The Body Achieves What The Mind Believes

BlogGang Popular Award#15


 
AsWeChange
Location :
จันทบุรี ~ ชลบุรี ~ กรุงเทพ ~ ราชบุรี ~ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



























เป็นเพียง ... เพื่อบันทึกเรื่องราว .. ประสพการณ์
ของชีวิตตัวเอง ที่มาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน
ถ่ายทอดออกมา เป็นคำพูด
..คำกลอน และรูปภาพ ...

คิดว่าวันหนึ่ง แต่ยังไม่รู้ว่าวันไหน ...
คงจะไม่มีโอกาสจะมา
นั่งเขียน Blog อย่างนี้ได้บ่อยๆ
...เพราะภาระและหน้าที่ ...

หลานเรียก " ยายอิ้ด" ... บางทีก็ " ป้าอิ้ด " บ้าง ตามแต่สถานะ .... ส่วนเพื่อนๆเรียก " อิ้ดดี้ "

ชอบถ่ายภาพ และแต่งกลอน

ความที่ชอบขีดเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ .....
..... จึงมีบ้านเล็กๆหลังนี้เพื่อบันทึกเรื่องราว และประสพการณ์ต่างๆ

ขอบคุณพันทิพด้วยค่ะ ที่ให้บ้านเล็กๆหลังนี้

ขอบคุณเพื่อนๆ .. ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกัน

ขอให้มีความสุขมากๆ และโชคดีกันทุกๆคนค่ะ

ได้เปลี่ยนชื่อจาก AsWeChange มาเป็น EdiePim

เพื่อให้เป็นชื่อเดียวกันกับที่ใช้ใน facebook

======

ได้เปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิม AsWeChange อีกคร้้ง
ขอบคุณค่ะ







ในบางครั้ง .....
ต้องขออนุญาติปิดคอมเมนต์ไว้ชั่วคราว

เนื่องด้วยเกรงใจ ที่ไม่มีเวลาไปเมนต์ตอบได้เหมือนเช่นเคย

ขอโทษจากใจจริงจากเจ้าของ Blog ค่ะ







บทกลอน Copyright@Ownership
MA - 1588 - 1044 - WhUSA
New Comments
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 ตุลาคม 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AsWeChange's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 
บันทึกไม่ลึกลับ ...หน้าที่ 14

 






 


สวัสดีค่ะ

หมดหน้าร้อน เริ่มฤดูใบไม้ร่วงมาครึ่งเดือนละ
อะไรๆมันก็วนไป วนมาเป็นวัฏจักร

แต่ที่แตกต่างไปบ้างก็มี

เช่นดนมีอายุก็แก่ลงๆ เด็กน้อยๆก็เติบโตขึ้นๆ ความจริงมันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว
ไม่ใช่ของแปลกใหม่

555 ไม่ได้มาพูดมาบ่นอะไรหรอกค่ะ บางทีอยู่คนเดียวเงียบเหงา มันก็เกิดมีอารมณ์ปลงๆขึ้นมาเสียงั้น



ที่บ้านชวนออกไปเดินยืดเส้นยืดสายที่งานประจำปี ไม่ไกลจากบ้านนัก

ซึ่งเราก็ไปมาแล้วแทบทุกปี ความจริงก็ไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไร


แต่มาคิดได้ว่า ลูกคงอยากจะให้เราไปด้วย ชวนแล้ว ชวนอีก อืม!! ไปก็ไปเนอะ

 




 



ปีนี้มีกิจการแถมมาอีกหนึ่งรายการ คือมีการละเล่นเต้นโชว์

ของเจ้าของถิ่นดั้งเดิมของแถบนี้

Native American Indian

ทำเอาเราแอบคิดว่า ถ้าไม่ได้มา คงจะเสียใจแย่ พูดเล่นน่ะค่ะ


ความจริงเราชอบการแสดงของเขามาก ไม่ว่าเมี่อใด

ที่ไหนมีเต้นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าไหน เราจะต้องดั้นด้นไปดู ไปชมจนได้

แต่ระยะหลังๆจะห่างเหินไปหน่อย

ด้วยว่า คนข้างเคียงทีเคยไปด้วยกัน ทิ้งเราไปแอบดูคนเดียวอยู่ข้างบนโน้น

 


 

ตามประวัติศาสตร์ ถ้าเราทำใจให้เป็นกลาง ก็สงสารเห็นใจพวกเขานะ

ถูกรุกล้ำที่อยู่อาศัย ถูกไล่ฆ่า ดูให้วุ่นวายไปหมด

แต่ฝ่ายผู้รุกล้ำ ก็ยังสำนึกในประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษของตัวเองทำไว้

เมืองที่เราอยู่ ตามสถานที่ราชการมักจะมีภาพ

และประวัติความเป็นมาของพวกเขาแขวนให้เห็น

ให้ระลึกถึงว่า ก่อนจะมาเป็นบ้านเป็นเมืองแบบนี้ ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ

เจ็บปวดกันมากแค่ไหนมาก่อน





จากประสพการณ์ของเราเอง เมื่อตอนที่ย้ายไปอยู่ใหม่ๆ

เวลาจะเข้าไปเรียนต่อตามมหาวิทยาลัย และไปสมัครงาน

จะมีข้อความตอนท้ายๆถามว่า คุณเป็น Native American หรือเปล่า

เพราะเขาจะให้สิทธิพิเศษนั่นเอง เราก็ว่าดีนะ สมควรอยู่แล้ว

ลูกหลานของบรรพบุรุษเหล่านั้น สมควรที่จะได้อะไรๆกันบ้าง




ที่เล่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณด้วยค่ะ





เราไม่ได้ติดตามเข้าไปแชะภาพนักเต้นไว้ทั้งหมด เพราะดูจะเป็นการไม่สุภาพ

แชะเท่าที่โอกาสจะอำนวย

เดี๋ยวจะเป็นการข้ามหน้า ข้ามตาผู้ชมที่นั่งอยู่บริเวณรอบๆ







น้องๆก็น่ารัก มายืนให้แชะภาพทั้งด้านหน้า และด้านหลัง


























โชว์สุดท้าย จะเชิญชวนผู้ชมเข้าร่วมแสดงด้วย

ถ้าไปกับเพื่อน เราต้องเข้าไปร่วมด้วยแน่

แต่นี่ไปกับลูกหลาน เลยต้องเก็บความซ่าไว้หน่อย เขินน่ะค่ะ 555

เต้นก็ง่ายดาย แค่สามจังหวะ อิอิ แต่ไม่ใช่แบบสามช่าของเรา


เรื่องราวบางตอนเกี่ยวกับพวกเค้า ที่เราเคยนำมาแปะไว้





การเล่นหวาดเสียวของผู้ที่ไม่กลัวความสูง











ใครแข้งขาแข็งแรง อยากจะทดลองความแกร่ง และยืดหยุ่น ก็ซื้อตั๋วเข้าไปปีนได้









 


อดไม่ได้อีกละค่ะ ที่จะเอาขนมที่ทำเองมาลงไว้ดูเล่น

การที่อยู่ไกลบ้านนั้น ทำให้เราต้องขวนขวายช่วยตัวเอง ในยามที่กิเลศของการรับประทานเข้าครอบงำ

ทำแล้วไม่ได้ทานมากมายอะไร แค่อิ่มสองอิ่มก็หายอยากแล้ว


ที่เหลือก็แช่แข็งเอาไว้สนองกิเลสกันคราวหน้า คงจะเป็นแรมหลายเดือนกันไปเลยละ


 
 






วัตถุดิบมีสำรองไว้สม่ำเสมอ สำหรับยามฉุกเฉิน








ขนมชั้นแก้ขัด ที่เติมเต็มให้กิเลสของตัวเอง ยามนึกอยาก





















โยเกิต และข้าวหมาก





ข้าวหมาก เราทดลองทำดูแล้ว
ปรากฏว่า ใช้เครื่องทำโยเกิตทำได้ สบายเราเลย 555

โยเกิตนั้นจำเป็นสำหรับเรามากเรื่องขับถ่าย และทำเอง ต้นทุนถูกกว่าไปซื้อมามาก











 


ปีนี้ปลูกดอกทานตะวันช้าไปมาก

กว่าจะได้เพาะเมล็ด และเอาลงดินเพาะต้นอ่อน

คิดว่าจะมีดอกไม่ทันให้ได้ชื่นชมเสียแล้ว เตรียมลงดินไม่ทัน

เลยต้องลูกในกระถางใหญ่ไว้สองข้างประตูหน้าบ้าน พอดอกบานเต็มที่

ให้ได้ชม อากาศเย็นก็มาเยี่ยมเยียนกันทันที

มีดอกตูมลูกหลานอยู่หลายดอก แต่โชคไม่เข้าข้าง

ไม่ทันได้มีโอกาสได้ผลิกลีบรับแสงตะวัน ก็มีอาการหมดแรง ป่วยไข้ก้มหน้าลงมองดิน แล้วจากไป


 
 





















 

สนามหญ้าข้างบ้าน พอหมดหน้าร้อนแล้ว
พวกดอกไม้สวยสด ไปจนถึงสวยหวาน ก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลา

ทันกันกับดอกไม้พุ่มนี้ ได้เบ่งบานส่งท้าย
เราก็ไม่ได้ไปค้นหาชื่อว่า เค้าชื่ออะไร แต่ทราบแต่เพียงว่า
เค้าจะออกดอก และบานในต้นๆฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี

ดอกกำลังบานคงจะมีน้ำหวานมากมาย
พอที่จะต่อหล่อเลี้ยงชีวิตแมลงกินน้ำหวานทั้งหลาย ให้ได้มีชีวิตไปอีกสักนิด

มากันหลากหลาย Monarch butterfly, ตัวผึ้ง ตัวต่อ ตัวแตน
แมลงวันทอง แมลงวันหัวดำ หัวเขียว รวมทั้งเหล่าแมลงภู่



































ถ้าใจไม่ถึงคงไม่กล้าเข้าใกล้แน่

แต่เรารู้ว่า เค้าคงไม่ทำร้ายหรอก ต่างคนต่างอยู่

และเวลาของพวกเค้าก็เหลือน้อยแล้ว จะมาทะเลาะกันทำไม





































สำหรับแมลงภู่นั้น เค้าจะยึดเอาดอกที่เลือกไว้เป็นที่อยู่อาศัยไปเลย
ไม่บินไปไหนอีกแล้ว

กลางวัน กลางคืนก็อยู่ที่ดอกนั้น มีอาหาร มีที่ให้พัก
ก่อนจะเปลี่ยนภพภูมิ ลาไปจากสภาพแมลงภู่ที่เป็นอยู่ในชาตินี้
ไปเกิดในที่ไหม่

เมื่อคืนก่อน มีลมพายุค่อนค้างแรง ฝนตกด้วย
พอตอนเช้าเราออกไปดู พวกเค้าก็ยังอยู่เหมือนเดิน

และเมื่อสองคืนที่แล้ว อุณหภูมิลดลงเกือบจะถึงจุดเยือกแข็ง
พวกเค้าก็ยังเกาะอยู่ แต่ไม่เคลื่อนไหว
รอจนแดดออก และอาอาศอุ่นขึ้น ถึงจะฟื้นตัวหันมาดูดกินน้ำหวานกินกันใหม่








































































หลังจากโดนอากาศเย็นจัดไปหลายคืน ร่างกายสุดจะทนไหว

ในที่สุด สองแมลงภู่ได้เปลี่ยนภพภูมิตามกาลเวลา





















ดอกสีม่วงอ่อนชุดนี้

ขึ้นเป็นทางยาวแนวเขต Wetland หลังบ้าน มีกลิ่นหอมมาก






เป็นดอกไม้ที่บาน ในต้นฤดูใบไม้ร่วง

หน้าร้อนจะไม่ออกดอก จะรอจนดอกอื่นร่วงโรยไปหมดแล้ว จึงจะถึงเวลาของตัวเอง























วันพระข้างขึ้น ดวงจันทร์ลอยขึ้นจากขอบฟ้า

ขอเก็บภาพเสียหน่อย ได้เท่าที่ความสามารถของกล้องกระป๋องเก่าแก่ของเราจะทำได้


























ผลไม้ป่าข้างบ้าน ก็แข่งกันเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่ใบจะเปลียนเป็นสีแดงๆส้มๆบ้างตามกาลเวลา













ปีนี้ ปลูกดอก Cosmos ไว้สิบกว่าต้นหน้าบ้าน

ปลูกเค้าช้าไปหน่อยตามเคย
สงสัยจะไม่ได้ชื่นชมยามดอกบาน ถ้าอุณหภูมิลงต่ำถึงจุดเยือกแข็ง





แม่ต่อตัวใหญ่ สำรวจหาอาหารจากช่อตูมของดอก Cosmos

จำพวกตัวหนอนหรือตัวแมลง ไปให้ลูกน้อยไว้เป็นเสบียงในหน้าหนาว
นี่ถ้าไปต้นดอกไม้ขาวอีกด้านหนึ่งของบ้าน ก็จะพบแหล่งอาหารเพียบ








































Blue bird สมาชิกใหม่ชุดที่สองของปีนี้

น้องเค้าไม่ได้อยู่แถบแถวบ้านหรอกค่ะ คงจะผ่านแวะเวียนมาพักชั่วคราว


























ชอบมาเยี่ยมเยียนกันตอนที่ฝนตกปรอยๆ

สังเกตุดูมาลายครั้งแล้ว เวลาดินฟ้าอากาศแจ่มใส จะไม่ค่อยมา

































ระยะนี้ แถวบ้านออกจะเงียบเหงา
เพราะหมดหน้าออกไข่ ออกลูกกันแล้ว

พวกเด็กๆที่พ่อแม่เคยพากันมาเยี่ยมเยียน สมัยที่ยังหัดบินกันยังไม่ค่อยจะแข็ง
มาเพือป้อนอาหารสำรองชั่วคราวกันไปก่อน

ก็ได้เวลาเติบโต จากบ้าน จากรังกันไปหมดแล้ว
แบบว่า ปีกกล้า ขาแข็ง ต้องออกไปใช้ชีวิตกันเอาเอง

และไม่มีตัวไหนเลย จะอยู่เป็นเพื่อน

หรือคอยดูแลพ่อแม่ คอยป้อนน้ำ ป้อนข้าว ให้พ่อแม่ยามแก่เฒ่า

555 คิดเล่นๆไปเท่านั้น








น้องหนูเห็นเรายืนถือกล้องอยู่ จ้องมองด้วยความสงสัย เลยแชะภาพมาเสียเลย








แค่ไม่ถึงเสี้ยวนาที

ที่แสงแดดยามตะวันจะลับขอบฟ้า สาดทอสีทองเหลืองอร่าม

ไล่ละลิ่วมาตามขอบฟ้า ส่องเอาใบไม้ที่เปลี่ยนสีแล้วให้สวยจับตา
















มัวแต่วิ่งหากล้อง เสียเวลาไปหลายอึดใจ เกือบจะพลาดไม่ได้แชะภาพมาแปะเสียแล้ว









 



 




 




มีโอกาสไปเดินซ้ำรอยอดีตจากเมื่อ 9 ปีที่แล้วอีกครั้ง

ดินฟ้าอากาศเป็นใจ ถึงแม้จะไม่มีแดด แต่ฟ้าเปิด ไม่มืดครึ้ม



Quabbin Reservior เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ในรัฐ Massachusetts

ที่สร้างขึ้นจากการมองการณ์ไกลของฝ่ายรัฐ ที่เล็งเห็นความต้องการน้ำจะมีเพิ่มขึ้น
พร้อมๆกับจำนวนของประชาชนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

และฝ่ายที่ต้องเสียสละบ้านช่อง ที่อยู่อาศัยของประชาชน 4 เมือง

เพื่อให้ลูกหลาน,พลเมืองของรัฐ Boston และเมืองข้างเคียง ได้มีน้ำกิน น้ำใช้


เราเคยนำเรื่องราวมาแปะไว้ ครั้งหนึ่งแล้วเมื่อปี 53 มาครั้งนี้ จะมา Up date ต่อจากที่แปะไว้เมื่อครั้งนั้นอีกนิด

เปิดดูได้ที่นี่ค่ะ

ปัจจุบันนี้ หลายสิ่งหลายอย่างมีการเปลี่ยนแปลง ปรับปรุงไปตามความเหมาะสมของยุคสมัย

 






แวะข้างทาง แชะภาพ







































มีเรือไว้ขับไล่กลุ่มนกนางนวลที่ชอบมาบินโฉบเล่น

มีการเร่งเครี่อง บีบแตร ทำเสียงดังรบกวนให้ตื่นตกใจ จะได้หวาดกลัว ไม่กล้ามาพักอยู่
เพราะจะมาทำให้น้ำและสิ่งแวดล้อมมีการปนเปื้อน











ระหว่างที่่ผ่านเข้ามาในเขตของอ่างเก็บน้ำ

เราเห็นป้าย No Dog ปักอยู่สองข้างทางอยู่หลายแผ่น

จุดประสงค์ก็เพื่อห้ามนักท่องเที่ยวนำน้องหมาเข้ามาเดินเล่นด้วย

เพราะแน่นอน น้องหมาจะต้องเดินฉี่ หรืออึไปด้วย

และถ้าฝนตก หรือหิมะละลาย น้ำจะชะฉี่ และอึของน้องหมาลงไปปนเปื้อนในน้ำ







แต่ เอ๊ะ นั่นเราตาฝาดไปหรือเปล่า นั่นมันน้องหมาชัดๆ ของใครกันหนอ











ซูมเข้ามาดูเสียหน่อย อืม!! นั่นมันน้องหมาปลอมนิ มาวางไว้ทำไมหนอ














ถึงบางอ้อ เอาน้องหมาปลอมมาตั้งไว้ เพื่อกันพวกห่าน
ที่บินอพยพหนีหนาวมาจากทางประเทศ Canada ลงไปทางไต้
บินผ่านมาบริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำนั่นเอง

ทุกๆปีของต้นๆฤดูใบไม้ร่วง
พวกห่านหล่านี้ จะอพยพหนีหนาวจากถิ่นเดิมกันไปชั่วคราว

พอถึงหน้าร้อนปีหน้าแล้วค่อยบินกลับมากันใหม่
ห่านพวกนี้ อึก้อนใหญ่กว่าอึน้องหมามาก

ระยะนี้ กำลังเป็นฤดูอพยพ ฝูงแล้วฝูงเล่า มาแวะพักแถวๆบ้านเรา
เพราะมีหนองน้ำ และตอข้าวโพดแห้งๆที่ทางฟาร์มตัดฝักไปแล้วเป็นจำนวนหลายไร่
ให้ได้กินเป็นเสบียงระหว่างเดินทาง

จ่าฝูงนี่จดจำเส้นทางบินได้อย่างแม่นยำ
เวลาจะลงพัก มีส่งเสียงคุยบอกกันจ๊อกแจ๊กให้ลั่นฟ้าไปหมด






ขับรถไปดูบ่อเพาะลูกปลา










บ่ออนุบาลลูกปลา มีอยู่ร้อยกว่าบ่อ

เลี้ยงลูกปลาไว้ให้เติบโต แข็งแรง แล้วจึงนำไปปล่อยตามทะเลสาบ หนอง คลอง บึงทัวรัฐ

ให้ไปเจริญเติบโตตามแหล่งน้ำธรรมชาติ

ที่นี่ จะไปตกปลาต้องมีใบอนุญาติ จะถือเบ็ดไปตกโดยพละการไม่ได้
จะโดนจับปรับ และติดคุกด้วย


เวลาให้อาหาร จะใช้รถปิคอัพเปิดกระบะหลัง ขับไปช้าๆ
มีคนถือพลั่วใหญ่ตักอาหารจนเต็มโยนสาดลงไป



















ทริปนี้ ไม่ได้เข้าไปเดินป่า เพราะแค่วะมาชมสถานที่เท่านั้น

หลานคนเล็กก็มาด้วย ไม่สะดวกในการเดิน









































































ก่อนกลับ แวะมาที่หอคอย สำหรับผู้ที่หัวเข่ายังไม่สึกหรอ ได้ปีนขึ้นไปชมวิวด้านบน











เราตะกายขึ้นไปได้สามชั้น ก็ไม่เอาละ

ความจริงจะขึ้นไปจริงๆก็ทำได้ แต่ไม่เอาดีกว่า เปลืองพลังงาน อิอิ













แอบมานั่งชมวิว พักเบรคสักนิด คิดถึงอดีตที่เคยแข็งแกร่งของสังขาร

แต่ตอนนี้ถอดไจแล้วจร้า












 


 
 






 



ปลายเดือนตุลาคม ฝนตกปรอยๆทุกคืน พายุเร่งตามมา

ใบไม้ที่เปลี่ยนสีและอ่อนแอ หลุดร่วงปลิดปลิวไปตามแรงลม

มีพยากรณ์จากผู้เชี่ยวชาญทางดินฟ้าอากาศกล่าวไว้ว่า ถ้าปีไหนไบไม้มีสีแดงจัด

จะเป็นการบ่งบอกว่า ปีนั้นจะหนาวมาก

สำหรับเรา หนาวมาก หรือหนาวน้อย มันไม่ค่อยต่างกันเท่าไร

มันก็หนาวเหมือนกัน สงสารก็แต่สมาชิกรอบๆบ้านเท่านั้น



 
 






สีใบของต้น Blackberry หลังบ้าน










Cosmos ลุ้นกันแทบแย่ กลัวจะบานไม่ทัน

แต่ในที่สุด ก็ได้ชื่นชมดอกบานกันบ้างแล้ว




















































11/2/2019

จากไปแล้ว ภายใต้อุณหภูมิที่หนาวเหน็บช่วงลางคืน



















































ฝูงนกที่กำลังอยู่ในขั้นตอนการเดินทางลงใต้่ เพื่อหนีหนาว

แวะเข้ามาพักชั่วครู่ ได้อาหารและน้ำเป็นพลัง

หนทางยังอีกไกล ขอให้โชคดี เดินทางถึงแถบที่มีอากาศอุ่นโดยปลอดภัยนะ






อุณหภูมิช่วงกลางคืนต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง

แปลกใจที่เห็น Bluebirds คู่หนึ่งแวะมากินอาหารเมี่อวาน
ซึ่งก็ออกจะแปลกๆ คิดว่าจะไม่เห็นกันอีกแล้ว















































 

 





-----------------------------------------








รู้สึกว่า ปีนี้อะไรๆมันก็เร่งรีบ รุดหน้าไปเสียหมด

ไม่ต้องเอาเรื่องไกลตัวเลย

อย่างเช่นดินฟ้าอากาศ ก็รีบเร่ง จะเปลียนแปลงตัวเองให้มาเร็วขึ้น

เทศกาลประจำปีต่างๆก็เร่งให้ผู้คนรู้สึกว่า จะมาถึงเร็วขึ้น ดังเช่นปีนี้

ปกติ การเฉลิมฉลองในเทศกาล Christmas
จะเริ่มโฆษนาประดับตกแต่งกันหลังจาก Thanksgiving

แต่ปีนี้ แค่วัน Halloween จบลง
ตามร้านค้าต่างๆเอาของที่ต้องใช้ในเทศกาล Christmas ออกมาวางจำหน่าย


และตกแต่งบรรยากาศ Christmas เฉลิมฉลองกันอย่างออกหน้าออกตา

เฮ้อ! จะรีบเร่งกันไปถึงไหนกันหนอ
ทำเอาเราต้องวางแผนส่วนตัวล่วงหน้าไปด้วย เช่นเตรียนหาซื้อของขวัญมาเตรียมไว้ให้ลูกหลาน

ซึ่งตอนนี้ก็เตรียมเสร็จไปกว่าครึ่งแล้ว

ซุกซ่อนเอาไว้ก่อน พอเอาต้น Christmas มาตั้ง แล้วจึงค่อยเอาไปวาง
แถมด้วยแบงค์แนบไปในการ์ดอวยพรของแต่ละคน พอให้ชื่นอกชื่นใจกันไป

ซึ่งก็เช่นกันกับแบงค์ใส่ซอง ให้กำลังใจ ขอบใจ บุรุษไปรษณีย์
และรถเก็บขยะ ที่มาให้บริการบ้านเรา

ถึงแม้ว่าพวกเค้าจะทำตามหน้าที่
แต่การมีน้ำใจเล็กๆน้อยๆต่อกัน ม้นก็เกิดสุข และมิตรภาพ

ดังที่เขารียกกันว่า เทศกาลแห่งการแบ่งปัน นั่นเอง






ส่วนภาพทางด้านซ้ายมือนั้น สื่อความหมายเป็นนัยว่า

ทุกอย่างบนโลกนี้ ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎไตรลักษณ์ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
ตามคำของครูบาอาจารย์ท่านกล่าวไว้

เตือนตัวเองอยู่เสมอว่า อย่าเป็นเพียงแค่แก่กระโหลก กะลา
แต่จงเป็นแบบว่า ยิ่งแก่ยิ่งเห็นสัจธรรม













Thanksgiving ปีนี้เหมือนเช่นทุกปี

สมาชิกในครอบครัวพากันไปเฉลิมฉลอง รวมญาติกันที่บ้านแม่ย่า อาหารก็เป็นเมนูเดิมๆ

เราเลยขอตัวไม่ไป ตั้งหลักไว้แล้วว่า วันนี้จะทำอะไรเมื่ออยู่เฝ้าบ้านคนเดียว






555 ไม่ได้จัด Party หรอกค่ะ

จะทำขนมเข่งข้าวเหนียวดำมะพร้าวอ่อน
พอดีเมื่อวันก่อน ลูกสาวคนเล็กส่งกระทงใบตองแห้งมาให้

ชุดนี้ดีหน่อย กระทงไม่ค่อยมีรา ทำเอง อร่อยเอง

ทานไปนิดหน่อยพอหายอยาก ที่เหลือก็ฝากไว้ในตู้แช่แข็งชั้นใต้ดิน
นึกอยากอีกเมี่อไร ก็ค่อยเอาออกมาอุ่นทานอีกได้









2 ธันวาคม หิมะเเรกของปีมาแล้ว

อีก 3 อาทิตย์จึงจะเริ่มเข้าหน้าหนาว นึกหวังในใจว่า มาไวแล้ว ก็ขอให้ไปไวๆด้วยนะ





ตกสองวันสองคืน ประทับใจหายคิดถึงไปเลย

โรงเรียนหลานหยุดสองวัน พอหายตกแล้ว ก็ทำความสะอาดกันไป

อุปสรรคใหญ่คือ ถนนและทางเดินลื่นมาก
เดินไม่ดีมีหวังลื่นล้ม ได้กระดูกหักเป็นของแถม

ไม่ใช่แค่เดิน ขับรถยังต้องระวัง จะเลี้ยวตรงไหนต้องแตะเบรกมาแต่ไกลๆ

ขืนขับแบบหน้าร้อน รถจะลื่นไถล แถมไม่ได้เลี้ยวเข้าจุดที่ต้องการอีกต่างหาก
ต้องหาที่กลับรถแวะมาเลี้ยวเข้าใหม่
























ยำปลาดุกฟูตามประสาคนไกลบ้าน

วัตถุดิบที่พอมีอยู่ใกล้มือ จับหั่นๆ ขูดๆ หั่นฝอย ผสมคละเคล้ากันไป

มะม่วง ฝรั่ง แตงกวา แครอต และยอดผัก Microgreen

โรยด้วยปลาดุกฟูสำเร็จรูป มาในซองจากบ้านเรา
เป็นเครี่องเคียงกับข้าวต้มร้อนๆ ได้ความอบอุ่นให้กับร่างกายพอชื่นใจไปบ้าง










ขอบคุณของแต่ง Blog จากเพื่อนๆชาว Bloggang

รักษาสุขภาพ อยูดีมีสุขค่ะ.







---------------------------------




Create Date : 16 ตุลาคม 2562
Last Update : 5 ธันวาคม 2562 2:04:01 น. 9 comments
Counter : 437 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณkae+aoe, คุณสองแผ่นดิน


 
สวัสดีค่ะ คุณพิม
ดีใจที่คุณพิมอัพใหม่ พี่เพิ่งเห็น
กำลังยุ่งๆเพราะได้ส่งคนข้างๆเข้าร.พ.อีกครั้ง
แต่ไม่ได้เป็นอะไรมาก ตอนนี้ดีแล้วค่ะ
เดี๋ยวค่ำๆพี่กลับมาอ่านบล็อกนะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 17 ตุลาคม 2562 เวลา:14:24:21 น.  

 
หายไปนานเลยครับ...

นั่งดูการใช้ชีวิตที่โน่น เพลินดีมีอะไรทำเล็ก ๆ
น้อย ๆ

แต่จะให้เล่นเครื่องโยนสูง ๆ มะอาวนะครับ 555

แต่ทำข้าวหมากนี่น่าสนใจ หาลูกแป้งไม่ได้
ใช้โยเกิตทำได้ด้วยเหรอครับ


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 ตุลาคม 2562 เวลา:9:14:25 น.  

 
กลับมาอ่านแล้วค่ะ
สายตาฟางๆไปสองสามวัน คงเพราะเหนื่อย
ไว้กลับมาคอมเม้นท์บางเรื่องราวที่สนใจ
แต่สะกิดใจตรงที่คุณพิมบอกว่า
เมื่อเหลืออยู่คนเดียว ไปที่ไหนที่เคยไปก็คิดถึง
คนที่แอบไปมองอยู่บนฟ้า เศร้าจัง
แล้วพี่ก็ต้องขอบคุณสวรรค์ที่ยังยอมให้
พี่สองคนยังคงประคับประคองกันต่อไปก่อน
สักวันก็ต้องเป็นเหมือนคุณพิมค่ะ
ใครจะไปก่อนยังไม่รู้เลย พี่ไม่อยากเป็นคนถูกทิ้ง
คุณพิมรับสภาพได้อย่างน่าชื่นชมนะคะ

ไว้มาอีกค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะคะ



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 20 ตุลาคม 2562 เวลา:8:44:22 น.  

 
สวัสดีค่ะ เพิ่งได้เข้ามาทักทายกันค่ะ

มีภาพสวยๆ เยอะเลยด้วยนะคะ มีเรื่องราวหลากหลายดีจังค่ะ


โดย: kae+aoe วันที่: 24 ตุลาคม 2562 เวลา:8:47:01 น.  

 
ขอบคุณที่ไปทักทางที่บล็อกนะคะ ยินดีมากๆ ที่ได้รู้จัก

ชุดนักเต้นจัดเต็มมาก


โดย: kae+aoe วันที่: 25 ตุลาคม 2562 เวลา:12:47:10 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณพิม
ขอบคุณที่ไปเยี่ยมและให้กำลังใจนะคะ

พี่ใช้ขิงอ่อน ก็ไม่ต้องอ่อนมากหรอกค่ะ
อย่าให้ถึงกับเปลือกเริ่มเป็นสีน้ำตาล
เอามาปอกเปลือก ล้างให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง
แล้วจึงหั่นบางๆหรือจักตามแต่ชอบ
เอาเรียงใส่ชาม บีบมะนาวให้ชุ่มแล้วแช่ทิ้งไว้
ในตู้เย็นค่ะ ขิงจะเริ่มมีสีแดงเรื่อๆ
จากนั้นผสมน้ำตาลทราย น้ำส้ม เกลือ เคี่ยวให้รสเข้มขึ้น
ต้องประมาณให้เข้ากับรสเปรี้ยวมะนาวด้วยนะคะ
เอาลงวางไว้ให้เย็น จึงราดลงในชามขิงค่ะ
จะปิดฝาไว้หรือเอาใส่ขวดปิดฝาก็ได้ค่ะ
ทิ้งไว้ในตู้เย็นสักสองสามวันก็จะได้อย่างของพี่
ถึงตอนนี้จะเทน้ำดองออกมาปรับรสใหม่ก็ได้นะคะ
ว่างๆก็ลองใหม่ค่ะ

อย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยค่ะ
อากาศแปรปรวนทั้งโลกเลย



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 30 ตุลาคม 2562 เวลา:19:50:39 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณพิม
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมและส่งกำลังใจค่ะ
พี่แวะมาเดินตามเที่ยวไปกับคุณพิม
ดูนี่นั่นโน่นเพลิดเพลินมาก
ไว้กลับมาคุยแต่ละเรื่องอีกนะคะ

คุณพิมมีโอกาสทำขิงดองหรือยังคะ
ได้ความยังงัยบ้างเอ่ย

พี่ทำใหม่ ไม่ได้จักขิง และขิงแก่มากไป
แช่ไว่เป็นอาทิตย์แล้ว ยังไม่ค่อยแดงค่ะ




โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 12 พฤศจิกายน 2562 เวลา:8:55:19 น.  

 
ชวนไปพุ้ยข้าวต้มค่ะ สำรับที่ 2 แล้ว
ลืมมารับไปชิมสำรับแรก
หญิงขราก็เบ๊อะบ๊ะไปเรื่อยค่ะ 55



โดย: ภาวิดา คนบ้านป่า วันที่: 22 พฤศจิกายน 2562 เวลา:15:20:21 น.  

 
สวัสดีครับ
เมืองไทย เริ่มเข้าฤดูหนาวแล้วครับ
ชุดอินเดียนแดงสีสัน สีสด สวยมากครับ
ขนมชั้นก็น่ารับประทานครับ
ดอกไม้หลากหลาย สีสวย+แมลง ชมเพลินเลยครับ
ชอบนกบลูเบิรด์ตัวลายครับ
อีก 1 เดือน ก็หมดปีแล้ว ปีๆหนึ่งไวจริงครับ



โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา:22:29:01 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.