Hello Comments Hi5
-------------------------------------------------------->>
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
1 กุมภาพันธ์ 2552

เกาะหลีเป๊ะ ... Maldives เมืองไทย review กันเต็มอิ่ม ที่พักสบาย ๆ ณ Tarutao Cabana Resort

เที่ยว ครั้งนี้ ขอลงใต้ไปไกล ๆ เลยนะค่ะ ( เกาะหลีเป๊ะ )
ที่ใคร ๆ ต่างให้ฉายาว่า Maldives แห่งเมืองไทย อยู่จังหวัดสตูล ของเรานี่เองค่ะ

และที่พิเศษสุด ๆ คือทริปนี้เราสองสาววัยไม่รุจะมันส์ยังไง เดินทางกับแบบสบาย ๆ ไม่เหนื่อยเหมือนทริปที่ผ่าน ๆ มา

โดย เริ่มต้นง่าย ๆ ด้วยการเดินทาง (ไป - กลับ) โดยสายการบิน
Air Asia กทม.- หาดใหญ่ ค่ะ ในราคาโปรโมรชั่น 499.- ที่จองกันตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ( นานน้อ) อิอิ





ร้านกาแฟภายใน สนามบินหาดใหญ่ ขอแวะพักดื่มให้หายมื่อยซักหน่อย

แล้วค่อยเดินทางต่อน่ะ




แล้วก็ไม่ผิดหวังค่ะ

รสชาติถือว่าเยี่ยมเลย เข้มปานกลาง และนุ่มละมุน บวกกับฟองนมนุ่ม ๆ แหะ ๆ




เราเดินทางจาก สนามบินหาดใหญ่ มาที่ ท่าเรือปากบารา จังหวัดสตูล เพื่อขึ้นเรือข้ามต่อไปยัง "เกาะหลีเป๊ะ" โดย ติดต่อเหมาแท็กซี่จากบริษัทที่เราซื้อตัวเรือ speed boatค่ะ

รถที่มารับเป็น โตต้า อีออส ค่ะ

แต่ต้องขออภัย พอดีลืมถ่ายรูปไว้ เพราะมัวจ้องจะถ่ายแต่ภาพบรรยากาศแถวรอบ ๆ ท่าเรือค่ะ




ร้านค้า ขายของที่ (ท่าเรือปากบารา) ก็มีอยู่หลายร้านเหมือนกันค่ะ

นักท่องเที่ยวที่จะไป เกาะหลีเป๊ะ จะนิยมซื้อน้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยว อะไรพวกนี้แบกไปเกาะด้วยค่ะ เพราะว่า

หลีเป๊ะ เป็นเกาะที่อยู่ไกลจากชายฝั่งมาก ร่วม ๆ 80 ก.ม. เห็นจะได้ค่ะ ทำให้ค่าขนส่งสินค้าที่มาจากชายฝั่งจะมีราคาแพงเกือบเท่าตัวหรือมากกว่านั้น

พวกเราขนน้ำดื่มไป 1 แพ็คเต็ม ๆ ค่ะ ผู้หญิง 2 คน นี่แหละช่วยกันแบก หุหุ




เรามาเครื่องบินก็รอบเที่ยงเข้าไปแล้ว เราก็ต้องไปเรือของ อาดัง ซี แอดเวนเจอร์ ทัวร์ เที่ยวสุดท้าย

อาดังซีเค้าจะเรือเรือวันละ 2 เที่ยว ( ไป-กลับ) ต่อวันค่ะ เราไปรอบ 14.30 น. ส่วนเวลาถึงปลายทาง จะระบุให้แน่ชัดได้ยากค่ะ เพราะขึ้นอยู่กับคลื่นลมแรง หรือสงบ

ส่วนขาไปเที่ยวนี้ ถือว่าคลื่นลมสงบค่ะ อาจเพราะเป็นเวลาบ่ายแล้ว นั่งกันสบาย ๆ คลื่นไม่ค่อยกระแทก อิอิ

ตารางเรืออาดังซี //www.adangseatour.com/




ก่อนจะถึงเกาะหลีเป๊ะ ทั้งที

ขอเพิ่มเติมข้อมูลเรือ เท่าที่พวกเรามีปัญญาหามาได้ก่อนก็แล้วกันนะค่ะ เพื่อมีท่านใดสนใจอยากไปเที่ยว จะได้มีข้อมูลเรือไว้ตัดสินใจเลือกในการเดินทางค่ะ

- หลีเป๊ะ เฟอร์รี่ แอนด์ สปีดโบ้ท

//lipehferry-speedboat.com/contact/




ฟอร์รา แทรเวล แอนด์ ไดว์วิ่ง จำกัด
//www.forraspeedboat.com/


ปล. รูปนี้ถ่ายเองจากป้ายโฆษณา บนเกาะหลีเป๊ะค่ะ อาจไม่สวยเอามาก ๆ ต้องขออภัย และโดยเจตนาของเราแล้ว อยากจะถ่ายไว้เพื่อเก็บเบอร์โทร และ เว็ปไวด์ของเรือเอาไว้ดูเผื่อคราวหน้าไปเที่ยวอีกค่ะ




และแล้วเรือก็พามาส่งที่ อ่าวประมง

เกาะหลีเป๊ะจะไม่มีท่าเรือให้เรือโดยสารของบริษัทายทุนจอดเทียบท่า เพื่อเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ชาวบ้านคนท้องถิ่น

เรือ จะจอดที่โป๊ะ ห่างออกมาจากเกาะนิดนึงแล้วเราก็ค่อยต่อเรือหางยาวมายังเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งเราสามารถบอกให้คนขับเรือพามาส่งให้ถึงหน้ารีสอร์ทได้เลยค่ะ

อีก อย่างบนเกาะ รถก็ไม่มีด้วย เป็นแค่เกาะเล็ก ๆ เดินเล่น ๆ ครึงวันก็ทั่วเกาะแล้ว มีเรือหางยาวมาส่งถึงหน้ารีสอร์ทเลยถือว่าช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้มาก เราไม่ต้องเดินแบกกระเป๋าไกล ๆ ให้เหนื่อย อิอิ





โอ้เย้... หลังจากนั่งเรือมาร่วมเกือบ ๆ 2ชั่วโมง

ก็มาถึงซะทีค่ะ หลีเป๊ะ ๆ ๆ ๆ




แล้วก็ที่นี่แหละค่ะ ที่พักของเรา Tarutao Cabana Resort






ได้เข้าห้องพักแล้วคร้า ....

^
^
^
ชอบกุญแจของรสอร์ทมากเลยค่ะ ทำซะน่ารักเชียว

ส่วนคูปองอาหารเช้า ถ่ายมาแค่บางใบน่ะค่ะ จริง ๆ แล้วมีทั้งหมด 4 ใบค่ะ




หน้าห้องกันบ้าง

บ้านน่ารักมั๊ยละค่ะ




สภาพห้องของที่นี่ ก็ถือว่าตามมาตรฐานของเกาะหลีเป๊ะแหละค่ะ ห้องของเราเป็นห้องหน้าหาด (พัดลม)

เฟอร์นิเจอก็ไม่มีอะไรมาก โต๊ะพลาสติกไว้วางข้าวของ และเตียงนอน (คาดว่าเป็นขนาด 5 ฟุต)
และยังโชคดีนะค่ะที่เพื่อนเราเค้าตัวผอมบางเลยนอนไม่เบียดกัน 555

ส่วนเตียง king size นี่คงต้องเป็นรีสอร์ท 4ดาวขึ้นไปเลยมั้งถึงจะมี หุหุ
สัม

^
^
^

มุมนี้มองออกไปจากห้อง ก็จะเจอทะเลเต็ม ๆ ตาเลยค่ะ แค่นี้ก็สุขใจพอแล้ว

ถือว่าได้มาผักผ่อนหนีจากความวุ่นวายในเมือง และดื่มด่ำกับธรรมชาติสวย ๆ ที่ทะเลหลีเป๊ะ กันเต็มอิ่มอย่างจริง ๆ เลยค่ะ






มาดูห้องน้ำกันบ้างดีกว่า

ก็ถือว่าสะอาดใช้ได้ ตามสถานภาพนะค่ะ อิอิ




ร้านอาหารของรีสอร์ท ค่ะ ถือว่าแนวดูน่ารักใช้ได้






จะสังเกตุได้ว่า แต่ละห้องจะมีเก้าอี้เอาไว้ให้หน้าห้อง ๆ ละ 2ตัว

แต่ห้องของเรากลับมีแค่ตัวเดียว ซึ่งไม่ต้องสงสัยเลยค่ะ

เราลากมาไว้หน้าห้อง ไกล้ ๆ ทะเลเองนี่เอง 555







เกาะเล็ก ๆ ที่อยู่เห็นข้างหน้านี้ คือ "เกาะกระ" ค่ะ สามารถเช่าสน็อคเกิล และฟิน ว่ายน้ำไปได้ค่ะ น้ำไม่ึลึกมาก

และว่ายลงไปแค่แปบเดียวก็จะเจอแนวปะการังแนวเล็ก ๆ ตลอดทางเชียวค่ะ และยิ่งถ้าว่ายไปถึงเกาะกระ หรือใกล้ ๆ เกาะกระ

ก็จะยิ่งเห็นแนวปะกาลัง เป็นแนวใหญ่ ๆ สวยมาก ๆ เลยค่ะรับลองไม่ผิดหวัง ขอบอก อิอิ


ส่วนเรื่องสำคัญอีกเรื่องนึงที่ลืมไม่ได้เลยก็คือ
โปรดช่วยกันระวังอย่าเอาเท้า หรือฟิน เหยียบหรือเตะ และแตะต้องปะการังเอาน่ะค่ะ
ถือว่าสงสารมันเถอะค่ะ เดี๋ยวนี้มันยิ่งมีกันอยู่น้อย ๆ อยู่ เราต้องช่วย ๆ กันอนุรักษ์ให้มันได้อยู่กับเราไปนาน ๆ นะค่ะ






ร้านอาหารอีกร้านหนึ่ง เพื่อนบ้านใกล้เคียง อยู่ใกล้ ๆ กับรีสอร์ทที่เราพักค่ะ

หันหน้าไปทางรีสอร์ท เดินเลี้ยวไปทางซ้าย แปบเดียวก็เจอแล้วค่ะ






เตียงนอนอาบแดดของร้านนี้ มีไว้บริการหน้าร้านเลยค่ะ

ช่างน่านอน อิอิ






จากนั้นเราก็เดินไปต่อเลยค่ะ ว่าจะขึ้นไปดูจุดชมวิวสวย ๆ ของ หาดชาวเลกันซักหน่อย


และระหว่างทาง ก็จะผ่านโรงเรียนและชุมชนชาวเลของที่นี่ค่ะ

^
^
^

เห็นมั๊ยล่ะค่ะ เมืองไทยนี่สยามเมืองยิ้มจริง ๆ ไม่ว่าจะไปภาคไหนที่ไหน ๆ คนไทยก็ยิ้มสวยกันทุกที่ทั้งนั้น 555






และถัดไปไกล้ ๆ กัน ก็จะเจอที่นี่เลยค่ะ (อันดามันรีสอร์ท)

ซึ่งจะอยู่ติดกันกับ "เม้าท์เท่น วิว รีสอร์ท" รีสอร์ทที่เราจะขึ้นไปดูจุดชมวิวนั่นเองค่ะ



ห้องพักของ อันดามัน รีสอร์ท ก็จะสร้างออกแบบมาให้สามารถเห็นทะเลได้แทบทุกห้อง แม้แต่ห้องที่อยู่ลึก ๆ ราคาถูก ๆ ก็ยังเห็นบ้าง

คล้าย ๆ กันกับตะรุเตา คาบาน่า ที่เราพักอยู่เลยค่ะ






ห้องนี้ของอันดามัน ก็รับรองค่ะ เห็นทะเลชัวร์

^
^
^... ถ้ารูปไม่ชัดยังไง ก็ขออภัย เพราะแดดมันแรงจริง ๆ ถ่ายออกมายังง๊ายยังไงก็ไม่เห็นทะเลซักที






อันดามัน เต็ม ๆ อีกครั้งค่ะ

ห้องนี้ก็เหมือนกันค่ะ หน้าหาดเห็นทะเลได้เต็ม ๆ ตา รับไอทะเล ลมทะเลกันเต็มปอด





หาดหน้า อันดามัน รีสอร์ทค่ะ






แล้วก็ที่นี่แหละค่ะ ( Mountain Resort Koh LIpe )

ชอบใจตั้งแต่มองจากข้างล่างแล้วแหละ นี่ขนาดยังไม่ได้ขึ้นไปน่ะเนี๊ย






หาดกว้าง ๆ หน้า เม้าท์เท่นรีสอร์ท





บ้านแบบอยู่ข้างล่าง สำหรับคนไม่ชอบของสูงก็มีนะค่ะ จะได้ไม่ต้องเดินขึ้นบันไดให้เหนื่อยก็ดูเก๋ไปอีกแบบ

อยู่ริมหาดเลยด้วยค่ะ






และแล้วก็ไม่รอช้าค่ะ รีบขึ้นไปข้างบนดีกว่า






เต็ม ๆ กันอีกรอบค่ะ เม้าท์เท่น รีสอร์ท






หลังนี้โรแมนติดน่าดู อิอิ





เดินไปด้านหลัง Mountain Resort กำลังเห็นส่วนที่ทางรีสอร์ทกำลังสร้างที่พักเพิ่มเติมอยู่พอดีเลยค่ะ

^
^
^ .... และเดินไปทางนี้แหละค่ะ ทางเดินทะลุไป "หาดพัทยา" ที่ใคร ๆ ก็ร่ำลือกันกว่า

พระอาทิตย์ตก ที่หาดนี้ สวยงามแจ่มใสม๊ากมากกก






พอเดินไปเรื่อย ๆ ก็จะเดิ นชุนชนชาวบ้าน คนถิ่นที่นี่ค่ะ

และก็พอมาถึงตรงนี้แหละค่ะโง่รับประทานกันไปเลย เพราะหาทางเดินทางเลี้ยวกันไม่ถูกซะแล้ว หลงกันซะงั้น

พวกเราก็ได้ชาวบ้านที่น่ารัก ๆ ใจดี ๆ ที่นี่แหละค่ะ ที่ไว้ถามทาง ช่วยบอกทาง ก็พอช่วยให้หาทางเดินออกมาเจอถนนให้เดิน

^
^
^.... ส่วนในระหว่างทางเราก็เดิน ถ่ายรูปชมนกชมไม้กันไปเรื่อยยยย ก็เผอิญไปได้เจอชาวบ้านที่นั้นเรียก

" พี่ ๆ มาถ่ายรูปพวกผมก็ได้พี่ "

และจากนั้นพวกพี่ ๆ ที่นั่นก็ได้พูดคุยสอบถามกับพวกเรา แล้วก็ได้ความว่า พวกเราหาทางไปหาดพัทยาไม่เจอ พี่ ๆ พวกนั้นก็

บอกว่ากำลังจะไปแถว ๆ ถนนคอนกรีต ที่เป็นทางเดินไปหาดพัทยาพอดี ก็เลยอาสานำทางให้พวกเราค่ะ

เห็นไหมละ ชนไทยใจดีมีให้เยอะกันถมไป






ขอบอกว่า ทางเดินไป หาดพัทยา

จากทางด้านหลัง เม้าท์เท่น รีสอร์ท ก็ไกลกันได้เรื่องเหมือนกันค่ะ เดินกันเป็นครึ่งชั่วโมงได้

( แต่ก็งี้แหละ มันพึ่งเป็นวันแรกที่พวกเราไปถึงนี่น้อ อิอิ )






วนมาเรื่องของกินบ้างดีกว่า อิอิ

ตรงถนนคนเดิน ทางเชื่อมระหว่าง หาดพัทยา กับ หาดชาวเล จะเจอร้านค้าร้านขายของตั้งเรียงรายกัน

ไปตออดทางเลยค่ะ เกาะนี้ถึงแม้ว่าความหรูหรา ความเจริญจะยังคงไม่เข้า
มามากนัก ถ้าเทียบกับ สมุย กระบี่ ภูเก็ต



แต่ก็ถือว่ามาที่หลีเป๊ะแล้ว อยู่ดีกินดีกันได้ระดับนึงเลยทีเดียวค่ะ

^
^
^.... ส่วนภาพนี้ ร้านกาแฟของเจ้าของร้านยิ้มหวาน ค่ะ ร้านนี้ถือเป็นเจ้าประจำวันของพวกเราตลอดเวลา

ที่มาอยู่หลีเป๊ะเลยพี่เจ้าของร้าน น่ารักใจดี มั๊ก ๆ





รูปในร้านตอนกลางคืน บรรยากาศก็เก๋ไปอีกแบบค่ะ



ร้านโรตีค่ะ

ร้านนี้บรรยากาศดีใช้ได้ แต่ราคาแพงไปหน่อย ท่าเทียบกับอาหารและรสชาติ





โรตี 2 จาน + น้ำผลไม้ปั่น 2 แก้ว

เช็คบิลมาแทบจ๊ากกก .... เกือบ 200 เลยขอบอก 555






เดินไปเดินมา จะเห็นตึกแถวสร้างเสร็จใหม่ ก็ถึงแล้วค่ะ หาดพัทยา





และแล้วก็ ช่างเสียดายจริง ๆ เลยค่ะ วันแรกที่ถึง หาดพัทยา

เราสองคนมาช้าไปนิดเดียวเอง พระอาทิตย์ลาขอบฟ้า ลงทะเลไปเรียบร้อยแล้ว แหะ ๆ สงสัยเพราะมัวแต่ช้าอยู่





ขอตัดภาพมาอีกวัน ของวันที่พระอาทิตย์ตกกันเต็ม ๆ เลยแล้วกันนะค่ะ






เพื่อนเรายิ่งชอบใจใหญ่เลยค่ะ ถ่ายกันไม่หยุด

อย่าถือสากันเลยนะค่ะ ...ก็งี้แหละน้อ คนมันไม่เคยเห็นนนนน 555





เดินเล่นแถว หาดพัทยา ต่อเลยน่ะ

พอตกเย็น แสงสีก็เริ่มมาแล้ว





ใครชอบที่ ๆ มีแสงสี บาร์ แล้วก็ผู้คนพลุกพล่าน ก็ขอแนะนำ หาดพัทยา เลยค่ะ เผื่อจะถูกใจ อิอิ





รูปนี้ถ่ายตอนที่คนยังไม่ออกมาที่หาดเยอะ

เป็นช่วงที่ หาดพัทยา สวยสุด ๆ เลย





หาดทรายนุ่ม ๆ ฉายาชายา หาดคอฟฟี่เมต ก็ที่นี่เองแหละค่ะ หาดพัทยา






จะว่าไปแล้ว เดี๋ยวจะมาหาว่าเราสองคนขี้โม้

ไปเรียกเจ้าถิ่นเกาะหลีเป๊ะ มาพิสูทให้เห็นกันจะจะตากันไปเลยดีกว่า 555






ถ้าสนใจอยากไปทัวร์ดำน้ำ แบบ one day trip ก็ติดต่อได้จากเอเยนแถว ๆ หาดพัทยา

หรือไปเหมาเองกับคนขับเรือก็ได้ค่ะ ถ้าสมาชิกมากันเยอะ






มื้อค่ำที่ หาดพัทยา ร้านอาหารแทบทุกร้านจะวางปลาไว้ให้ลูกค้าเลือก ส่วนราคาขาย ถ้าเป็นปลาจะไม่มีการแยกราคาเลยค่ะ

แล้วแต่ว่าร้านไหนจะตั้งราคาไว้ที่เท่าไร่ ปลาทุกตัวก็ กิโลกรัมละประมาณ 200 - 300 บาท

-ย่าง เผา ไม่คิดราคาค่าปรุงอาหาร

- ผัด ทอด ต้มยำ ต้มเครื่อง อะไรต่าง ๆ จะคิดจะคิดค่าปรุงเพิ่มประมาณจานละ 50บาท


^
^
^...... วันแรก

เริ่มต้นที่ ดาหยา รีสอร์ท ปลาน่ากิน ๆ เยอะเชียวค่ะ

แต่ต้มยำไม่ได้รสชาติเลย ปลาย่างอร่อยอย่างเดียว หุหุ





วันที่สอง

จำไม่ได้แล้วว่าร้านนี้ชื่อร้านอะไร พอดีลืมสังเกตุและถ่ายรูปหน้าร้านไว้ ตอนนั้นจ้อง ๆ อยู่แต่ปลาหนะค่ะ

น่ากินทุกตัวเลย 555




อาหารที่ร้านนี้ ถือเป็นมื้อค่ำที่อร่อยเหาะที่สุดแล้วค่ะ


ปลานกเขา (ย่าง) 1 ตัว

ปลาอินทรี (ทำเป็นแกงส้ม) 1 ชิ้น แต่ชิ้นเดียวนี่เต็มชามเลยกินกันแทบไม่หวาดไม่ไหว

รสชาติก็ถึงเครื่องอาหารใต้จริง ๆ แซบบบ สะใจจจจค่ะ






วันที่สาม

มื้อนี้ที่ร้านอาหารของ บันดาหยา รีสอร์ท ค่ะ

บรรยากาศ การตกแต่งร้าน ถือว่าหรูดูดีใช้ได้เลย






โต๊ะของเรา เราเลือกนั่งเป็นโต๊ะข้างล่างค่ะ โต๊ะข้างบนตรงระเบียงคนนั่งกันเต็มหมดแล้วอ่ะ เหอ เหอ





จานแรก ประเดิมด้วย หอยหลอด ตัวหย่าย ๆ ผัดฉ่า


เมนูนี้ คุณลุงเจ้าของร้านและเจ้าของรีสอร์ท ( ถามกับเด็กเสิร์ฟดูเอาถึงรู้ค่ะ แต่จำชื่อคุณลุงไม่ได้แล้วอ่ะ หุหุ )

ลุงแกมาแนะนำให้เราสองคนลองกินด้วยตัวเองเลยค่ะ บอกว่าหอยหลอดแกสั่งซื้อมาเองจากฝังสตูล ยังสด ๆ อยู่เลย


จานนี้ถือว่าแพงสุดเท่าที่กินมาบนหลีเป๊ะเลยค่ะ หอยกิโลละ 600 บาท

เราสั่งมา 2ขีด กว่า ๆ แต่ก็เต็มจานแล้วแหละค่ะ






จานต่อมา (จำไม่ได้แล้วอะ ชื่อปลาอะไร 555 )

ปลาตัวนี้ตัวละประมาณ กิโล กว่า ๆ ถือว่าใหญ่น่ะเพราะกินกันแค่ 2 คนเราก็เลยสั่งแบบผ่าแบ่งครึ่งตัว

- หัวและท้องปลา (ปรุงเป็นต้มยำ)
- ลำตัวและหาง (ย่างเกลือซะเลย)






มือสุดท้าย ที่ร้านอะไรสักที่นี่แหละค่ะ แถว ๆ ถนนคนเดิน พอดีเห็นมีทั้งปลา ทั้งกุ้งเพียบเลยก็เลยอยากชิมดู

แต่อันนี้ต้องขออภัยกันจริง ๆ วันนั้นคงเบลอกันมาก เลยลืมถ่ายรูปอาหารมาด้วยค่ะ ... เฮ้อเศร้า


ส่วนอาหารที่สั่งก็มี

กุ้งมังกร กิโลละ1200 แต่เราสั่งเป็นตัวเล็ก 1ตัวหนักปรมาณ 2 ขีดค่ะ เอามาย่าง
กุ้งลายเสือ ตัวถือว่าใหญ่ กิโลละ600 หนักปรมาณ 2 ขีดค่ะเหมือนกันค่ะ เอามาย่าง
ปลาใบ กิโลละ200 สั่งมา 1ซีกหนักปรมาณ เกือบครึ่งกิโล เลยค่ะ






แถว ๆ ถนนคนเดินเช่นกันค่ะ ร้านนี้ดูน่ารักดีค่ะ

ร้านpooh มีทั้งกาแฟ และ เบเกอร์รี่ขาย






ถัดไปอีกนิด ร้านโรตีเจ้าอร่อยค่ะ






โรตีร้านนี้ ป้าเค้าทำอร่อยดีจริง ๆ ค่ะแป้งนุ่มกรอบถูกใจมาก ๆ แถมช็อคแล็ตที่ราดก็อร่อยเข้มข้น

ราคาก็ไม่แพงมากด้วยเช่นกัน เช็คบิลมา หมดไปร้อยกว่าบาทต้น ๆ

สรุปว่าอร่อยคุ้มกว่าร้านแรก ที่อยู่ใกล้ ๆ ปากทางออกหาดพัทยา และ วารินรีสอร์ทที่ไปกินมาวันก่อนนู้นแหนะค่ะ






เริ่มต้นของเช้าวันใหม่

บรรยากาศยามเช้า ๆ จากมุมหน้าต่างห้องของรีสอร์ทพวกเรากันค่ะ






พระอาทิตย์ชึ้นยามเช้าที่ หาดชาวเล หน้ารีสอร์ทที่เราอยู่ ก็สวยไม่แพ้พระอาทิตย์ตกเลยค่ะ






เวลาอาหารเช้ามาถึง

ข้าวต้มค่ะ รสชาติก็พอไปได้ หุหุ

เหตุที่เลือกข้าวต้มเพราะ ABF ของรีสอร์ทดูไม่น่ากินเลย ไส้กรอกก็ไม่ใช่แบบรมควันเลยขอบายค่ะ






มาเดินเล่น ๆ กันแถว หาดชาวเล กันอีกรอบนะค่ะ

จากหน้ารีสอร์ท เดินเลยไปทางซอยที่มีทางเดินไปถนนคนเดินที่เชื่อมระหว่าง หาดชาวเล และ หาดพัทยา เดินไปอีกซักนิด

ก็จะเจอ รีสอร์ทนี้ก็ดูเก๋แบบแปลก ๆ คงน่าอยู่เหมือนกันค่ะ

(ฟอร่า แบมบู) Forra Bamboo Resort







ห้องของ ฟอร่า แบมบู

ห้องหน้าหาด อันนี้ค่อยดูใหม่ขึ้นมาหน่อย








เดินถัดมาอีก (แคทอเว รีสอร์ท) Castaway Resort ค่ะ






Cataway เป็นรีสอร์ทเล็ก ๆ ออกแบบเป็นบ้านไม้ดูน่ารัก ๆ สองชั้นทุกหลัง เราเองก็ชอบที่นี่เหมือนกันค่ะ








ไกล้ ๆ กันกับ Cataway Resort จ ะเจอรีสอร์ทหรู แต่ดูสงบน่าอยู่ บนหาดชาวเลค่ะ

(ไอดีลลิค คอนเซปต์ รีสอร์ท) Idyllic Concept Resort






Idyllic ห้องหน้าหาดเลยค่ะ





เดินไปต่อเลยนะค่ะ หาดพัทยา อีกสักหน่อย

สุดหาดพัทยา ใกล้ ๆ กับดาหยารีสอร์ท มีรีสอร์ทสร้างอยู่บนเขาอีกที่นึง ดูสวยน่ารักเหมือนกันค่ะ

แต่ที่นี่ใช่ แจ๊ค จังเกิล รีสอร์ท หรือเปล่านี่แหละ เราไม่แน่ใจจริง ๆ ค่ะ

ถ้ามีใครรู้ ก็ขอรบกวน ช่วยยืนให้แน่ใจอีกทีหน่อยนะค่ะ






อีกรีสอร์ทไกล้ ๆ กันก็ ดาหยา รีสอร์ท ค่ะ

มุมนี้ถ่ายจากหน้าหาดเลยค่ะ ทุกห้องนอนดูทะเลกันสบาย ๆ เลย








บ้านไม้ไผ่ ห้องหน้าหาดเหมือนกันค่ะ แถมรีสอร์ทนี้ก็ยังมีร้านหนังสือด้วย

เก๋ไก๋ไปอีกแนวน้อ อิอิ







อีกรีสอร์ทใกล้ ๆ กัน

หลีเป๊ะ รีสอร์ท ค่ะ






ห้องหน้าหาด หลีเป๊ะ รีสอร์ท

เค้าออกแบบบ้านเน้นไปทางแนวบ้านสีขาว ก็ดูน่ารักไปอีกแบบนะค่ะ






บ้านใหญ่สำหรับครอบครัวก็มี





วันที่ไปดำน้ำค่ะ เรามากันแค่ 2 คน เลยไปซื้อทัวร์กับเยน ไปกันแบบ
join tour ค่ะ

ราคาคนละ 490 รวมอาหารกลางวันและอุปกระดำน้ำ ( fins - Snorkel )

ส่วนฝรั่ง 2 คนที่นั่งอยู่หน้าเรา ก็อย่าพึ่งเข้าใจผิดว่ามาด้วยกันนะค่ะ 2 หนุ่มคู่นี้เค้ามาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ด้วยกันที่หลีเป๊ะนี่แหละค่ะ ซิ้อทัวร์แบบ join tour เลยได้มาเรือลำเดียวกัน

ปล. คู่นี้เค้าสวี๊ทททสวีทกันมาก ๆ จนเห็นแล้วต้องอิจฉาเชียวนะขอบอก 555






น่าจะออกมาจาก หาดพัทยา หลีเป๊ะไกลแล้วแหละ





จุดดำน้ำจุดแรก ล่องน้ำจาบัง ค่ะ

เป็นเกาะเล็ก ๆ มาก ๆ สองเกาะ อยู่ใกล้กัน ตรงระหว่างสองเกาะนั้นเป็นล่องน้ำที่ไม่ลึกมา เลยสามารถงมดูปะการังได้ค่ะ






ที่ต่อมา เกาะหินงาม ค่ะ






เกาะหินงาม หินก็งามสมชื่อจริง ๆ ค่ะ





อันนี้กิจกรรมยอดฮิตสุด ๆ ค่ะ มาแล้วต้องก่อหินขึ้นเป็นชั้น ๆ ถ้ามาแล้วไม่ก่อ ถือว่ามาไม่ถึง อิอิอิ

กองนี้กว่าจะก่อกันได้ก็ตั้งนานค่ะ แดดร้อนเปี้ยง ๆ แสบมาก ๆ หุหุ




ก่อกองหินกันเสร็จ ไปต่อที่ หาดทรายขาว น้ำใสแจ่ม ๆ ที่

เกาะราวี ค่ะ







เดินมาสุดหาดค่ะ สวยถูกใจ คุ้มค่าเหนื่อยที่เดินมาเลย







อันนี้ก็ยอดฮิตเช่นกันค่ะ ใครมาแล้วต้องมานั่งชิงช้า

หาดทรายขาว เกาะราวี อิอิ









ต่อมา... ดำน้ำสนุก ๆ หน้า เกาะอาดัง ค่ะ

รอบ ๆ โขดหินหน้าเกาะมีแนวปะการังสวย ๆ หลายสีเลยค่ะ

ใส่ชูชีพแล้วงมดูได้เลยน้ำไม่ลึกมาก






หนูน้อยคนนี้เก่งน้อ ขนาดไม่มี snorkel ยังดำน้ำได้เลย 555





วันที่เดินทางจะกลับกรุงเทพค่ะ เรือจะออกจาก หลีเป๊ะ 9.30 น.

เราไปเรือลำนี้แหละค่ะ พลอยสยาม ของ บ.อาดังซี ทัวร์





ขากลับ เรือแวะส่งผู้โดยสารลง เกาะตะรุเตา

เราสองคนมีตั๋วเรือแบบ round trip แวะเกาะไหน รอบเวลาไหนก็ได้ตามวันที่จองตั๊ว

เลยอยากแวะสักหน่อย







ถึงแล้วค่ะ ปากทางเข้าอุทยาน







สะเบียงหอบมาจาก หลีเป๊ะ ค่ะ สำหรับเป็นมื้อเช้าที่ เกาะตะรุเตา เลยค่ะ 555





ทะเลตะรุเตา สวยใช่เล่นเลยน่ะเนี๊ย




แดดนี่ยังแรงได้อีก





มัวแต่นั่งเพลิน ๆ เรือวิ่งมาแล้วนู้นนน





นั่งเรือจาก เกาะตะรุเตา ออกมาแล้ว เราก็ยังถ่ายรูปมันส์ไม่เลิก 555







ท่าเรือ เกาะตะรุเตาค่ะ





แค่ชั่วโมงกว่า ๆ ก็ถึงแล้วค่ะ ท่าเรือปากบารา

ได้กลับบ้านแล้ววว





 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2552
11 comments
Last Update : 15 เมษายน 2552 13:14:13 น.
Counter : 6619 Pageviews.

 

โอ๊ะ ๆ อยากไป ๆ ๆ
รูปสวยมากค่ะ

จริง ๆเราอยู่ใต้นะคะ แต่ไม่เคยได้ไปเที่ยวเลย
ตอนนี้อยู่ไกล อยากไปก็ยากจังค่ะ

 

โดย: คุณนายเหรียญบาท 1 กุมภาพันธ์ 2552 20:18:32 น.  

 

ไม่เคยไปเที่ยวเลย หลี่เป๊ะเนี่ย

 

โดย: ลานสน 1 กุมภาพันธ์ 2552 20:50:56 น.  

 

เต็มอิ่มมากๆเลยค่ะ

 

โดย: นิเฟอซัง 1 กุมภาพันธ์ 2552 20:52:55 น.  

 

กำลังจะไปเหมือนกันค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อมูล ดี ดี ค่ะ
คืนนี้นอนหลับฝันดีนะค่ะ

 

โดย: iamorange 1 กุมภาพันธ์ 2552 21:14:41 น.  

 

ตามไป ๆ ค่ะ

กำลังจะยื่นขอวีซ่าอยู่นี่ ถ้าได้ก็จะตามไปอย่างว่องไวทีเดียวค่ะ


 

โดย: แม่ซากานะ 1 กุมภาพันธ์ 2552 21:22:13 น.  

 

อยากไปบ้างจัง

 

โดย: wasmb 1 กุมภาพันธ์ 2552 22:23:11 น.  

 

แวะมาทักทายก่อนนอน และเข้ามาชมต่อจนจบครับ
ยิ่งดูยิ่งอยากไปครับ

 

โดย: กัปตันลูกชุบ 1 กุมภาพันธ์ 2552 23:23:18 น.  

 

ตามมาชมบรรยากาศของทะเลสวยๆอีกรอบค่า

 

โดย: หนีแม่มาอาร์ซีเอ 1 กุมภาพันธ์ 2552 23:25:59 น.  

 

อยากไปทะเลโซนนี้บ้างจัง
น้ำใส ทรายละเอียดดีนะคะ

 

โดย: chenyuye 3 กุมภาพันธ์ 2552 18:00:49 น.  

 

Afresh เอเฟรช

 

โดย: mlmboy 22 เมษายน 2552 4:13:10 น.  

 

หลีเป๊ะ เจริญกว่าสมัยที่เราไปเยอะเลยอ่ะ

 

โดย: อยากเป็นไกด์ ใครช่วยที 5 สิงหาคม 2552 15:33:37 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


auutcc
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




I am great to join to the blockgang
[Add auutcc's blog to your web]