรับที่อ่อนโยนที่สุด 

มีเนื้อสีเหลืองอ่อน และกลิ่นเหมือนทอฟฟี่กะทิเลยค่ะ

สรรพคุณหลัก ที่เด่นๆ ของสีผึ้งกะทิ เหมาะกับคนที่ริมฝีปากแพ้ง่าย 
ผู้ที่มีผิวบอบบางจากการเจ็บป่วย นอกจากช่วยบำรุงริมฝีปากให้ชุ่มชื้นแล้ว
เมื่อใช้เป็นประจำ จะช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนเปล่งปลั่ง

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

กลิ่น สี รสชาติ เป็นอย่างไร??

พี่วิได้พูดถึงไปบ้างแล้วคร่าวๆ ในแต่ละตำรับนะคะ
แต่ขอสรุปให้อีกรอบนึงนะคะ..เพราะเชื่อว่า ทุกคนกำลังคิดว่า
เอ๊ะๆๆ.. เราจะซื้อแยก หรือซื้อสะทุกตำรับดีน๊า...



กลิ่น จะมีความแตกต่างกันเลยค่ะ ทั้ง 3 ตำรับ ให้ความหอมระเรื่อๆ
ไม่ฉุนรุนแรงเพราะเป็นกลิ่นจากธรรมชาติ ไม่ใช่กลิ่นจากน้ำหอม
ดังนั้นสาวๆ ที่แพ้น้ำหอมสบายใจได้ค่ะ..ถ้าถามว่าพี่วิชอบกลิ่นไหนที่สุ
ขอตอบว่า ตำรับ "สีผึ้งกะทิ" 

สี ในหลอดจะมีสีสันหวานละมุนดูคลาสสิคค่ะ
ซึ่งพอทาบนริมฝีปากของเราแล้วนั้น..จะเป็นสีใสๆ
ดังนั้นจึงเป็นข้อดีตรงที่ ไม่ว่าเราจะเลือกตำรับไหนก็ใช้ทาก่อน
การทาลิปสติกสีโปรดของเราค่ะ..ไม่ทำให้สีลิปเพี๊ยน
แต่ถ้าถามว่าพี่วิชอบพกพาสีไหนแนบกาย
ต้องตอบว่า ตำรับ "สีผึ้งชมพูนุท"
ยังคงคอนเซ็ปท์สาวหวานอยู่ค่ะ^^

รสชาติ ถึงแม้จะมีสีสันหวานชวนรับประทานขนาดนี้
สีผึ้ง "คำน่อย" ยังคงความเป็นสีผึ้งโบราณแท้ๆ ที่ไม่มีรสชาติใดๆ นะคะ

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

นอกจาก สีผึ้งที่มีความน่าสนใจมากๆ แล้ว
สครับ ก็ถือว่าเป็นอีกผลิตภัณฑ์ที่สาวๆ ควรมีติดบ้านไว้นะคะ
ทางคำน่อยก็มีสครับน้ำตาล อยู่ 2 สูตรค่ะ


ปราศจากสารเคมี Natural essention oil  ล้วนๆ ไม่ใช่น้ำหอมสังเคราะห์ 
ช่วยให้ผิวปากขุย ผิวปากที่แห้งหลุดออกอย่างปลอดภัย 
เพื่อเตรียมผิวปากพร้อมการบำรุง


1. แมคคาเดเมียร์



เป็นน้ำตาลเม็ดใหญ่ เหมาะสำหรับผิวปากที่แห้งแตกเป็นแผ่นๆค่ะ 

ใช้สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง



2. ชูก้าพลัม




เป็นน้ำตาลเม็ดเล็ก เหมาะสำหรับผิวปากเป็นขุย

และกระตุ้นการเกิดใหม่ของผิวให้แข็งแรง ใช้ได้ทุกวันค่ะ


Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


วิธีการใช้ 

มาดูวิธีการใช้และการทดลองของพี่วิกันดีกว่าค่ะ


เริ่มแรกเลย..คือช่วงนี้พี่วินอนดึก ดื่มน้ำน้อย

แล้วก็ Test Lipstick เยอะมาก

ที่สำคัญเดาว่า..อาจจะแพ้ยาสีฟันด้วย..

ปากพี่วิเลยลอกมากมา 2-3 วันแล้ว..เลยถือโอกาสลองของใหม่เลยค่ะ


เริ่มจากพี่วิ เลือกที่จะสครับปากก่อน

ด้วยความที่มันลอกเป็นแผ่น..พี่เลยเลือกสูตร แมคคาเดเมียร์




วิธีสครับ พี่วิแตะน้ำสะอาดที่ริมฝีปากก่อน แล้วลงน้ำตาลสครับทับ 
แล้วนวดวนเบาๆ ประมาณ 2-3 นาที

เป็นการสครับผิวที่แห้งลอกให้หลุดออกค่ะ ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมาก
แต่ผลออกมา ดีเกินคาดหวังมากจริงๆ ค่ะ


ต่อด้วย ขั้นตอนบำรุงรักษากันเลยค่ะ

เริ่มด้วยการทาสีผึ้งชมพูนุชก่อนค่ะ
เพราะมีความชุ่มชื้นที่ค่อนข้างสูง แต่ไม่เยิ้มเหนอะหนะ
และช่วยสมานแผลได้ด้วย



ขั้นตอนสุดท้าย ทาสีผึ้งเนื้อทองบางๆ
ช่วยสมานแผลอีกแรง และเก็บกักความชุ่มชื้นให้ผิว
ในยาวนานขึ้นไปอีก



ซึ่งพี่วิลองตลับเล็กๆ ที่มีมาคู่กับแบบหลอดค่ะ
โดยปกติถ้าเราเลือกซึ้อสีผึ้งรุ่นใดรุ่นหนึ่ง จะมีกระปุกเล็กๆ มาให้ในกล่องด้วย
จุดประสงค์หลักๆ เพราะอยากให้เรา ได้ใช้ควบคู่กัน

เพื่อเป็นการบำรุงและเคลือบริมฝีปากไปพร้อมๆ กัน
ให้ถูกต้องตามหลักและเคล็ดลับวิธีโบราณค่ะ..ไม่ได้แถมให้เล่นๆ น๊า

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

ความรู้สึกส่วนตัว 
หลังมีโอกาสทดลองใช้
สีผึ้งโบราณและสครับน้ำตาล "คำน่อย" แล้วนั้น

1. พี่วิประทับใจตัวน้ำตาลสครับมากนะ คือจัดการหนังที่ลอกๆ
ได้แบบอ่อนโยน และเกลี้ยงเกลามาก
ที่สำคัญหวานอร่อยค่ะ555+ สครับแล้วผิวไม่แห้งตึงด้วย

2. สีผึ้งโบราณ มีความดีงามตรงที่ไม่เหนียวเหนอะหนะเลย
ถึงแม้จะทาทับกันทั้ง 2 ตำรับก็สามารถทาลิปสติก ทับได้แบบปกติมาก
สีลิปสติกยังคงติดทนเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ
เราเหมือนมีเบสที่รองและเคลือบริมฝีปากไว้ให้เราก่อนค่ะ

3. ริมฝีปากนุ่มชุ่มชื้นขึ้นมาก และมั่นใจมากๆ ว่า
ถ้าสครับริมฝีปากและใช้สีผึ้งคำน่อยจากต่อเนื่อง 
สีของริมฝีปากจะดูชมพูระเรื่อขึ้นแน่ๆ

4. กลิ่นหอมอ่อนๆ แบบธรรมชาติแท้ๆ โดยเฉพาะสีผึ้งกะทิ
แนะนำว่าต้องลอง...หอมละมุนโบราณๆ ดีมากกก

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

ในการ์ดใบน้อยๆ ที่ทางแบรนด์แนบมา
มีข้อแนะนำการใช้ ให้ได้ผลลัพธ์ด้วยนะ
โดยแบ่งเป็นช่วงเวลาต่างๆ ค่ะ

ตอนเช้า
ให้ทาสีผึ้งชมพูนุท และทาทับเบาๆ อีกรอบด้วยสีผึ้งเนื้อทองค่ะ
โดยเฉพาะวันที่พึ่งสครับ หรือปากลอกหนักๆ ทาทับ 2 ตำรับเลยค่ะ
แล้วสามารถทาลิปสติกทับได้เลย




ระหว่างวัน
ทาสีผึ้งชมพูนุท หรือสีผึ้งกระทิ 
ก่อนการทาลิปสติกแท่งโปรดค่ะ




ตอนเย็น หรือวันที่เรามีริมฝีปากลอก
ให้ทำดังนี้ค่ะ

สครับริมฝีปาก เพื่อผลัดเซลล์ผิวด้วยแมคคาดีเมีย ลิปสครับ
ควรสครับอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งค่ะ

และในระหว่างที่ริมฝีปากเราเริ่มลอกน้อยลง
หรือสาวๆ ที่ลอกเบาๆ เป็นขุยๆ ให้ใช้สครับชูก้าพลัม
สครับเบาๆ เพื่อเป็นการกระตุ้นผิวให้แข็งแรง 

ในการใช้ชูก้าสครับให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีคือ
ตักชูก้าสครับออกมา แล้วบีบด้วยน้ำมะนาวลงไปเล็กน้อย
สครับเบาๆ 5-7 นาที แล้วจึงล้างออกค่ะ




ขั้นตอนสุดท้าย..คือก่อนนอน
ให้ทาด้วยสีผึ้งชมพูนุท แล้วทาสีผึ้งเนื้อทองทับอีกรอบนึงค่ะ
เช้าตื่นขึ้นมา...บอกเลยว่าสุขภาพริมฝีปากดีขึ้นมาก
ไม่แห้งลอกเลยค่ะ..ชุ่มชื้นกำลังดี
ทำอย่างต่อเนื่องเพื่อที่สีปากที่คล้ำๆ จะดูลดเลือนลง
และดูระเรื่อขึ้นด้วยค่ะ

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley


เดี๋ยวนี้พกติดตัวตลอดนะคะ

เพราะระหว่างวัน ที่ทานข้าวเสร็จแล้ว

ก็ "คำน่อย" ก่อนเลยค่ะ





หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบล็อกนี้จะทำให้ทุกคนได้รู้จัก
ประวัติ ชนิด และวิธีการใช้สีผึ้งไทยๆ ของเรานะคะ


อยากให้ทุกคนช่วยกันสนับสนุนค่ะ
เพราะเป็นสีผึ้งโบราณจริงๆ และภูมิปัญญาไทยแท้ๆ เลย
เพื่อแบรนด์ไทยของเรา จะได้โด่งดังไปไกลทั่วโลก...
ของไทยเราดีมาก ไม่แพ้ผลิตภัณฑ์ของต่างชาติแน่นอนค่ะ

Smiley- - - - - - - - - - - - -Smiley

หาซื้อได้ที่อีฟแอนด์บอย eveandboy 

3 สาขา ที่สยามแคว์1, รังสิต และบางนาค่ะ

สอบถามข้อมูล และสั่งซื้อ Online ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้นะคะ

https://www.facebook.com/Khumnoi


Disclaimer:  Sponsored by: สีผึ้งคำน่อย และ eveandboy








Create Date : 06 มีนาคม 2560
Last Update : 17 มีนาคม 2560 1:52:00 น.
Counter : 6522 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#13



beauty4ties
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 156 คน [?]



หวัดดีค๊า...ก่อนอื่นคงต้องขอแนะนำตัวเองคร่าวๆ นี๊สนึงนะคะ..^_^ พี่วิชอบในเรื่องเมคอัพและการดูแลตัวเองค่ะ เลยอยากมาแชร์ความรู้เท่าที่มี และประสบการณ์ต่างๆ ในทุกๆ เรื่องที่ได้สัมผัส ทดลอง และเรียนรู้ทั้งหมดเก็บไว้ในบล็อกนี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานเขียนที่พี่หลงรักมากๆ ตอนนี้เวลาใครถามว่าทำงานอะไรก็จะตอบสวยๆว่า "เป็นนักเขียนอิสระ ไม่มีสังกัดค๊า" 555+

แต่พี่วิอาชีพหลักเป็นแม่ค้านะ...พี่วิทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆอยู่ในประตูน้ำค่ะ เป็นธุรกิจผลิตเสื้อผ้า ออกแบบเองและค้าส่งค่ะทำมาได้ 7 ปีแล้ว ปี 2557 นี้ถือว่าธุรกิจเสื้อผ้าซบเซาที่สุดและเศรษฐกิจแย่สุดๆ สำหรับเจ๊!! แต่เจ๊ก็จะสู้สุดใจขาดดิ้นค่ะ ^^

ด้วยเข้าวัย40แล้วล่ะค่ะ..แต่เป็นคนสดใสร่าเริงคุยเก่ง เลยดูจะเป็นคนโลกสวยคิดบวกไปนิด..เพราะพี่บอกตรงๆว่ายังไม่อยากแก่เลยจิงจี๊ง..และพี่มั่นใจว่า...การคิดบวกช่วยให้เราแก่ช้าลงจริงๆ ค่ะ

เป็นคนมีปัญหาผิวหน้าค่ะ...เอาเป็นว่าขอ...ออกตัวแรงๆอีกสักรอบค่ะว่า...!!!..พื้นฐานหน้าแท้ๆ..จัดว่ายอดแย่!!!..แต่อยากให้ทุกคนเห็นว่าผิวหน้าที่มีกระ..สีผิวไม่สม่ำเสมอ..รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยแห่งวัย40อย่างพี่วิ..จะทำนุบำรุงหรือบูรณะปกปิด..ตบแต่งพัฒนาได้ไม๊..อย่างไรบ้าง?? ก็เลยตั้งใจอยากมาแชร์ความรู้ เรื่องความสวยความงาม การดูแลตัวเอง..รวมถึงการดำเนินชีวิตแบบเราๆ วัยเนี้ยะ!!!..กับทุกๆคนน่ะค่ะ..ถือว่าบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังนะ

และต้องขอโทษเพื่อนๆไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ..
1. ภาษาที่เรานำมาโพสท์คงใช้ตัวสะกดที่ไม่ถูกต้องบ้าง
2. จริตจก้านของเราที่อาจจะเยอะแยะ!!..ไปซะหน่อยเพราะความที่เป็นคนขี้เล่นมว๊ากกน่ะค่ะ

อยากให้ทุกคนมีความสุข..หัวเราะขำขันอารามณ์ดี..เลยต้องขออนุญาตกันก่อนอย่าถือสากันเลยน๊า.. อยากเห็นทุกคนมีรอยยิ้มทุกวันนะค๊ะ..^_^

นอกจากที่บล็อกนี้แล้ว..ทุกคนสามารถติดต่อพูดคุยกับพี่วิทุกวันได้ที่ Facebook นะคะ --> Beauty4ties

ขอบคุณทุกคนค่ะ ^^
New Comments