space
space
space
<<
พฤษภาคม 2561
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
27 พฤษภาคม 2561
space
space
space

10 กุมภาพันธ์ 2536


ช่วงเดือนนี้มีหนังของสมาคมต่างๆฉายเยอะเป็นพิเศษ เพราะมีนิทรรศการ “ฮอลลีวูดในยุโรป”ผู้จัดได้นำเอาหนังของผู้กำกับที่มีชื่อมาฉายมากมาย ผมก็เพิ่งได้ดูมาสองเรื่องคือ Rome,Open City (1945) ของ โรแบร์โต้ รอสเซลลินี (RobertoRossellini) หนังที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยมานานกับเรื่อง Ali: Fear Eat the Soul (1974) ของฟาสบินเดอร์ (Reiner Werner Fassbinder) ผู้กำกับที่มีสไตล์เป็นของตนเองและมีประวัติชีวิตที่แปลกพิสดาร

เรื่องแรกจัดว่าเป็นภาพยนตร์รุ่นบุกเบิกในกลุ่มนักทำหนังแนวNeo-realistที่มีความสนใจร่วมกัน คือเรื่องผลกระทบของสงครามต่อสภาพสังคมและภาวะจิตใจของปัจเจกชน ทุกสิ่งทุกอย่างจะถูกถ่ายทอดออกมาในลักษณะมีสภาพความเป็นจริงทางสังคมเป็นกรอบกว้างเป็นต้นเหตุที่มีผลต่อเรื่องที่ผู้สร้างจะจินตนาการขึ้นมาโดยที่เน้นในเรื่องของมนุษย์จะจัดการอย่างไรและมีภาวะจิตใจอย่างไรในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น

Rome, Open City มีตัวละครเอกสองตัวคือ บาทหลวงกับผู้นำพรรค คอมมิวนิสต์ ทั้งคู่ต้องมาเผชิญอุปสรรคเดียวกันคือภัยของอำนาจเผด็จการแบบฟาสซิสต์ โดยผู้สร้างจะเน้นถึงความสับสนของบุคคล ที่เป็นเหมือนตัวแทนของจิตใจรวมของสังคมต่อปัญหาที่เกิดขึ้นโดยมีเด็กเป็นผู้รับรู้เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ภาพยนตร์แสดงให้เห็นความร่วมมือกันของสถาบันทั้ง2 แห่ง ที่ตามแนวความคิดจะขัดแย้งกันและนอกจากนั้นก็เปรียบเทียบให้เห็นการตัดสินใจและสภาพความมั่นคงทางจิตใจของตัวละครทั้งสอง ที่มีโลกทัศน์ที่แตกต่างกันบาทหลวงจะมีลักษณะการมองปัญหาทำนองว่า ปัญหามันก็ต้องเกิดขึ้นตามธรรมดาเราควรจะยังมั่นคงในความเชื่อถือต่อพระเจ้าอยู่ แล้วทุกสิ่งทุกอย่างมันจะดีขึ้นเองแต่ในขณะที่ฝ่ายผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จะคิดว่าความเลวร้ายที่เกิดขึ้นไม่ควรปล่อยเลยไป แต่จักต้องลงมือแก้ไขอย่างทุ่มเทและเสียสละเท่านั้น

อย่างไรก็ตามใจความสำคัญจริงๆของเรื่องนั้นก็คือ ผู้สร้างจะไม่ลำเอียงไปเข้าข้างในฝ่ายใดแต่จะเสนอในแง่ความเป็นอิสระที่เกิดขึ้นมา จากการยึดถือในแนวคิดใดหรือลัทธิใดก็ตาม มนุษย์จะต้องมีอิสระต่อตนเองในการตัดสินใจแก้ปัญหาและในตอนท้ายตัวละครทั้งสองก็ยอมสละชีวิต ดีกว่าที่จะทรยศต่อตัวเอง หรือประเทศชาติของตัวเอง

ภาพยนตร์ใช้ฟิล์มขาวดำถ่ายและใช้ฉากบ้านเมืองที่ปรักหักพัง ภาวะความยากจนที่เกิดขึ้นการถ่ายทำไม่เน้นความพิถีพิถันแต่ในความหยาบของรูปแบบกับเข้ากันได้ดีกับสภาพแวดล้อมอย่างนั้นซึ่งนี่ก็คือเสน่ห์สำคัญของภาพยนตร์ คือบรรยากาศของหนังนั่นเองในส่วนของบทมีการเติมแต่งในการถ่ายทอดแนวคิดของผู้สร้างเข้าไปในหลายส่วนทำให้มีลักษณะของความเป็น Fiction สูง ถ้าเทียบกับเรื่อง BicycleThieves ของ เดอ สิกา แล้วจะมีความเป็นสารคดีผสมกับความเป็นเรื่องแต่งได้พอเหมาะพอดีกว่า

ส่วนในเรื่องที่สองนั้นการถ่ายทอดเนื้อหาแทบจะตรงกันข้ามกับเรื่องแรก ฟาสบินเดอร์จะเน้นในการควบคุมบังคับ จัดวางองค์ประกอบแทบทุกอย่างในหนังของเขา เพื่อสื่อถึงความคิดของเขา

เรื่อง Ali, Fear Eats theSouls จากเรื่องก่อนของ Fassbinder ที่ผมเคยดูคือBolwieser ที่เป็นเรื่องราวของคนที่แปลกและไม่เหมือนชาวบ้านทั่วไป เป็นลักษณะคนนอกจากกรอบกฎเกณฑ์ของสังคม ซึ่งเป็น Themeหลักที่ผู้กำกับคนนี้ชอบนำมาทำเป็นภาพยนตร์ และตามความชอบส่วนตัว ผมมักจะติดใจกับหนังทำนองนี้อยู่แล้วซึ่งเรื่องนี้ ฟาสบินเดอร์ ก็ยังคงสไตล์เดิมของเขา เป็นเรื่องของหนุ่มชาวโมร็อกโก ที่ในสังคมตะวันตก เขาถูกจัดโดยสังคมให้เป็นพลเมืองชั้นสองไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีนักจากเจ้าของประเทศที่ถือเรื่องเชื้อชาติเป็นสิ่งสำคัญอย่างเยอรมันและเช่นกันในสังคมครอบครัวอย่างตะวันตก คนแก่ก็จัดอยู่ในสภาวะเดียวกัน เป็นผู้ที่คนรอบข้างจะไม่สนใจและถูกทอดทิ้งให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว และเมื่อลักษณะตัวละครทั้งสองอย่างนี้มารวมกันก็เกิดเป็นภาพยนตร์ที่แสดงถึงการอยู่ร่วมกัน โดยไม่ใส่ใจกับสังคมรอบข้างแต่พวกเขามีความสุขกับความรักอันบริสุทธิ์ที่มีให้กันและความเข้าอกเข้าใจในปัญหาที่ตัวเองได้พานพบมา

ตัวเนื้อหาของหนังนับว่าเชิดชูความกล้าหาญของปัจเจกชนที่จะทำอะไรก็ได้ที่ตัวเองคิดว่ามันถูก และเป็นความบริสุทธิ์ใจของตัวเองโดยไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพิพากษาของสังคม ผมจัดว่า Theme ของหนังประเภทนี้เป็นเรื่องที่เยี่ยวยาความเหงาที่กำลังเป็นโรคระบาดในสังคมสมัยใหม่ได้อย่างดีเยี่ยมเพราะคนที่แสวงหาความถูกต้องด้วยตนเอง มักจะพบพานกับความโดดเดี่ยวอยู่เสมอ

ในส่วนของ Production ภาพยนตร์เรื่องนี้ ฟาสบินเดอร์ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของเขาเองไม่ว่าจะเป็นการวางตัวผู้แสดงให้เห็นชัดว่าเป็นการจงใจ การจัดองค์ประกอบของภาพการใช้สีเพื่อสื่อความหมายการเคลื่อนกล้องที่มีเหตุผลทางการเล่าเรื่องอยู่ทุกครั้ง ภาพยนตร์มีหลายส่วนที่เสียดสีสภาพสังคมเยอรมันได้อย่างเจ็บแสบเป็นกำลังใจสำหรับผู้ที่ต้องการจะแสวงหาความดีงามของตัวเองนั้นอย่าไปพะวงกับความโดเดี่ยว ควรจะกล้าหาญ และเดินทางเพื่อไปสู่จุดมุ่งหมายของตน...




Create Date : 27 พฤษภาคม 2561
Last Update : 27 พฤษภาคม 2561 16:34:08 น. 0 comments
Counter : 75 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

สมาชิกหมายเลข 4071225
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 4071225's blog to your web]
space
space
space
space
space