www.facebook.com/ibehindyou

ทุก comment ที่คุณให้มา ทำให้เรารู้ว่า เราไม่ได้สนุกกับการเขียน blog แล้วอ่านอยู่คนเดียว

Sex and the city 2 - ความในใจ 10 ข้อเกี่ยวกับ sex และ ข้าพเจ้า



1.ผมไม่ใช่แฟน ตัวยง เคยดูฉบับซีรี่ย์ก็แค่ไม่เกินสิบตอน แต่เท่าที่ดูไปสิ่งที่ชอบที่สุดในซีรี่ย์ คือ มุมมองเปรียบเทียบ ความสัมพันธ์ระหว่างชาย-หญิง และ ให้แง่คิดการใช้ชีวิตคู่ได้ดี (เพียงแต่อารมณ์ซีรี่ย์มันออกจะ หญิงๆจ๊ะจ๋า เลย ไม่ค่อยโดนใจให้ติดตามต่อ)

2.ในฐานะ ไม่ใช่ คนติด sex(and the city) เวอร์ชั่นหนังใหญ่จึงไม่ใช่กลุ่ม หนังในฝันที่รอคอย คือ ไปดูก็ประมาณตามเทรนด์ เป็นหนังฟอร์มยักษ์ภาคบังคับที่ต้องดูซะหน่อย ภาคแรกที่ดูไปก็เรื่อยๆ รู้สึกว่าไม่แย่ไม่ดี มีข้อคิดอยู่บ้าง มีความชวนเบื่ออยู่หน่อย

แต่กับ ภาค 2 ดูจะตรงข้ามกับภาคแรก ตรงที่ สนุกมากขึ้น แต่ ความเข้มของสาระและความสัมพันธ์ลดลง

3.วัดกันในแง่ ความสนุก Sex 2 สอบผ่านสบายๆ สำหรับผมเองยังสนุกมากกว่าภาคแรกเสียด้วยซ้ำ หนังเดินหน้าได้คึกคักจัดจ้าน เฮฮา หรูหรากลามัวร์สมราคา

(สำหรับคนไม่ใช่แฟนประจำ ดูแฟชั่นหะรูหะราในเรื่อง ก็รู้สึกว่าแจ่มแล้ว แต่ กับแฟนๆซีรี่ย์คงต้องถามอีกทีว่า เริ่ดสมศักดิ์ศรีหรือไม่)

4. ในขณะเดียวกัน อย่างที่บอกข้างต้นว่า ข้อดีของ Sex and the city ไม่ใช่แค่เรื่องแฟชั่น แต่ แง่คิดในด้านความสัมพันธ์ทั้งระหว่างเพื่อน และ ระหว่างคู่รัก ก็คือจุดเด่นที่มี

แต่ ในภาค 2 แง่คิดส่วนนี้ดูเบาบางเป็นอย่างยิ่ง ทั้งที่จุดตั้งต้น วางปมชีวิตของตัวละครแต่ละคนน่าสนใจ แต่พอไปถึง อาบูดาบี แทบจะตัดสาระทิ้ง แล้วเน้นเอาเฮฮา สป๊ากเกิ้ลกันอย่างเดียว

ปมที่วางไว้ของแต่ละคนตอนต้น (ก่อนจะถูก ฝุ่นทรายในอาบูดาบี กลบไปอย่างน่าเสียดาย)

แครี่ย์ กับ ปัญหาชีวิตคู่ที่กำลังผ่านช่วงฟู่ฟ่า ไปสู่ช่วงชีวิตสมรสที่กำลังจะชืดชา

มิแรนด้า กับ ปัญหาการใช้ชีวิตที่ต้องเลืกระหว่าง งาน กับ ครอบครัว

ชาร์ล็อตต์ กับ ปัญหา ความเป็นแม่ในชีวิตจริงที่เผชิญความทุกข์ ขัดแย้ง กับ ความเป็นแม่ในอุดมคติที่ตัวเองคาดหวังไว้

ซาแมนธ่า กับ เอ่อ ปัญหาวัยทอง

ฉากดราม่า relationship ที่ดีที่สุด คือ ฉากคนละกรึ๊บแล้วระบายถึงความเป็นแม่



5.ตะหงิดๆกับ มุมมองที่มีต่อสตรีในตะวันออกกลาง คือ sex and the city น่าจะเป็นหนังที่พูดถึง พลังหญิง , สิทธิสตรี , คุณค่าแท้จริงภายใน ฯลฯ แต่การที่ สี่สาวแฟชั่น ไปวิพากษ์ ความอึดอัดคับข้องใจ ของ สาวท้องถิ่น ในประเด็น เครื่องแต่งกายชุดดำที่ซ่อนเรียวขาหรือหน้าตา ก็นึกว่า สุดท้ายจะคลี่คลาย ประมาณ สาวท้องถิ่น ภูมิใจในความงามที่เป็นคุณค่าภายใน หรือ แค่โชว์ส่วนที่ปกปิดให้คนรักก็พอใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องโชว์คนอื่น

แต่พอ คลี่คลายด้วย ความในใจและความในเสื้อผ้าชุดดำ ที่ลั๊ลลาเพราะแอบใส่ ปราด้า กุชชี่ ฯลฯ มันเลยดูประเด็น คุณค่าสตรีในเรื่องนี้ ตุ๊เหม่งๆ (หรือจะเป็นตั้งแต่ ซีรี่ย์แล้วก็ไม่รู้ได้ ที่ให้ คุณค่าสตรีไว้ที่แฟชั่นเต็มร้อย ไม่ได้เน้นเรื่อง คุณค่าภายใน)


6.มุกที่ร้ายเหลือที่สุดคือ กฎพี่เลี้ยง = Jude’s Law ฮาหงะ


7.สนุกกับ Sex and the city มากเป็นพิเศษ ก็เพราะ มี ซาแมนธา และ มั่นใจชายไทย(แท้)เกินครึ่งที่ชอบ Sex and the city เพราะติดอกติดใจไปกับความฮาก๋ากั่นของ ตัวละคร ซาแมนธ่า มากกว่า เสื้อผ้าหน้าผมของ แครี่


8.ชอบเพลง I'm Woman ในหนัง เนื้อเพลงความหมายดี และ คนแปลก็แปลออกมาได้ดีไม่แพ้กัน





9.ดูโรงดิจิต้อล ปรากฎว่า ตอนดูรู้สึกมันโดดๆสองฉาก คือ ตอนต้นที่เสียงครวญครางสลับกับเสียงร้องไห้เด็ก กับ ตอนท้ายที่เล่าบทสรุปแต่ละคน จึงไปลองสอบถามมา พบว่า บ้านเรา ตัวหนังถูกตัดไปสองฉาก และก็เป็นฉาก โจ๊ะพรึมๆของซาแมนธ่า

(ก็ไม่ได้ อยากดูหน่มน้มหรือลีลา ของซาแมนธ่า มากนักหรอก แต่ สงสัยเหลือเกินว่า อุตส่าห์มีเรตติ้ง แล้วจะตัดทำไม ไม่เข้าใจจริงๆ)


10.รู้สึกว่า การดู sex and the city คล้ายๆกับดู เจมส์ บอนด์ คือ หนังพาคนดูไปสู่โลกในฝัน อันเป็นชีวิตเลิศหรูฟู่ฟ่าและ มีความเป็นอุดมคติ เป็นแฟนตาซี ที่พาเราหนีโลกความเป็นจริงที่เคร่งเครียด พร้อมๆกับ ฝังค่านิยมบางอย่างไปโดยไม่รู้ตัว

(สำหรับหนุ่มๆ เจมส์บอนด์ แต่งหล่อ ผจญภัย ใช้ของดี มีหญิงติด , สำหรับสาวๆ sex and the city แต่งสวย แฟชั่นแถวหน้า ข้าวของมีราคา สามารถคิดตัดสินใจอย่างไม่ต้องพึ่งชาย)






ขอฝาก หนังสือเล่ม 5 ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" จ้า
(วางอยู่ตามร้านหนังสือทั่วไทยแล้ว)










อ่านจบแล้ว ชวนมาคุยกันที่นี่ครับ //www.bloggang.com/viewdiary.php?id=aorta&group=18

และ

ความเห็นของ เพื่อนผู้อ่านที่อ่านจบแล้ว และสละเวลาเขียนถึง

//blogs.lumamagic.com/?p=1957



หนังสือ 4 เล่มก่อนหน้าที่ว่าด้วย 'ภาพยนตร์ - จิตวิทยา - พัฒนาตัวเอง(self - development)' ของ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"








สำหรับเพื่อนๆที่เล่น FaceBook หรือ Twitter ณ.บัดนาว "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" ขยายสาขาเรียบร้อยแล้วจ้า






Create Date : 08 มิถุนายน 2553
Last Update : 8 มิถุนายน 2553 0:16:54 น. 7 comments
Counter : 4836 Pageviews.

 
อยากดูมากค่ะ ยังไม่มีเวลาเลย



โดย: Bravo-10 วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:18:09:57 น.  

 
ไปดูเมื่อวานนี้ แม้หลายๆสำนักจะบอกว่าภาคแรกสนุกกว่า แต่แฟนซีรี่ย์เรื่องนี้อย่างเรา คิดว่า ภาคนี้สนุกมากกว่าภาคแรกนะ แม้เนื้อหาสาระจะสู้ภาคแรกไม่ได้ แต่ความสนุกได้ใจเราไปเต็มๆ นับๆดูก็ติดsex (and the city) งอมแงมมาเกือบสิบปีแล้วนะเนี่ย สนุกมากๆ
ปล. แต่ลากแฟนเข้าไปดูด้วย แฟนหาวแล้วหาวอีก บ่นว่าน่าเบื่อจริงๆ สงสัยหนุ่มๆที่ไม่ติดตามมาก่อนอาจไม่ชอบก็ได้แฮะ (รู้สึกผิดเหมือนกันนะนี่)


โดย: PaM IP: 124.120.140.15 วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:19:10:56 น.  

 
แวะมาเยี่ยมเยียนครั้งแรก...เมื่อมีแรกก็ต้องมีครั้งต่ไป ขออนุญาตแอดเฟรน ไว้อ่านเรื่องราวดีๆนะครับผม....อนุญาตรึไม่ให้มะให้ก็แอดไปแระอิอิ ขอบคุณครับผมอิอิ


โดย: phaclam วันที่: 8 มิถุนายน 2553 เวลา:21:53:52 น.  

 
เย้ เย้ บล็อคเกอร์คนเก่งกลับมา
ดูแล้ว ก็ชอบค่ะ เพราะขนาดนั่งยาว ตอนนั่งไม่ได้รู้สึกว่านานหรือปวดหลัง เห็นด้วยกับเรื่องประเด็นความสัมพันธ์ ที่ดูพูดถึงไม่ค่อยสุด เหมือนเิริ่มแตะ แล้วก็หลั่นล้ากันต่อ
แล้วก็ ชอบที่เขียนวิจารณ์บล็อคนี้จัง เรื่องนี้นะคะ ครบรสทั้งตัวหนัง ตัวละคร อยากได้อ่านอย่างนี้อีกถ้ามีเวลาเขียนเรื่อยๆนะคะ จะคอยติดตามทั้งในนี้และfilm maxนะคะ


โดย: สาวปากน้ำ หัวใจอ่าวไทย IP: 124.120.100.7 วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:8:51:27 น.  

 
เทียบเชิญ เพื่อนผู้อ่านทุกท่านจ้า

ชวนมาคุย มาฟัง มาดูหนังฟรี

พฤหัสที่ 24 มิถุนา เวลา 4 โมงเย็น ถึง 6 โมงเย็น กับ "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" , นิหน่า , มะเดี่ยว และ 500 Days of Summer

16.00-18.00 : เสวนา ‘รักเจ็บ ... เจ็บเพราะรัก’ คุยเรื่องรัก เรื่องเจ็บ เรื่องหนัง เรื่องหนังสือ กับ ข้าพเจ้า , นิหน่า และ มะเดี่ยว

18.00-20.00 : ฉายหนังที่ว่าด้วย ความรัก ที่เจ็บ...จี๊ดได้ใจ กับ '500 Days of Summer' หนังรัก★★★★ ที่ข้าพเจ้ายกให้เป็นหนังรัก(เลิก)ดีที่สุดในรอบปี และ อยู่ในหิ้งเดียวกับ หนังรักที่คนคิดจะมีความรักควรดูซักครั้งในชีวิต เช่นเดียวกับ Love actually , my best friend's wedding , Eternal sunshine of spotless mind

ดูหนังฟรี คุยกันฟรี แต่ **ถ้าจะไปต้องจองที่นั่งก่อนเน้อ** เพราะ สนพ.แจ้งว่า จำนวนที่นั่งมีจำกัด

สนใจ - ไปคุย - ไปฟัง - ไปดูหนังด้วยกัน โทรติดต่อสอบถามหรือสำรองที่นั่งได้ที่ 02 – 381 – 7086 (ไม่รับจองทาง FB เน้อ )

สถานที่นัดเจ็บ : ห้องสมุดวิลเลี่ยม วอร์เรน บ้านจิม ทอมป์สัน ซอยเกษมสันต์ 2 ถนนพระราม 1(ตรงข้ามสนามกีฬาแห่งชาติ ลงรถไฟฟ้า BTS สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ประตู 1)

ป.ล. ข้าพเจ้าติดค้างลายเซ็นผู้ใด ติดค้างคำถามผู้ใด หรือ ติดหนี้ผู้ใด ตามไปทวงได้ในงานโลด^^ (ในงานไม่มีหนังสือขายจ้า) ข้าพเจ้าอยู่ในงานตั้งแต่ สี่โมงถึงประมาณหกโมงกว่าๆเน้อ



โดย: "ผมอยู่ข้างหลังคุณ" วันที่: 9 มิถุนายน 2553 เวลา:14:13:17 น.  

 
ไปดูมาแล้วค่ะ ขำกรี๊ด วี๊ดว๊ายกันทั้งโลกเลยค่ะ
//blogs.lumamagic.com/?p=2205
เสียดายฉากที่โดนหั่น แต่ถ้าตัดไป หนังเรื่องนี้คงต้องตรวจ id กันก่อนดูแน่ๆ (และแน่นอนว่าถ้าเป็นอย่างนั้น รายได้ของหนังเรื่องนี้ก็คงหดลงไปด้วย)


โดย: nuch IP: 58.9.232.213 วันที่: 10 มิถุนายน 2553 เวลา:5:50:03 น.  

 
ไม่ค่อยเข้ามจอะค่ะ กฎพีเลี้ยง = Jude’s Law
เลยเข้าไม่ถึงอารมณ์นั้น


โดย: aummua IP: 125.26.15.73 วันที่: 14 มิถุนายน 2553 เวลา:9:35:03 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

"ผมอยู่ข้างหลังคุณ"
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 71 คน [?]




New Comments
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
8 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add "ผมอยู่ข้างหลังคุณ"'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.