www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Harry Potter and the Half Blood Prince , โลกใบใหม่ของ 'หนังแฮรี่'



... หันซ้ายหันขวาอ่านกระทู้ในพันทิป เห็นมีแต่คนบ่นๆ แฮรี่ ภาคนี้ เลยรู้สึกว่าตัวเองเป็นชนกลุ่มน้อยในโลกอินเตอร์เน็ตที่ชอบ แฮรี่ ภาคนี้เป็นพิเศษ

ปกติผมเป็นแฟนแต่ไม่ถึงขั้นพันธุ์แท้ คือ ตามอ่านแฮรี่ทุกเล่มที่ออก ช่วงสองสามเล่มแรกยังอ่านแบบติดหนึบแต่ไม่ถึงกับรอแบบใจจดใจจ่อ พอมาเล่มหลังอย่างเล่ม 5 ก็อ่านแล้ววางหลายหนเพราะทนรำคาญฮอร์โมนของแฮรี่ที่พลุ่งพล่านไม่ไหว

จนกระทั่งตอนอ่านเล่ม 6 จบ เป็นครั้งเดียว ที่ผมอยากอ่านเล่มถัดไปมากเป็นพิเศษ เพราะการจบตอนของเล่ม 6 เหมือนหนังซีรี่ย์ชั้นดีที่มีตอนจบสไตล์cliffhanger ending อย่าง Lost หรือ Prison break ที่ชอบจบตอนแบบทรมานใจคนอ่านให้ลงแดง

... ส่วนเวอร์ชั่นหนัง

สองภาคแรก ผมไม่ชอบ เพราะ ไม่ชอบหนังที่ถอดทุกอย่างจากบทประพันธ์เหมือนถ่ายเอกสารจากหน้ากระดาษ มา หน้าจอ และ ใช้ ความเป็นภาพยนตร์ ถ่ายทอดเนื้อหาได้ไม่คุ้มค่า ชวนให้น่าเบื่อ

ภาคที่ผมคิดว่าสนุกที่สุดและเคยคิดว่าดีที่สุด ให้อารมณ์หนังพ่อมดร่ายมนต์ต่อสู้กัน อารมณ์ประมาณไปเที่ยวสวนสนุก คือ ภาค 4

แต่พอมาดูภาค 5 แล้วนั่งทบทวนถึงภาคเก่าๆ

ผมตัดสินให้ ภาค 3 กับ ภาค 5 คือ สองภาคที่ผมชอบมากแบบไล่เลี่ยกัน และ ในแง่คุณภาพความเป็นหนัง ทั้งคู่ ดูดีที่สุด (ภาค 3 เจ๋ง แต่ ภาค 5 มีความเป็นเอกภาพลงตัวกว่า)




... จำได้ว่า ตอนเขียน blog ถึงภาค 5 ผมเขียนถึงครั้งแรกที่รู้ว่าผู้กำกับชื่อ เดวิด เยทส์ แล้วความคิดวาบแรกในหัวคือ เยทส์ ไหนฟระ ไม่เคยรู้ ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็นผลงาน ซึ่งผิดวิสัย หนังฟอร์มยักษ์ทุนสร้างสูงแถมแบกความคาดหวังลิบลิ่ว นายทุนไม่น่าจะมอบหนังให้อยู่ในมือผู้กำกับที่ไม่แน่จริง

แต่ตอนดูจบ ผมก็สรุปว่าผมชอบหนังภาค 5 ชอบฝีมือของ เยทส์ และ เขียนปิดท้าย blog ว่า

เดวิด เยทส์ จะ ของจริง หรือ ของปลอมทำเหมือน ถ้าได้ทำภาค 6 คงจะได้รู้กัน เพราะ ตัวหนังสือนั้นมีฉากรอพิสูจน์ฝีมือมากกว่าเล่ม 5 หลายเท่า



... ผู้สร้างเหมือนจะรู้ใจว่ามีคนอ่านอย่างผมรอพิสูจน์ ก็เลยส่งให้ เดวิด เยทส์ คุมบังเหียนหนังสือเล่ม 6 กับ เล่ม 7 เป็นการปิดฉากแฮรี่ไปเลย แถมยังวางแผนที่จะแบ่งภาค 7 เป็นอีกสองภาคอีกต่างหาก

ดาบสองคม ของ การให้ เยทส์ รู้ว่า ข้าจะได้กำกับสองภาคสุดท้าย ทำให้ จุดอ่อนมาตกที่ภาค 6 เพราะปกติ ถ้าผู้กำกับรู้ว่าตัวเองได้ทำแค่ภาคนี้ภาคเดียว เขาก็จะเขย่าเนื้อหาของหนังสือเล่มนั้นโดยไม่พยายามไปแตะหนังสือเล่มถัดไป แล้วพยายามทำให้ มีบทสรุปจบในตัว คือ จบแบบอิ่มเต็มที่ มีไคลแมกซ์ช่วงท้าย เพราะไม่รู้ว่า ภาคหน้าจะได้กลับมาทำอีกหรือเปล่า

แต่เมื่อ เยทส์ รู้ว่าตัวเองจะได้ทำต่อในสองเล่มสุดท้าย ผมเดาว่า เขาคงหยิบเนื้อหาทั้งสองเล่มมารวมกันแล้วเลือกดัดแปลงให้เป็น หนึ่งเดียว โดย ภาค 6 เป็นแค่สะพาน ที่จะโหมโรงคนดูไปสู่ บทสรุปในภาค 7 มากกว่าจะเป็นภาคหลักๆแยกออกมา



... จุดเด่นที่เห็นได้จากหนังแฮรี่ของเยตส์ คือ เหมือนกับเขาจะมีภาพที่ชัดเจนในหัวชัดเจนแล้วว่า จะนำเสนอ หนังแฮรี่ ให้ออกมาในสไตล์ของตัวเองยังไง ไม่กังวลที่จะตัดฉากสำคัญๆหรือตัวละครคนโปรดของแฟนๆ

ทำให้ หนังของเขาไม่มีทีท่า ห่วงหน้าพะวงหลัง ประเภทกลัวแฟนพันธุ์แท้จะหงุดหงิดใจ จนต้องหยอดโน่นนิดนี่หน่อยใส่เข้ามาเซอร์วิสแฟนๆ ซึ่ง ผลสุดท้ายไม่ว่าหนังของเขาจะถูกใจแฟนๆหนังสือหรือไม่ แต่ใน แง่ภาพรวมของหนัง มันค่อนข้างลงตัวเมื่อเทียบกับภาคก่อนๆ

เยทส์ ค่อยๆพา โลกเวทมนตร์จากภาค 5 ให้มืดหม่นลงเรื่อยๆ ไม่เน้นของเล่นแปลกๆ ไม่เน้นสีสันเหมือนภาคสามภาคสี่ แต่ก็ยังคงรักษาอารมณ์ขันแบบฉลาดๆในตัวบทสนทนาเหมือนภาคก่อน

และ เหมือนกับว่า เยทส์ จะให้ความสำคัญกับ หนังแฮรี่ ในแง่ของการเป็น หนังชีวิตวัยรุ่นที่ต้องเติบโต โดยมี ความเป็นพ่อมดแม่มด เป็นแค่ฉากหลัง มากกว่าจะเป็น หนังแอคชั่นแฟนตาซี

เนื้อหาในภาคนี้ จึงโฟกัสไปอยู่ที่พัฒนาการของวัยรุ่น เหมือนหนังวัยรุ่นประมาณ ปิดเทอมใหญ่ฯ ไม่ว่าจะเป็น

การให้ตัวละครเรียนรู้ ความสัมพันธ์ที่มากไปกว่าเพื่อน ไม่ว่าจะเป็น ความรัก , ความคลั่งไคล้ในตัวไอดอล , การแอบรัก , การหึงหวง ฯลฯ

การให้ตัวละครเรียนรู้การเลือกเดินทางที่ผิด และ พบกับ ความรู้สึกผิด , ความละอายใจ , ความละล้าละลังที่ต้องเลือกระหว่างเป็น คนดีที่อยากจะเป็น กับ เป็นคนร้ายที่คนรอบข้างต้องการ

และนำไปสู่ตอนจบที่พา พวกเขาไปพบกับ ความสิ้นหวัง และ ความตาย




... โลกแฮรี่ ของ เยตส์ จึงทำให้หลายคนผิดหวังที่เวทมนตร์ไม่ออกมาสะบ๊ะระฮึ่มอย่างที่คิด แถม เยตส์ ยังกำกับหนังเด็กด้วยสไตล์ของหนังผู้ใหญ่ คือ ไม่เล่าโต้งๆแต่ต้องคิดตาม รวมไปถึงจังหวะของหนังที่ไม่มีการบิวต์ให้ถึงที่สุด

ไม่รู้ว่าแก บิวต์ไม่เก่ง หรือ ตั้งใจจะไม่บิวต์อารมณ์

เพราะทั้งภาคก่อนและภาคนี้ จะเห็นได้ว่า ไม่มีการพาคนดูขึ้นไปถึงพีคของอารมณ์แต่จบแบบนิ่งๆ

เช่น ตอนจบของภาคนี้ สามารถบิ้วต์กันได้ง่ายๆ ประมาณ โอ้ว ไม่นะ หยุด โอ้ว โน ดัมเบิ้ลดอออออออออออ แฮรี่รี่รี่รี่รี่รี่รี่ แล้วต่อด้วยการยิงเวทมตร์ปรู๊ดๆปร๊าดๆ ตามหนังสือที่มีฉากแอคชั่นช่วงท้ายๆ

แต่ เยตส์เซลฟ์ดี เยตส์ไม่แคร์ใคร เยตส์ เลือกไคลแมกซ์แบบเรียบๆเนิบๆ และ ไม่ใช้ดนตรีประกอบโหมอารมณ์คนดู แต่ ใช้ความเงียบเนิ่นนาน ก่อนจบลงแบบซึมๆ

และจุดนี้เองที่ผมชอบ เพราะมันให้ความรู้สึกแปลกตา

แต่

ผมคิดว่า เยตส์ เลือกวิธีนี้จะเหมาะมาก หาก ภาค 7 ฉายต่อจากภาคนี้ไม่นาน เพราะ ภาค 6 จะเป็นการโหมโรงสู่บทสรุปได้อย่างน่าสนใจ เหมือน ฟังเพลงที่ต้องค่อยๆไล่บิวต์ก่อนที่จะใส่ท่อนฮุคหรือรุกเร้าอารมณ์คนดูให้ถึงพีค ไม่ใช่ใส่พีคแบบพร่ำเพรื่อ

แต่ การที่คนดูต้องรอภาค 7 จนเหงือกแห้งเป็นปีๆ อารมณ์ที่ทิ้งค้างไว้ตอนนี้ก็ลืมๆไปหมดแล้ว และ มันก็พาลจะทำให้ภาคนี้ดูไม่สุดอย่างที่ควรจะเป็น

และภาค 7 จะเป็นบทพิสูจน์ว่า แท้จริงเป็นการวางหมากอย่างชาญฉลาดของเยตส์ หรือ แกก็กำกับเนิบๆประมาณนี้ได้เท่านี้จริงๆ




สิ่งที่ชอบ

1.น้องหัวสิงโต ลูน่า คุณน้องเพี้ยนได้ใจ แถมยังดูมีเคมีเข้ากับแฮรี่ มากกว่า จีนนี่ย์เสียอีก

2.มัลฟอย ... เล่นดีเกินหน้าเกินตาเพื่อนฝูง

3.ภาพในหนัง สวยดี ฝีมือการถ่ายภาพช่วยให้หนังดูแคลสสิคขึ้นเยอะ และ ทำให้ หนังแฮรี่ ที่เยตส์กำกับดูเป็นน้ำหนึ่งเดียวกันดี

4.สไตล์การกำกับของเยตส์ ... ใช้วิธีเล่าเรื่องแบบค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่ คือ ไม่เหมือนหนังเด็กทั่วไปที่บอกกันโต้งๆ แต่ ไม่บอกตรงๆต้องคิดตามว่า เหตุการณ์ตรงหน้าหรือสิ่งตรงหน้าคืออะไร เช่น กล่องที่เราเห็นมัลฟอยไปทดลอง ซึ่งนั่นผมคิดว่าเป็นการดัดแปลง หนังสือ โดยใช้ ภาษาหนัง ที่ดี

5.มุกตลกในบทสนทนาที่หยอดเป็นระยะๆ ขำน่ารักดี


สิ่งที่ไม่ชอบ

1.ผิดหวังที่เล่นประเด็นเจ้าชายเลือดผสม แค่ จิ๊บๆ คือ โผล่มาเป็นประเด็นตอนต้น แล้วก็หายไปเลย จนตอนจบก็โผล่มาบอกห้วนๆเหมือนหนังไทยสมัยก่อนว่า ผมร้อยตำรวจเอก‘เจ้าชายเลือดผสม’ปลอมตัวมา ทั้งที่เรื่องของตัวละครตัวนี้ สำคัญต่อเรื่องราวในภาคสุดท้ายยิ่งนัก


สรุป ... ตอนดูภาค 4 จบก็ว่าภาค 4 ดีที่สุด พอมาดูภาค 5 ก็ว่าภาค 5 ดีที่สุด พอมาดูภาคนี้ก็ชอบภาคนี้ที่สุด สรุปได้ว่า ชอบ ถูกใจ หนังแฮรี่สไตล์เดวิด เยตส์ เป็นพิเศษ ถึงจะไม่เหมือนหนังสือ แต่วิสัยทัศน์ของเขาก็ชวนติดตามไม่แพ้กัน เพียงแค่เป็นคนละอารมณ์กับในหนังสือ และ รู้สึกว่า หนังแฮรี่ เป็น หนังชุดที่ยิ่งทำยิ่งดีขึ้นเรื่อยๆ



Link บทความที่เกี่ยวข้อง

เหตุผลที่ แฮรี่ 5 เป็น 'หนังแฮรี่' ที่ผมชอบมากที่สุด

Harry Potter and the Goblet of Fire , กีฬาสีสามสถาบันกับเวอร์ชั่นภาพยนตร์ที่ดีที่สุด

ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น , อีกหนึ่งหนังไทยวัยรุ่นดีๆ ที่ว่าด้วย 'ความรักของวัยรุ่น'







Create Date : 24 กรกฎาคม 2552
Last Update : 24 กรกฎาคม 2552 9:23:03 น. 32 comments
Counter : 3187 Pageviews.

 
จำแฮร์รี่ภาคก่อนๆ ไม่ค่อยได้เท่าไหร่
แต่ชอบภาคนี้มาก ไม่รู้ว่าชอบที่สุดรึเปล่า
เพราะอย่างที่บอก จำไม่ได้


โดย: gluhp วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:18:51 น.  

 
คิดเหมือนกันว่าภาคนี้ทำเหมือนเป็นสะพาน
ว่าแต่คุณหมอดูกาลิเลโอยัง รออ่านอยู่เด้อ


โดย: คนนอนดึก IP: 58.9.239.9 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:09:03 น.  

 
เห็นด้วยค่ะ คนบ่นเยอะจริงแต่เราไม่บ่น เพราะเป็นแฟนแฮรี่ โตมากะพวกเค้า เล่มหกอ่านไปสองรอบ รอจนเหงือกแห้งจริงๆตังแต่พฤศจิกาปีที่แล้ว จำได้ว่าวันแรกที่เล่มเจ็ดออกเมื่อสองปีก่อนอ่านมันทั้งวันทั้งคืนเสร็จก็ไปเม้าท์กะพวกเด็กๆในอินเตอร์เน็ต 555 นี่ก็รอกันต่อไป


โดย: prunelle la belle femme วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:2:15:59 น.  

 
ไปดูมาแล้ว รอภาคต่อไป
เห็นบอกมีสองตอน

เสียตังค์สองต่อ ฮ่าๆ


โดย: คีตอักษรา วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:3:32:15 น.  

 
แวะมาทักทายจ้า

รออ่านบทวิจารณ์หนังเรื่องนี้จากพี่หมอมาหายวันแหละ

มาสักที..

เห็นด้วยในทุกประเด็น


โดย: จูริง วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:6:45:41 น.  

 
จำไม่ค่อยได้แล้วว่าแต่ละภาคเป็นไง ภาคต้นๆนี่ลืมไปจะหมดแล้ว
ภาค 4 รู้สึกสนุกดี ส่วนภาค 5 จำได้ว่าเราชอบแบบหนังมากกว่าหนังสือ (มันสั้นดีไม่เยิ่นเย้อ)
ภาค 6 ก็โอเคนะ แต่มีบางช่วงที่รู้สึกว่า 'หนังยาวจังเมื่อไหร่จะจบว้า' (น่าจะเป็นช่วงไว้อาลัยแมงมุม)
ในภาค 6 เราชอบวิธีการเล่าเรื่องตู้ของมัลฟอย ตอนแรกทำให้คนดูสงสัยแต่ก็ค่อยๆเฉลยทีละนิด


โดย: นางาเสะจัง IP: 125.24.247.109 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:7:39:21 น.  

 

เกือบจะได้ไปดูค่ะ แต่ดันมาวววววววซะก่อน คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย


โดย: อาม่า (เหล้าน้ำ ) วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:10:01 น.  

 
เรากลับรู้สึกเฉยๆ กับภาคนี้อ่ะ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:10:07:23 น.  

 
รู้สึกชอบภาคนี้มากเหมือนกัน
ดัดแปลงสิ่งที่ตัวละครคิดออกมาเป็นภาพได้ดี
โดยไม่ต้องให้ตัวละครพูดในใจออกมาดังๆ ให้คนดูฟัง
emoemoemo


โดย: หอมกร วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:11:12:52 น.  

 
ผมก็เป็นชนกลุ่มน้อยด้วยครับ ชอบภาคนี้ที่สุดเลย ใช่ครับผิดหวังกับประเด็นเจ้าชายเลือดผสม กับหนังดูหลงประเด็นการแปลงหนังสืออยู่ด้วย นิดส์นึง เพราะมันดูไม่เน้นหนักไปที่ประเด็นใดมากเกินไปเลย เพราะส่วนที่น่าจะเน้นมันคืฮอร์ครักซ์ คนอ่านหนังสือมาเลยรู้สึกแปลกๆ แต่ผมก็รู้ว่ามันเป็นธรรมชาติ(ในแบบของมัน)ดี แล้วก็ชอบไคลแม็กซ์ของหนังครับ นึกว่าจะเป็นฉากที่ DD เผาอินเฟอไรในถ้ำ แต่เปล่าเลย เห็นด้วยครับ ลูน่า ดูเคมิคอลกับแฮร์รี่ดีกว่าจินนี่ แล้วตอนที่เธอใส่ Spectre Spec แล้วน่ารักมาก เสียดายอีกอย่างยายเบลลาทริกซ์มันไม่บ้าเหมือนคราวที่แล้ว

ป.ล.อ่านหนังสือคุณหมอแล้วครับ ชอบมากเลย เหลือแค่ 316 องศา เท่านั้นที่ยังไม่ได้อ่าน เดี๋ยวจะหามาอ่านอีกนะครับ


โดย: Ghoeby วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:15:42 น.  

 
+ ของผมมีทั้งรู้สึกชอบ แต่ก็รู้สึกแปลกๆ กับบางอย่างของบทและอารมณ์หนังในบางช่วง จนต้องเรียกว่า ภาค 6 นี่มัน "สนุกแบบแปลกๆ" มังครับ

+ ช่วงที่ผมว่าดูแปลกๆ ก็คืออ้ายเรื่องราวฮอร์โมนของวัยรุ่นนั่นแหละ ... อย่างจินนี่ปลื้มจนถึงชอบแฮรี่นี่ไม่แปลก แต่แฮรี่นี่ผมกลับไม่รู้สึกว่าเขาไปชอบเธอขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ (เสียดายที่ลูน่ามีบทบาทน้อยเกินไปเนอะครับ) แล้วยัยคนที่แคสต์มาเป็นกิ๊กรอนก็ดูเล่นเว่อร์เป็นการ์ตูนไปหน่อย ... มีน้องเฮอร์ไมฯ แหละที่ดราม่าได้เจ๋งสุด

+ ประเด็นฉากแอ๊คชั่นไม่ค่อยเยอะ กับบางช่วงบางตอนที่ไม่มีที่มาที่ไป (อย่างการเฉลย เจ้าชายเลือดผสม ที่คุณ จขบ. ว่าไว้) ละมังครับ เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้คนดูหลายๆ คนรู้สึกขัดๆ

+ ถ้าให้ผมเรียงของตัวผมเอง ผมชอบภาคนี้เป็นอันดับ 3 รองจากภาค 3 และภาค 4 อ่ะครับผม


โดย: บลูยอชท์ วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:14:18:25 น.  

 
มาลงชื่อเป็นชนกลุ่มน้อย
เพราะชอบภาคนี้เหมือนกัน


โดย: ดนตรีไม่มีเสียง IP: 110.49.67.164 วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:05:04 น.  

 
ชอบแฮรี่เหมือนกันค่ะ

แต่ต้องอ่านในหนังสือเอา เพราะหนังไม่หนุก ตัดตอนไปเยอะ


โดย: ถุงเท้าขาด วันที่: 24 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:07:48 น.  

 
ดีไซน์ใหม่ๆ สวยดีนะครับ


โดย: McMurphy วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:25:44 น.  

 
หายไปนานเลยนะคับ ผมชอบภาคนี้ที่สุดเหมือนกัน


โดย: concept IP: 125.25.244.237 วันที่: 25 กรกฎาคม 2552 เวลา:20:03:21 น.  

 
คุณเขียนได้ตรงใจจังเลย ข้อดีของหนังแฮรี่ แต่ละภาค คือ มันให้อารมณ์ที่ต่างกันตามผู้กำกับ เป็นการเติบโตที่เปลี่ยนไปของตัวละครดีนะ

ภาคแรกตื่นตาตื่นใจสไตล์นิสนีย์ (อารมณ์ได้) เด็กๆน่ารัก โรงเรียนน่าทึ่ง

ภาค 2 น่าเบื่อมากๆเลย จำงูยักษ์ได้ หลับเลยเรา

ภาค 3 จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่ภาค 4 ทำให้กลับมาน่าสนใจ กับนักเรียนฮอกกวอตส์เด็กแนว ภาค 5 สนุกมากเลย ยังกับ X-men on training ภาคเวทมนต์

มาถึงภาคนี้ ก็ไม่ถึงกับผิดหวังอะไรมาก เพราะไม่ได้หวังให้หนังเป็นไปแบบไหน เข้าไปเอนหลังดู ว่าเขาจะเล่าเรื่องให้คนที่อ่านหนังสือแบบไม่ติดอย่างเรา ได้รู้สึกสนุกไหม

ก็สนุกนะคะ เราว่าหนังสือเล่าเรื่องไสตล์เดียว ก็คนเขียนคนเดียวนิ รายละเอียดในโรงเรียนเอามาเล่าทุกภาคก็น่าเบื่อ เสียงบประมาณมากเกินไป ส่วนฉากอื่นๆที่หายไป เราว่าเขาตั้งใจไปขยายความทุกอย่างในภาค 7-1 นะคิดว่า อย่างนั้น

แต่มันก็ขัดใจเหมือนหลายคนไอ้ตรงที่ชื่อตอน เจ้าชายเลือดผสมนี่แหละ มันไม่เชื่อมโยงมากไปรึเปล่า ก็อุตสาห์ชื่อนี้แล้ว

ภาคนี้ ออกจะเหงาๆ มีแต่เด็กๆ ที่ก็ไม่เด็กกันซะแล้ว ชอบมัลฟอล์ย ที่หลุดไปจากเพื่อนๆอย่างเห็นได้ชัด แสดงความขัดแย้งในตัวได้ดี จนรู้สึกว่าแฮรี่ช่างทื่อ ทึบ เหมือนกับที่น้องเฮอร์ปรามาสปนเป็นห่วงเพื่อน ว่าเธอต้องมีพวกเรา เธอทำเองคนเดียวไม่ได้หรอก

ส่วนที่ตอนนี้จะเน้น ฮอร์โมนส์เด็กๆมากไปหน่อย เราชอบนะ มันการ์ตูนดี โดยเฉพาะ รอนนี่ ชอบอยู่แล้ว



โดย: ทำไมต้องล็อกอิน IP: 125.27.91.51 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:8:56:18 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เพิ่งไปดูมาเมื่อวานค่ะ ตั้งใจจะไปดูให้ได้แม้จะมีคนมาบอกเล่าว่าไม่สนุก จบค้างคา งงๆ

โดยส่วนตัว รู้สึกขัดใจกับประเด็นของ ชื่อตอนเจ้าชายเลือดผสมที่ไม่มีความโดดเด่นเอาซะเลย ดูแล้วประมาณว่า "แล้วไงเหรอ? สเนปเป็นเจ้าของคาถา สเนปคือเจ้าชายเลือดผสม เหรอ อ้าว..จบ งงดีมั้ย" เพราะตอบไม่ได้ว่ามันสลักสำคัญอะไรกับการเป็นเจ้าชายเลือดผสมในตอนนี้ จถึงกับเอาไปตั้งเป็นชื่อตอนด้วย

ถ้าพูดถึงตอนที่ชอบที่สุดก็ตอนที่แฮรี่เฉลยกับเฮอร์ไมโอนี่เรื่องน้ำยาโชคดีที่ไม่ได้ใส่ลงในน้ำ แบบว่ารู้สึก "เจ๋งดีแฮะ" ไม่ต้องพูดเลยสักคำ แต่แฮรี่ทำหน้าเจ้าเล่ห์ได้น่ารัก น่าหยิก แถมดูฉลาดล้ำเลิศ มีจิตวิทยาสูงส่ง 555 มันรวมๆ ด้วยการควักเจ้าน้ำยาออกมา ยิ้ม เก็บกลับคืน ตบอกและพยักหน้า ก็สื่อความได้มากมาย เก่งมาก ประทับใจมาก

และในภาคนี้ต้องชมมัลฟอย ว่าเนี้ยบจริงๆ ในเรื่องของการแสดง พูดน้อย แต่ต่อยถูกจุด อ๊ะ...ไม่สิ งั้นต้องชมผกก.ที่วางบล้อกให้ออกมาแบบนี้ถึงจะถูก เก่งจริงๆ ค่ะ

จะสนุกหรือไม่สนุก แค่ได้ติดตามการเติบโตของแฮรี่และผองเพื่อนก็มีความสุขแล้วค่ะ ยังไงก็รอชมภาคจบอยู่ดีแหละ อิอิ


โดย: deawdai วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:56:41 น.  

 
ชอบภาคนี้ เหมือนกัน แต่ขอไม่บอกเหตุผล

แวะมาแซวซะหน่อย

ปรับblog อย่างนี้ น่ารักจังเลย

ตัวละครคุยกัน น่าร้าก



โดย: จอ IP: 125.26.95.9 วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:13:31:35 น.  

 
จะบอกว่าเป็นชนกลุ่มน้อยเหมือนกันค่ะ
ไปดูวันแรกที่เข้าโรงเลย ตอนออกมาจากโรงหนังก็คุยกับเพื่อนว่าชอบภาคนี้จัง
แต่พอกลับมาอ่านในพันทิปกลับมีแต่คนไม่ชอบ (แปลกใจเหมือนกัน^^)


โดย: Akaba วันที่: 26 กรกฎาคม 2552 เวลา:23:42:05 น.  

 
ชอบภาคนี้เหมือนค่ะ หนังดูลื่นไหลดี รู้สึกแฮรี่ดูสนุกขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ ภาค 3

ยินดีกับเจ้าบ้านด้วย เมื่อวานไปร้านคิโนะ ถามหาหนังสือ life scan ปรากฏว่าขายหมดแล้วรอพิมพ์ครั้งต่อไป


โดย: ท่าเรือรามา IP: 202.44.73.222, 202.44.72.3 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:51:33 น.  

 
ต่างคนต่างใจมั้งครับ
ผมเป็นคนที่ไม่ชอบภาค 5 นะครับ เพราะว่าดูลักษณะ (หมายถึงบุคลิกอะไรต่างๆ นะครับ ไม่ใช่หน้าตา) ของ ศ.อัมบริดจ์ ไม่ค่อยเหมือนกับในหนังสือสักเท่าไหร่
ส่วนภาคนี้ยังหาโอกาสไปดูไม่ได้เลยครับ แหะๆ


โดย: เจรามี วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:18:51:48 น.  

 
โดยส่วนตัว ไม่ชอบที่ทำไม่สุดสักอย่าง
ไม่ว่าจะเรื่องเจ้าชายเลือดผสม เรื่องรักวัยรุ่น ที่จู่ๆก็ จู่ๆก็ ทั้งเรื่อง แล้วก็อารมณ์ช่วงไคลแมกซ์ที่ไม่สุดเช่นกัน

แต่ส่วนที่ชอบก็พอมีบ้าง


โดย: -นักเลงเพลงสยาม- วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:1:10:44 น.  

 
ชอบ มัลฟอย เด่นเกินพระเอกอีก


โดย: ออย IP: 210.246.146.152 วันที่: 29 กรกฎาคม 2552 เวลา:9:17:59 น.  

 
ทั้งอ่านทั้งดู ไม่เคยจบสักเล่มสักเรื่อง
เพราะไม่สนุกเลย
น่าเบื่อมาก
ทั้งหนังสือและหนัง


คงเป็นชนกลุ่มน้อยสุด
เพราะไม่ชอบเลย


โดย: ชนกลุ่มน้อยสุด IP: 58.8.30.52 วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:0:13:52 น.  

 
มันไม่แย่หรอกครับ จากที่ดูๆ เพียงแต่ไม่สนุกเท่านั้นเอง เพราะมันกระโดดเกินไป โดยเฉพาะตอนตอบ "ชั้นคือเจ้าชายเลือดผสม" แต่ดูจากเนื้อเรื่อง นี่แกสำคัญขนาดจะเป็นชื่อภาคเลยเหรอะฟะ... ไม่เห็นเข้าท่าเลย


โดย: ซามมาเอล ซิน วันที่: 30 กรกฎาคม 2552 เวลา:19:08:22 น.  

 
เพิ่งไปดูมาค่ะ ก็สนุกนะคะ ดีทีเดียว ไม่แย่อย่างใคร ๆ บอก เห็นด้วยค่ะว่า เดรโก มัลฟอย ดูดีกว่าหลาย ๆ คน ทั้งรูปร่างแล้วบุคลิกภาพ แสดงก็ใช้ได้เชียว


โดย: Happy-all-the-time IP: 125.25.49.187 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:0:22:55 น.  

 
เรากลับเห็นต่างในหลายๆจุดนะ

อย่างภาค 5 ตอนบุกกระทรวงเวทย์มนต์เป็นฉากที่จืดชืดมากๆ ทั้งๆที่เป็นที่สำคัญ แต่ป้องกันหละหลวมพวกแฮรี่ เข้าไปได้ง่ายๆ ไม่ตื่นเต้นเลย ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกว่า prophecy สำคัญนักหนา

ไหนจะทำให้ดัมเบิลดอร์ดูอ่อนแอ ไม่สมกับที่โวลดี้กลัว และที่กระทรวงเวทย์มนต์ต้องเกรงใจเขาเลยสักนิด
*แต่โดยรวมแล้วรู้สึกว่า "รู้เรื่อง" มากกว่าภาค 6

ในภาค 6 นี้ ต้องแสดงอะไรหลายๆอย่าง เช่น สร้าง ambiguity ในตัวละครอย่างเสนป และความสำคัญของหนังสือของ Half-Blood Prince

เมื่อเข้าสู่ฉากต่อสู้ ตอนที่ตรามารปรากฏขึ้น และผู้เสพความตายเข้ามา ศาสตราจารย์ทั้งหลาย และมือปราบมารนี่ต้องออกมาควบคุมสถานการณ์ให้วุ่น ตัวหนังต้องแสดงความสับสนของเหตุการณ์ให้ชัดเจน สั่นคลอนความเชื่อมั่นว่าโรงเรียนฮอกวอตช์เป็นที่ๆปลอดภัย

ในส่วนของ "หนังสือ" ต้องแสดงให้เห็นว่าแฮรี่ obsessed กับมันมากแค่ไหน เขาเชื่อเสียด้วยซ้ำว่าหนังสือนี้เป็นของพ่อเขา เขาหลงยกย่องมันขนาดไหน

*การสูญเสียพ่อมดที่เก่งกาจอย่างศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์มีผลอย่างไร ไม่ใช่แค่เศร้าสร้อยแน่ๆ แต่มันได้นำความหวาดกลัวมาสู่เด็กๆ และผู้ปกครองเพียงใด

ความรู้สึกแบบนั้นหายไปหมดเลย ^^


โดย: นึง IP: 222.123.154.196 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:11:41:10 น.  

 
เกือบพลาดแล้วสิ หลังจากอ่านกระแสจากในพันทิป วันนี้ไปดูมา สนุกเกินคาด
อาจเป็นเพราะว่าอ่านข้อเสียจากในพันทิปไปแยะจนมันรับได้
พอไปดูในโรงก็เลยไม่คิดมาก ไปนึกเหตุผลให้มันรองรับกับในหนังแทน อย่างฉากท้ายๆที่แฮร์รี่ไม่ผลุนผลันออกไป ก็คิดซะว่าตัวแฮร์รี่เอง เริ่มสับสนกับเสนป เพราะหนังไปมีฉากที่ลูปินพูดที่บ้านโพรงกระต่ายมาก่อน

ดูไปดูมาคิดไปคิดมาก็ทำให้คิดว่าแฮร์รี่ในหนังมันมีความคิดกว่าในหนังสือเยอะนะ


โดย: whiteaquamarine IP: 115.67.178.239 วันที่: 1 สิงหาคม 2552 เวลา:20:39:28 น.  

 
หนังก็ดูสนุกดีครับ
ในฐานะของคนที่ไม่ได้อ่านหนังสือภาค 4-7

แต่เห็นด้วยกับประเด็น "ผมร้อยตำรวจเอก‘เจ้าชายเลือดผสม’ปลอมตัวมา" อย่างยิ่งครับ
ทำเอาตกม้าตายไปไม่น้อย

ป.ล. ภาค 1-2 เรียกว่า "เกลียด" เหมือนกันครับ
"ไม่สนุก" เลยอย่างยิ่ง

--
Oakyman's Blog


โดย: Oakyman วันที่: 2 สิงหาคม 2552 เวลา:3:58:34 น.  

 
แฟนๆ แฮรี่ครับ
รบกวน...อธิบายเรื่อง เจ้าชายเลือดผสม
ให้ผมเข้าใจขึ้นมาอีกนิดได้มั้ยครับ

ผมดูแล้ว...มันแค่มีหนังสือของเค้า
...แล้วก็มาเฉลยว่าเป็นสเนป
แล้ว......ยังไง??
ชือหนัง ชื่อตอน...ปกติ ต้องเป็นแกน เป็นแก่นของเรื่อง่ ไม่ใช่เหรอครับ

ผมไม่ได้อ่านหนังสือ
แต่ดูหนังมาทุกภาค
ก็ดูเรื่อยๆ ...ไม่ได้สนุกอะไร ออกจะมึนๆ ไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำ (ไม่รู้ว่าเค้าสร้างสำหรับแฟนหนังสือหรืออย่างไร)
ภาคนี้...ไม่สนุกที่สุด..ตั้งแต่ดูมา


โดย: โอ๊ะ IP: 203.146.189.100 วันที่: 6 สิงหาคม 2552 เวลา:13:04:56 น.  

 
ดูทุกภาคแต่ไม่ชอบภาคนี้เท่าไร รู้สึกเล่นอารมณ์ของวัยรุ่นมากไป โดยส่วนตัวชอบพัฒนาการของหนูเฮอร์ และรอนอยู่แล้วส่วนแฮรี่เฉยๆ เพราะดูแกจะมีอารมณ์กับความหลังมากไปหน่อย
ภาพชอบมากที่เป็นโทนสีนี้ ให้10คะแนนเต็มถ้าไม่ต้องรอนานจนลืมระเบิดที่ผู้กำกับวางไว้ตอนจบซะก่อนสัญญาว่าจะซื้อตั๋วไปดูภาคต่อให้


โดย: oui IP: 58.9.61.125 วันที่: 5 ตุลาคม 2552 เวลา:20:05:34 น.  

 
ไม่ค่อยชอบภาคนี้ค่ะ (ฮา) เหมือนในหัวจะติดกับภาพ

แฮร์รี พอตเตอร์ = เวทมนตร์ = อลังการ

แล้วอีกหลายๆ ฉากเหมือนมันไม่ต่อเนื่องกันเลย (หรือเป็นเพราะดูจากดีวีดีหว่า)

ถึงยังไง แฟนๆ ของแฮร์รีส่วนใหญ่ก็เป็นเด็ก คิดว่าถ้าขายฉากอลังฯ คงน่าดูกว่าเยอะ


โดย: lala IP: 118.172.151.174 วันที่: 6 มีนาคม 2553 เวลา:23:42:01 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
24 กรกฏาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.