เหลียวหลัง แลหน้า ดีท็อกซ์ การล้างพิษในร่างกายได้ผลจริงหรือ?
















“ดีท็อกซ์”


ย่อมาจากคำว่า detoxification หมายถึง

“วิธีการหรือกระบวนการนำเอาสารพิษหรือชีวพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย”

หรือนิยมเรียกสั้นๆ ว่า “การล้างพิษ” ส่วนความหมายเดิมทางการแพทย์

คือ “กระบวน การฟื้นฟู และรักษาผู้ป่วยที่ติดสารเสพติดต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่ติดสุราเรื้อรังไปจนถึงติดสารเสพติดชนิดต่างๆ”

แต่คำว่า “ดีท็อกซ์” ที่ชินหูในปัจจุบันนั้น มักจะหมายถึง

วิธีการรับประทานอาหารแบบหนึ่ง ซึ่งมี “สมมติฐาน”

หลักว่า “ร่างกายของคนเราสะสม “สารพิษ” ที่มาจากสิ่งแวดล้อม

และจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ

ซึ่งจำเป็นต้องมีการล้าง(สาร)พิษเหล่านี้ ออกจากร่างกาย”

วิธีการทำดีท็อกซ์

แวดวงดีท็อกซ์ในเมืองไทย เชื่อกันว่าอวัยวะในร่างกายของคนเรา

โดยเฉพาะ อย่างยิ่งอวัยวะในระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายของคนเรานั้น

ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะอาหาร ลำไส้ ไปจนถึงทวารหนัก

และกระแสเลือด ต่างก็ล้วนแล้วแต่กำลัง “อุดตัน” หรือ “ผุพัง” อยู่

เนื่องจากอาหารที่ไม่ย่อยสลาย

(ส่วนหนึ่งจะถูกแบคทีเรียใน ระบบทางเดินอาหารนำไปย่อยสลายแทนมีผลทำให้เกิดสารพิษขึ้นอีกด้วย)

หรือเพราะ สารพิษที่ปะปนมากับอาหารจำพวกสารทดแทนน้ำตาล

อาหารฟาสท์ฟูดต่างๆ และ สารเติมแต่งสีรสอาหารแบบต่างๆ

มีมากจนร่างกายของเราไม่สามารถกำจัดได้หมด

บางทีรายการอาหารต้องห้ามก็ยังรวมเอา อาหารจำพวกแป้ง เนื้อ (รวมทั้งเนื้อปลา)

ไข่ น้ำตาล เกลือ เค้ก อาหารแปรรูปแบบต่างๆ คาเฟอีน และแอลกอฮอล์ ไว้ด้วย

นอกจากเรื่องอาหารแล้ว บางกลุ่มก็เชื่อในปัจจัยอื่นๆ เช่น รังสีจากคลื่นไมโครเวฟ

คลอรีนในน้ำดื่ม คาเฟอีน บุหรี่ สุรา อารมณ์ โกรธ และสิ่งแวดล้อมที่

“ดูเหมือนจะเป็นพิษ” มากขึ้นทุกวัน เข้ามาไว้เป็นสาเหตุอีกด้วย

ข้อแนะนำหรือทางออกสำหรับผู้ที่เชื่อในเรื่องนี้ก็คือ

ต้องหันมาใช้วิธีการกินอาหารที่ถูกต้อง อาจต้องอาหารบางอย่างหรือบางมื้อด้วย

นอกจากนี้ก็ต้องทานอาหารจำพวกพืช ผัก ผลไม้เป็นส่วนใหญ่

ซึ่งบางแห่งอาจจะรวมถั่วแบบต่างๆ เมล็ดพืช และน้ำผึ้ง เข้าไว้ด้วย

ยิ่งไปกว่านี้ บางสำนักหรือบาง คลินิกก็อาจมี “ทีเด็ด”

เช่น สูตรน้ำผลไม้ มหัศจรรย์รักษาโรคได้ครอบจักรวาล ชาสมุนไพรสูตรเก่าแก่

(ภูมิปัญญาไทย-จีน) ยาเม็ดหรือแคปซูลจากสมุนไพรหรือ พืชพิสดารหายาก

บางที่ก็อาจพ่วงเรื่องของการพอกตัวด้วยสาหร่าย การขัดหรือการนวดตัว

และการแช่สารพัดแบบ (น้ำนม, โคลน ฯลฯ) การอบไอน้ำ การอบซาวนา (sauna)

ไปจนถึงการนั่งสมาธิ ทำโยคะ เข้าไปด้วย เป็นต้น

ในต่างประเทศก็อาจมี “สารสกัดจาก ตับ” มี “การฟอกเลือด”

ด้วยการถ่ายสารเคมี บางอย่างเข้าสู่กระแสเลือด เพื่อให้ไปจับกับธาตุบางชนิดที่เป็นอันตราย

นอกจากนี้ก็ยังมี การสวนล้างลำไส้ด้วยน้ำอุ่นหรือกาแฟ เป็นต้น









สรรพคุณและความนิยมเรื่องดีท็อกซ์

ข้อกล่าวอ้างต่างๆ เกี่ยวกับดีท็อกซ์นั้น มีเยอะมาก

บางอย่างก็จริงเพราะรู้กันดี อยู่แล้วในทางการแพทย์

ในขณะที่บางเรื่องก็หมิ่นเหม่ว่าอาจจะเกินจริง ประโยชน์ของดีท็อกซ์ที่มักจะอ้างกันก็คือทำให้

“กลับเป็นหนุ่มเป็นสาว” อีกครั้ง ทำให้อายุยืนยาว ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

ลดความดันเลือด ลดปริมาณคอเลสเทอรอล ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

ลดอาการเหนื่อยอ่อนง่าย กำจัดเซลลูไลท์ (cellulite)

ลดอาการปวดศีรษะ ลดอาการผิวหนังด้าน ทำให้ผิวหนัง เป็นประกาย เป็นต้น

นอกจากนั้น ยังช่วยในเรื่องต่างๆ มากมาย เช่น ช่วยไม่ให้เหนื่อยอ่อนง่าย ทำให้กระฉับกระเฉง

ย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตทำงานดียิ่งขึ้น

ทำให้ร่างกายกำจัดของเสียทำงานได้ดี เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดการเป็นโรคหอบหืด

ทำให้หายหวัดเร็วขึ้น รวมไปถึงทำให้สงบและเยือกเย็นมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการทำดีท็อกซ์


การทำดีท็อกซ์อาจก่อให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน หากไม่ระมัดระวังอย่างเพียงพอ

ยกตัวอย่างเช่น ตั้งแต่รู้สึกเหนื่อยอ่อน ปวดศีรษะ ไปจนถึงขั้นล้มป่วย

ซึ่งก็มักจะอ้างกันว่าเป็นผลจากที่ร่างกายกำลังขจัดของเสียต่างๆ ออกมา

แต่อันที่จริงแล้ว เป็นผลมาจากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ได้

เนื่องจากขาดอาหารอย่างปัจจุบันทันด่วนนั่นเอง นอกจากนี้

การทำดีท็อกซ์ติดต่อกันนานๆ อาจทำให้เกิดการขาดสารอาหารหรือแร่ธาตุบางอย่างได้

และอาจทำให้ลดภูมิต้านทานของร่างกายลง …

ซึ่งตรงกันข้ามกับข้ออ้างที่ว่า ช่วยเพิ่มภูมิต้านทาน ส่วนการที่ดูเหมือนว่า

การทำดีท็อกซ์ช่วยลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วนั้น ก็มักจะเป็นเพียงภาวะเพียงชั่วคราว

ซึ่งเป็นผลมาจากการสูญเสียไขมันและน้ำปริมาณมากอย่างปุบปับ

เนื่องจากการปรับเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเรื่องอาหารอย่างหนัก

ซึ่งน้ำหนักเหล่านี้จะกลับมาทันทีที่คุณเลิกทำดีท็อกซ์ และหันกลับไปทานอาหารโปรด

(ซึ่งก็มักจะอยู่ในรายการอาหารต้องห้าม) จนทำให้เกิดผลกระทบแบบลูกดิ่งโย-โย (Yo-yo effect)

ซึ่งผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ การเกิดอาการเดี๋ยวอ้วนเดี๋ยวผอมสลับกันไปมา


ซึ่งจะก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาวมากยิ่งขึ้นไปอีก

ที่มา : ดร. นำชัย ชีววิวรรธน์ //www.vcharkarn.com



.............................................................







Create Date : 29 ตุลาคม 2552
Last Update : 27 พฤษภาคม 2553 20:15:45 น. 0 comments
Counter : 138 Pageviews.

: Users Online




Arriya_Ann
Location :
Goslar Germany

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]































































[Add Arriya_Ann's blog to your web]

Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.