มติชน สุดฯ ฉบับวันที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2550

ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2007 : รวมมิตรผู้สมัครรายย่อย (1)


     การช่วงชิงตำแหน่งผู้ชนะในสนามแข่งขันซึ่งมีเส้นชัยอยู่ที่ทำเนียบเซลีเซ ปราสาทที่พำนักของประธานาธิบดีฝรั่งเศสในครั้งนี้นับวันจะเข้มข้น และเป็นที่จับตามองของสื่อมวลชนทั่วโลกมากขึ้นทุกขณะ

     หลังจากปล่อยให้ผู้ชมลุ้นกันใจหายใจคว่ำ ในที่สุด ประธานสภารัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสก็ประกาศผลการนับและตรวจสอบรายชื่อผู้สนับสนุนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งเปรียบได้กับการประกาศผลคัดตัวรอบแรกเพื่อปล่อยตัวผู้แข่งขันเข้าสู่ลู่วิ่งจริงๆ เสียที

     การเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส ค.ศ. 2007 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 22 เมษายนนี้ มีผู้สมัครรับเลือกตั้งเข้าสู่สนามอย่างเป็นทางการทั้งสิ้น12 คน น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี ค.ศ. 2002 ซึ่งมีผู้ผ่านเข้ารอบ 16 คน และรักษาสถิติจำนวนผู้สมัครสูงสุดในยุคสาธารณรัฐที่ 4 ของฝรั่งเศสต่อไป

     ผู้สมัคร “รายใหญ่” ทั้งสี่คนที่ได้แนะนำให้รู้จักในครั้งก่อนๆ คือ นางเซโกแลน โรยัล จากพรรคสังคมนิยมฝ่ายซ้าย นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี จากพรรคฝ่ายขวาอูเอ็มเป นายฟรองซัวส์ ไบรู จากพรรคสายกลางอูเดเอฟ และนายฌอง-มารี เลอ เปน จากพรรคขวาจัด ฟรงต์ นาซิยงนาล ต่างผ่านการคัดเลือกรอบแรกนี้ตามความคาดหมาย

     สิทธิของผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบคัดเลือกทุกคน คือ จะได้รับเงินช่วยเหลือในการหาเสียงเลือกตั้งจำนวน 153,000 ยูโร หรือราว 7,191,000 บาท และที่สำคัญคือจะได้โควตาเวลาในการหาเสียงทางโทรทัศน์และวิทยุแบบเท่าเทียมกัน ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน จนถึงเที่ยงคืนวันที่ 20 เมษายน

     ในบรรดานักกีฬาผู้กล้าที่กำลังอบอุ่นร่างกายเตรียมเข้าสู่แท่นออกตัวทั้ง 12 คนนี้ มีตัวแทนจากพรรคฝ่ายขวา 4 คน จากพรรคฝ่ายซ้าย 7 คน โดยรวมนายฟรองซัวส์ ไบรู ด้วย ถึงแม้นางเซโกแลนจะออกมาโต้แย้งว่า ไม่จริง ไม่ใช่ นายไบรูอยู่ฝ่ายขวา ก็ตาม

     ส่วนอีกหนึ่งคนที่เหลือเป็นผู้สมัครอิสระที่ไม่ได้มาจากพรรคใด และออกข่าวเก็บคะแนนความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ บุรุษไร้สังกัดผู้นี้มีนามว่าโจเซ โบเว (José Bové)

     โจเซ โบเว หรือในชื่อจริงว่าโจเซฟ โบเว (Joseph Bové) เกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1953 ที่เมืองตาลองซ์ จังหวัดจิรงด์ แคว้นอะกิแตน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส อดีตฮิปปี้รักสันติผู้เลื่อมใสมหาตมะคานธี กลายเป็นคนเลี้ยงแกะผู้หนีการเกณฑ์ทหาร ก่อนจะมาเป็นผู้นำเกษตรกรกลุ่มต่อต้านโลกาภิวัฒน์ คัดค้านการเปิดตลาดเสรีทางการค้า และปฏิเสธธรรมนูญสหภาพยุโรป


     นโยบายหลักของเขา คือ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเมืองในด้านเกษตรกรรมให้เอื้อประโยชน์ต่อเกษตรกรท้องถิ่น ปลดแอกให้เป็นอิสระจากการควบคุมเมล็ดพันธุ์และผลิตภัณฑ์การเกษตรจากบริษัทใหญ่ๆ

     เมื่อเดือนก่อน ขณะที่ผู้สมัครคนอื่นๆ ทยอยเดินทางไปชมงานแสดงผลิตผลการเกษตรแห่งชาติประจำปีซึ่งจัดในกรุงปารีส เพื่อสร้างภาพทำคะแนนกับบรรดาเกษตรกรและประชาชนทั่วประเทศผ่านสื่อมวลชน โบเว ในฐานะเกษตรกรตัวจริงเชิญนักข่าวมาชมผลิตผลการเกษตรที่ไร่ของตน โดยประกาศว่า นี่แหละการแสดงผลิตผลการเกษตรที่แท้จริง ไม่ใช่ที่งานนิทรรศการออกร้านโน่น

     โจเซ โบเว มีบุคลิกห่ามๆ ห้าวๆ พูดจาห้วนๆ มุทะลุโผงผางไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักทั่วประเทศรวมถึงต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ.1999 จากคดี “แมคโดนัลด์ที่เมืองมิลโล” เมื่อเขาและพลพรรคบุกทำลายสาขาของร้านอาหารแฟรนไชน์อเมริกันชื่อดังที่ตั้งอยู่ในฝรั่งเศส

     ขณะนั้น สหรัฐอเมริกาเพิ่งได้รับไฟเขียวจากองค์การการค้าโลก (WTO) ให้แก้ลำสหภาพยุโรปที่งดนำเข้าเนื้อวัวอเมริกัน ด้วยการขึ้นภาษีกีดกันผลิตภัณฑ์จำพวกเนยแข็งจากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปบางประเทศรวมถึงฝรั่งเศส

     ผลจากการทำลายร้านอาหารจานด่วนที่เป็นสัญลักษณ์ของทุนนิยมอเมริกันครั้งนั้น ทำให้เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 3 เดือน

     เท่านั้นยังไม่พอโจเซ โบเว ยังได้ชื่อว่าเป็นตัวตั้งตัวตีต่อต้านการปรับแต่งพันธุกรรมในพืช เคยถูกดำเนินคดีโดนฟ้องร้องจากการประท้วงแบบรุนแรงหลายครั้ง ล่าสุด เมื่อเดือนที่แล้ว เขาถูกศาลฎีกาสูงสุดของฝรั่งเศสตัดสินให้จำคุก 4 เดือน จากคดีบุกรุกรื้อถอนไร่ข้าวโพดเอ็มจีโอ

     โจเซ โบเว จึงอาจจะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนแรกที่รณรงค์หาเสียงและรอรับการเลือกตั้งอยู่ในคุก ถ้าศาลไม่ผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษ


     คนต่อไปที่จะแนะนำให้รู้จัก เป็นผู้สมัครที่นั่งแท่นเป็นประมุขหญิงของพรรคฝ่ายซ้ายแห่งซ้ายสีแดงฉาน ไม่ได้จืดจางอมชมพูแบบพรรคสังคมนิยม นามของเธอคือ มารี-จอร์จ บุฟเฟต์ จากพรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส (Parti Communiste Français - PCF)


     มารี-จอร์จ บุฟเฟต์ (Marie-George Buffet) มาจากครอบครัวเชื้อสายโปแลนด์ เกิดเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1949 ที่เมืองโซ ในจังหวัดโอต์ส์-เดอ-แซน ทางตะวันตกของกรุงปารีส เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการเยาวชนและกีฬาในรัฐบาล “รวมซ้าย” ของนายลิโอเนล จัสแป็ง ผู้ยิ่งใหญ่ของพรรคสังคมนิยม ในช่วงปี 1997 - 2002

     นอกเหนือจากนโยบายเพื่อประชาชนเท่านั้นตามหลักการคอมมิวนิสต์ เบิกโรงหาเสียงด้วยสโลแกน “อยู่ดีกินดี เรามีสิทธิ” แล้ว เธอยังเป็นนักเรียกร้องสิทธิสตรีตัวยง เคยร่วมผลักดันกฎหมายการทำแท้งมาก่อน

     มารี-จอร์จ ค่อยๆ ไต่เต้าเติบโตจนได้ขึ้นนั่งเก้าอี้หัวหน้าพรรค หลังจากนายโรแบร์ต์ อู (Robert Hue) หัวหน้าพรรคคนเก่าลาออก เพื่อแสดงรับผิดชอบในการเดินหมากหาเสียงผิดจนพ่ายแพ้อย่างหมดท่าในการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งที่แล้ว

     การเลือกตั้งครั้งนี้ เธอเรียนรู้จากบทเรียนครั้งก่อน ตัดสินใจประกาศกร้าวว่าจะไม่มีการประนอมอ่อนข้อให้กับลัทธิทุนนิยม หรือยอมจับมือเป็นพันธมิตรกับพรรคสังคมนิยม (PS) ที่ทางพรรคของเธอมองว่าเป็นพรรคฝ่ายซ้ายที่เอียงขวาของนางเซโกแลนอย่างเด็ดขาด

     (อ้าว... เพิ่งแนะนำได้แค่สองคนเอง พื้นที่จะหมดเสียแล้ว)


     ถึงประชาชนร้อยละ 66 จะรู้สึกว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีมากเกินไป แต่ชาวฝรั่งเศสหนึ่งในสองเห็นด้วยว่าสื่อมวลชนไม่ค่อยเปิดโอกาสกับผู้สมัครรับเลือกตั้งหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จักอย่าง นายเจราร์ด์ ชิวาร์ดิ (Gérard Schivardi) จากพรรคแรงงาน (Parti des travailleurs - PT) หรือนายเฟรเดริก นิอูส์ ( Frédéric Nihous) จากพรรคล่าสัตว์ ตกปลา ธรรมชาติและประเพณี (Chasse Pêche Nature Traditions - CPNT)

     ขณะที่ชาวฝรั่งเศสร้อยละ 43 ต้องการฟังการหาเสียงของนางอาร์แล็ตต์ ลากิแยร์ (Arlette Laguiller) จากพรรคพลังแรงงาน (Luttes Ovriere - LO) ที่ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นครั้งที่หกและเป็นครั้งสุดท้ายในครั้งนี้ ส่วนร้อยละ 42 ต้องการให้นายโอลิวิเยร์ เบอซองเซอโนต์ (Olivier Besancenot) ผู้สมัครที่อายุน้อยที่สุดเพียง 32 ปี และเคยลงสนามต่อสู้มาแล้วเมื่อปี ค.ศ. 2002 ตอนอายุ 28 ปี ได้มีโอกาสพูดมากขึ้น

     พวกเราชาวไทยที่นั่งดูการแข่งขันอยู่ไกลๆ ก็จะได้ทำความรู้จักพวกเขาเช่นกัน

     ในครั้งหน้าค่ะ






Create Date : 16 เมษายน 2550
Last Update : 16 เมษายน 2550 2:32:36 น. 0 comments
Counter : 519 Pageviews.

Mutation
Location :
somewhere in Hong Kong SAR

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




ฉั น คื อ ใ ค ร

     สาวพฤษภชาวแกลงแห่งเมืองระยอง ลอยละล่องเรื่อยไปจนปาเข้าสามสิบ กว่าจะได้พบอาชีพที่ต้องจริตจนคิดตั้งตัวเป็นนักแปลรับจ้างเร่ร่อนไร้สังกัด ปัจจุบันเปิดสำนักพิมพ์เล็กๆ ชื่อ "กำมะหยี่"

     จุดหมายในชีวิต หลังจากผันผ่านคืนวันมาหลายปีดีดัก ขอพักไม่หวังทำอะไรใหญ่โต ขอเพียงมีชีวิตสุขสงบ ได้ทำสิ่งที่ดีๆ ทำตามหน้าที่ของตนในทุกด้านอย่างดีที่สุด แค่นั้นพอ

      ฉันมีหวานใจ- สามี - สุดที่รักแสนดีชาวฝรั่งเศส แถมเรือพ่วงสองลำเล็กๆ ตอนนี้มาใช้ชีวิตกันอยู่ที่ฮ่องกง





โฆษณา
.



c o p y l e f t

Creative Commons License

งานเขียนและภาพในบล้อกนี้อยู่ภายใต้
Creative Commons Attribution

สามารถคัดลอกเพื่อเผยแพร่ได้
หากไม่ทำเพื่อการค้าหาเงินเข้ากระเป๋า
และต้องบอกที่มา ลงชื่อผู้เขียนด้วยนะจ๊ะ


>> Add เป็นเพื่อนกัน Click พลันที่นี่



Group Blog
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add Mutation's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.