There is nothing permanent except change. (by:Heraclitus)
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2559
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
4 พฤศจิกายน 2559
 
All Blogs
 
▶▶▶ การทอดกฐินนั้น มีอานิสงส์มากกว่าการทอดผ้าป่า





การทอดกฐินนั้น มีอานิสงส์มากกว่าการทอดผ้าป่า จะคุ้ม

อาบัติของภิกษุได้ ๕ สิกขาบท
ส่วนผ้าป่านั้น คุ้มโทษของสิกขาบท ๕ ไม่ได้ กฐินนั้นแหละเป็นแง่
สำคัญกว่าผ้าป่านั้น เป็นสังฆทานแบบเดียวกัน ที่ถวายผ้าเป็นผ้าป่านี้ เป็น
สังฆทานแท้ ๆ ถวายผ้าเป็นสังฆทานนั้นได้บุญกุศลยิ่งใหญ่นะ ไม่ใช่พอดีพอ
ร้ายนะ


เหมือนพระเจ้าแม่น้าปชาบดีโคตมี หอบคู่ผ้ามาถวาย
พระบรมศาสดา ว่า เราได้พิทักษ์รักษาตั้งแต่พระมารดาทิวงคตไปแล้ว ๗ วัน
เราได้เป็นมารดาแทนอยู่ แล้วก็เป็นพระน้านางของพระองค์ด้วย เราควรจะ
ทำผ้าคู่หนึ่งไปถวายพระองค์ ผ้าที่สมควร ผ้าที่ประณีต
พระนางอุตส่าห์จ้างช่างทองมาตีกระถางทอง เป็นกระถางเข้า
กระถางมากใบด้วยปลูกฝ้าย นางได้อุตส่าห์พยายามแก้น้ำที่รดฝ้าย ปรุงให้ดี
เพื่อจะให้ฝ้ายบริสุทธิ์มาแต่ต้น จนกระทั่งได้ผลเป็นปุยฝ้าย เก็บเอาฝ้ายนั้นมา
ปั่นเป็นผ้า ทำเป็นผ้าได้

พระน้านางทำด้วยมือของพระนางทั้งนั้น แต่ว่าทำอย่างไรเวลาเขา
ทอผ้าก็เอาจับ ๆ ที่ขอบฟืมนั้นแหละ กระทบ ๆ ที่ทำด้วยมือของพระนาง
เมื่อ ทำอะไร ไม่ใช่ทำนิด ๆ หน่อย ๆ พระเจ้าแผ่นดินเมียพระเจ้ากรุงศิริสุทโทธนะ
พระมเหสี นี่ทำอะไรนิดหน่อยก็ได้ชื่อว่าทำเอง ทำจนกระทั่งสำเร็จเป็นผ้าสอง
ผืน เป็นผ้าสองผืนนำไปถวายพระบรมศาสดา

พระองค์คิดว่าพระเจ้าน้านะ เป็นเสมือนหนึ่งพระมารดาของเรา ได้
เลี้ยงพิทักษ์รักษาตั้งแต่มารดาของเราทิวงคตไปได้ ๗ วัน เป็นมารดาแทน
มารดาลงมา พระน้านางของเรา เราจะสงเคราะห์ให้ได้บุญใหญ่กุศลใหญ่
พระองค์ทรงรับแต่ผืนเดียวเท่านั้น จะให้ถวายเป็นสังฆทานผืนหนึ่ง
พระเจ้าแม่น้าปชาบดีโคตมีก็อ้อนวอน พระองค์ไม่ทรงรับ ไปหาพระอานนท์
อีก อ้อนวอนเท่าไรพระอานนท์ก็ไม่ทรงรับอีก

พระนางจะทำอย่างไร ท่านอยู่เหนือกำหนดกฎหมาย ท่านอยู่เหนือ
ใครทั้งหมด ใครจะไปบังคับบัญชาท่านอย่างไร ก็ไม่มีหนทาง เมื่อท่านจะให้
ทำอย่างไรก็ตามพระทัยตามความปรารถนาของท่าน
ท่านให้ถวายเป็นสงฆ์ ประชุมสงฆ์พร้อมกัน พระองค์ทรงถวาย พอ
ประเคนมาถึงพระองค์ พระองค์ก็ส่งต่อไป พระองค์ก็เข้าในหมู่สงฆ์ ส่งต่อไป
เป็นลำดับ ๆ ไป สุดท้าย พระอชิตภิกษุบวชใหม่

พระอรหันต์ท่านรู้ว่าผ้านี้พระองค์ทรงจะให้เป็นสงฆ์ ปล่อยจนกระทั่ง
ถึงภิกษุบวชใหม่ พระภิกษุปุถุชนไม่รู้เรื่องราวอะไร ท่านส่งไปอย่างนั้นก็ส่ง
ต่อ ๆ กันไป ท่านส่งเราก็ส่ง ส่งจนกระทั่งหมดพระเหลืออชิตภิกษุบวชใหม่

ท้าย โด่ง โน่น แน่ะ
พอถึงอชิตภิกษุ ท่านบวชใหม่ ไม่รู้ว่าจะส่งไปให้ใคร ท่านก็เอาเสีย
เท่านั้น เอาเป็นของตัวเสีย ได้ชื่อว่าผ้าของพระเจ้าแม่น้าปชาบดีโคตมี เป็น
ของ อชิตภิกษุบวชใหม่ อชิตภิกษุบวชใหม่เมื่อได้ผ้าแล้ว
พระเจ้าแม่น้าปชาบดีโคตมีเสียพระทัย ทำเหนื่อยยากลำบากนัก
หนา ไปถูกเอาภิกษุบวชใหม่
พระจอมไตรทรงทราบพระอัธยาศัย เรียกพระอานนท์ให้เอาบาตรมา
เหวี่ยง บาตรขึ้นไปในอากาศ และรับสั่งภิกษุพร้อม ๆ กันนั่นแหละว่า
ท่านทั้งหลายจงไปนำเอาบาตรของเรากลับมา
พระอรหันต์ท่านรู้ว่าพระองค์ผูกปัญหานี้เพื่ออะไร ท่านรู้ด้วยกันทุก ๆ
องค์ภิกษุปุถุชนไม่รู้ จะออกไปก็ไม่ได้ หายเข้าไปในอากาศเข้าเมฆเข้าหมอก
กลับหายไป ไปเอาก็ไม่ได้ ทำไงละ
อชิตภิกษุบวชใหม่ ก็ไม่รู้เรื่องรู้ราว บวชใหม่เหมือนกัน จึงตั้ง
สัตยาธิษฐานว่า บุญบารมีที่ข้าพเจ้าได้สั่งสมอบรมมาแต่ชาติปางก่อนจน
กระทั่งถึงบัดนี้ ถ้าเป็นอนาคตกาลภายภาคเบื้องหน้า ข้าพเจ้าจะได้เป็น
พระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง เหมือนพระสมณโคดมบรมครูอย่างนี้ละก็ ขอ
ให้บาตรนั้นมาสู่หัตถ์ข้าพเจ้าบัดนี้

พอขาดคำอธิษฐาน บาตรแหวกเมฆลิ่วมานั่นแน่ มาตกอยู่บนมือ
ของพระอชิต เหมือนอย่างกับปุยนุ่นลงมาในมือท่าน ของหนักไม่ใช่ของเบา
แต่ว่าเหมือนกับปุยนุ่นตกลงไปในมือท่าน
บาตรมีฤทธิ์ บาตรเป็น ไม่ใช่บาตรตาย บาตรกายสิทธิ์ มีฤทธิ์มีเดช
เหาะไปในอากาศก็ได้ มาตกก็ได้
พอบาตรถึงมือพระอชิตภิกษุเท่านั้นแหละ


พระองค์ทรงรับสั่งว่า ภิกษุทั้งหลาย รู้จักไหมว่าภิกษุบวชใหม่นะคือ
ใคร ก็ไม่มีใครรู้จัก
พระองค์ทรงรับสั่งว่า นั่นแหละน้องชายเราตถาคต ต่อไปจะเป็น
ศาสดาเหมือนอย่างเราดังนี้.

ทรงพยากรณ์เสร็จ พระเจ้าแม่น้าปชาบดีโคตมี พอรู้เท่านั้นปลื้มอก
ปลื้มใจ ดีอกดีใจ กลับอ้าว ความเสียใจหายไปหมดเปลือก ดีใจไป ผ้าเราได้
ยากเหนื่อยด้วยมือของเราเอง
ได้ถวายไปกับพระพุทธเจ้าในปัจจุบันน่ะองค์หนึ่ง
ได้ถวายกับพระพุทธเจ้าในอนาคตอีกองค์หนึ่ง ดีอกดีใจ ปลื้มอก
ปลื้มใจอย่างนี้
นี้เราได้ทำวิธีนี้ เราได้นำผ้าป่ามาทอดผ้าป่าเช่นนี้ ก็ถูกขนบธรรมเนียม
แบบแผน ตำรับตำราของพระบรมศาสดาทรงประสงค์ทีเดียว ถวายเป็น
สังฆทาน อย่างนี้แล้วถูกเป้าหมายใจดำ ได้ชื่อว่า บุญกุศลใหญ่เกิดแก่เรา

ท่านทั้งหลาย
บุญใหญ่กุศลใหญ่เท่าไหน โตเท่าไหน รูปพรรณสัณฐาน บุญนะเป็น
อย่างไร ติดอยู่ที่ไหน เออ..เรื่องนี้จนกันละซี

เรื่องนี้เราจะจนกันละนะ บุญนะที่ได้จากการถวายผ้าป่า บุญเกิด
อย่างไร บุญมาจากไหน เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ซิ งง งัน ไปตามกันหมด เรื่องนี้นะ
เมื่อทำบุญเข้าแล้วนะ เขามีอัตโนมัติ เขาเรียกว่าหม้ออัตโนมัติ


มนุษย์นี่แหละ ไม่ว่าหญิง ว่าชาย ว่าเด็ก ว่าเล็ก มีหม้ออัตโนมัติ
เหมือนกันหมด เป็นดวงใส เท่าฟองไข่แดงของไก่ ติดอยู่ศูนย์กลางกายมนุษย์
สะดือทะลุหลัง ขวาทะลุซ้ายสะดือทะลุหลัง เจาะให้ตรงกลางเชียวนะ เป็น
ช่องปล่องไปทะลุหลัง ขวาทะลุซ้าย ตรงแบบเดียวกัน ตรงกลางจรดกัน เอา
ด้วยกลุ่มขึงเส้นหนึ่งตึง สะดือทะลุหลังตรง ซ้ายทะลุขวา ตรงเส้นหนึ่งขึงให้
ตึง พอถึงก็ตรงกลางที่จรดกันนั่นแหละ เรียกว่า กลางกั๊ก
ตรงกลางกั๊กนั่นแหละ เป็นอัตโนมัติของบุญ กลางดวงธรรมที่ทำให้
เป็นกายมนุษย์ เป็นกำเนิดอยู่ตรงนั้น อัตโนมัติอยู่ตรงนั้น สำหรับดึงดูดบุญ
เหมือนหูเหมือนตา ที่สำหรับดึงดูดเสียงสำหรับดึงดูดรูปติดที่ตา


หูสำหรับดึงดูดเสียงติดที่แก้วหู
จมูกสำหรับดึงดูดกลิ่นที่แก้วจมูก
ลิ้นสำหรับดึงดูดรสติดอยู่ที่แก้วลิ้น
กายสำหรับดึงดูดสัมผัสเครื่องถูกต้องติดอยู่ที่กายทั่วไป
ใจสำหรับดึงดูดธรรมารมณ์ติดอยู่ที่ใจ ดึงดูดกันอย่างนั้น
อัตโนมัติบุญนี่สำหรับดึงดูดบุญ ได้บุญเท่าไรดึงดูดมาติดอยู่ตรงนั้น
ติดอยู่ตรงกลางนั่น เป็นดวงใส

วันนี้นะไม่ใช่ได้นิด ๆ หน่อย ๆ มาทอดผ้าป่านี้นะ คนหนึ่ง ๆ นั่น
วัดผ่าเส้นศูนย์กลางขนาด ๑,๐๐๐ วา เป็นดวงใสขนาดพันวา เขามีธรรมกาย เขา
เห็นทั้งนั้นแหละ ขนาดพันวา วัดผ่าเส้นศูนย์กลางขนาดพันวา กลมรอบตัว
เรียบเหมือนหน้ากระจกเชียว นั่นแหละบุญมาติดอยู่กลางตัวทุกคน ๆ ๆ
แต่หย่อนบ้าง บางคนก็ถึง ๙๐๐ วา
บางคนก็ถึง ๘๐๐ วา ๗๐๐ วา ๖๐๐ วา ๕๐๐ วา ๔๐๐ วา ต้องได้
ทุกคน เหมือนกันหมดแบบเดียวกันหมดทีเดียว
ความจริงเป็นอย่างนี้ แล้วก็เมื่อเราได้บุญขนาดนี้ เราจะทำอย่างไร
เล่า เราไม่เห็นนี่

ผู้มีธรรมกายเขาเห็น ใครมีธรรมกายแล้วก็ต้องเห็น วัดปากน้ำมีคน
เห็นแยะ มีคนเห็นแยะ เห็นทั้งนั้น
ถ้าเราไม่รู้ไม่เห็นแล้วเราจะทำอย่างไร?
เราจะรู้เรื่องอะไร ได้อย่างไรก็ไม่รู้ หายไปอย่างไรก็ไม่รู้
เหมือนอย่างกับเราหาเงินหาทองในโลกนี้ ได้เงินมาแล้ว เราก็เห็นซิ

เก็บไว้ในตู้ในเซฟ เราก็เห็นซิ เราจับถูกซิ
บุญก็เหมือนกันเราเรียกว่า ปุญฺญกฺขเวสโก ผู้แสวงหาบุญนะต้อง
ฉลาดนะ ต้องให้เห็นบุญนะ
ถ้าไม่เห็นบุญแล้วเราจะรู้ว่าได้บุญอย่างไรกันละ ก็เบื่อกันละซิ ไม่
อยากแสวงหาบุญละซี
ถ้าเห็นบุญแล้ว มันอยากหานักทีเดียว ไว้ใจได้ทีเดียว แน่นอนทีเดียว
เพราะฉะนั้นต้องให้เห็นบุญเสีย

……พระธรรมเทศนา พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) กัณฑ์ที่ 53
```````````````````````````````````````````



Create Date : 04 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 4 พฤศจิกายน 2559 1:00:40 น. 0 comments
Counter : 689 Pageviews.

BlogGang Popular Award#13


 
permanent-love
Location :
พัทลุง Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 31 คน [?]





BlogGang Popular Award #11



▶คุณพระช่วยจริๆไม่ใช่ตลกหรือเล่นๆ

Flag Counter

Friends' blogs
[Add permanent-love's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.