Group Blog
 
All Blogs
 

เพิ่ม Wifi ให้แรงขึ้น ด้วยกระชอนกรองกะทิ.. เด็กไทยทำได้ทุกคน..

แนวคิดเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน กับคลื่น เป็นเรื่องที่มองไม่เห็น แต่เด็กไทยทุกคนก็สามารถเข้าใจได้ และนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ได้ง่าย ๆ

สัญญาณ Wifi ในบางพื้นที่ แรงไม่พอ หลุดบ่อย  ลองวิธีนี้สิ  

ด้วยกระชอนกรองกะทิ  ก็สามารถเพิ่มความแรงของสัญญาณได้

ชีวะรังสี  ศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องอนุภาคของคลื่นในชีวิตประจำวัน  เรียนรู้เพื่อเข้าใจ ปรับตัวเพื่ออยู่รอด ปรับใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ มีคุณค่าแก่ตนเอง ครอบครัว และการงาน...





 

Create Date : 28 ธันวาคม 2555    
Last Update : 28 ธันวาคม 2555 12:16:53 น.
Counter : 2379 Pageviews.  

อีกวิธีหนึ่ง ที่เปลี่ยนกิจการค้าให้ดีขึ้น (และควรจะดีขี้นตลอดไป..)


ปีใหม่นี้ ลองจัดบ้าน จัดสถานที่ จัดที่ทำงานใหม่ ให้มีสีสัน สดใส แตกต่างขึ้นดีไหม
พบประสบการณ์ตรงจากคุณ ชุมพล  ที่เปลี่ยนกิจการของตนเอง จากเรื่อย ๆ หาเงินแทบเช้าธนาคารไมทัน จนกลายเป็นกิจการที่รุ่โรจน์ ยาวนานมาแล้ว ๔ ปี...



ปีที่ผ่านมา กิจการรมากมายที่ดำเนินไปแล้ว ติดขัด สะดุด เช็คเด้ง หนี้สูญ ลูกน้องหาย ฯลฯ สารพัดมากมาย 







 

Create Date : 27 ธันวาคม 2555    
Last Update : 19 เมษายน 2556 16:05:12 น.
Counter : 868 Pageviews.  

กรุงเทพฯ ๒๔ ชั่วโมง จุดขายของโฆษิต...ซื้อไหมครับ..???

เปิดตัวไปเรียบร้อยกับนักเลือกตั้งหน้าใหม่แต่เป็นมือเก่าในวงการเมือง ซึ่งเราได้ไปร่วมเหตุการณ์การแถลงข่าวครั้งนี้อย่างตั้งใจ(ถือเป็นสื่อชาวบ้านภาคพลเมือง ไม่ใช่สื่อรับเชิญก็แล้วกัน...ฮา..) เพราะอยากจะติดตามและบันทึกเหตุการณ์ “ขันอาสา”ทำงานให้แก่คนเมืองหลวง ของนักเลือกตั้งคนหนึ่ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง“การสื่อสารการเมือง / ประเด็นสาธารณะ / วาระของประชาธิปไตยในจังหวะที่การเลือกตั้งล้มเหลว” ก่อนที่จะถึงบทวิพากษ์วิจารณ์ก็จะขอถ่ายทอดภาพที่เห็นพอสังเขป

งานนี้จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติและจัดในเวลา บ่ายสองโมง โดยใช้บริเวณด้านนอกของห้องอาหาร Retro เป็นพื้นที่และเวทีแถลงข่าว มีคนไปร่วมมากพอสมควรคะเนด้วยสายตาน่าจะประมาณเกือบ ๒๐๐ คน โดยเฉพาะเพื่อนในวงการสื่อสารมวลชน ดูจะคับคั่งหนาตาเป็นพิเศษ

ถึงเวลาตามนัดพิธีกรก็เชิญคุณโฆษิตขึ้นเวที เพื่อกล่าวความในใจซึ่งก็ใช้เวลานานพอสมควร ครั้นถึงเวลาที่เตรียมกันไว้ ก็เปิด Gimmic ของงาน โดยเปลี่ยนป้ายกลายเป็นคำขวัญบนเวทีให้กลายเป็นป้ายกทม.๒๔ ชั่วโมง มีทีมงานชูป้าย ๒๔ชั่วโมงอยู่ด้านหลังคุณโฆษิต จากนั้นก็เป็นช่วงของการพูดคุยกับสื่อมวลชนต่าง ๆ เมื่อผ่านช่วงสำคัญไปแล้วแขกรับเชิญบางส่วนก็กลับ บางคนก็อยู่พูดคุยต่อ พิธีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการก็เป็นอันจบพิธี เหลือแต่เพื่อนพ้องน้องพี่ กองหนุนที่ให้กำลังใจกันจนนาทีสุดท้าย

จบงานแถลงข่าว ชาวกทม. นอกจากจะได้ทราบข่าวอย่างชัดเจนแล้วว่า มีตัวเลือกเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนผู้ขันอาสาเป็นผู้ว่ากทม.ครั้งหน้านี้ แล้วยังได้อะไรอีกหรือไม่??? (เอาละ...ถึงบทวิพากษ์แล้ว...)

๑. คุณโฆษิตประกาศการลาออกจาก SpringNews และจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามผู้สมัครอิสระและกล่าวรายงานประวัติชีวิตตนเองและความสำเร็จในชีวิตให้แขกผู้ร่วมงานรับทราบ

๒. คุณโฆษิตประกาศจะให้กทม.เปิดพร้อม ๒๔ ชั่วโมง และงานของ กทม. ก็จะให้บริการ ๒๔ ชั่วโมงด้วยเช่นกัน

๓. คุณโฆษิตประกาศจัดรองฯผู้ว่ากะกลางคืน และที่ปรึกษาภาคประชาชน ๕๐ เขต

วิพากษ์ คุณโฆษิตสื่อสารเรื่องราวมากมายพอควรแต่เราจับประเด็นที่เราคิดว่าสำคัญ ๓ เรื่อง ซึ่งคิดว่าโฆษิตกำลังบอกผู้ลงคะแนนว่าตนเองมีความรู้ดี มีทักษะการบริหาร ผ่านองค์กรมากมาย มีสายสัมพันธ์กับการเมืองระดับสูงเยอะฟังจากที่โฆษณาตนเองบนเวที เขาผ่านการเรียนจาก วปอ./ ผ่านการเรียนยุติธรรมระดับสูง/ ผ่านสถาบันพระปกเกล้าฯ / ผ่านหลักสูตรของ กกต. คุณโฆษิตไม่เคยเอ่ยถึงคุณธรรม ๘ประการว่ามีในตนหรือไม่ ไม่เคยพูดถึงลักษณะสัตบุรุษที่พึงมีไม่เคยเอ่ยถึงคุณธรรมของนักปกครอง ได้ฟังโครงการหลายโครงการที่เป็น “ความตั้งใจ” แต่ยังไม่ได้ยินคำพูดที่เอ่ยถึงแนวคิดการจัดการเมืองใหญ่และก็ไม่เห็นลำดับความสำคัญของปัญหาและโครงการที่จะสร้างขึ้นนี้ว่าอะไรมาก่อนอะไรมาหลัง ฟังแค่นี้เราก็รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ ว่าจ้าวโปรเจ็คมาอีกแล้ว..นักบริหารที่เชื่อมั่นตัวเองขนาดนี้ จะเข้าใจความต้องการของประชาชนตาดำๆ ที่มีอยู่ตั้ง ๕-๖ ล้านคนหรือเปล่า การมีเพื่อนเยอะถึงเวลาฟันธง เขาจะกล้าฟันกับเพื่อนหรือมิตรที่คบหาจากห้องเรียนในหลักสูตรต่างๆ หรือไม่ ถ้าต้องยืนอยู่ระหว่าง หลักกู หลักกิน หลักการ หลักอะไรจะมาก่อน

การทำให้กทม. ตื่น ๒๔ ชั่วโมง ดูจะเป็นแนวคิดที่ใส ๆ มองโลกงดงาม โดยคิดว่า การตื่นตัวของ กทม.เป็นการเติบโตอย่างที่ถูกต้อง ซึ่งแตกต่างจากเรา เราคิดว่ากทม.ควรช้าลงบ้าง หรือหยุดพักเพื่อซ่อมแซมตนเองบ้าง ไม่คิดบ้างว่าเมืองที่น่าอยู่ไม่ใช่แค่มีรถไฟฟ้ามากเหมือนสายไฟพาดตามถนนหรือมีช็อปปิ้งมอลล์เยอะ ๆ มีงานรื่นเริงฉลองกันตลอดปีตลอดชาติแต่เราเห็นว่า กทม.น่าจะเป็นเมืองที่คนอยู่อาศัยได้สะดวกตามอัตภาพมีประสิทธิภาพมากกว่าปริมาณ ควรมีพื้นที่เฉพาะ หรือจำกัดบ้างได้เสียที (Zoning)มีเขตเจริญสุดขีด เช่น สีลมและเยาวราช และมีเขตอยู่อาศัยสงบ ๆ เช่นมีนบุรี บางจากบางขุนเทียน ไม่ควรมีตึกสูงระฟ้าเต็มเมืองทุกหย่อมหญ้า มีป้ายโฆษณาทุกตึก ทุกแยก ทุกถนน ทุกขนาด ทุกสี ฯลฯ

ก็อดมีอคติไม่ได้ว่าดูท่าสิ่งนี้จะเป็นคำโฆษณาที่น่ากลัวของโฆษิต เหมือนทักษิณขายฝัน เพราะทุกวันนี้ลำพังจัดการอะไรให้อยู่ในร่องในรอยอย่างที่ควรจะเป็นก็ยุ่งยากเกินกำลัง กทม.มากอยู่แล้ว เช่นให้หาบเร่อยู่ในกรอบ ให้วินมอเตอร์ไซด์ไม่สวนเลน ไม่ย้อนทาง และใส่หมวกกันน็อค ให้แยกถุงขยะ ให้ร้านค้าไม่หนีภาษีป้ายให้จ่าย VAT นี่ คุณโฆษิต กำลังจะสร้างกระแสใหม่บนความยุ่งเหยิงที่ยุ่งยากและทำแล้วยากจะวัดผลขั้นสุดท้ายแต่ฟังดูแล้วก็เท่ดีเหมือนคนพูดจะฉลาดลึกล้ำ

ที่ปรึกษาภาคประชาชน๕๐ เขต ฟังแล้วเหมือนตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีที่ทักษิณสร้างนอกรัฐธรรมนูญอย่างไรพิกล ๆ โถ ก็ถ้าผู้ว่าฯทำงาน ทีมงานของผู้ว่าทำงานฟังเสียงประชาชนในพื้นที่และนำมาปรับใช้กับการทำงานตำแหน่งแบบนี้ก็ไม่ต้องมีหรอก เพราะไม่ได้ทำอะไรพิเศษไปกว่า ดูแลพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำของ กทม. ก็ทำอยู่แล้ว แต่ประเด็นสำคัญทางการเมืองคือตำแหน่งนี้ คือบำเหน็จของคนการเมืองได้ พ้นอำนาจรัฐตรวจสอบ พ้นกรอบกฎเกณฑ์ในการกำหนดให้โปร่งใสสุจริต ไม่แน่ว่านี่คือดุลอำนาจฝ่ายบริหารของ ผู้ว่า กทม. ที่จะรบกับฝ่ายสภากทม.กับ สก. เขตก็เป็นได้

บนฐานความคิดรับผิดชอบต่อประชาชนผู้ลงคะแนนควรเป็นการดูแลให้เขาเหล่านั้นอยู่ได้ ทำการงานของเขาได้ตามปรกติสุข ซึ่งดูท่า กทม. ปลอดภัย ๒๔ ชั่วโมงจะเป็นข้อเดียวที่ตอบโจทย์นี้

พูดตามข้อเท็จจริง ที่ติดตามคำประกาศและการแถลงข่าวเป็นระยะโฆษิตในวันใหม่ก็ยังคงเป็นนักการตลาด ขายฝันเช่นเดิม มิหนำซ้ำยังสรุปความคิดด้านงานการเมืองท้องถิ่นอย่างง่ายๆ เหมือนกำลังทำสินค้าสักชิ้นหนึ่งเข้าขายในตลาดแนวคิดไม่แตกต่างจากทักษิณเลย เป็นนักการตลาดที่จมอยู่กับหลัก๖ ประการของมาสโลว์ แต่ในมุมของนักการเมือง เขายังขาดความลึกซึ้งของการพิจารณาปัจจัยการอยู่ร่วมกันของคนที่รวมตัวกันเป็นบ้าน บ้านรวมตัวกันเป็นชุมชน ชุมชนรวมตัวเป็นหมู่ เป็นเมือง ยังขาดความเข้าใจว่าเมืองหลวงของทุกประเทศในโลก มีนัยยะทางรูปธรรมและนามธรรม และเชิงสัญลักษณ์ลึกซึ้งกว่าที่ตาเห็นอย่างไร ขาดความเข้าใจว่าการพัฒนาเมืองและเมืองหลวงในมิติของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์นั้นต้องมีส่วนประสานที่ขัดแย้ง มีความแตกต่างที่กลมกลืนอย่างไร

กลับไปทำ Spring News เช่นเดิมดีกว่า

เราเปลี่ยนใจ...ไม่ซื้อคุณนะ...คุณไม่ใช่ตัวเลือกที่สมควรได้คะแนนคงไม่ว่ากันนะ...




 

Create Date : 18 ธันวาคม 2555    
Last Update : 18 ธันวาคม 2555 8:46:15 น.
Counter : 519 Pageviews.  

ในสนามเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. สิ่งที่เป็นกระดูกชิ้นใหญ่ของผู้สมัครคือ..???

          กทม. กำลังจะเลือกตั้งผู้ว่าคนใหม่ในอีกสองสามเดือนข้างหน้าแล้ว แต่ดูเหมือนบรรยากาศจะเงียบๆ หรือจะเป็นสไตล์ของการเมืองสมัยนี้ก็ไม่รู้

        ทีมงานของผู้จะลงสมัครผู้ว่าฯ คนใหม่ ก็คงมีแต่ พล.ต.อ. เสรีพิสุทธิ์ทีมเดียวเท่านั้นที่ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะสมัครผู้ว่าฯในคราวนี้ ส่วนอีก ๒ พรรคใหญ่อย่าง เพื่อไทยและประชาธิปัตย์ยังเงียบกริบ  ส่วนอีกหลายสิบพรรค ที่ขึ้นทะเบียนและรับเงินอุดหนุน จาก กกต. ก็เป็นแค่พรรคการเมืองท้องถิ่น ลงเลือกเฉพาะจังหวัดที่ตัวเองชัวร์ ๆ เท่านั้น..เฮ้อ ไม่รู้ว่าอนาคตจะมีการแบ่งเกรดของพรรคการเมืองหรือเปล่า ....ว่าเป็นระดับ อบต.  อบจ หรือ ระดับชาติ 

ปรากฏการณ์นี้ ในฐานะของผู้สนใจเรื่องสื่อสารการเมืองถือเป็นกรณีน่าสนใจอย่างยิ่ง

สองพรรคใหญ่ที่มีเสียงจัดตั้งมีสมาชิกพรรคของตนเองในเขต กทม.ไม่น้อยอาจเชื่อและมั่นใจว่าคนเหล่านี้จะไม่เปลี่ยนใจ การนิ่งเงียบอาจถอดรหัสได้ ๒ ประการ คือ ๑แน่ใจว่าคุมเสียงได้และยังได้เปรียบ ๒.ยังต้องคุมเชิงกันอยู่ว่าอีกฝ่ายจะส่งใครลง จะได้เปรียบมวยถูกคู่เปรียบศัตรูถูกคน

ความคิดเช่นนี้เป็นการช่วงชิงความได้เปรียบตามนิยามการเมืองแบบเก่าบนสมมติฐานที่ว่าชัยชนะของผู้ว่าฯ คือการกุมคะแนนเสียงส่วนใหญ่ในการเลือกตั้งให้ได้ซึ่งในนิยามแบบนั้น คะแนนจัดตั้งเป็นกลไกหลัก ราษฎรอื่นเป็นเพียงกลไกประกอบเพื่อสร้างความชอบธรรมของการเลือกตั้ง และในช่วงก่อนลงคะแนน๑-๒ สัปดาห์ให้เร่งปั่นกระแส สร้างความนิยมแบบเดอะสตาร์ ปั่นให้คนชอบ

            การไม่คุ้นเคย บวกความคิดรากฐานของการ “ขายคุณสมบัติโดดเด่น”ตามแนวคิดการตลาด (การบริหารจัดการเชิงอุปทาน-อุปสงค์) ทำให้แนวคิดเรื่องสื่อสารการเมืองกลายเป็นการ“ขายคุณสมบัติของนักการเมือง” หรืออย่างง่ายที่สุดก็คือขายฝันที่ราษฎรจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

          คอยดูเถอะ สารพัดโครงงานที่วาดไว้สวยหรู จะถูกนำเสนอออกมาเป็นพะเรอเกวียน จนเหมือนว่า กทม. นี้ มีอำนาจทำอะไรก็ได้...สารพัดโครงการ

          ทีมหาเสียงจึงมักสร้าง “ลักษณะเด่น”ให้แก่นักการเมืองและพรรคการเมืองดูสะดุดตาเหมือนสินค้าชนิดหนึ่งที่วางขายในท้องตลาด มากกว่าสร้างให้ประชาชนเข้าใจนักการเมืองหรือพรรคการเมืองว่าเขาจะเข้ามาดูแล“ชีวิตของราษฎร” ด้วยความเข้าใจ “ลักษณะเด่น-ด้อย” ของราษฎรมากน้อยเท่าไร นโยบายจากนักการเมืองหรือพรรคการเมืองในอดีตจึงมาจากแนวคิดที่ตนต้องการ “สร้าง” จะ “จัดหาให้” โดยเชื่อว่าราษฎร “ต้องการ”มากกว่าจะมาจากการค้นพบประเด็นเด่น-ด้อยที่ราษฎรประสบอยู่ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงว่าประเด็นที่พบเห็นนั้นมาจากคนกลุ่มไหน กระทบถึงเรื่องการดูแลชีวิตรอบตัวของตนเอง และทุกคนและสังคมโดยรวมอย่างไรหรือควรจัดการประเด็นเหล่านั้นให้ราบรื่นและเกิดประโยชน์แก่คนทั้งหมดอย่างไรราษฎรรู้ตัวหรือไม่ และรู้เท่าทันกับมันหรือเปล่า


       เราติดตามการเลือกตั้ง และสื่อสารการเมืองมาระยะหนึ่ง (ด่วยความสนใจเป็นส่วนตัว) ยังไม่พบว่า มีผู้อำนวยการพรรคคนใด ของพรรคใด แม้กระทั้งสองพรรคใหญ่ จะมีบทบาทในการ "สื่อสาร" ไปถึงประชาชนอย่างเป็นจริงเป็นจังเลย...

       และนับจากนี้ไป ปี่กลองการเลือกตั้งคงเริ่มเข้มข้นขึ้นทีละน้อย ๆ ...

เราจะคอยติดตาม และนำมาเล่าสู่กันฟัง...






 

Create Date : 16 ธันวาคม 2555    
Last Update : 16 ธันวาคม 2555 19:24:35 น.
Counter : 795 Pageviews.  

ชีวะรังสี ศาสตร์การจัดบ้านที่บอกได้ว่าเกิดผลในกี่ชั่วโมง..และต่างจากฮวงจุ้ย

ผ่านเรื่องราวเกี่ยวกับการจัดบ้านมาหลายสำนัก หลายซินแส แต่ยอมรับว่า สนใจแนวคิดทำนองนี้มากกว่าเพื่อน

ลองติดตามชม



ตัวเจ้าของคำอธิบาย ใช้แนวคิดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ อธิบายปรากฏการณ์ของบ้าน มื่ออยู่อาศัย ว่ามีผลอย่างไรต่อคน ต่อสัตว์ ต่อพืช

นับเป็นครั้งแรกที่เราได้พบว่า มีคำอธิบายเรื่องการจัดบ้าน ที่มีผลต่อสัตว์และพืชในบ้าน ( เออ..ก็แปลกดี)....

ถ้าการจัดบ้าน ยึดตามหลักของธรรมชาติ และสอดคล้องกับทฤษฎีฟิสิกส์ ชีวะวิทยา และสิ่งแวดล้อมแล้ว เราคิดว่า น่าจะลองติดตามดูนะ..



เรื่องนี้เคยปรากฏในส่อหลายปีแล้ว  ลง youtube ก็หลายครั้ง แต่เราก็ได้แค่ ฟังไว้ เพราะยังไม่เกิดแรงบันดาลใจให้ติดตามค้นหา (หากมีโอกาสตามเจอ จะนำมา link ให้ชม )

วันนี้ เราก็อยากบอกต่อเผื่อใครมีประสบการณ์ จะได้เล่าสู่กันฟัง




 

Create Date : 16 ธันวาคม 2555    
Last Update : 16 ธันวาคม 2555 19:29:50 น.
Counter : 1254 Pageviews.  

1  2  

อริยทัศน์
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add อริยทัศน์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.