Group Blog
 
All blogs
 
อันเนื่องมาจาก "ความสุข"






(เพลง no woman no cry ของ บ๊อบ มาร์เลย์)


ถ้าวันหนึ่ง มีคนเดินมาบอกคุณว่า
ที่คนเรามีทุกข์กันอยู่ทุกวันนี่ สาเหตุก็เริ่มมาจาก "ความสุข"
คุณอาจจะนึกว่าไอ้นี่ท่าจะบ้า

แต่นับวัน ผมก็เริ่มเห็นจริงแบบนั้น
ผมเห็นคนจำนวนมากตะเกียกตะกายเพื่อความสุข
แล้วก็ทุกข์อยู่ในความตะเกียกตะกายนั้น

อย่างตาแอสตั้น อยู่ดีไม่ว่าดี อยากมีบ้าน
ก็ไปเป็นหนี้ เพราะอยากมีบ้าน คิดว่ามีแล้วจะมีความสุข

นี่ยังไม่ทันโอน ยังไม่ได้อยู่เลย
ก็ต้องทุกข์เพราะกังวลเรื่องปลวกแล้ว

สมน้ำหน้าตาแอสตั้นมันนะครับ

อันนี้พูดขำๆ เพราะคนเรายังมีภาระหน้าที่ทางโลก
ก็ต้องทำไป ทำแบบพอเพียง ทำด้วยเหตุผลอันสมควร

อย่างเวลาครูบาอาจารย์ท่านพูดเรื่อง กายเป็นของสกปรกเน่าเหม็น
กายเป็นภาระ ที่เราต้องคอยดูแล

ท่านไม่ได้บอกว่า ให้เลิกอาบน้ำหวีผมแปรงฟันนะ
แต่ท่านให้คอยสังเกต ว่ามันเป็นของดี หรือของเน่า
เป็นของคงทน หรือของเสื่อม เป็นของบังคับได้ หรือไม่ได้

เรียกว่า มีสติ มีปัญญา เห็นความจริงจะได้คลายกำหนัด
กำหนัด คือความพอใจยินดีในรูปเสียงกลิ่นรสสัมผัส

แล้วก็อีกนั่นแหละ คลาย ไม่ได้แปลว่าห้ามไม่ให้มี
แปลว่า มีก็ให้รู้ทัน มันจะได้ไม่มาร้อยรัดมามัดเรา

แล้วถ้าสมควรจะต้องทำอะไร ก็ทำไปตามเหตุตามสมควร
เช่นมีหน้าที่การงานจะต้องดูแลเสื้อผ้าหน้าผม ก็ทำไป
ไม่ได้ทำเพราะอยากทำ อยากสวย
แต่ก็ไม่ควรทำให้ชาวบ้านนึกว่าผีตองเหลืองอาละวาด

----------------------------------------------------------------
คนส่วนมาก เวลามีปัญหาชีวิต มักจะหาทางแก้ทุกข์ด้วยวิธีต่างๆ
ก็เพราะเหตุผลเดียว คือชอบความสุข เกลียดความทุกข์

แล้วก็มักจะพบว่า ทุกข์ ไม่อาจแก้ได้ด้วยความเกลียด
ทุกข์ บรรเทาได้ด้วยสติ ปัญญา ความเข้าใจทุกข์

เราจะเข้าใจทุกข์ได้ ด้วยการหัดรู้ทุกข์
รู้ทุกข์ คือการยอมรับความจริง ไม่ใช่ดิ้นรนหนี

คนที่เคยมีทุกข์มหึมาแล้วหาทางแก้ไม่เจอ เอ๋อไปสามวัน
จะพบว่ายิ่งดิ้น ทุกข์ก็เหมือนยิ่งพันตัว ยิ่งมั่วหนักกว่าเก่า

แต่ถ้าเพียงแต่ยอมรับว่า เออวะ.. ช่างมัน
ทุกข์จะหายไปแล้วเกินครึ่งค่อนของปริมาณ

อันนี้ท้าทายไว้ สำหรับคนใจถึงมากถึงปานกลาง
ลองดูนะครับ

--------------------------------------------------------------------
เคยมีหนังสือ ที่เขาเขียนเรื่องหลุมพรางของความสำเร็จ
ผมไม่ได้อ่านหรอก แต่ตอนเดินผ่านไปเห็นชื่อหนังสือ ก็แว้บขึ้นมาว่า
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของความสำเร็จ ก็คือความสำเร็จนั่นแหละ

เพราะยิ่งสำเร็จมาก ก็ยิ่งเชื่อมั่น ยิ่งมีอัตตา ว่าความสำเร็จเป็นของตาย
แล้ววันไหนที่ความสำเร็จแสดงอนิจจังให้ดู ว่ามันเป็นของไม่เที่ยงนะ
เราก็ตายเพราะความสำเร็จนั่นแหละ

เหมือนกับหลุมพรางของความสุข ยังไงยังงั้น
ความน่ากลัวที่สุดของความสุข ก็คือตัวความสุขเอง

ยิ่งคนที่เกิดมา ไม่มีภูมิต้านทานความทุกข์เลย พวกนี้อันตราย
ยิ่งมีสุขมาก ก็ยิ่งเชื่อมั่น ยิ่งมีอัตตา ว่าความสุขเป็นของตาย

แล้ววันไหนที่ความสุขแสดงอนิจจังให้ดู ว่ามันเป็นของไม่เที่ยงนะ
พวกนี้ก็ตายเพราะความสุข เพราะรับไม่ได้ที่มันกลายสภาพไปเป็นทุกข์

ไม่ได้พูดให้เกลียดความสุขนะ
เกลียดสุขก็ไม่ฉลาด เกลียดทุกข์ก็ไม่ฉลาด ยึดมั่นในความเฉยๆ ก็ไม่ฉลาด

แต่อยากให้คุณรู้เท่าทัน ทั้งสุข และทุกข์ กระทั่งความไม่สุข ไม่ทุกข์
ว่าทุกอย่างมันเป็นแค่ของชั่วคราวนะ

รู้อย่างเป็นกลางกับมัน ไม่ต้องดัดแปลงเสริมแต่ง
แล้วคุณจะค่อยๆ พบกับความสุขอีกชนิด ที่ไม่ได้เป็นของคู่กับทุกข์

เป็นสุขที่ไม่ได้มาเพราะความอยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น
เป็นสุขที่เกิดขึ้นเอง เพราะความเป็นกลางต่อสุขกับทุกข์

เราไม่ได้ปฏิเสธความสุข และไม่ได้กลัวทุกข์
เหมือนคนที่เข้าใจว่า หนามแหลมของกุหลาบ
จะมีอันตราย ก็ต่อเมื่อเราไปหยิบมันขึ้นมาแล้วไม่ระวัง

ถ้าดูเฉยๆ ดมเฉยๆ หนามก็ไม่อาจทิ่มตำเราได้

การมีหนาม จึงเป็นเรื่องธรรมชาติ
การเข้าใจธรรมชาติของหนาม หรือทุกข์ ก็คล้ายๆกันนะครับ

ไปแล้วครับ ..จะไปห้องสมุดบ้านอารีย์
เสาร์ไหนว่าง ผมจะไปสนทนาเรื่องการรู้กาย รู้ใจที่นั่นตอนบ่ายๆ
ท่านใดว่าง ก็ไปได้ครับ คุณต้นอ้อ ก็เคยไปมาแล้ว

สุขสันต์วันเสาร์นะครับ




Create Date : 26 เมษายน 2551
Last Update : 23 พฤษภาคม 2551 14:21:01 น. 35 comments
Counter : 1159 Pageviews.

 

มนุษย์สุขนิยมแบบเรา จะพยายามมองทุกข์ให้เป็นกลางค่ะ


โดย: HoneyLemonSoda วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:12:47:33 น.  

 
มนุษย์สุขนิยม พยายามมองให้เป็นกลาง ก็ยังเป็นแค่ความคิดนะครับ

เมื่อไหร่ยังคิด ยังเป็นสมถะ ไม่ได้ปัญญา

ให้ "รู้" ทันความรู้สึกทุกข์ และรู้ทัน "ความไม่เป็นกลางต่อทุกข์"

รู้ไปเล่นๆ หนุกๆ อย่าเครียด แล้วจะสบาย

รู้ทันเมื่อไหร่ ความเป็นกลาง จะเกิดขึ้นเอง
แต่ถ้าไปสร้าง หรือกำหนดมันด้วยความคิด

อันนั้นเป็นสมถะนะครับ ^^


โดย: aston27 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:12:55:26 น.  

 
ขอรับคำท้าค่ะ...เพราะเป็นคนใจถึงมากถึงมากที่สุด ชอบเพลงนี้จัง แต่น่าจะมี version no man no cry บ้างนะคะ


โดย: ตั้งต้น IP: 69.224.93.214 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:13:28:41 น.  

 
ตั้งต้น พูดแบบนี้ รู้ปั๊บโปเตโต้เลย
ว่าคุณเข้าใจความหมายเพลงนี้ผิดแหงมๆ

คนจำนวนมาก คิดว่าเพลงนี้แปลว่า "ไม่มีสาว ไม่ร้องไห้"

จริงๆ เพลงนี้เขาใช้ภาษาแบบคนผิวสีอเมริกันชอบใช้

คือใช้คำว่า NO ทั้งในความหมายว่า No ตรงตัว และในความหมายว่า DON'T

จริงๆควรจะเขียนว่า No... woman.. don't cry.

เขาปลอบใจผู้หญิงที่เสียใจนะคุณ
ฟังเนื้อเพลงท่อนฮุคสิครับ เขาจะบอกว่า

Everything gonna be alright.

แล้วมันจะผ่านไป..



โดย: aston27 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:13:42:40 น.  

 
ใครๆ ก็อยากมีความสุข แต่เราก็หนีความทุกข์ไม่ได้ สุขทุกข์อยู่กับเราไม่นาน แต่เวลาทุกข์เราคิดว่ามันนาน


โดย: Summer Flower วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:13:56:19 น.  

 
อยู่กับเราไม่นานทั้งนั้นเลยค่ะ


วันนี้ก้อขอให้ฝนอย่าตกนานเลย

สงสารคนขายของริมถนนจังเลยค่ะ


โดย: พี่แหม๋ว เฟอร์ดิน๊านนาน (ฟ้าคงสั่งมา ) วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:14:41:11 น.  

 
"ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่ได้มีไว้ให้เป็น" หรือ
"เห็นทุกข์ไม่จำเป็นต้องเป็นทุกข์"
ทำยากมากๆเลยครับ ตอนนี้เห็นแล้วทุกข์และกำลังเป็นทุกข์กับมันอย่างสาหัส ว่างๆคงได้สนทนาแลกเปลี่ยนธรรมะกับคุณแอสตั้นสักครั้งครับ เผื่อจะดีขึ้นบ้าง "ธรรมะสวัสดีครับ"


โดย: MomMamSan IP: 125.26.155.33 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:14:59:06 น.  

 
คุณพี่ขา.. เอาชื่อหนูไปโฆษณา ระวังจะขายไม่ออกนะคร้า 555


วันนี้ไม่ได้ไปบ้านอารีย์ กลัวฟ้า กลัวฝน(ขออ้าง) จริงๆติดขี้เกียจน่ะค่ะ (ขี้เกียจก็ให้รู้ว่าขี้เกียจ..เสียงใครแว่วๆหนอ)


แค่ “ยอมรับ” คาถานี้ใช้ชะงัดจริงๆค่ะพี่เอ๊ด ความดิ้นรนของจิตมันแผ่วลงเยอะเลย

วิปัสนานี่ดีนะคะ ทำให้เราเห็นกุหลาบทั้งก้าน ไม่ใช่แค่ดอก หรือแค่หนาม ทำให้เราค่อยๆรู้ว่า จะเชยชมยังไงให้เจ็บตัวน้อยหน่อย จน..เชยชมแบบไม่ต้องเจ็บตัว


สุขสันต์วันเสาร์ วันฝนตกค่ะ


โดย: ต้นอ้อ -^_^- IP: 202.91.19.205 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:18:06:47 น.  

 
อิอิ...มาอัพแล้ว ^^

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆของวันนี้นะคะ...

สุขสันต์วันเสาร์เช่นกันค่ะ...ช่วงนี้ฝนตก ไม่รุว่า

บ้านคุณจะตกหรือเปล่า ดูแลสุขภาพตัวเองดีๆนะคะ


โดย: -*Devy*- IP: 125.26.158.228 วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:18:28:02 น.  

 
เม้นต์ของเฮียยาวที่สุดเท่าที่อันเคยได้มาจิงๆนะ

แต่อ่านทุกบรรทัดเรยนะเออ

จิงๆก็คือกองขี้หมานั้นมันผ่านเข้ามาเป็นช่วงๆ

บางทีอันก็ไม่ได้นึกถึงมันเรยหลายๆวัน

แต่บางทีมันก็เข้ามาแว่บๆให้เหม็นเล่น

ซึ่งจะว่าไปแล้ว มันก็เป็นแค่ขี้หมาจิงๆนั่นแระ

ถ้าไม่ดม..ก็ไม่(น่าจะ)เหม็น

ขอบคุณค่ะ ที่เข้าไปเยี่ยมอันจัง



โดย: totoro_ok วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:19:36:49 น.  

 
อ้าย หย่าย ย่า...น่าอายจัง


โดย: ตั้งต้น IP: 69.224.167.238 วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:2:06:05 น.  

 
ตัวผมเองก็ตกหลุมพลางแห่งความสุขเป็นประจำเลยครับ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆที่ช่วยเตือนใจครับ


โดย: zmen วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:22:13:42 น.  

 
เห็นพี่เขียนถึงความสุข คิดไปคิดมา เหมือนกับว่า สุขกับทุกข์นี่มันเกิดคู่กันจริงๆ สุขมากก็ทุกข์(น้อย) สุขน้อยก็ทุกข์(มาก) นะครับ

ยังไม่เคยเห็นใครที่สุขตลอดแบบไม่มีความทุกข์เลยสักคน

ปล.ห้องสมุดบ้านอารีย์อยู่ไหนครับพี่


โดย: Tony Koon (tk_station ) วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:0:48:55 น.  

 
มันมีคำนิยามหนึ่งที่ผมเคยได้ยินครับ เค้าว่า ชีวิตของเรามีพื้นฐานมาจากความทุกข์ แล้วความสุข ก็จะผ่านเข้ามาในชีวิตเราระหว่างช่วงเวลาที่เราได้ใช้ชีวิต... คือความจริงมันยังมีอีกประโยคนึง แต่ว่าผมจำไม่ได้ครับ พี่เอ็ดดี้พอเคยจะช่วยผมได้ไหมครับ แล้วพี่คิดยังไงกับความคิดแบบนี้ฮ่ะ


โดย: BloodyMonday วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:10:34:11 น.  

 
เคยมีคนบอกว่า ชีวิตคนเราเกิดมาก็ทุกข์ทั้งนั้น แต่จะทุกข์มากทุกข์น้อยเท่านั้นเอง แล้วเราก็เห็นความทุกข์น้อยเป็นความสุข จนบางครั้งหลงระเริงกับมันจนไร้ความต้านทานต่อความทุกข์มากที่คืบคลานเข้ามา
แล้วก็ไปนั่งเถียงกับคนอีกคนหนึ่งที่บอกว่าถ้าคิดแบบนี้ชีวิตคงไม่มีความสุข เพราะมัวแต่กลัวว่าทุกข์มากจะเข้ามาเมื่อไร คงแล้วแต่มุมมองคนมั้งคะ แต่ที่สุดแล้วก็อย่างที่คุณแอสตั้นบอก เมื่อไรที่บอกว่าช่างมันได้ เมื่อนั้นความทุกข์ก็หายไปมากแล้ว
ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงทุกข์มาก พอมาอ่านแล้วเลยต้องอมยิ้มกับตัวเอง พยายามบอกว่าช่างมันอยู่เช่นกันค่ะ


โดย: Argent วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:11:58:07 น.  

 
วันนี้ขอเข้ามานังพักฟังเพลงเฉย ๆ ค่ะ


โดย: Arin IP: 124.121.219.157 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:13:01:24 น.  

 
ถ้าจู่ๆ มีคนเดินเข้ามาหาหนูแล้วบอกว่า
เธอๆ ที่เธอทุกข์อยู่เพราะความสุขเป็นเหตุ
หนูก็ต้องหาว่าเขาบ้าแน่ๆ
แต่กรณีนี้หนูเดินเข้ามาอ่านเจอเอง :)

ว่าจะไปอยู่เหมือนกันค่ะ บ้านอารีย์
เพราะแถวนั้นมีของกินอร่อยๆ

ส่วนพุธนี้หนูจะไปเกาะหลีเป๊ะ
กลับมาอีกทีวันที่หก
พี่อย่าเพิ่งเขียนเยอะนะคะเดี๋ยวอ่านไม่ทัน
^^


โดย: I am just fine^^ วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:14:33:09 น.  

 
Everything gonna be alright.

แล้วมันจะผ่านไป..

don't cry

ขอบคุณค่ะ


โดย: Vera IP: 202.129.10.218 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:17:50:38 น.  

 
ตามมาอ่าน ขอบคุณกับ "จุดประกาย"ความคิดดีๆคะ


โดย: view IP: 58.8.122.152 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:19:17:52 น.  

 
ชอบนะครับ
เขียนเข้าใจง่าย ได้สาระดีครับ


โดย: kedinvent IP: 202.28.169.165 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:20:06:28 น.  

 
ความสุขเข้ามา แต่ก้อมีได้ไม่นาน

เพราะเมื่อมีแล้วก้อรู้สึกดี

จนทำให้ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปแค่แป๊ปเดียว

แต่ในทางกลับกัน ความทุกข์

อาจเกิดขึ้นไม่บ่อยเท่ากับความสุข

แต่มันจะฝังใจเรา

จนทำให้เรา เจ็บ เข็ด และ กลัว

จึงคิดไปว่า

ความทุกข์นั้น น่ากลัวและทรมาน

และความทุกข์จะอยู่กะเราไปยาวนาน

แต่ความจิงถ้าเราไม่จมไปกับความทุกข์

เราก้อมีสุขได้เหมือนกัน

หรือที่เค้าเรียกกันว่า ปลง นั่นแหละค่ะ

แต่ถึงยังไง

นู๋ก้อทำใจปลงกะความทุกข์ไม่ได้สักกะที

555+


โดย: LOLLIPOP IP: 202.149.24.129 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:22:19:04 น.  

 
มาอ่านแล้วก็อมยิ้มกลับไป .....

แล้วจะพยายามสุขให้เป็น และทุกข์ให้เป็นขอรับ



โดย: Thirdwave วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:23:13:00 น.  

 
สวัสดีคะ
แหะๆๆหายไปนาน...คิดถึงกันบ้างปะคะ555
ตอนนี้กลับมาแล้วนะคะ
เลยอยากมาชวนไปชม
งานที่ทำให้เรามี"ความสุข"
บางครั้งมีเรื่องทุกข์ใจมากมาย
ก็ได้งานพวกนี้อยู่คอยรับรู้ความทุกข์ของเรา


โดย: snpk วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:23:29:10 น.  

 


สำหรับตัวมีทุกข์ที่มาจากสุขเยอะเลย

ทั้งจากอัตตาและความรัก

ขอบคุณค่ะ



โดย: วาฬอันดามัน วันที่: 29 เมษายน 2551 เวลา:2:49:42 น.  

 
ขอบคุณน่ะค่ะสำหรับข้อความดีๆ


โดย: Skydiary วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:06:53 น.  

 
แวะมาบอกกล่าวเล่าสิบค่ะ

เลิกดื้อแล้วนะคะ บทจะศิโรราบ ก็ยอมง่ายๆซะงั้นเลยค่ะ



โดย: ต้นอ้อ -^_^- IP: 202.91.19.192 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:23:03:47 น.  

 
หลุมพรางความสำเร็จนี่โอเคเลยนะน้า เสียแต่แปลได้งงๆ หน่อย เพราะมันเป็นศัพท์ธุรกิจล้วนๆ เลย

อ่านแล้วว่าจะเอาไอเดียในหนังสือเนี่ยหละไปทำหัวข้อวิทยานิพนธ์ หุหุ


โดย: เอกเอง IP: 58.8.182.101 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:3:38:09 น.  

 
..
..

ทุกสิ่งรอบตัวล้วนสอนเราเรื่องชีวิตนะคะ
แต่เราๆมักมองไม่เห็นในเวลาที่ต้องการ
อาจเพราะเวลาตกอยู่ในมุมมืด
มองไปทางไหนมันก็มืดนะคะ



..
..


ปล1 สุขสันต์วันแรงงานของชาวโลกค่ะ^^
ปล2 อัพบ่อยๆก็ได้นะคะพี่เพราะเดือนนี้
วันหยุดเยอะ


โดย: azamiya วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:37:40 น.  

 
ความสุข ความทุกข์
และ การเข้าใจ เรียนรู้ ที่จะยอมรับมัน
มินว่า ขึ้นอยู่กับวัยด้วยเหมือนกันนะคะ
ตอนเราอายุน้อย ๆ เราจะสุขจนล้นเลย
หรือเวลาทุกข์ก็จะรู้สึกแทบทนไม่ได้
แต่พอวัยเราผ่านเลยมาเรื่อย ๆ นี่
เวลาสุข ก็ไม่ค่อยตื่นเต้นกับมันเท่าไร
เวลาทุกข์ก็เหมือนกัน คิดได้ว่า
เดี๋ยวมันก็ผ่านของมันไปอ่ะค่ะ
และเชื่อที่สุด ในเรื่อง กรรม


โดย: มิน (มินทิวา ) วันที่: 3 พฤษภาคม 2551 เวลา:8:03:33 น.  

 
เรามองว่าความทุกข์เป็นสิ่งที่เกิดเมื่อเราไม่มีโอกาสที่จะได้ในสิ่งที่หวังค่ะ ก็ความสุขนั่นแหละ สำคัญที่ความสุขของเราอยู่ที่ระดับไหนแรสามารถไปถึงได้มั้ย ถ้าได้การไต่ไปให้ถึงบางครั้งก็ไม่ใช่ความทุกข์ค่ะ แต่เป็นความท้าทาย


โดย: Chulapinan วันที่: 4 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:00:28 น.  

 
มีรัก ก็มีทุกข์

เคยมีทุกข์ ก็เพราะรัก

ตอนนี้เก็บไว้เพียงความทรงจำของคำว่ารัก

ยังคงรัก แต่ไม่ยึด

"Everything gonna be alright.

แล้วมันจะผ่านไป..."

emo

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆจ้า

{^_^}


โดย: หาดขาว...ดาวสวย IP: 58.147.49.83 วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:25:53 น.  

 
ช่วงใจย่ำแย่ ก็มาอ่านย้อนไปอยู่หลายหัวข้อนะคะ
ย่ำอยู่กับเรื่องเดิมๆ มาตั้ง 2 เดือน แย่จริงๆ เลยค่ะ
ได้อ่านหลายๆ เรื่องที่คุณ aston เขียนก็ค่อยยังชั่วขึ้นค่ะ
พอตั้งสติแล้วคิดว่าช่างมัน .. ก็ดีขึ้น ทำใจได้ คิดได้ ตัดได้

ชอบประโยคนี้ด้วยคนค่ะ
" Everything gonna be alright "
แล้วมันจะผ่านไป ..

ทุกอย่างไม่มีอะไรเหมือนเดิม เราอยู่กับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ถ้ามัวแต่ยึดมัน อยากให้มันเหมือนเดิม มันผิดธรรมชาติ (มั้งคะ)




โดย: moodee IP: 124.120.224.156 วันที่: 5 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:59:46 น.  

 

หนูกลับมาอยู่รอดปลอดภัยดี
พี่เอ๊ดอ่ะคะสบายดีป่าว
^^


โดย: am^^ IP: 58.8.127.59 วันที่: 7 พฤษภาคม 2551 เวลา:11:34:26 น.  

 
อ่านแล้วชอบคะ
ตรงกับความเป็นจริงของชีวิต
เคยติดกับดักความสุข
จนย่ำแย่แทบเอาตัวไม่รอดเหมือนกันคะ
แต่ตอนนี้ก็ผ่านมาได้ ยังมีเลือดซึมๆ
แต่ก็ไม่เจ็บระบม เจียนตายอีกแล้วคะ

Everyghint is alright..now.


โดย: Thanya IP: 198.17.70.8 วันที่: 13 พฤษภาคม 2551 เวลา:18:12:47 น.  

 
คุณ aston ปล่อยวางกับหลุดพ้นเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ชีวิตก้อเหมือนฤดูกาลใช่ป่าว แปลกจังบางครั้งเหมือนจะเข้าใจแต่ไม่เข้าใจตอบหน่อยนะจ้ะ


โดย: อนันตา IP: 125.26.58.196 วันที่: 8 มิถุนายน 2551 เวลา:18:29:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

aston27
Location :
กรุงเทพ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 215 คน [?]




คนรู้ไม่คิด คนคิดไม่รู้


Emo น้องลิง
Emo น้องเพนกวิน
X
X
New Comments
Friends' blogs
[Add aston27's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.