>
103. สะเดา..น้ำปลาหวาน



สะเดาน้ำปลาหวาน

ช่วงนี้ อากาศหนาวกำลังดี แต่สำหรับคนที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ก็จะเป็นไข้หวัดได้ง่าย ๆ เมื่อคืน แม่ใบตอง รู้สึกเจ็บคอ สงสัยเริ่มแรกของอาการไข้หวัด น้ำมูกไหล

นึกถึงพืชสมุนไพรพื้นบ้าน ที่เป็นยา ถึงแม้จะขม แต่ก็เรียกว่า ขมเป็นยา สรรพคุณมากหลาย ยิ่งช่วงนี้เป็นฤดูออกดอก แตกยอด มีให้หาซื้อง่าย
วุ้ยยย...เริ่มเข้า สว. อย่างเรา ของขม ๆ เอามาเถอะ ถูกกัน... บ่หยั่น อิอิ

ฉะนั้น ..อย่ารอช้า ก่อนจะหมดฤดูกาล จัดการหาวัตถุดิบทันที







เครื่องปรุง

• น้ำตาลปี๊บ 5 ช้อนโต๊ะ
• น้ำมะขามเปียกข้น ๆ 2 ช้อนโต๊ะ
• น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
• หอมแดงเจียว
• กระเทียมเจียว
• พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ
• ดอกสะเดาอ่อน 3 กำ
• ปลาดุกอุย 1 ตัว
• น้ำมันพืชสำหรับทา1-2 ช้อนโต๊ะ



วิธีทำ

น้ำเครื่องปรุงน้ำปลาหวาน

1. ซอยหอมแดงและเจียวให้แห้ง พริกแห้งคั่วไฟผสมน้ำมันเล็กน้อย

2. ผสมน้ำตาล น้ำมะขาม น้ำปลา น้ำเปล่า เข้าด้วยกัน ตั้งไฟกลางค่อนข้างเคี่ยวจนเหนียวพอเคลือบพายติด ยกลง

3. ตักใส่ถ้วย โรยหน้าด้วยหอมแดงเจียว หรือกระเทียมเจียว พริกเสิร์ฟพร้อมสะเดา และปลาดุกย่าง







เครื่องปรุงปลาดุกย่าง

1. ล้างปลาให้สะอาด ผ่าท้อง ควักไส้ออก ล้างให้สะอาด บั้งปลาเฉียงๆ ทั้งสองด้าน

2. นำปลาขึ้นย่างบนตะแกรงที่ทาน้ำมันไว้แล้ว หรือจะทาที่ตัวปลาก็ได้ ย่างไฟกลาง จนสุกเหลืองทั้งสองด้าน




วิธีการลวกสะเดา

ให้นำดอกสะเดาลวกในน้ำเดือด หรืออาจใช้วิธีต้มลงในน้ำเดือดหรือน้ำข้าวร้อนๆ เพื่อลดความขมลงก็ได้







สำหรับแม่ใบตอง เมื่อก่อนก็กินสะเดาลวกมาตลอด พอดีเพื่อร่วมงานบอกลองกินแบบไม่ลวกซิ อร่อยว่ากันเยอะ เอ้า...ลองก็ลอง









ผลการทดลอง เป็นที่ชื่นชอบมาก เพราะมีรสชาติขม แต่มัน ๆ ได้ความสดหอมของสะเดากว่าแบบลวก ทำให้ถ้าเจอสะเดาสด จะรับประทานแบบนั้นเลย ไม่ต้องลวกแล้ว



เคล็ดไม่ลับ.......


ถ้ามีดอกสะเดาเยอะและอยากเก็บไว้รับประทานในช่วงนอกฤดู จะมีวิธีเก็บสะเดาไว้รับประทานนานๆ (การถนอมอาหาร) โดยการเก็บดอกสะเดามาลวก 1 ครั้ง แล้วนำไปตากแดดจนแห้งสนิท เก็บไว้ในที่สะอาดและโปร่ง

เมื่อต้องการจะรับประทานก็นำดอกสะเดาแห้งมาลวกน้ำร้อนอีกครั้งหนึ่งก็จะได้สะเดาที่มีรสจืด (ไม่ขมหรือขมน้อย) ลักษณะเช่นเดียวกับสะเดาสดทุกประการ



ข้อมูลเพิ่มเติม

สะเดา (กะเดา สะเลียม) เป็นไม้ต้น ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ขอบใบหยัก ดอกช่อ ออกที่ปลายกิ่ง สีขาว ผล รูปรีเมื่อสุกมีสีเหลือง ขยายพันธุ์ใช้เมล็ด

สะเดาเป็นผักพื้นบ้านที่มีรสขม ซึ่งคนไทยนิยมรับประทานเป็นผักตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น คนไทยชอบรับประทานดอกสะเดาในช่วงต้นของฤดูหนาว เนื่องจากเชื่อว่า การกินสะเดาก่อนที่จะเป็นไข้ป้องกันได้

แต่ถ้ากินเมื่อเป็นแล้ว สามารถรักษาให้หายได้ (แต่ต้องเป็นไข้ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของ อุตุสมุฎฐานที่ร่างกายปรับไม่ทัน) จะทำให้มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว น้ำมูกใส คนโบราณเรียกว่า (ไข้หัวลม )

การรับประทานสะเดานั้นคนภาคกลางนิยมรับประทานกับน้ำปลาหวานและปลาดุกย่าง เนื่องจากรสหวานของน้ำปลาหวานจะช่วยกลบรสขมของสะเดาได้ จึงทำให้รู้สึกรสชาติกลมกล่อม(อร่อย) เจริญอาหารยิ่งขึ้น


สรรพคุณทางยา


1. ดอกสะเดา รสขมจัด ช่วยเจริญอาหาร บำรุงธาตุ แก้ไข้หัวลม

2. น้ำมะขามเปียก รสเปรี้ยว แก้ไอ ขับเสมหะ เป็นยาระบายแก้ท้องผูก

3. หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื่อเสมหะ บำรุงธาตุ แก้ไข้หวัด

4. กระเทียม รสเผ็ดร้อน ขับลมในลำไส้ แก้ไอ ขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร แก้โรคทางผิวหนัง น้ำมันกระเทียมมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัส ลดน้ำตาลในเลือด ลดไขมันในหลอดเลือด

5. พริกขี้หนูแห้ง รสเผ็ด ช่วยเจริญอาหาร ขับลม ช่วยย่อย



ประโยชน์ทางอาหาร


สะเดา-น้ำปลาหวาน-ปลาดุกย่าง นิยมใช้เป็นผักในช่วยฤดูหนาว โดยการนำมาลวกกับน้ำร้อน รับประทานกับน้ำปลาหวานและปลาดุกย่าง เพื่อช่วยบรรเทาความร้อนและเจริญอาหาร พร้อมๆ กับการป้องกันการเกิดไข้หัวลมในช่วงที่ธาตุน้ำกระทบธาตุไฟในต้นฤดูร้อน ส

ะเดารสขมจึงบำรุงธาตุไฟและธาตุน้ำเป็นอย่างดี ปรับธาตุทั้งสองเป็นลำดับใครรู้สึกว่าธาตุใดแปรปวนก็แต่งรสให้สอดคล้องตามธาตุของตัวเอง บางครั้งมีปลาเผา ปลาดุดย่าง รับประทานร่วมด้วยก็ยิ่งเสริมธาตุดินมากยิ่งขึ้น



ข้อมูลเพิ่มเติมจาก //www.samunpri.com/food/?p=50



สุดท้ายปลายปี .....2554


ขอส่งความสุข สมหวัง เนื่องในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ 2555 มายังเพื่อนชาว บล๊อกทุก ๆท่าน

ขอให้ทุกท่านมีความสุข สุขภาพ กายใจ แข็งแรง ร่ำรวยเงินทองโชคลาภ กิจการการค้าเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้า ตลอดปีและตลอดไป คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาในสิ่งที่หวังไว้ทุกประการ คะ


Merry Christmas and Happy New Year .... โชคดีปีใหม่




Create Date : 30 ธันวาคม 2554
Last Update : 3 มกราคม 2555 16:27:16 น. 3 comments
Counter : 9643 Pageviews.

 
เริ่ดค่ะ


Sawasdee PeeMarong Ka



โดย: deco_mom วันที่: 30 ธันวาคม 2554 เวลา:13:57:59 น.  

 


โดย: ตาโตสุดสวย วันที่: 31 ธันวาคม 2554 เวลา:18:33:23 น.  

 
น่ากินจัง
ขอบคุณสำหรับข้อมูลนะคะ มีประโยชน์มากๆ ค่ะ


โดย: ปารดา IP: 116.68.159.79 วันที่: 9 มีนาคม 2559 เวลา:15:59:09 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

kuky
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 443 คน [?]








...บ้านใบตอง ยินดีต้อนรับ...

เปิดบล็อกเมื่อ 29 กันยายน 2551...

บ้านหลังนี้มีน้ำใจให้เสมอ สร้างไว้สำหรับเก็บข้อมูลการทำอาหารและเรื่องราวต่าง ๆ บล็อกอาจไม่สวย ไม่งาม เจ้าของบล็อก ต้องทำทั้งงานราษฏร์ งานหลวง งานบ้าน เลยตบแต่งเท่าที่เวลาจะอำนวย คะ



บล็อกนี้เน้นทำอาหารง่าย ๆ ดัดแปลงวัตถุดิบ และใช้อุปกรณ์ทำครัว แบบง่าย ๆ ของเก่าของใหม่ผสมกัน เป็นอีกหนึ่งเมนู



เจ้าของบล็อก...อายุอานามก็..เดินขึ้นเกือบกลางสะพานพระราม 4 แล้ว จะเรียกพี่..เรียกน้อง..เรียกน้า..เรียกป้า..หรือเรียกแม่ใบตอง...ก็ยินดีต้อนรับคะ




.





บ้านใบตอง | บ้านหลังเล็ก ๆ ที่อยากให้แวะมาคะ


Kook Lukkana | ความสุขเล็ก ๆ ที่ได้แบ่งปัน



.









เริ่มนับจำนวนผู้เข้าชม 20 กรกฎาคม 2556
เพื่อนที่กำลังเดินชมในบ้านใบตอง... ...คน
ขอบคุณทุกท่านแวะมาชมบ้านใบตองนะคะ

New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
30 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add kuky's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.