www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Avatar , นาวีที่รอคอย + แพนโดร่า มาหานะเธอ

1. ตั้งใจว่า จะเขียน Avatar + District 9 ลง Filmax ไม่ฉบับ กุมภา ก็ มีนา แต่คิดว่าเนื้อที่ในคอลัมน์คงไม่พอ เลยเอาส่วนที่อยากจะคุยอยากจะเล่าที่ไม่ลงในนั้น มาไว้ใน Blog ส่วนที่เหลือแบบมีสาระ ขอเก็บไว้ใช้หากินเน้อ

2. ตื่นเต้นเลยต้องขอโม้ก่อน ปิดต้นฉบับหนังสือเล่มใหม่เสร็จแล้วจ้า คาดว่า ถ้าไม่ วาเลนไทน์ ก็คงเป็นช่วงงานสัปดาห์หนังสือฯเดือนมีนา หนังสือเล่มที่ 5 ของ ผมอยู่ฯ ที่ว่าด้วย concept –เจ็บเพราะรัก- จะเป็นตัวเป็นตนให้จับได้ มีความคืบหน้าอันใดจะรีบมาโม้ต่อใน Blog

3. Blog ใหม่ๆก็ไม่ค่อยได้เขียน เพราะไม่มีเวลา ส่วนใหญ่เปลี่ยนไปอัพเดตสั้นๆผ่านทางทวิตเตอร์แทน เพื่อนผู้อ่านสามารถตามอ่านได้ทาง //twitter.com/ibehindu หรือ follow ได้ที่ชื่อ ibehindu เน้อ

4.Blog หน้าจะเป็นการสรุปเรื่องหนังๆในรอบปีเหมือนที่ทำๆมาตลอดสี่ห้าปี อันประกอบไปด้วย 10 DVDหนังไม่เข้าโรงที่น่าดู , 10 ฉากหนังประทับใจ , 10 ตัวละครประทับใจ , 5หนังไม่ชอบ+50หนังชอบที่สุดของปี ใครอยากแจม ลิสต์เตรียมๆไว้เลยจ้า

และเนื้อหาถัดจากนี้คือ การคุยเรื่อยเปื่อยเกี่ยวกับ Avatar




ตัวละครเล่นดีสุด



... มีคนเข้าใจผิด คิดว่า ตัวสีฟ้าๆ เกิดจากการใช้คอมวาดเอาอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้ว เทคนิก Motion Capture ที่หนังใช้ก็เหมือนกับใน Polar express หรือ Beowulf คือ มี นักแสดงเล่นจริงๆ แล้วค่อยให้ CG มาทำให้ดูเป็นตัวการ์ตูน

ซึ่ง การแสดงของนักแสดง มีผลต่อ ตัวละคร ไม่ได้ขึ้นกับคอมอย่างเดียว

ใน Avatar ตัวละครสุดแจ่ม ยกให้น้องเนย์ทีรี่ ที่เล่นโดย Zoe Saldana นางเอกที่เพิ่งผ่านตาไปจาก Star Trek เธอเล่นดีจริงๆ เพราะจะว่าไปตัวเธอมีผลต่อ อารมณ์หลักๆ ในหนังมากกว่าตัวพระเอกเสียด้วยซ้ำ

สงสัยแค่ว่า ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ถ้าอนาคต บังเอิญได้นักแสดงที่เล่นไม่ดี เราก็สามารถใช้ความไฮเทคปรับแต่งให้เล่นเก่งขึ้นมาได้ เช่น แววตาดูไม่เศร้าพอ ก็ไปแก้ในคอมให้หนังตาตกอีกนิด หน้าผากย่นอีกหน่อย จนกลายเป็น แอคติ้งขั้นเทพ แบบนี้ เราจะเชื่อได้อย่างไรหนอว่า ภาพที่เห็นว่าเล่นดี เพราะ ฝีมือ หรือ ถูกปั้นแต่งด้วยCG


ตัวละครที่ชอบที่สุด



... ตัวละครที่ชอบที่สุด คือ ทรูดี้ หรือ Michelle Rodriguez สาวมั่นที่ผมคุ้นหน้าเธอจากซีรี่ย์ Lost มากที่สุด เธอเท่มาก

ฉากหันเครื่องบินกลับจากฝูงบินก็เท่แล้ว แต่ เธอยังเท่ได้อีก ใน ฉากรบช่วงท้าย ที่เพ้นท์หน้า ขี่เครื่องบิน ไม่พอ คุณน้องยังเอาสีมาเพ้นท์เครื่องบินอีกต่างหาก สุโค่ยยยย


รางวัลที่อยากยกให้



... งานด้านเทคนิกไม่ได้เชียร์เพราะเห็นอยู่แล้วว่า โดดเด่น แต่ที่เชียร์ขาดใจคือ สาขา ผู้กำกับยอดเยี่ยม ที่กลัวความสามารถของ เจมส์ คาเมรอน จะถูกมองข้าม เพราะเข้าใจผิดว่า งานที่เต็มไปด้วย CG แบบนี้ไม่ต้องอาศัยฝีมือการกำกับมาก ซึ่งไม่จริงเลย

ยิ่ง ได้ดูเบื้องหลังการถ่ายทำ ยิ่งชื่นชมว่า เจมส์ คาเมรอน เก่งมากกกก ทุกอย่างต้องเป๊ะในหัวเขาจริงๆ จึงจะสามารถกำกับคนและองค์ประกอบรอบตัวในความว่างเปล่า ให้ออกมาเป็นภาพใหญ่ดีได้ขนาดนี้

ผู้กำกับระดับเทพที่ทำหนังดีๆมีอยู่หยิบมือ แต่ ความสามารถในการคุมหนังสเกลยักษ์ให้ออกมาไม่ผิดหวัง ในโลกนี้ มีอยู่น้อยยิ่งกว่าเสียอีก และ อันดับต้นๆในนั้นคือ เจมส์ คาเมรอน


โครงเรื่องธรรมดา มันช่างคุ้นๆ



... คอหนังที่อ่านเรื่องย่อ Avatar หรือ ไปดูหนังมา เกินกว่าครึ่งพูดเหมือนๆกันว่า ‘หนังมันช่างคุ้นๆ + เดาได้ง่ายๆ’

ซึ่งผมเห็นด้วยกับสองข้อข้างต้น และไม่แปลกใจเลยที่หนังจะออกมาดูง่าย เพราะ สไตล์ของเจมส์ คาเมรอนก็ไม่ได้ทำหนังที่ซับซ้อนมาแต่ไหนแต่ไร

แต่ ‘หนังมันช่างคุ้นๆ + เดาได้ง่ายๆ’ ก็ไม่ได้เป็นบทสรุปว่า บทหนังอ่อน เพราะ ถ้าบทหนัง Avatar อ่อน บทหนังเกินกว่าครึ่งในฮอลลีวู๊ดคงมีค่าเพียงอากาศธาตุ

แต่ บทหนังเรื่องนี้ก็ใช่ว่าจะดีเลิศเลอ แถมเทียบกับ หนังเก่าๆของ เจมส์ คาเมรอน ผมคิดว่า ยังด้อยกว่า บทหนังเจ๋งๆแบบ T2 หรือ กระทั่งบทของ Titanic

เท่าที่ดูมา ผมคิดว่า เจมส์ คาเมรอน จงใจสร้างหนังที่ดูง่ายและขายได้วงกว้าง (อาจเข็ดจากทำหนังยากๆซักหน่อยอย่าง The Abyss แล้วไม่เวิร์ค) ดังนั้นหนังของเขาจึงไม่ค่อยมีประเด็นให้ถกหรือตีความต่อมากนัก เพราะ ประเด็นส่วนใหญ่เห็นได้ชัดอยู่ก่อนแล้ว

แต่ ความง่ายของหนังคาเมรอน เขาสอดแทรกอะไรเล็กๆน้อยๆ ไม่ให้มันง่ายแบบตื้นเขิน

เอาอย่าง Titanic ที่เราสามารถเขียนเรื่องย่อจบในสองบรรทัด และ เดาได้ตั้งแต่ดูตัวอย่างว่าน่าจะจบยังไง แต่ Titanic ไม่ใช่มีแค่แง่มุมความรักของแจ๊ค-โรส แต่รายละเอียดยิบย่อยส่วนอื่นก็น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของ ชนชั้นในสังคม หรือ แง่มุมของคนตัวเล็กๆคนอื่นที่ประสบภัยพิบัติ

อย่างตัวเอง การนั่งดู Titanic อีกครั้งเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ผมซึ้งในมุมของตัวละครเล็กๆ แบบ คู่สามีภรรยาอายุมาก , นักดนตรี ฯลฯ มากเสียกว่า ชะตากรรมของแจ๊คกับโรส

Avatar ก็เช่นกัน

พล็อตหลักของ Avatar มาพร้อมแนวคิด

ผู้รุกรานที่ไปซึมซับวัฒนธรรมพื้นบ้านแล้วพบนงคราญท้องถิ่น สุดท้ายก็ได้สมรักกัน แล้วหันมาต่อสู้กับคนเมือง


แน่นอนว่าดูไปเหมือน Dances with wolves , Pocahontas แต่ข้อดีคือหนังก็ไม่ได้มีเนื้อหาอยู่แค่นั้น

ถ้าลงลึกในแง่รายละเอียดยิบย่อย หนังพยายามใส่ไอเดียดีๆไว้เยอะพอสมควร ไม่ว่าจะเป็น แนวคิด USB ที่หาง + ไซแนปส์ เชื่อมโยงทุกชีวิต , จิตวิญญาณที่มนุษย์ละเลย , การอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ การเย้ยหยันความเป็นคน

ผมรู้สึกเหมือนนั่งดูหนังที่ใส่ปรัชญาแบบ The Matrix ที่ย่อยให้ง่ายระดับประถม ผสมกับ หนังแฟนตาซีอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีเทพมาปนสไตล์สตูดิโอจิบลี จะน่าเสียดายก็ตรง หนังให้น้ำหนักของประเด็นดีๆเหล่านี้น้อยไปหน่อย ทั้งๆที่ เวลาของหนังมีมากเกินพอที่จะขยับขยายให้เล่นต่อได้ลึกกว่านี้

ดังนั้น ถึงพล็อตจะง่าย แต่ผมคิดว่า ความง่ายในหนังเจมส์ คาเมรอน ไม่มักง่ายเลย

เทียบง่ายๆ กับหนังฟอร์มยักษ์เพื่อเน้นขายเหมือนกัน ของผู้กำกับหนัง mass เรื่องอื่นๆที่สุดท้ายกลายเป็นเหยื่อคมปากกาของนักวิจารณ์ แต่ เจมส์ คาเมรอน คือ คนทำหนัง Mass ที่นักวิจารณ์หาที่สับได้ยากเย็น


จะดูโรงไหนดี ?



... ถ้ามีโอกาสและเลือกได้ ยังไงผมก็เชียร์ 3 มิติ เท่านั้น เพราะ 10 ปีที่รอคอยผลงานของผกก.เจมส์ คาเมรอน เขาอยากให้เรารอด้วยเหตุผลข้อนี้

เขาไม่ได้ขอเวลาเพื่อไปขัดเกลาบทหนังหรือคิดค้นภาพสวยๆงามๆ แต่ สิบปีที่เสียไป หลักๆคือเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี 3 มิติสำหรับคนดู ดังนั้น ถ้าดูเวอร์ชั่นสองมิติ อย่ารีบสรุปว่า ไม่เห็นจะแปลกใหม่ เพราะ สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ในแง่ของ Cg สีสันหรือความสวยงามเท่านั้น แต่เป็นในแง่ของ สามมิติ

Avatar ไม่ได้เป็น บทหนังสร้างปรากฎการณ์ แต่เป็น เทคโนโลยีสร้างปรากฎการณ์ ดังนั้น หาโอกาสยล 3D จะเก็บอรรถรสสมใจอยาก10ปีของผู้กำกับ ส่วนสุดท้ายจะชอบหรือไม่ชอบ ก็แล้วแต่ตัวบุคคล

แต่สำหรับผม นี่คือ หนัง3มิติที่ทำออกมาดีที่สุดที่มีในยุคปัจจุบัน


3 มิติ



... ประสบการณ์ครั้งแรกที่ดูหนังสามมิติ ถ้าจำไม่ผิด คือ Superman returns ใน Imax มีฉากสามมิติแค่ฉากสั้นๆประมาณหกนาที ที่เฮียซุปโดดดึ๋งๆข้ามทุ่งนา ขนาดตอนนั้นดูเบลอๆบ้างมึนๆบ้างก็ยังทึ่ง ยังคิดว่า คงอีกไม่นานจะได้ดูหนังสามมิติทั้งเรื่อง

ไม่นานต่อมา ฝันก็เป็นจริง หนังสามมิติที่ไม่ใช่แว่นแบบ แดงข้าง น้ำเงินข้าง เหมือนแต่ก่อน ก็ทะยอยออกมา ผมรู้สึกสนุกและตื่นเต้นกับการติดตามว่าถ้ามีหนังเรื่องไหนที่ทำมาเพื่อรองรับ 3D ก็จะไม่พลาดที่จะเลือกโรง3D เพื่อพิสูจน์เช่น Beuwolf , Journey to the Center of the Earth , Bloody valentine , Final destination4

ปัญหาของการดูหนังสามมิติ ครั้งแรกๆกับหนังยุคแรกๆ คือ ดูแล้วมึนกับปวดหัว ที่ปวดสุดๆก็ตอนดู Monster&Aliens จำได้เพราะตอนออกจากโรงเวียนหัวหมุนๆเลน ส่วนสามมิติที่ดูแล้วเชียร์คือ Christmas carol ที่ดูแล้วอยากเอื้อมมือไปจับหิมะ ดูแล้วชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง

จากที่ดูมา เทคโนโลยี 3 มิติของหนังดีขึ้นเรื่อยๆ แต่เสียดายที่ตัวหนังที่ทำออกมา มักจะให้ความสำคัญกับ 3 มิติ มากกว่าเนื้อหนัง ชนิดที่ว่า หนังบางเรื่องถ้าตัด 3D ทิ้ง ตัวหนังแทบจะไม่เหลืออะไรเลย เช่น Final destination4

สามมิติของ Avatar ไม่ได้ให้ความสำคัญในการ พุ่งแทงกระแทกทิ่ม อย่างที่เราคุ้นเคย แต่เน้นในแง่ของความลึกเหมือนเราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนัง

ที่พัฒนาชัดขึ้นไปอีกคือ ความเป็นสามมิติดูเนียนตาไม่ได้ดูแบบเหลื่อมๆเหมือนเรื่องก่อนๆ ถึงขนาดดูไปเพลินๆอาจยังไม่รู้ตัวว่าเป็นสามมิติ แล้วพอตั้งสติตั้งใจดูจึงจะรู้ว่า แตกต่าง จากสองมิติทั่วไป

ป.ล. แว่วมาพักใหญ่แล้วว่า ฮ่องกงกำลังจะมี หนังโป๊3D ที่ฉายในโรงงงง


Imax



... ผมเกลียดโรง Imax เพราะ ช่องว่างระหว่างแถวแคบมากๆ สำหรับคนสูงเกิน 185 ต้องนั่งด้วยความเกร็ง ขยับนิดขยับหน่อยก็มีสิทธิโดนต่อยได้ ที่นั่งก็ต้องเลือกแถวดีๆมิเช่นนั้น บนไปก็ไม่เห็นซับล่างๆ ล่างไปก็เมื่อยคอ แถม ความเป็นจอใหญ่ยังทำให้เรามีสิทธิเก็บภาพได้ไม่ครบ และ ภาพก็ไม่ได้คมชัดเท่า Digital และข้อด้อยที่สุดคือ ซับไทยไม่ชัด

ดังนั้น เวลาหนังฮอลลีวู๊ดฟอร์มยักษ์ที่เข้าสองโรงพร้อมกัน เช่น Transformer หรือ Harry Potter ผมจะเลือกโรงธรรมดามากกว่า ยกเว้น The Dark knight ที่ดูโรงธรรมดารอบหนึ่งแล้วไปดู Imax อีกรอบ รอบสองที่ดูไม่ต้องสนใจซับหรือเนื้อหามาก พอถึงฉากที่ถ่ายทำเพื่อ Imax โดยเฉพาะจึงรู้สึก ทึ่งเต็มลานสายตา

มาถึง Avatar

ผมเลือก Imax เพราะได้ดูตัวอย่างสามมิติตอนดู Christmas carol แล้วพบว่า มันช่างต่างจากตอนดูตัวอย่างแบบสองมิติในโรงธรรมดาเสียเหลือเกิน มันอลังการกว่ามากกกก

ผมจึงหมายมั่นปั้นมือจะดู Imax ตั้งแต่ต้น และ หลังจากที่ได้ดู ผมเชียร์เหลือเกินว่า Imax เป็นตัวเลือกที่ห้ามพลาดจริงๆ

ถึงแม้จะไม่ได้ดูโรงdigitalมาเปรียบเทียบ แต่สำหรับหนังเรื่องนี้คิดว่า ถ้าให้เลือกระหว่าง สามมิติด้วยกัน

ความชัดเจนและคมของ โรง Digital VS. ความใหญ่เป้งของจอ Imax


ความใหญ่เป้งของจอ Imax ช่วยสนับสนุนตัวหนังได้คุ้มค่าตั๋วกว่าเยอะ

ป.ล. ตำแหน่งที่คิดว่าดีที่สุดคือแถว D / E / F ตรงกลางๆ (โรงนี้เป็นโรงประหลาดตรงที่ ที่นั่งแพงสุดโซฟา ไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีที่สุด) ส่วน แว่นสามมิติ สามารถครอบ แว่นปกติ ที่ใส่อยู่ได้ไม่มีปัญหา


แพนโดร่า มาหานะเธอ



... แพนโดร่า คือ พระเอกตัวจริงของหนังเรื่องนี้

ผมชอบ ป่าในแพนโดร่า มากๆ โดยเฉพาะ พื้นแพนโดร่า ที่เหยียบแล้วไฟกระพริบ ทำให้นึกถึงเกมส์เต้นๆเหยียบๆ แล้วไฟกระพริบตาม

บรรยากาศของป่าในหนัง น่าจะมีคนเอามาทำเป็น Theme Park ตามสวนสนุกมาก หรือ ถ้ายาก ทำเป็น ผับแพนโดร่า ก็ไม่เลว ประเภท เหยียบแล้วไฟกระพริบ จับตรงไหนไฟก็ติด ส่วนโคโยตี้ทาตัวสีฟ้า โหนสายไฟไปมา น่ารักน่ามองยิ่งนัก


นาวี ที่รอคอย



... ครั้งแรกที่ทีมงานหนังปล่อยภาพของ ตัวละครชาวนาวีออกมา ผมยังคิดเลยว่า เราจะอินไปกับตัวละครประหลาดๆแบบนี้ได้ด้วยหรือ

เพราะ คนรักกัน สัตว์รักกัน เราอินได้ เนื่องจากเป็นภาพที่เราคุ้นชินตา ต่อให้ คนประหลาดๆอย่างใน LOTR ก็ยังดูเป็นคน หรือ มะนาวต่างดุ๊ตอย่าง E.T ก็ยังมีคนมาเกี่ยวข้อง แต่ ตัวประหลาดสีฟ้าๆหางยาวๆ ร้องแฮ่ๆ ดูตอนแรกนอกจากไม่คิดว่าจะอิน ยังออกไปในทาง ตลกๆเสียด้วยซ้ำ

(ยังเคยลองคิดเล่นๆว่า ถ้าเป็นตัวเองไปอยู่ในร่างชาวนาวีเหมือนพระเอก ต่อให้ นาวีสาวตรงหน้าจะสวยที่สุดในดาว แต่ ความรู้สึกรักหรือชอบในเชิงคู่รัก หรือ sexual orientation ก็ยังไม่น่าจะเกิดกับสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่คน)

แต่ เจมส์ คาเมรอน ทำได้

เขาสามารถทำให้คนดู เชื่อในความสัมพันธ์ของพระเอก-นางเอก เชื่อในการ มองเห็นความรักที่เกิดขึ้นโดยไม่จำกัดแค่ รูปลักษณ์ภายนอก แถมเพลง I See You ที่เนื้อเพลงกับเนื้อหาในหนังพูดถึงตรงกัน ว่าด้วย ‘การมองเห็น ตัวตนภายใน’ ไม่ใช่แค่เห็นด้วยสายตา ยิ่งบอกความตั้งใจที่ผกก.อยากทำให้เราเห็นจุดนี้

เจมส์ คาเมรอน ประสบความสำเร็จอีกครั้งสำหรับการทำให้คนดูอินไปกับ ความรัก ในจอ

และนี่คืออีกคุณสมบัติเก่งของ เจมส์ คาเมรอน เขาทำให้คนดูผูกพันกับตัวละครในหนังได้เก่งเหลือเกิน เหมือนสมัยที่ทำไว้กับ หุ่นเหล็กก้ามปู ใน T2 และ คู่รักรถสะเทือนใน Titanic


ป.ล. ตลอดเวลาที่นั่งดูชาวนาวีสีฟ้า ที่เครื่องแต่งกายวับๆแวมๆจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ ทำให้คิดว่า รุ่นปู่ที่เคยขี่โทรุคมัคโต หรือ เทพเจ้าตัวจริงของชาวนาวี น่าจะเป็นคนนี้



แต่ ดร.แมนฮัตตั้น คงเตือนคนรุ่นหลังไว้แล้วว่า อย่าโชว์จุกหรือห้อยโตงเตง มิเช่นนั้น อาจปวดแสบปวดร้อนเหมือนที่เขาเคยเป็น เพราะโดนยาหม่องป้ายจาก กองเซ็นเซ่อร์ บางประเทศ


หนังดี?



... การให้คะแนน Avatar เป็นการตัดสินใจที่ยาก เพราะรู้สึกว่าจำเป็นต้องแยกระหว่างตัวเนื้อหนัง กับ ประสบการณ์ที่รู้สึกในโรง

ดูกันเฉพาะตัวหนัง เนื้อๆ เลย ผมไม่ได้ชอบแบบสุดๆเมื่อเทียบกับหลายเรื่องที่ได้ดูของปีนี้ คือถ้าต้องให้คะแนนโดยตัดสินจากเนื้อหนัง (บท+การแสดง ฯลฯ) ก็อาจจะซัก 8-8.5

คือ คุณภาพตัวหนัง(ไม่นับความเป็นสามมิติ)จัดได้ว่า ดี ชนิดที่ว่า ถ้านักวิจารณ์ให้ต่ำกว่า B ก็ถือว่าใจร้ายพอสมควร แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่า ดีระดับโอ้วว้าววว A+

ช่วงสิบห้านาทีแรก ถ้าไม่มีความตื่นตาเข้าช่วย ผมรู้สึกว่าเบื่อๆ เฉพาะตัวเนื้อหาไม่ได้ตรึงผมได้ตลอดสามชั่วโมง หนังทุ่มไปกับการโชว์ฉากและโฟกัสไปที่ความรักของคู่พระนางมากไปหน่อย ทั้งที่มีเวลาเหลือเฟือ

น่าเสียดาย สิ่งที่หนังเกริ่นไว้ไม่ว่าจะเป็น พื้นหลังของพระเอกที่พิการกับมีพี่ที่เก่งกาจ สามารถเล่นแง่มุมของพระเอกให้ดูมีมิติมากขึ้น , ตอนดูรู้สึกเลยว่า ตัวละครอื่นๆเป็นตัวละครแบนๆที่เป็นแค่ตัวประกอบจริงๆ ไม่มีแง่มุมอะไรที่น่าติดตาม , ประเด็นเด็ดๆเช่นในแง่ปรัชญา หรือ วิทยาศาสตร์ที่หนังปูไว้ไม่ได้ถูกตีให้คุ้มค่า

นึกเปรียบเทียบกับหนังไซไฟที่เล่นประเด็นการรุกรานและความเป็นมนุษย์อย่าง District 9 เราจะเห็น มิติของตัวพระเอกที่มากกว่า เราเห็นการเล่าเรื่องประเด็นคล้ายกันได้คมกว่า

แต่เดาว่า เจมส์ คาเมรอน ที่เป็นเจ้าพ่อแห่งการวางแผน อาจคิดเหมือน Terminator คือ ภาคแรก เอาให้มั่นใจว่าขายได้ก่อน ไม่ต้องซับซ้อนมาก พอถึงภาค 2 ไอเดียจึงขยับขยายแบบโชว์ของ โดยไม่ต้องทำความรู้จักให้เสียเวลาอีก คล้ายๆกับ Batman

(คิดดู ขนาดปล่อยการหนังตัวอย่างยังวางแผนซับซ้อน ที่รอบแรกเอาตัวอย่างเวอร์ชั่นเบๆสองมิติออกมา ค่อยตามด้วยตัวอย่างเวอร์ชั่นอลังการสามมิติ เพื่อให้คนเห็นความแตกต่าง)



... แต่ คะแนน 8 กว่าๆจากเนื้อหนัง ขยับสูงขึ้นมาทันที เมื่อผมนั่งดู Avatar ในโรง Imax ด้วยระบบสามมิติ

สิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขเพิ่มเติมคือ ความรู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบ มันไม่ใช่แค่โลกแอนิเมชั่นเหมือน Final fantasy หรือแบบ Beowulf

แต่มันเป็น โลกอีกใบ ที่ผสมผสาน โลกความเป็นจริงและโลกกราฟฟิก ให้ออกมาเป็นโลกใบใหม่ ที่ดูแล้วทึ่ง อึ้งกับความตระการตา และ อยากนั่งดูต่อไปนานๆ

ดังนั้น คะแนนของหนังเรื่องนี้ที่ขยับเป็น 10 เต็ม ถูกเติมมาจาก ประสบการณ์ที่ได้ดูโลกใบใหม่ในระบบ3มิติที่ดีที่สุดเท่าที่เคยดูหนังมา

(และเดาว่า ถ้าไปดูเวอร์ชั่นสองมิติ หรือ ซื้อแผ่นมาดูที่บ้าน คะแนนก็คงจะกลับไปอยู่ที่ 8-8.5 ตามเดิม)


สรุป ... ถ้าจะไปดู เวอร์ชั่นสองมิติ อยู่ในระดับ น่าดู ถ้าพลาดก็น่าเสียดาย แต่ถ้าตั้งใจจะไปดู เวอร์ชั่น 3 มิติ ความน่าดูอยู่ในระดับ ห้ามพลาด โอกาสที่คุณจะไม่ชอบ มีน้อย เมื่อวัดจากเสียงตอบรับของคนดูส่วนใหญ่

และถ้าตั้งใจจะไปดู เวอร์ชั่น 3 มิติของImax ขอเชียร์ขาดใจว่า ต้องดู กับประสบการณ์อีกก้าวหนึ่งของโลกภาพยนตร์


Link บทความที่เกี่ยวข้อง

Star trek (2009) , จากใจคนที่ไม่ใช่ Trekkie --> “สุดยอด - Excellent - #$$@% - สุโค่ย - il_lli”

Superman Returns , ทำไมโลกใบนี้ยังต้องการ Superman ?

The Final Destination (4) , สิ่งเดียวที่คุ้มค่า คือ เนื้อสันในตับไตไส้พุงพุ่งเข้าตา

Spirited away , การเติบโตของจิตวิญญาณ










Create Date : 24 ธันวาคม 2552
Last Update : 27 ธันวาคม 2552 22:20:24 น. 26 comments
Counter : 9140 Pageviews.

 
ยังไม่ได้ดู แต่รู้สึกว่าเรื่องนี้ จะได้คะแนนเรื่อง CG และ 3D มากล้นจนไปเติมคะแนนส่วนอื่นให้เต็มได้หมดเลย

สอบเสร็จเมื่อไหร่ต้องรีบไปดูละ ^^


โดย: Sun_AV IP: 161.200.255.162 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:11:51:20 น.  

 
แวะมาอ่าน เขียนดีอีกแระ ชอบตรงประโยค
"ผู้รุกรานที่ไปซึมซับวัฒนธรรมพื้นบ้านแล้วพบนงคราญท้องถิ่น สุดท้ายก็ได้สมรักกัน แล้วหันมาต่อสู้กับคนเมือง"
ตอนดูคิดตั้งนานว่าเหมือนไร พอบอกว่าเหมือนเกมส์เต้น ก็ฮืม จริงแหะ
จะรออ่านในfilm max นะจุ๊


โดย: แจน IP: 113.53.47.103 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:12:21:05 น.  

 
ฤดูเปลี่ยนผันวันเปลี่ยนไป
ย่างเข้าปีใหม่สุขใจทุกวัน
ไม่ว่าปีไปวันไหม่เวียนผ่าน
กาลเวลาแสนนาน
ขอให้ยังเบิกบานในใจ

ขอให้มีความสุขตลอดปี
ไม่ว่าปีนี้หรือปีไหนๆวันเปลี่ยนเวียนไป
ขอให้สุขใจจริงเอย


โดย: chabori วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:12:36:30 น.  

 
ตอนแรกวางแผนไว้ว่าจะหาเวลาว่าง ช่วงกลางวัน ของสัปดาห์หน้า เข้าไปยลในโรง IMAX สะหน่อยครับ
แต่ตอนนี้คิดว่าจะเปลี่ยนแผน โดยเก็บโรง 3D ธรรมดา ก่อน แล้ว ค่อยเข้าไปอิ่มเอมกับโรงIMAX

เห็นด้วยว่าช่องว่างระหว่างแถวของโรง IMAX มันช่างแคบ สะจริงๆ ยังเคยคิดเลยว่า ต้องมีคนเดินสะดุดขากันแล้วกลิ้งตกลงไปทับหรือนั่งตักคนแถวหน้าแน่ๆเลย


โดย: กล้วย IP: 115.67.56.151 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:12:49:19 น.  

 

++ ต้องไปดูแน่ๆเลยได้ดูตัวอย่างมาแล้ว ..ขอบคุณคับ


โดย: p'me satun วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:12:55:25 น.  

 
กำลังชั่งใจอยู่ว่าจะดูดีมั้ย
เพราะโรง imax ก็ไกลบ้านเสียเหลือเกิน


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:15:11:36 น.  

 
เห็นด้วย ซับไตเต้ลเล็กมาก แต่ไม่เป็นปัญหาหรอก มันส์มักๆ


โดย: knok!!! nok IP: 124.157.173.103 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:16:11:33 น.  

 
ไปดูมาเมื่อวาน

ผมทึ่งนะกับฉากในเรื่อง มันกลืนแล้วดูเพลิน จนแยกไม่ออกว่าอันไหนทำคอมอันไหนฉากจริง
ใบหน้าตัวละครแต่ละตัวมีมิติแสดงสีหน้าอารมณ์ทั้งหมด แม้กระทั่งจ้าวเมหาที่โทรุค มัคโตขี่ ยังเหมือนสิ่งมีชีวิตจริงๆ ด้วยซ้ำไป

ไปดูมาแบบไม่เสียดายเงินเลยครับจอใหญ่ 3D หากพลาดเรื่องนี้ คงอีกนานกว่าจะมีเรื่องที่เทียบชั้นความเจ๋งแบบนี้


โดย: อาจจะแก่ IP: 124.121.225.214 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:18:17:48 น.  

 
อยากดูหนังโป๊ 3D อ่ะ


โดย: Paladay IP: 58.64.105.58 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:18:22:35 น.  

 
เหตุผลถูกต้องมากเลย.... เจมส์ คาเมรอนใช้เวลาสิบปีพัฒนาเทคโนโลยีนี้เพื่อสร้างโลกแพนดอร่าใน Imax 3 มิติ
เราก็ควรไปดูสิ่งที่เขาอยากให้ดูสิ เพราะเราก็ชอบตัวหนังของเขาอยู่แล้ว จะไม่ดูภาพในฝันของเขาได้ยังไงกัน


ปล. คุณผมฯ ตัวหนังสือบนกล่องคอมเมนต์นี่ตัวเล็กกว่ามดอีก.... พิมพ์ไปก็มองไม่เห็นเลยว่าพิมพ์อะไรอยู่ ผิดถูกก็ไม่รู้ (ตบท้ายด้วยเสียงคำรามแบบเนย์ฯ)


โดย: TOL IP: 58.8.109.150 วันที่: 24 ธันวาคม 2552 เวลา:21:33:17 น.  

 
มาตามอ่านงานของคุณหมอครับ นึกว่าจะไม่เขียนซะแล้ว ^^

สำหรับผมดูเรื่องนี้ในโรง IMAX ครับ
ออกมาจากโรงอย่างตื้นตัน มันเป็นความรู้สึกบอกไม่ถูก ไม่ได้ดูหนังแล้วชอบมากๆๆแบบนี้มาหลายปีแล้ว
อาจจะเป็นเพราะมันเป็นหนัง 3D มันดึงอารมณ์ร่วมจากคนดูได้เยอะ และภาพมันก็น่าตื่นตาตื่นใจกว่าทุกๆ เรื่องที่ผมเคยดูมาตลอดทั้งชีวิต

รอ AVATAR 2 ครับ อยากกลับไปพบชาวนาวีอีกครั้ง


โดย: A^_^K IP: 117.121.223.246, 117.121.208.2 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:9:55:04 น.  

 
เห็นด้วยกับคุณหมอค่ะ ดู avatar ในโรง imax แล้วมันสุดยอดจริงๆ
รู้สึกอินยิ่งกว่าหนังเรื่องไหนๆ จนทำให้คิดว่า ถ้าเราได้ไปอยู่บนแพนโดร่ามั่งก็คงจะดี :D


โดย: Amore_AK* IP: 110.164.239.166 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:17:46:57 น.  

 
โดยส่วนตัวกับเพื่อน ดูอวตารแล้วรู้สึกว่ามันคือ โพคาฮอนทัส เพียงแต่ว่าเรื่องไม่ได้จบลงด้วยชัยชนะของคนขาว (ผู้เหยียบฟ้า) หากชัยชนะนั้นเป็นของอินเดียนแดง (ชาวนาวี)


โดย: thekop_girl IP: 58.9.124.71 วันที่: 25 ธันวาคม 2552 เวลา:18:39:17 น.  

 
ขอบ่นว่า
เนื้อเรื่องอะ ไม่
CG อะ ใช่


โดย: pupjang IP: 58.8.230.40 วันที่: 26 ธันวาคม 2552 เวลา:23:11:36 น.  

 
ทึ่งกับเทคนิคมากๆๆๆ ครับ เชื่อตามที่คาเมรอนบอกว่า นี่คือปฐมบทหนังแห่งอนาคตของจริง
จาก Star war EP 1 เมื่อปี 1999 ที่สมัยนั้นล้ำสุดของเทคโนโลยีภาพยนตร์ เป็นภาพยนตร์สู่ยุคมิลเลเนี่ยม ผมก็คอยดูว่าศต.ที่ 21 จะมีอะไรที่มันทะเยอทะยานขึ้นไปอีก แล้วผมก็ตะลึงกับการผสมผสานซีจี กับฉากจริงได้งดงามที่สุดบนจอเงินของ LOTR ของปีเตอร์ แจ๊คสันในปี 2001-2004 แล้วมาในปีนี้ Avatar คืออีกขั้นของซีจี ที่ผสานกับ 3D ได้อลังการโอฬาริกสุดๆๆๆ สุโค่ยครับเรื่องนี้
มีความเห็นอย่างนึงที่ผสมเห็นเหมือนคุณหมอเลยฮะ มันให้อารมณ์คล้ายๆ กับการ์ตูนจิบลิหลายๆ เรื่องทั้งแนวคิด เรื่องราว และฉากหลายๆ ฉาก ทั้งเจ้าหญิงโมโนโนเกะ เนาซิก้า และที่ผมว่าเหมือนมากกกก คือ ลาพิวต้า ครับ ฉากเกาะลอยฟ้า ต้นไม้ยักษ์ และฉากไคลแม็กซ์ของเรื่อง เพียงแต่ว่า Avatar ให้อารมณ์เข้มข้น จริงจังกว่า (ก็เป็นหนังคนแสดงนี่เนอะ)


โดย: I SEE YOU IP: 124.157.230.252 วันที่: 27 ธันวาคม 2552 เวลา:17:46:59 น.  

 
รักอวตาร งิ


โดย: นาวีสีฟ้า IP: 58.8.130.31 วันที่: 29 ธันวาคม 2552 เวลา:13:09:37 น.  

 
แวะมาทักทายใน blog ครับ
อ่านจากใน pantip แล้ว มาดูภาพประกอบในนี้
ยิ่งทำให้อารมณ์อยากดูรอบ 2 มีมากขึ้น
(รอบแรก ดูแบบโรงธรรมดาครับ
ก็กะว่าจะดู screen ไว้ก่อนว่าคุ้มจะดูใน imax ไหม)

ไม่รู้ imax ยังอ่าน sub ยากเหมือนเดิมรึเปล่าหนอ...

ปล. เห็นด้วยทุกประเด็นครับ
จริงๆเรื่องนี้จะทำแล้วแบ่งเป็น 2 ภาคเลยก็ได้
เพราะมีหลายประเด็นที่ถูกตัดทิ้งไปจนห้วนไปนิด
(แต่ก็คงจะขายได้ยากขึ้นอีกหละนะ)


โดย: choord IP: 110.164.79.52 วันที่: 29 ธันวาคม 2552 เวลา:14:35:02 น.  

 
"I SEE YOU"


โดย: tampopo IP: 112.142.88.61 วันที่: 31 ธันวาคม 2552 เวลา:16:03:45 น.  

 
ดูแล้วครับแต่โรงธรรมดา อ่านแล้วอยากไปดู 3D จริงๆ ครับ

เรื่องนี้ผมให้ 9/10 เลยครับ ผมว่าบทดีมากๆ เลย
เอฟเฟคตระการตาจริงๆ ขัดใจนิดเดียวตรงที่
ความสัมพันธ์พระเอกกะหมอผมว่าน้อยไปนิด
กับทีมงานก็น้อยไปหน่อย ตอนหลังเปลี่ยนข้าง
เลยยังดูไม่ค่อยลื่นเท่าไหร่ แฮ่ๆ


โดย: lkunl IP: 146.23.250.105 วันที่: 1 มกราคม 2553 เวลา:7:54:36 น.  

 
ผมไปดูแบบ 3D ปวดหัวมาก แต่ก็สนุกดี คุ้มค่ากับเวลา 3 ชม.


โดย: Pop IP: 118.173.227.196 วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:22:13:28 น.  

 
ไปดูมาแล้วทั้งแบบธรรมดา และ 3 มิติค่ะ ชอบบทความนี้ค่ะ เห็นด้วยในหลายๆข้อเลยค่ะ เป็นหนังที่ดูแล้วให้ความรู้สึกผูกผันกับตัวละคร และดาวแพนโดร่ามาก เคยไปอ่านเจอความคิดเห็นในเว็บๆหนึ่งบอกว่าดูเรื่องนี้จบแล้วรู้สึกเหมือนละเมอ อยากบอกว่าเป็นเหมือนกันเลย มันอินมากๆ คุ้มค่ามากๆ ค่ะ ตอนนี้ก็รอ ภาค 2 ต่อไป


โดย: Jujee IP: 172.16.3.134, 210.1.19.147 วันที่: 9 มกราคม 2553 เวลา:12:07:47 น.  

 
ไปดูกับลูกชายอยากพาไปดูแบบ3 มิติเหมือนกันแต่มันไกลบ้านเหลือเกินค่ะ เมื่อไหร่โรงแบบ3 มิติจะมีเพิ่มขึ้น เพราะหนังที่ทำออกมาเพื่อฉายกับระบบนี้ก็มีมากขึ้นแต่โรงกลับมีน้อยจัง


โดย: oui IP: 58.9.208.140 วันที่: 17 มกราคม 2553 เวลา:20:48:35 น.  

 
เป็นเรื่องที่ฝึกภาษาอังกฤษดีค่ะ เพราะอ่านซับไทยแล้วปวดหัว เลยเลิกอ่าน หันไปนั่งฟังและดูหนังแทน ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ ตั้งใจฟังจริงๆ ก็รู้เรื่อง เดชะบุญที่เรื่องนี้พูดกันไม่เยอะ พอดีไม่ค่อยเก่งอังกฤษอ่ะค่ะ

ในฉากที่มีการแปลภาษาของชาวนาวี เราก็อ่านภาษาอังกฤษเอา

อ้อ เรานั่งแถว G ค่ะ ที่นั่ง G21 ก็เห็นชัดนะคะ ชอบตั้งแต่ฉากเปิดที่นอนออกมาแล้วมีคนลอยแล้วค่ะ เห็นชัดๆ เลยว่ามันลึกขึ้น ยิ่งฉากที่มีพวกไฟลอยมา หรือฉากหยดน้ำ ก็ดูเหมือนลอยอยู่ตรงหน้าเราจริงๆ คุ้มค่าจริงๆ สำหรับหนังสามมิติเรื่องนี้


โดย: ไกลนั้น วันที่: 18 มกราคม 2553 เวลา:14:51:01 น.  

 
ดูสามมิติมา
ให้สิบเต็มเหมือนกันครับ


โดย: คนขับช้า (คนขับช้า ) วันที่: 19 มกราคม 2553 เวลา:23:45:42 น.  

 
สูดดดดดดดดยออออออดค้าบ
ได้ดูแล้วทำให้ผมได้รู้ว่าเราน่าจะรักษาธรรมชาติที่สวยงามนี้ไว้อยู่คู่เราไปนานๆนะคับ


โดย: คนคอหนัง IP: 118.173.30.253 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:17:47:45 น.  

 
ครั้งแรกของผมก็ไปดูในI-MAXเลยครับ
แต่คนเยอะมากตอนแรกตอนที่พระเอกออกมาจารที่นอนคนยังเข้าไม่หมดก็ยืนบังซับซะดูไม่รู้เรื่องเลยครับ
พอสัก5นาที่คนเขาเสร็จก็อ่านซับได้สบายใจแต่สักพักนึงนึกขึ้นได้ทำไมมันแคบขนาดนี้
เวลาดูหนังบ้างที่ผมจะนั่นคัดสมาดแต่ที่นี่เมื่อคามากแต่ให้คะแนนเต็ม10เลยครับ
ไม่เคยดูหนังเรื่องไหนแล้วชอบเท่านี้มาก่อน


โดย: คนรักAVATAR IP: 125.24.162.57 วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:45:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2552
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 ธันวาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.