The Body Achieves What The Mind Believes

AsWeChange
Location :
จันทบุรี ~ ชลบุรี ~ กรุงเทพ ~ ราชบุรี ~ United States

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]



























เป็นเพียง ... เพื่อบันทึกเรื่องราว .. ประสพการณ์
ของชีวิตตัวเอง ที่มาใช้ชีวิตอยู่ต่างแดน
ถ่ายทอดออกมา เป็นคำพูด
..คำกลอน และรูปภาพ ...

คิดว่าวันหนึ่ง แต่ยังไม่รู้ว่าวันไหน ...
คงจะไม่มีโอกาสจะมา
นั่งเขียน Blog อย่างนี้ได้บ่อยๆ
...เพราะภาระและหน้าที่ ...

หลานเรียก " ยายอิ้ด" ... บางทีก็ " ป้าอิ้ด " บ้าง ตามแต่สถานะ .... ส่วนเพื่อนๆเรียก " อิ้ดดี้ "

ชอบถ่ายภาพ และแต่งกลอน

ความที่ชอบขีดเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ .....
..... จึงมีบ้านเล็กๆหลังนี้เพื่อบันทึกเรื่องราว และประสพการณ์ต่างๆ

ขอบคุณพันทิพด้วยค่ะ ที่ให้บ้านเล็กๆหลังนี้

ขอบคุณเพื่อนๆ .. ที่เข้ามาเยี่ยมเยียนกัน

ขอให้มีความสุขมากๆ และโชคดีกันทุกๆคนค่ะ

ได้เปลี่ยนชื่อจาก AsWeChange มาเป็น EdiePim

เพื่อให้เป็นชื่อเดียวกันกับที่ใช้ใน facebook

======

ได้เปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อเดิม AsWeChange อีกคร้้ง
ขอบคุณค่ะ







ในบางครั้ง .....
ต้องขออนุญาติปิดคอมเมนต์ไว้ชั่วคราว

เนื่องด้วยเกรงใจ ที่ไม่มีเวลาไปเมนต์ตอบได้เหมือนเช่นเคย

ขอโทษจากใจจริงจากเจ้าของ Blog ค่ะ







บทกลอน Copyright@Ownership
MA - 1588 - 1044 - WhUSA
New Comments
Group Blog
 
 
ตุลาคม 2562
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 ตุลาคม 2562
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add AsWeChange's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 
บันทึกไม่ลึกลับ ...หน้าที่ 14













สวัสดีค่ะ

หมดหน้าร้อน เริ่มฤดูใบไม้ร่วงมาครึ่งเดือนละ
อะไรๆมันก็วนไป วนมาเป็นวัฏจักร

แต่ที่แตกต่างไปบ้างก็มี

เช่นดนมีอายุก็แก่ลงๆ เด็กน้อยๆก็เติบโตขึ้นๆ ความจริงมันก็เป็นแบบนี้มานานแล้ว
ไม่ใช่ของแปลกใหม่


555 ไม่ได้มาพูดมาบ่นอะไรหรอกค่ะ บางทีอยู่คนเดียวเงียบเหงา มันก็เกิดมีอารมณ์ปลงๆขึ้นมาเสียงั้น



ที่บ้านชวนออกไปเดินยืดเส้นยืดสายที่งานประจำปี ไม่ไกลจากบ้านนัก

ซึ่งเราก็ไปมาแล้วแทบทุกปี ความจริงก็ไม่ค่อยอยากจะไปเท่าไร


แต่มาคิดได้ว่า ลูกคงอยากจะให้เราไปด้วย ชวนแล้ว ชวนอีก อืม!! ไปก็ไปเนอะ













ปีนี้มีกิจการแถมมาอีกหนึ่งรายการ คือมีการละเล่นเต้นโชว์

ของเจ้าของถิ่นดั้งเดิมของแถบนี้

Native American Indian

ทำเอาเราแอบคิดว่า ถ้าไม่ได้มา คงจะเสียใจแย่ พูดเล่นน่ะค่ะ


ความจริงเราชอบการแสดงของเขามาก เมี่อใดไม่ว่าที่ไหน

ที่ไหนมีเต้นแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเผ่าไหน เราจะต้องดั้นด้นไปดู ไปชมจนได้

แต่ระยะหลังๆจะห่างเหินไปหน่อย

ด้วยว่า คนข้างเคียงทิ้งเราไปแอบดูคนเดียวอยู่ข้างบนโน้น







ตามประวัติศาสตร์ ถ้าเราทำใจให้เป็นกลาง ก็สงสารเห็นใจพวกเขานะ

ถูกรุกล้ำที่อยู่อาศัย ถูกไล่ฆ่า ดูให้วุ่นวายไปหมด

แต่ฝ่ายผู้รุกล้ำ ก็ยังสำนึกในประวัติศาสตร์ที่บรรพบุรุษของตัวเองทำไว้

เมืองที่เราอยู่ ตามสถานที่ราชการมักจะมีภาพ

และประวัติความเป็นมาของพวกเขาแขวนให้เห็น

ให้ระลึกถึงว่า ก่อนจะมาเป็นบ้านเป็นเมืองแบบนี้ ต้องมีการเสียเลือดเสียเนื้อ

เจ็บปวดกันมากแค่ไหนมาก่อน





จากประสพการณ์ของเราเอง เมื่อตอนที่ย้ายไปอยู่ใหม่ๆ

เวลาจะเข้าไปเรียนต่อตามมหาวิทยาลัย และไปสมัครงาน

จะมีข้อความตอนท้ายๆถามว่า คุณเป็น Native American หรือเปล่า

เพราะเขาจะให้สิทธิพิเศษนั่นเอง เราก็ว่าดีนะ สมควรอยู่แล้ว

ลูกหลานของบรรพบุรุษเหล่านั้น สมควรที่จะได้อะไรๆกันบ้าง





ที่เล่าที่เขียนมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ โปรดใช้วิจารณญาณด้วยค่ะ






เราไม่ได้ติดตามเข้าไปแชะภาพนักเต้นไว้ทั้งหมด เพราะดูจะเป็นการไม่สุภาพ

แชะเท่าที่โอกาสจะอำนวย

เดี๋ยวจะเป็นการข้ามหน้า ข้ามตาผู้ชมที่นั่งอยู่บริเวณรอบๆ







น้องๆก็น่ารัก มายืนให้แชะภาพทั้งด้านหน้า และด้านหลัง


























โชว์สุดท้าย จะเชิญชวนผู้ชมเข้าร่วมแสดงด้วย

ถ้าไปกับเพื่อน เราต้องเข้าไปร่วมด้วยแน่

แต่นี่ไปกับลูกหลาน เลยต้องเก็บความซ่าไว้หน่อย เขินน่ะค่ะ 555

เต้นก็ง่ายดาย แค่สามจังหวะ อิอิ แต่ไม่ใช่แบบสามช่าของเราค่ะ





การเล่นหวาดเสียวของผู้ที่ไม่กลัวความสูง











ใครแข้งขาแข็งแรง อยากจะทดลองความแกร่ง และยืดหยุ่น ก็ซื้อตั๋วเข้าไปปีนได้













อดไม่ได้อีกละค่ะ ที่จะเอาขนมที่ทำเองมาอวดกัน

การที่อยู่ไกลบ้านนั้น ทำให้เราต้องขวนขวายช่วยตัวเอง ในยามที่กิเลศของการรับประทานเข้าครอบงำ

ทำแล้วไม่ได้ทานมากมายอะไร แค่อิ่มสองอิ่มก็หายอยากแล้ว


ที่เหลือก็แช่แข็งเอาไว้สนองกิเลสกันคราวหน้า คงจะเป็นแรมหลายเดือนกันไปเลยละ











วัตถุดิบมีสำรองไว้สม่ำเสมอ สำหรับยามฉุกเฉิน








ขนมชั้นแก้ขัด ที่เติมเต็มให้กิเลสของตัวเอง ยามนึกอยาก





















โยเกิต และข้าวหมาก





ข้าวหมาก เราทดลองทำดูแล้ว
ปรากฏว่า ใช้เครื่องทำโยเกิตทำได้ สบายเราเลย 555

โยเกิตนั้นจำเป็นสำหรับเรามากเรื่องขับถ่าย และทำเอง ต้นทุนถูกกว่าไปซื้อมามาก










ปีนี้ปลูกดอกทานตะวันช้าไปมาก

กว่าจะได้เพาะเมล็ด และเอาลงดินเพาะต้นอ่อน

คิดว่าจะมีดอกไม่ทันให้ได้ชื่นชมเสียแล้ว เตรียมลงดินไม่ทัน

เลยต้องลูกในกระถางใหญ่ไว้สองข้างประตูหน้าบ้าน พอดอกบานเต็มที่

ให้ได้ชมอากาศเย็นก็มาเยี่ยมเยียนกันทันที

มีดอกตูมลูกหลานอยู่หลายดอก แต่โชคไม่เข้าข้าง

ไม่ทันได้มีโอกาสได้ผลิกลีบรับแสงตะวัน ก็มีอาการหมดแรง ป่วยไข้ก้มหน้าลงมองดิน แล้วจากไป

























สนามหญ้าข้างบ้าน พอหมดหน้าร้อนแล้ว
พวกดอกไม้สวยสด ไปจนถึงสวยหวาน ก็ร่วงโรยไปตามกาลเวลา

ทันกันกับดอกไม้พุ่มนี้ ได้เบ่งบานส่งท้าย
เราก็ไม่ได้ไปค้นหาชื่อว่า เค้าชื่ออะไร แต่ทราบแต่เพียงว่า
เค้าจะออกดอก และบานในต้นๆฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี

ดอกกำลังบานคงจะมีน้ำหวานมากมาย
พอที่จะต่อหล่อเลี้ยงชีวิตแมลงกินน้ำหวานทั้งหลาย ให้ได้มีชีวิตไปอีกสักนิด

มากันหลากหลาย Monarch butterfly, ตัวผึ้ง ตัวต่อ ตัวแตน
แมลงวันทอง แมลงวันหัวดำ หัวเขียว รวมทั้งเหล่าแมลงภู่



































ถ้าใจไม่ถึงคงไม่กล้าเข้าใกล้แน่

แต่เรารู้ว่า เค้าคงไม่ทำร้ายหรอก ต่างคนต่างอยู่

และเวลาของพวกเค้าก็เหลือน้อยแล้ว จะมาทะเลาะกันทำไม













































































ดอกสีม่วงอ่อนชุดนี้

ขึ้นเป็นทางยาวแนวเขต Wetland หลังบ้าน มีกลิ่นหอมมาก






เป็นดอกไม้ที่บาน ในต้นฤดูใบไม้ร่วง

หน้าร้อนจะไม่ออกดอก จะรอจนดอกอื่นร่วงโรยไปหมดแล้ว จึงจะถึงเวลาของตัวเอง























วันพระข้างขึ้น พระจันทร์ลอยขึ้นจากขอบฟ้า

ขอเก็บภาพเสียหน่อย ได้เท่าที่ความสามารถของกล้องกระป๋องเก่าแก่ของเราจะทำได้


























ผลไม้ป่าข้างบ้าน ก็แข่งกันเปลี่ยนเป็นสีแดง ก่อนที่ใบจะเปลียนเป็นสีแดงๆส้มๆบ้างตามกาลเวลา













Blue bird สมาชิกใหม่ชุดที่สองของปีนี้

น้องเค้าไม่ได้อยู่แถบแถวบ้านหรอกค่ะ คงจะผ่านแวะเวียนมาพักชั่วคราว


























ชอบมาเยี่ยมเยียนกันตอนที่ฝนตกปรอยๆ

สังเกตุดูมาลายครั้งแล้ว เวลาดินฟ้าอากาศแจ่มใส จะไม่ค่อยมา
































ระยะนี้ แถวบ้านออกจะเงียบเหงา
เพราะหมดหน้าออกไข่ ออกลูกกันแล้ว

พวกเด็กๆที่พ่อแม่เคยพากันมาเยี่ยมเยียน สมัยที่ยังหัดบินกันยังไม่ค่อยจะแข็ง
มาเพือป้อนอาหารสำรองชั่วคราวกันไปก่อน

ก็ได้เวลาเติบโต จากบ้าน จากรังกันไปหมดแล้ว
แบบว่า ปีกกล้า ขาแข็ง ต้องออกไปใช้ชีวิตกันเอาเอง

และไม่มีตัวไหนเลย จะอยู่เป็นเพื่อน

หรือคอยดูแลพ่อแม่ คอยป้อนน้ำ ป้อนข้าว ให้พ่อแม่ยามแก่เฒ่า

555 คิดเล่นๆไปเท่านั้น























แค่ไม่ถึงเสี้ยวนาที

ที่แสงแดดยามตะวันจะลับขอบฟ้า สาดทอสีทองเหลืองอร่าม

ไล่ละลิ่วมาตามขอบฟ้า ส่องเอาใบไม้ที่เปลี่ยนสีแล้วให้สวยจับตา


มัวแต่วิ่งหากล้อง เสียเวลาไปหลายอึดใจ เกือบจะพลาดไม่ได้แชะภาพมาแปะเสียแล้ว






ขอบคุณของแต่ง Blog จากเพื่อนๆชาว Bloggang

ขอบคุณที่แวะมา ... รักษาสุขภาพ อยูดีมีสุขค่ะ.













Create Date : 16 ตุลาคม 2562
Last Update : 16 ตุลาคม 2562 6:30:08 น. 0 comments
Counter : 93 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.