สิงหาคม 2558

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
สัมผัสไอหนาว "ภูกระดึง"
ข้าหน้าหนาวอย่างนี้ หากอยากสัมผัสกับอากาศหนาวสุดๆ ก็ต้องขึ้นภู ขึ้นดอย และถ้าบวกกับพลังวัยรุ่นผู้รักการผจญอย่างพวกผม “ภูกระดึง” จึงเป็นคำตอบสุดท้ายอย่างไม่ต้องสงสัย

จาก กทม. ถึงที่ทำการอุทยานฯ


ด้วยรถทัวร์ จากหมอชิต 2 ถึง จุดจอดรถผานกเค้า ต่อด้วยรถสองแถวถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เป็นเวลา 07.00 น. อากาศกำลังเย็นสบาย พวกเราไม่รอช้ารีบจัดแจงเสียค่าเข้าอุทยาน ฝากสัมภาระให้เป็นภาระของลูกหาบให้เสร็จสับ พร้อมสูดลมหายใจเข้าลึก เดินหน้าจากตีนภูถึงหลังแป ด้วยระยะทางประมาณ 5.5 พร้อมความสูงกว่า 1,200 จากระดับน้ำทะเล


จากตีนภูถึงหลังแป


บอกเลยว่าเหนื่อยเอาการ ถ้าร่างกายไม่ฟิต ไปไม่ถึงแน่ๆ แต่ก็ยังโชคดีที่ยังมี “ซำ” ให้เราแวะพักอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเราก็แวะพักทุกซำจริงๆ เวลาผ่านไป 3 ชม. เราก็ขึ้นมาถึงหลังแปจนได้ เหนื่อยลิ้นห้อยไปตามๆ กัน ตัวเองยังนึกสงสัยเลยว่า นี่แค่เดินตัวเปล่าๆ ยังเหนื่อยขนาดนี้ แล้วลูกหาบที่แบกข้าวของน้ำหนัก 30-40 กก. นี่เขาทำได้ยังไง



แวะพักเพิ่มพลัง


จากหลังแปถึงวังกวาง


ขึ้นมาถึงหลังแปแล้ว ก็ยังต้องเดินเท้าต่อไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยงวังกวาง ระยะทางประมาณ 3.5 กม. ยังดีที่เป็นทางราบ ที่จุดนี้ เราจะมากางเต้นนอนกันครับ


กว่าจะขึ้นมาถึงที่นี่ เหนื่อยโฮก


ถึงศูนย์บริการนักท่องเที่ยงวังกวางแล้ว พวกเราก็รีบติดต่อเจ้าหน้าที่เรื่องที่พัก พร้อมเครื่องนอน อากาศที่นี่หนาวสะใจจริงๆ อุณหภูมิต่ำสุดของวันอยู่ที่ 9 องศา ส่วนสูงสุดก็ประมาณ 20 องศา ครับ หนาวสุดๆ (ประมาณช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนครับ) เรื่องอาบน้ำนี่ไม่อยากพูดถึง ซึ่งน้ำที่อาบก็น้ำเย็นตามอุณหภูมิของที่นี่เลยครับ อีกอย่าง พอตกกลางคืนจะมีเก้ง กวาง ออกมาหาอะไรกินด้วย คือรู้สึกใกล้ชิดยิ่งกว่าไปสวนสัตว์เปิดเขาเขียวอีกครับ


สัมผัสอากาศที่องศาเลขตัวเดียว เครื่องนุ่งห่มต้องพร้อมนะครับ


เก้งมาหาอาหารยามค่ำคืน


ไม่มีอะไรมาก นอกจากเดิน เดิน แล้วก็เดิน

กิจกรรมที่พวกเราวางแผนไว้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจาการชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก ซึ่งก็ถือเป็นไฮไลต์ของการมาภูกระดึงนั่นแหละครับ ซึ่งที่ภูกระดึงนี้ก็มีหน้าผามากมายให้เราเดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก แต่ที่ที่สุดยอดที่สุดก็คือ การชมพระอาทิตย์ตกที่ “ผาหล่มสัก” ครับ ซึ่งใช้ระยะทางถึง 9 กม. ในการเดินจากวังกวาง เรียกว่าเหนื่อยโฮก แต่พอไปถึง เห็นพระอาทิตย์ดวงกลมๆ โตๆ มันก็หายเหนื่อยซะงั้น


พระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสัก


พระอาทิตย์ขึ้นที่ผาหมากดูก


ผืนป่าที่นี่แบ่งออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน คือ ที่เป็นป่าสนเขา จะปกคลุมไปด้วยต้นสน และทุ่งหญ้าซึ่งจะมีลักษณะเป็นป่าโปร่งๆ ซึ่งเป็นที่ที่เราเดินเที่ยวได้ อีกส่วนหนึ่งจะเป็นป่าดงดิบ เป็นป่ารกทึบ ประกอบมีน้ำตกมากมาย เราสามารถเดินเที่ยวได้ในบริเวณและเวลาที่จำกัดไว้จากทางอุทธยาน เพราะบริเวณนี้ยังมีสัตว์ป่า จำพวกเสือโคร่ง ช้าง ออกหากินอยู่ ซึ่งจะเป็นอันตรายแก่นักท่องเที่ยวได้



น้ำตกเพ็ญพบใหม่ ถ้ามาช่วงเดือน ธ.ค. - ม.ค. จะเห็นต้นเมเปิ้ลเป็นสีแดงด้วยครับ


น้ำตกในฝั่งที่เป็นป่าดงดิบ

สำหรับวัยรุ่นพลังงานล้นเหลือแล้ว ที่นี่ถือเป็นสถานที่ที่เหมาะแก่การมาท่องเที่ยวเป็นที่สุด ส่วนผู้สูงอายุก็ต้องรักษาความฟิตไว้หน่อย ก่อนตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวที่นี่ เสน่ของที่นี่คือการได้เดินทางผจญภัย พร้อมสัมผัสกับธรรมชาติใกล้ชิดรอบตัว เพราะฉะนั้นใครที่คิดจะมาก็ต้องฟิตร่างกายกันหน่อยนะครับ





Create Date : 14 สิงหาคม 2558
Last Update : 14 สิงหาคม 2558 10:52:29 น.
Counter : 691 Pageviews.

2 comments
  
ตามมาอ่าน มาดูภาพภูกระดึงด้วยคนครับ

ตัวหนังสือในกล่องคอมเม้นท์ เจือจางมาก เกือบไม่่เห็น
ต้องใช้เดาเอานะครับ
โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 14 สิงหาคม 2558 เวลา:19:05:38 น.
  
thx u crab
โดย: Kavanich96 วันที่: 15 สิงหาคม 2558 เวลา:2:46:34 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

GORN (Back-2-Basics)
Location :
ปทุมธานี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]